เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28: เล่ห์เหลี่ยมและการช่วงชิง

บทที่ 28: เล่ห์เหลี่ยมและการช่วงชิง

บทที่ 28: เล่ห์เหลี่ยมและการช่วงชิง


บทที่ 28: เล่ห์เหลี่ยมและการช่วงชิง

ต้วนหมิงรุ่ยร้อนใจอยากจะปิดการขายให้ได้เต็มแก่

เขาเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ได้เดือนกว่าแล้ว แต่ยังขายไม่ได้เลยสักเคสเดียว

ช่วงทดลองงานสำหรับพนักงานใหม่มีเวลาเพียงแค่สองเดือน

หากยังปิดยอดไม่ได้ในเร็วๆ นี้ เงินเดือนพื้นฐานในเดือนหน้าจะลดฮวบจาก 3,000 หยวน เหลือเพียง 900 หยวน

เงิน 900 หยวนจะไปทำอะไรได้?

ลำพังแค่ค่าเช่าห้องยังไม่พอจ่ายเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นเขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้โอวอี้หานแล้วเอ่ยว่า

"ถ้าคุณยืนยันจะซื้อให้ผม ผมคงห้ามอะไรไม่ได้ แต่ว่าน้องสาว... ถ้าพ่อแม่คุณรู้เข้า พวกเขาจะไม่คิดว่าผมเป็นพวกต้มตุ๋นเหรอครับ? ดีไม่ดีอาจจะฟ้องร้องผมเอาได้นะ"

โอวอี้หานยิ้มบางๆ

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พ่อแม่ฉันเสียไปนานแล้ว พวกท่านไม่รู้เรื่องที่ฉันซื้อบ้านให้คุณหรอก"

"แล้วญาติพี่น้องเพื่อนฝูงล่ะครับ?"

"ฉันตัวคนเดียวไม่มีญาติที่ไหน เพื่อนก็มีไม่กี่คน... สรุปว่าคุณรับบ้านไว้ด้วยความสบายใจเถอะค่ะ ไม่มีใครมาหาเรื่องคุณแน่นอน"

ต้วนหมิงรุ่ยพอจะเดาเบื้องหลังชีวิตของเธอได้ลางๆ แววตาที่มองเธอจึงเจือไปด้วยความเห็นใจที่มากขึ้น

ค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ย +5

[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความประทับใจของต้วนหมิงรุ่ยเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ระบบทำการแปลงเป็นแต้มอัปเกรดอัตโนมัติ 1 แต้ม แต้มอัปเกรดคงเหลือของโฮสต์ปัจจุบัน: 1 แต้ม]

"เตรียมสัญญาเถอะค่ะ เราจะเซ็นกันเลยไหม?" โอวอี้หานเอ่ยขัดภวังค์ความคิดของเขา

ต้วนหมิงรุ่ยได้สติ ปลายนิ้วเกาไรผมที่หน้าผากเบาๆ แก้เก้อ เขาถามว่า

"จะเซ็นสัญญาเลยเหรอครับ? คุณไม่อยากไปดูสถานที่จริงก่อนเหรอ?"

ถึงเขาจะไม่เคยปิดการขายได้ด้วยตัวเอง แต่ก็เคยเห็นคนอื่นทำงานมาก่อน

ดูเหมือนว่าลูกค้าทั่วไปจะไม่ได้ตัดสินใจง่ายดายขนาดนี้นี่นา?

ส่วนใหญ่ต้องเดินดูเปรียบเทียบแล้วเปรียบเทียบอีก กว่าจะตัดสินใจซื้อ

แต่เธอกลับทำเหมือนมาเดินตลาดซื้อผักกาดขาวซะอย่างนั้น

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะเซ็นสัญญาแล้ว...

โอวอี้หานไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงย้อนถามกลับไปว่า

"คุณเคยไปดูที่นั่นหรือยังคะ? สภาพแวดล้อมกับผังห้องเป็นยังไงบ้าง?"

ต้วนหมิงรุ่ยตอบกลับทันที

"เคยสิครับ สภาพแวดล้อมดีเยี่ยมไร้ที่ติ ผังห้องก็จัดสรรพื้นที่ได้ลงตัวมาก ถ้าไม่ติดว่าเป็นที่ดินเพื่อการพาณิชย์ทำให้ติดตั้งแก๊สไม่ได้ ราคาแถวนั้นคงพุ่งขึ้นไปอีกเท่าตัวแน่นอน"

โอวอี้หานจึงสรุป

"งั้นก็ตกลงตามนี้ค่ะ ฉันเชื่อสายตาคุณ ไม่ต้องไปดูของจริงหรอก เซ็นสัญญากันเลยดีไหมคะ?"

ต้วนหมิงรุ่ยพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับ

"ตกลงครับ งั้นเดี๋ยวผมไปหยิบผังห้องมาให้คุณเลือกก่อน พอเลือกได้แล้วเราค่อยร่างสัญญากัน"

พูดจบ ต้วนหมิงรุ่ยก็วิ่งเหยาะๆ ขึ้นไปชั้นบน

ไป๋เสี่ยวเฟยที่อยู่ใกล้ๆ พอจะได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่

เมื่อรู้ว่าโอวอี้หานตั้งใจจะซื้อบ้านจริงๆ แถมยังจะซื้อทีเดียวสองยูนิต เธอก็รีบลุกขึ้นแอบตามต้วนหมิงรุ่ยขึ้นไปชั้นบนทันที

"เสี่ยวรุ่ย ลูกค้าคนนั้นเป็นยังไงบ้าง? เขาจะซื้อจริงเหรอ? จะซื้อห้องดูเพล็กซ์ที่ตี้หูเหรอ?"

ต้วนหมิงรุ่ยกำลังง่วนอยู่กับการค้นหาเอกสารผังห้อง จึงตอบไปโดยไม่ทันคิด

"ใช่ครับ เดี๋ยวผมจะเอาผังห้องลงไปให้เขาดู เลือกเสร็จก็ทำสัญญาได้เลย ขอบคุณนะพี่เสี่ยวเฟย ถ้าไม่มีพี่ ผมคงไม่ได้เจอลูกค้าใจป๋าขนาดนี้"

ดวงตาของไป๋เสี่ยวเฟยไหวระริก

"แหม! ขอบคุณอะไรกัน พี่ต่างหากที่ต้องขอบใจเธอที่ช่วยดูแลลูกค้าให้... เสี่ยวรุ่ย ไม่ต้องลำบากหรอก พี่จำผังห้องพวกนั้นได้แม่น ในเมื่อเขาตัดสินใจจะซื้อแล้ว เดี๋ยวพี่ลงไปคุยกับเขาเอง"

นิ้วมือที่กำลังหยิบเอกสารชะงักกึก ต้วนหมิงรุ่ยหันขวับกลับมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา

เขายิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน

"พี่เสี่ยวเฟย พี่หมายความว่ายังไงครับ?"

ไป๋เสี่ยวเฟยแสร้งทำเป็นไขสือ

"หมายความว่ายังไง?"

"พี่จะแย่งลูกค้าผมเหรอ?"

"เปล่านะ..." ไป๋เสี่ยวเฟยหัวเราะกลบเกลื่อน "แย่งลูกค้าอะไรกัน ก็เดิมทีเขาเป็นลูกค้าของพี่ พี่แค่ติดธุระเลยวานให้เธอ 'ช่วย' รับหน้าไปก่อน จำได้ไหม ตอนนั้นพี่ใช้คำว่า 'ช่วย' นะ พี่ไม่ได้ตกลงยกสิทธิ์การดูแลลูกค้าคนนี้ให้เธอสักหน่อย จริงไหม?"

เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เริ่มซุบซิบกัน...

"ดูสิ ไป๋เสี่ยวเฟยรังแกเด็กใหม่อีกแล้ว"

"ตอนแรกไม่อยากรับลูกค้าเอง พอเด็กใหม่ปิดการขายได้ก็จะมาทวงคืน หน้าไม่อายจริงๆ"

"เหอะ! หล่อนทำแบบนี้ครั้งแรกซะที่ไหน บางคนเพื่อเงินแล้วก็ทำได้ทุกอย่างโดยไม่สนศักดิ์ศรีนั่นแหละ"

"สงสารเด็กใหม่ชะมัด"

...

สีหน้าของต้วนหมิงรุ่ยย่ำแย่ลงทันที

เพราะเขานึกย้อนกลับไป ทุกครั้งที่ไป๋เสี่ยวเฟยโยนลูกค้าที่ตัวเองไม่อยากรับมาให้ มักจะใช้คำว่า "ช่วย" เสมอ

ถ้าอย่างนั้น หากก่อนหน้านี้เขาปิดการขายลูกค้าเหล่านั้นได้ ไป๋เสี่ยวเฟยก็จะใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้เพื่อแย่งยอดขายกลับไปงั้นหรือ?

เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก

ช่วย... ช่วยรับหน้า... หึ! หล่อนวางกับดักไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

มีแต่เขาที่เป็นไอ้โง่ ปฏิเสธไม่ลงเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมงาน ยอมให้หล่อนจิกหัวใช้เป็นเบี้ยล่าง

เขามันยังอ่อนหัดจริงๆ

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครอีก

"ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าที่ยอมซื้อบ้านกับผมเพราะผมหน้าตาหล่อครับพี่เสี่ยวเฟย ถ้าพี่ลงไป เขาอาจจะไม่ซื้อก็ได้นะ ถ้าไม่เชื่อ พี่ก็ตามลงไปถามเขาดูสิ"

พูดจบ ต้วนหมิงรุ่ยก็แค่นหัวเราะ เดินเบียดไหล่ไป๋เสี่ยวเฟยลงบันไดไปพร้อมกับเอกสารในมือ

ไป๋เสี่ยวเฟยกัดฟันกรอด เดินตามลงไปอย่างไม่ยอมแพ้

...

"คุณโอวครับ นี่ครับผังห้อง ตอนนี้อาคาร 6 เหลือห้องทิศเหนือใต้แค่ชั้น 8 กับชั้น 21 แต่ห้องทิศใต้ล้วนยังมีให้เลือกอีกเพียบเลยครับ ลองดูนะครับ"

ต้วนหมิงรุ่ยวางเอกสารลงตรงหน้าโอวอี้หาน แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามในท่าทีนอบน้อม

ไป๋เสี่ยวเฟยที่รีบวิ่งลงมาด้วยรองเท้าส้นสูงเห็นดังนั้น ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โอวอี้หานทันที

"คุณโอวคะ ตัดสินใจหรือยังคะว่าจะเอาแบบไหน? ถ้าชอบทิศเหนือใต้ ดิฉันแนะนำชั้น 21 ค่ะ วิวดีกว่าแล้วก็เสียงรบกวนน้อยกว่าด้วย"

เมื่อได้ยินเสียงแทรก โอวอี้หานก็เงยหน้าขึ้นมองไป๋เสี่ยวเฟย

หญิงสาวที่เมื่อกี้ทำท่าไม่อยากรับแขก ตอนนี้กลับกำลังฉีกยิ้มหวานหยดย้อยจนหน้าบานเป็นจานเชิง

จบบทที่ บทที่ 28: เล่ห์เหลี่ยมและการช่วงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว