เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ระหว่างกินอาหารไม่ควรพูดคุย

บทที่ 12 ระหว่างกินอาหารไม่ควรพูดคุย

บทที่ 12 ระหว่างกินอาหารไม่ควรพูดคุย


บทที่ 12

ระหว่างกินอาหารไม่ควรพูดคุย

ดีเหมือนกัน นางก็ต้องการถามองค์ชายรัชทายาทให้คลายสงสัยว่าจุดประสงค์ที่ไว้ชีวิตนางคืออะไรแน่

ร่างกายของอวี้ซินหรานดูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมาก แม้แต่การขยับเคลื่อนไหวยังดูมีพลังมากขึ้นเล็กน้อย

ทว่าอวี้ซีหยวนยังคงมีรูปลักษณ์ภายนอกไม่ไปจากเดิมนัก นางอุตส่าห์ทำความสะอาดสิวหนองและจุดกระดำกระด่างตามร่างกายและใบหน้า ทำให้ดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ถึงกระนั้นก็ยังดูน่ารังเกียจสำหรับผู้อื่นอยู่ดี

อวี้ซีหยวนไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องดังกล่าวมากนัก

ทั้งหมดนั่นล้วนเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของนาง พินิจมองแล้วรังเกียจก็แค่ละสายตา สำหรับผู้ที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งเช่นนาง ไม่ต้องการรักษาความสวยสดงดงามของใบหน้าอีกต่อไป

นางต้องการเพียงฟื้นฟูจุดตันเถียนของตนขึ้นมาใหม่ พยายามฝึกฝนให้เก่งกาจ แล้วหวนกลับไปแก้แค้นเท่านั้น

เมื่ออวี้ซีหยวนและอวี้ซินหรานมาถึง ลั่วจ้านชิงก็นั่งคอยอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ในมือถือหนังสือไว้เล่มหนึ่งขณะก้มอ่านไปพลาง ไม่ถือสากับการที่พวกนางสองพี่น้องมาพบช้ากว่าเวลาที่เชื้อเชิญ

อวี้ซินหรานมองไปยังลั่วจ้านชิงด้วยความรู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงแขนเสื้อของอวี้ซีหยวนพร้อมกล่าวกระซิบว่า “พี่สาว องค์ชายรัชทายาทรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการทีเดียว”

อวี้ซีหยวนนิ่งเงียบไม่ตอบคำใด ไม่พ้นวิสัยของสตรีจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม หากพินิจลั่วจ้านชิงโดยปราศจากอคติ การแต่งกายในวันนี้ของเขาค่อนข้างดีทีเดียว วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวราวหิมะ หากอวี้ซีหยวนจำไม่ผิด ด้ายที่ปักลวดลายอยู่บนเสื้อคลุมสีหิมะทั้งหมดล้วนเป็นดิ้นทองคำ บรรยากาศโดยรอบมีความผ่อนคลาย อย่างน้อยผู้ที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่เผยสีหน้าราวเป็นเซียนที่ไม่กินอาหารของโลกมนุษย์

อวี้ซีหยวนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ส่วนอวี้ซินหรานก็คอยดึงแขนเสื้อของอวี้ซีหยวนหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้พี่สาวเห็นด้วยกับสิ่งที่นางกล่าว

อวี้ซีหยวนจนปัญญา ได้แต่ถอนหายใจแล้วกล่าวตอบ “ใช่ ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น รูปร่างหน้าตาดี ผิวก็ขาวผ่องเป็นยองใย...” นางจงใจลดระดับเสียงลงขณะกล่าวประโยคท้าย อีกฝ่ายคือเจ้าบ้าน ส่วนพวกเรามีฐานะเป็นแขกรับเชิญ การนินทาในระยะเผาขนเช่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก

ทันทีที่นางกล่าวจบ ลั่วจ้านชิงเหลือบมองมาทางพวกนางด้วยสายตาประหนึ่งไม่ได้ตั้งใจมอง จากนั้นจึงปิดหนังสือลง หยิบตะเกียบขึ้นมาถือไว้ โดยไม่เชื้อเชิญให้อวี้ซินหรานและน้องสาวนั่งลงแต่อย่างใด

อวี้ซีหยวนจึงถือวิสาสะนั่งลงโดยตรง

นางเลือกอาหารในจานที่เรียงรายตรงหน้าแล้วใช้ตะเกียบคีบส่งให้อวี้ซินหราน เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ในวัยกำลังโต ไม่ควรปล่อยให้นางหิวโหย

ส่วนนางกำลังรอคอยให้ลั่วจ้านชิงพูดอะไรสักอย่าง...

เจ้าแห่งหยกโลหิต คนในโชคชะตา รวมถึงจุดประสงค์ที่เขาพาตนมาที่นี่ อวี้ซีหยวนต้องการทราบคำตอบทั้งหมด

ถึงแม้นางจะไม่เห็นรายละเอียดของหยกโลหิตอย่างชัดเจน แต่ทุกครั้งที่อวี้ซีหยวนตื่นขึ้น หยกโลหิตก็มักจะปรากฏขึ้นห้วงความคิดเป็นสิ่งแรก คงเป็นเพราะกลิ่นอายเก่าแก่ที่แผ่ออกมาจากหยกโลหิตชิ้นนั้น อย่างน้อยนางก็พอรู้อยู่บ้างว่าหยกโลหิตชิ้นนั้นถูกสร้างให้มีพื้นที่เก็บสมบัติอยู่ภายใน ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับเซียน หากไม่ใช่เพราะนางไม่สามารถฝึกตนได้ในขณะนี้ นางคงส่งกระแสจิตลงไปตรวจสอบภายในหยกโลหิตชิ้นนั้นนานแล้ว

ความคิดดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะกลิ่นอายของหยกโลหิตชิ้นนั้น ให้ความรู้สึกคุ้นเคยสำหรับอวี้ซีหยวนเป็นอย่างยิ่ง

และความรู้สึกคุ้นเคยดังกล่าว ก็เพียงพอแล้วที่จะกลืนกินสติปัญญาทั้งหมด ชวนให้นางเกิดความคิดซ้ำเดิมอยู่เสมอว่าต้อง ‘ช่วงชิงมันมาให้ได้!’

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าเหตุใดนางจึงตามหาลั่วจ้านชิงทันทีที่นางฟื้นคืนสติ

และตอนนี้นางก็ได้พบหน้าเขาแล้ว ทว่าลั่วจ้านชิงกลับจดจ่ออยู่กับการกินอาหารอย่างจริงจัง และไม่กล่าวอะไรสักคำ

อวี้ซีหยวนรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้านางแปลกประหลาดเกินไป จึงอดไม่ได้ที่จะโพล่งขึ้นว่า “องค์ชายรัชทายาท นี่...”

“ระหว่างกินอาหารไม่ควรพูดคุย”

อวี้ซีหยวน “...”

ดีมาก

จนกระทั่งมื้ออาหารเสร็จสิ้น ลั่วจ้านชิงจึงเงยหน้าขึ้นจากอาหารตรงหน้า เหลือบมองอวี้ซีหยวนและอวี้ซินหราน ถึงกระนั้นก็ยังไม่คิดเอื้อนเอ่ย

อวี้ซีหยวนเข้าใจความนัยที่เขาต้องการสื่อ นางเอื้อมมือไปลูบศีรษะอวี้ซินหราน แล้วกล่าวออก “ซินหราน พี่สาวและ    องค์ชายรัชทายาทมีเรื่องต้องปรึกษาหารือกัน เจ้ากลับไปที่ห้องเสียก่อน รอจนกว่าข้าจะกลับไปหาเจ้า เข้าใจหรือไม่?”

อวี้ซินหรานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จำใจพยักหน้า “พี่สาว ท่านโปรดระวังตัวด้วย” ขณะกล่าวเช่นนั้น สายตาของนางยังคงจับจ้องไปที่ลั่วจ้านชิงอย่างไม่ปล่อยวาง ท่าทางเต็มไปด้วยความหาญกล้า

ช่างเป็นการกล่าวเตือนที่โจ่งแจ้งกระไรเช่นนี้

จบบทที่ บทที่ 12 ระหว่างกินอาหารไม่ควรพูดคุย

คัดลอกลิงก์แล้ว