- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ ผมจะเป็นเทพที่ห้องฉุกเฉิน
- บทที่ 27 - อารมณ์บ่อจอยของหมอหลู่!
บทที่ 27 - อารมณ์บ่อจอยของหมอหลู่!
บทที่ 27 - อารมณ์บ่อจอยของหมอหลู่!
บทที่ 27 - อารมณ์บ่อจอยของหมอหลู่!
"คุณชายเผิง... ผมบอกแล้วไง... ถ้านายไม่อยากช่วยเปิดออเดอร์ยาหรือเขียนประวัติคนไข้ นายก็ไม่ต้องทำก็ได้"
"ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของไข้ ที่นี่คือแผนกฉุกเฉิน!!! คนไข้ศัลยกรรมของเราไม่ได้เยอะขนาดนั้น ลำพังผมคนเดียวดูแลไหว" หลู่เฉิงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หันหน้ามาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและสีหน้าเคร่งเครียด
เผิงคุนฟังแล้วก็อึ้งไปนิดหน่อย แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนให้เห็นสิวที่แก้มขวากระตุกเบาๆ "พี่ครับ ผมทำอะไรผิดอีกแล้วเหรอ?"
หลู่เฉิงตอบว่า "คนไข้รายนี้แค่โอเมพราโซลก็เอาอยู่แล้ว อีกอย่างคนไข้ใช้ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ด้วย ถ้าใช้ร่วมกับแพนโทพราโซลมันจะรบกวนการนำสัญญาณไฟฟ้าหัวใจได้"
"แต่โอเมพราโซลไม่มีความเสี่ยงตรงนี้"
"คุณชายเผิง คราวหน้าถ้านายจะเปลี่ยนยา ช่วยปรึกษาผมก่อนได้ไหม?"
"นี่มันกี่ครั้งแล้ว?"
เผิงคุนฟังจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ "จริงเหรอพี่?"
"พี่เฉิง คราวก่อนพี่บอกว่าแพนโทพราโซลผลข้างเคียงน้อยกว่า ผมก็นึกว่าวันนี้พี่พูดผิดจากแพนโทเป็นโอเมซะอีก"
"แพนโทพราโซลใช้ร่วมกับยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะแล้วจะเพิ่มความเสี่ยงเหรอ? แล้วโอเมไม่เป็นไรเนี่ยนะ?"
หมอในโรงพยาบาลอำเภอส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจาะลึกทฤษฎีการใช้ยาทางศัลยกรรมละเอียดขนาดนี้ แต่เผิงคุนเคยอยู่โรงพยาบาลเซียงหย่าแห่งที่สองมาก่อน ศาสตราจารย์หลี่กับศาสตราจารย์จูแห่งแผนกเวชศาสตร์การกีฬาใส่ใจเรื่องนี้มาก เขาเลยพอจะมีความละเอียดอยู่บ้าง
ความจำของเผิงคุนย่อมไม่ดีเท่าหลู่เฉิง พอเปิดดูเอกสารกำกับยาของแพนโทพราโซลที่ยาวเหยียด ก็เจอช่องคำเตือนความเสี่ยงเฉพาะของแพนโทพราโซลเข้าจริงๆ
ต้องระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะกลุ่ม IA/III !!
หลู่เฉิงทำหน้านิ่ง แล้วโทรหาเคาน์เตอร์พยาบาลทันที "พี่ฟางครับ ช่วยยกเลิกคำสั่งยาโอเมพราโซลของเตียง 3 ให้หน่อยครับ เดี๋ยวผมจะแก้ตัวยา..."
เมื่อคำสั่งแพทย์ถูกส่งออกไป ฝ่ายการพยาบาลจะกดรับงาน พอพยาบาลกดรับแล้ว หมอจะแก้เองตามใจชอบไม่ได้ ต้องให้พยาบาลกดยกเลิกก่อน
"อ๋อ... ได้จ้ะ พ่อคนช่างบ่น!" เจิงหวงฟางชินแล้วที่เวลาเข้าเวรกับหลู่เฉิงทีไร เขาจะจุกจิกเรื่องพวกนี้ตลอด แต่เพราะหลู่เฉิงคุยง่าย เธอเลยกล้าล้อเล่น
"รบกวนหน่อยนะครับพี่ฟาง ออเดอร์ที่ผมสั่งไป รบกวนรอสักสิบนาทีค่อยกดรับนะครับ ผมอาจจะต้องพิจารณาอีกรอบ" หลู่เฉิงบอก
"จ้า... รู้แล้วจ้า... พ่อคุณเอ๊ย... ไม่รู้จะเจาะรายละเอียดอะไรนักหนา คนอื่นเขาก็ใช้ๆ กันไปทั้งนั้น"
"กดดันตัวเองเกินไปรึเปล่าเรา?" เจิงหวงฟางแนะนำด้วยความหวังดี
พ่อหนุ่ม นายก็แค่ทำงานรับเงินเดือน ใช้ยาตามมาตรฐานก็พอแล้ว ใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิมขนาดนี้ คนไข้ก็ไม่ได้มาขอบคุณนายเป็นพิเศษหรอก จะไปเปลืองสมองทำไมกัน?
หลู่เฉิงไม่ได้ตอบโต้ ยังคงพิจารณาคำสั่งการรักษาอย่างละเอียดลออ เพราะทักษะเภสัชวิทยาของเขายังอยู่แค่ระดับ [เชี่ยวชาญ] การใช้ยาบางตัวที่ไม่คุ้นเคยเลยต้องเปิดคัมภีร์ยาเช็คเพื่อความชัวร์...
เผิงคุนอ่านฉลากยาจนมั่นใจว่าหลู่เฉิงพูดถูก ก็ถามด้วยสีหน้าลำบากใจ "พี่เฉิง พี่ท่องฉลากยาที่ใช้บ่อยได้ทุกตัวอักษรเลยเหรอ?"
"ตัวที่ใช้บ่อยก็ต้องจำบ้างแหละคุณชายเผิง ผมไม่ได้อยากจะบ่นนะ"
"แต่ในเอกสารกำกับยามันเขียนไว้ ถึงแพนโทพราโซลจะมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมา การจัดการมันยุ่งยากมาก"
"ในแนวทางเวชปฏิบัติอาจจะยังไม่อัปเดต ถึงเกิดเรื่องขึ้นมาเราก็คงไม่ผิด แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวนี่นา" หลู่เฉิงอธิบายไปประโยคหนึ่ง
เผิงคุนกับเขาถือว่าเข้ากันได้ดี ต่อหน้าก็เกรงใจกันตามมารยาท
เรื่องดีๆ ที่หัวหน้าเผิงหามาประเคนให้ลูกชาย เผิงคุนก็แค่ไม่ปฏิเสธเท่านั้น
โบราณว่าไว้ยื่นมือไม่ตบคนหน้ายิ้ม ถ้าเผิงคุนไม่ได้เล่นสกปรก หลู่เฉิงก็ไม่รังเกียจที่จะมี 'เพื่อนกิน' เพิ่มมาอีกคน
ระหว่างที่คุยกัน โทรศัพท์ของหลู่เฉิงก็ดังขึ้น
"หลู่เฉิง มีเคสเส้นเอ็นขาดหลายเส้นเข้ามา นายมาดูหน่อยสิ..."
"ได้ครับ เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้แหละ!" หลู่เฉิงรับคำแล้วรีบสั่งยาที่เตรียมไว้ในใจให้คนไข้รายเดิมอย่างรวดเร็ว
คำสั่งยาพวกนี้จริงๆ อาจจะเกลาให้ละเอียดกว่านี้ได้อีก อาจจะปรับแต่งได้อีกนิดหน่อย แต่ในเมื่อเวลาไม่พอ ทางเลือกที่ดีที่สุดที่คิดไว้ก่อนหน้าก็ถือว่าดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว
พอกดยืนยัน ก็ได้แต้มทักษะมาอีก 0.4 แต้ม เหมือนเนื้อยุงแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
...
หน้าอ่างล้างมือนอกห้องผ่าตัดแผนกฉุกเฉิน น้ำอุ่นไหลซู่อาบล้างท่อนแขนของหลู่เฉิงและเผิงคุนจนน้ำกระเซ็นเสียงดังเปาะแปะ
เผิงคุนยิ้มประจบอย่างกระตือรือร้น "พี่เฉิง เคสเอ็นขาดหลายเส้นนี่ ให้ผมลองมือหน่อยได้ไหม?"
สีหน้าของหลู่เฉิงเย็นชา น้ำเสียงเยือกเย็น "มันเป็นเส้นเอ็นที่ต้นแขนทั้งนั้น ตอนนี้นายยังทำไม่ได้"
"รอให้นายฝึกพื้นฐานให้แน่นกว่านี้ก่อน ค่อยมาลงสนามจริง"
เผิงคุนตื๊อต่อ "ก็พื้นฐานมันพัฒราช้าจะตายนี่นา... ผมไม่ได้ผ่าตัดมาตั้งนานแล้ว คันไม้คันมือจะแย่ จริงๆ มันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละน่า"
พื้นฐานของเผิงคุน ยังห่างจากการเย็บดึงสายรัดห้ามเลือดอยู่อีกก้าวหนึ่ง
แต่ไอ้ก้าวเดียวนี่แหละที่เผิงคุนข้ามไม่พ้นสักที
"คล้ายกันก็คือยังไม่เหมือน... คุณชายเผิง ผมรับประกันความผิดพลาดให้นายไม่ได้หรอกนะ"
"ถ้านายไม่อยากเข้าเคส เดี๋ยวผมเรียกเวรผ่าตัดมาแทน..." น้ำเสียงของหลู่เฉิงราบเรียบ ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น พูดจบก็เดินเข้าห้องผ่าตัดไป
เผิงคุนมาแผนกฉุกเฉินในฐานะผู้ติดตาม แม้จะมี 'ตำแหน่ง' และสิทธิ์ในการผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็น แต่ถ้าเขาดื้อดึงจะเป็นคนผ่า หลู่เฉิงคงชิ่งหนีแน่ๆ...
การผ่าตัดดำเนินไปตามปกติ หลู่เฉิงยืนตำแหน่งมือหนึ่งอย่างเคร่งขรึม เผิงคุนแทบไม่มีช่องให้แทรก...
"พี่เฉิง พี่เฉิง... หยวนๆ หน่อยน่า ครั้งหน้า ครั้งหน้าผมขอเย็บแค่ครึ่งเส้นก็ได้ ให้ผมได้สัมผัสรสชาติหน่อยเถอะ" พอผ่าตัดเสร็จ ส่งคนไข้กลับออกไปแล้ว เผิงคุนก็เริ่มส่งสัญญาณอีกรอบ
เผิงคุนพยายามเอาใจหลู่เฉิงตลอดการผ่าตัด แต่หลู่เฉิงก็นิ่งสนิทไม่ไหวติง จนพยาบาลโรมมิ่งยังทนดูไม่ไหว "หมอหลู่ ใจดำจังเลยนะคะ..."
"คุณชายเผิงขอร้องขนาดนี้ ให้เขาเย็บสักไม่กี่เข็มคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?"
หลู่เฉิงหันไปถามกลับ "เสวี่ยเสวี่ย งั้นคราวหน้าผมไม่เข้าห้องผ่าตัดแล้ว ให้เธอกับคุณชายเผิงเปิดห้องกันเองสองคนเอาไหม?"
เสวี่ยเสวี่ยเงียบกริบทันที ยืนอ้าปากค้างมองหลู่เฉิงเดินออกไป รอจนแผ่นหลังของเขาหายไปสิบกว่าวินาที เสวี่ยเสวี่ยถึงได้กะพริบตาปริบๆ "หมอหลู่นี่อกหักหรือกินรังแตนมาเนี่ย?"
"พูดจาขวานผ่าซากชะมัด ฉันก็แค่เสนอแนะเฉยๆ เอง"
เผิงคุนเกาหัวยิ้มแหยๆ พูดว่า "เสี่ยวเสวี่ย ช่วงนี้พี่เฉิงอารมณ์ไม่ค่อยดีจริงๆ สงสัยเมนส์ผู้ชายจะมา อย่าไปแหย่แกเลย"
"ในแผนก นอกจากศาสตราจารย์เฉินกับญาติคนไข้แล้ว ช่วงนี้หลู่เฉิงคุยกับใครก็เย็นชาไปหมด"
"ผู้ชายก็งี้แหละ มีวันนั้นของเดือนเหมือนกัน..."
เสวี่ยเสวี่ยค้อนขวับใส่เผิงคุน "มั่วแล้ว ผู้ชายจะมีเมนส์ได้ไง ฉันฟันธงเลย หมอหลู่อกหักชัวร์"
เผิงคุนส่ายหน้า "เป็นไปไม่ได้ หลู่เฉิงไม่มีแฟนสักหน่อย"
เสวี่ยเสวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย "คุณชายเผิง เย็บเส้นเอ็นมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"คุณอ้อนวอนขนาดนี้หลู่เฉิงยังไม่ให้โอกาส? ไม่ไว้หน้ากันเกินไปหน่อยมั้ง?"
เผิงคุนยิ้มขมขื่นอย่างจนใจ "พ่อผมน่ะไว้หน้าผมแน่ แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา คนไข้กับญาติเขาไม่ไว้หน้าผมหรอกนะ?"
"จะโทษหลู่เฉิงก็ไม่ได้..."
ถ้าเผิงคุนไม่เคยเจ็บตัวมาก่อน ก็คงไม่พูดจาถ่อมตนขนาดนี้ แต่คราวที่แล้วทำเส้นเอ็นขาดคาเตียงจนพ่อเขาต้องวิ่งวุ่นไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น โดนหยามหน้ามาแล้วรอบหนึ่ง เผิงคุนยังไม่หลุดพ้นจากปมในใจนั้นเลย
เทคนิควิชา ของที่หายากถึงเรียกว่าเทคนิค ของโหลๆ ที่ใครก็ทำได้จะเรียกว่าเทคนิคได้ไง? ของโหลๆ มันไม่มีราคาหรอก
[จบแล้ว]