- หน้าแรก
- สิบราชาแห่งนรกในทวีปโต่วหลัว ข้าคือจักรพรรดิแห่งยมโลก
- บทที่ 10 - เชียนเหรินเสวี่ย, วิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์
บทที่ 10 - เชียนเหรินเสวี่ย, วิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์
บทที่ 10 - เชียนเหรินเสวี่ย, วิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์
บทที่ 10 - เชียนเหรินเสวี่ย, วิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์
สามวันต่อมา นิ่งหรงหรงและตู๋กูเยี่ยนต่างก็หลอมรวมสมุนไพรเซียนจนสมบูรณ์
“น้องชายชิวหยาง ดูเจ้าสิ เหงื่อท่วมหัวเลย พี่สาวเช็ดให้ดีกว่า”
เหงื่อที่ท่วมหัวนิ่งชิวหยางเกิดจากการที่เขากำลังเรียนวิชาหมัดกับวิญญาณตนหนึ่ง วิญญาณตนนี้มีทักษะวิญญาณที่สร้างขึ้นเองเป็นวิชาหมัดมวย
นิ่งชิวหยางคิดว่าตนเองยังขาดทักษะการต่อสู้ระยะประชิด สามวันที่ผ่านมาจึงฝึกฝนหมัดปืนใหญ่สามจักรพรรดินี้ตลอด
หลังจากหลอมรวมสมุนไพรเซียน ผมของตู๋กูเยี่ยนยาวขึ้นเล็กน้อย ทำให้บุคลิกของนางดูอ่อนหวานขึ้นมาก
ตอนที่นางขยับเข้ามาใกล้เพื่อใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้นิ่งชิวหยาง กลิ่นหอมจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูกนิ่งชิวหยาง
นิ่งหรงหรงออกมาเห็นฉากที่ทั้งสองคนตัวติดกันพอดี
“นิ่งชิวหยาง พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ?”
ตู๋กูเยี่ยนเก็บผ้าเช็ดหน้าอย่างไม่รีบร้อน
“น้องสาวหรงหรงสินะ เมื่อกี้ชิวหยางฝึกวิชาจนเหงื่อท่วม พี่สาวเลยช่วยเช็ดให้”
นิ่งหรงหรงเบะปาก ทำหน้าไม่พอใจ
เดิมทีหลอมรวมสมุนไพรเซียน พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะ นางกำลังดีใจอยู่เชียว นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ จะมีผู้หญิงผมม่วงโผล่มา แถมยังสนิทสนมกับนิ่งชิวหยางขนาดนี้
นิ่งหรงหรงยังเด็ก ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้ รู้แค่ว่าพี่สาวคนนี้ดูน่าหมั่นไส้นิดหน่อย
ตู๋กูเยี่ยนเลิกคิ้วอย่างลับๆ
ยัยเด็กกะโปโล จะมาเทียบรัศมีพี่สาวคนนี้ได้ยังไง?
นิ่งชิวหยางพลันสัมผัสได้ถึงลางร้าย
คุณพระช่วย เขาเพิ่งจะหกขวบเองนะ ต้องมาเจอศึกชิงนางเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
เมื่อเห็นนิ่งเฟิงจื้อเดินมา นิ่งชิวหยางรีบพูดว่า:
“ท่านอานิ่ง พวกเราไปกันได้หรือยังขอรับ?”
“อื้ม เราจะแวะผ่านนครเทียนโต่วก่อน เพื่อเติมเสบียง แล้วค่อยออกเดินทางไปป่าซิงโต่ว”
นิ่งเฟิงจื้ออารมณ์ดีมาก
หอแก้วเจ็ดสมบัติของนิ่งหรงหรงกลายเป็นหอแก้วเก้าสมบัติ ทะลายขีดจำกัดที่สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติมีมาตลอด แถมยังได้ตู๋กูโป๋ที่เป็นราชทินนามพรหมยุทธ์มาเป็นผู้อาวุโส ความเจริญรุ่งเรืองของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า
ระหว่างทางไปนครเทียนโต่ว นิ่งหรงหรงคอยเบียดเสียนิ่งชิวหยางตลอดเวลา เหมือนกลัวว่าใครจะมาแย่งเขาไป
เล่นเอาพรหมยุทธ์กระบี่และพรหมยุทธ์กระดูกกัดฟันกรอดๆ
เมื่อมาถึงนครเทียนโต่ว ตู๋กูโป๋เป็นคนแรกที่ขอตัวลา
พลังวิญญาณของตู๋กูเยี่ยนทะลุระดับสามสิบแล้ว เขาจะพาตู๋กูเยี่ยนไปแหล่งล่าสัตว์วิญญาณของตระกูลตู๋กู เพื่อช่วยนางหาวงแหวนที่สาม
จากนั้นเขาจะรอให้นิ่งชิวหยางและคณะกลับมา แล้วค่อยกลับสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติพร้อมกัน
“ท่านอาจารย์ ท่านมานครเทียนโต่ว ทำไมไม่บอกข้าสักคำล่ะขอรับ?”
เข้าเมืองมาไม่นาน พวกนิ่งชิวหยางก็ได้พบกับเด็กหนุ่มสวมชุดหรูหรา
นิ่งชิวหยางเงยหน้าขึ้นทันควัน หรือว่าจะเป็น……
เป็นอย่างที่คิด นิ่งเฟิงจื้อกล่าวว่า “ที่แท้ก็องค์รัชทายาท ข้าแค่ผ่านมาทางนครเทียนโต่ว ไม่นึกว่าจะได้เจอท่านที่นี่”
“ท่านเป็นอาจารย์ของข้า เรียกชื่อข้าก็พอขอรับ อย่าเรียกองค์รัชทายาทเลย”
นิ่งชิวหยางพิจารณาเสวี่ยชิงเหออยู่สองสามที ตอนนี้เสวี่ยชิงเหอคงจะเป็นเชียนเหรินเสวี่ยแล้วสินะ?
นิ่งเฟิงจื้อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์เทียนโต่ว เพื่อดึงดูดสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ จักรพรรดิองค์ปัจจุบันแห่งเทียนโต่วจึงให้เสวี่ยชิงเหอกราบไหว้นิ่งเฟิงจื้อเป็นอาจารย์
ความประทับใจแรกที่เสวี่ยชิงเหอมีต่อนิ่งชิวหยาง คือเด็กหนุ่มรูปงาม กิริยาท่าทางผ่าเผยสมสง่า สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์
“นี่คงเป็นน้องหรงหรงสินะ ตอนเจ้ายิ่งเด็ก อาจารย์เคยพาเจ้ามาครั้งหนึ่ง เจ้าอาจจะจำไม่ได้แล้ว”
เสวี่ยชิงเหอ หรือเชียนเหรินเสวี่ย มีทักษะการเข้าสังคมที่ยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ แม้แต่กับเด็ก ก็ไม่ละเลย
“แล้วน้องชายคนนี้คือ?” เสวี่ยชิงเหอมองนิ่งชิวหยางแล้วเอ่ยถาม
ความจริงนางอยากถามตั้งแต่แรกแล้ว
วินาทีแรกที่นางเห็นนิ่งชิวหยาง วิญญาณยุทธ์ของนางก็สั่นไหวเบาๆ
ความสั่นไหวนี้ไม่ใช่อาการต่อต้านโดยสัญชาตญาณเมื่อวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์เจอกับวิญญาณยุทธ์ชั่วร้าย แต่ก็เรียกได้ว่าไม่ค่อยจะเป็นมิตรนัก บอกได้แค่ว่าวิญญาณยุทธ์ของนางเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ต้องรู้ไว้ว่าวิญญาณยุทธ์ของนางคือสุดยอดวิญญาณยุทธ์แห่งแผ่นดินโต้วหลัว พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดระดับยี่สิบ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
การเปลี่ยนแปลงของวิญญาณยุทธ์จะเป็นดีหรือร้าย เชียนเหรินเสวี่ยไม่รู้ แต่นางสงสัยในตัวนิ่งชิวหยางมาก
นิ่งเฟิงจื้อแนะนำสั้นๆ ว่า:
“เขาชื่อนิ่งชิวหยาง เป็นศิษย์ของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติเราเช่นกัน”
“โอ้? การที่ท่านอาจารย์พาติดสอยห้อยตามมาด้วย พรสวรรค์ของน้องชิวหยางต้องสูงมากแน่ๆ”
“ก็งั้นๆ พอถูไถไปได้” นิ่งเฟิงจื้อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
คนของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติเชียนเหรินเสวี่ยเห็นมาเยอะแล้ว แต่ไม่เคยมีใครทำให้วิญญาณยุทธ์นางสั่นไหวได้
ตอนนี้นางอยู่ในฐานะเสวี่ยชิงเหอ จึงไม่สะดวกที่จะซักไซ้ไล่เลียง ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ก่อน
“ท่านอาจารย์ ท่านบอกว่าแค่ผ่านทางนครเทียนโต่ว มีอะไรให้ศิษย์ช่วยไหมขอรับ?”
“ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก พวกเรากำลังจะไปแล้ว”
นิ่งเฟิงจื้อไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไร เชียนเหรินเสวี่ยก็รู้กาละเทศะ ไม่ถามเซ้าซี้
“ถ้าเช่นนั้น ศิษย์ไม่รบกวนเวลาท่านอาจารย์แล้ว ไว้ท่านมีเวลา ศิษย์ค่อยไปขอคำชี้แนะ”
พูดกับนิ่งเฟิงจื้อเสร็จ นางก็หันไปพูดกับนิ่งหรงหรงและนิ่งชิวหยาง: “หรงหรง ชิวหยาง ถ้าอยากมาเที่ยวที่นครเทียนโต่ว ก็มาหาพี่ชายได้นะ”
“อื้ม” นิ่งหรงหรงตอบแบบงงๆ
นางไม่ได้รู้สึกดีหรือแย่กับเสวี่ยชิงเหอ แต่สนใจเรื่องออกไปเที่ยวมาก และสนใจเรื่องไปเที่ยวกับนิ่งชิวหยางมากกว่า
หลังจากเชียนเหรินเสวี่ยจากไป นางก็ตรงดิ่งกลับวังหลวง
เมื่อเข้าสู่ห้องลับสำหรับฝึกฝน เชียนเหรินเสวี่ยก็เรียกวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ของนางออกมาทันที
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”
เชียนเหรินเสวี่ยพบว่าปลายปีกข้างหนึ่งของวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีกของนาง กลับกลายเป็นสีดำราวกับเปื้อนหมึก
เชียนเหรินเสวี่ยเก็บวิญญาณยุทธ์ แล้วปล่อยออกมาใหม่
ปลายปีกสีดำนั้นยังคงดำสนิท เมื่อเทียบกับขนนกสีขาวบริสุทธิ์ส่วนอื่น มันช่างดูขัดตาเหลือเกิน
เชียนเหรินเสวี่ยเริ่มตื่นตระหนกนิดๆ
เรื่องวิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์แม้นางจะไม่เคยเห็นกับตา แต่ก็เคยได้ยินมาไม่น้อย
วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีกของนางคือวิญญาณยุทธ์ระดับท็อป เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างและความบริสุทธิ์
แต่ตอนนี้แสงสว่างนั้นแปดเปื้อนความมืด ความบริสุทธิ์ปะปนไปด้วยความหม่นหมอง
นอกจากสีของวิญญาณยุทธ์ที่เปลี่ยนไป ตอนนี้เชียนเหรินเสวี่ยยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอื่น ไม่ว่าจะเป็นพลังวิญญาณหรือทักษะวิญญาณ ก็ยังใช้ได้ตามปกติ
“หรือว่าการเปลี่ยนแปลงของวิญญาณยุทธ์ยังไม่มากพอ?”
เชียนเหรินเสวี่ยหวนนึกถึงภาพของนิ่งชิวหยาง
“เด็กที่เพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์คนนั้น สามารถส่งผลกระทบต่อวิญญาณยุทธ์ของข้าได้ขนาดนี้เชียวหรือ? ถ้าทั้งสองคนอยู่ใกล้กันนานกว่านี้ วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ของข้าจะกลายเป็นสีดำทั้งตัวเลยไหมเนี่ย?”
ต้องหาสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้
เชียนเหรินเสวี่ยเปิดห้องลับ พูดกับความว่างเปล่าว่า: “ใครก็ได้”
คนชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นทันที
“นายน้อย”
“เจ้ารีบกลับไปที่สำนักวิญญาณยุทธ์ด่วน ตรวจสอบดูว่าสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง ที่สำคัญที่สุด ตรวจสอบที่มาที่ไปของนิ่งชิวหยางแห่งสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ และวิญญาณยุทธ์ของเขาคืออะไร”
“ขอรับ”
คนคนนั้นรับคำสั่ง แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เชียนเหรินเสวี่ยยืนเงียบอยู่กับที่เนิ่นนาน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างนอก: “องค์รัชทายาท ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
เชียนเหรินเสวี่ยปรับอารมณ์ทันที วินาทีถัดมา เสวี่ยชิงเหอผู้สง่างามก็กลับมาอีกครั้ง
(จบแล้ว)