- หน้าแรก
- ราชันย์เหนือโลกสมบูรณ์
- บทที่ 17 : ขโมยไข่
บทที่ 17 : ขโมยไข่
บทที่ 17 : ขโมยไข่
บทที่ 17 : ขโมยไข่
หนึ่งเดือนให้หลัง ณ ส่วนลึกของเทือกเขาดึกดำบรรพ์
บนกิ่งก้านของต้นไม้โบราณขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 6-7 เมตร ร่างเล็กที่ห่อหุ้มด้วยหนังศัตวร้ายสีดำกำลังนอนราบแน่นิ่งราวกับรูปปั้น
มิหนำซ้ำ แสงเทพสามสีจางๆ ยังไหลเวียนห่อหุ้มรอบกายของ 'เจ้าเด็กแสบ' เอาไว้ ตัดขาดกลิ่นอายของเขาออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ หากมองเผินๆ แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นเด็กมนุษย์คนหนึ่ง
"ทำไมมันยังไม่ยอมไปเสียทีนะ?!"
บนกิ่งไม้ใหญ่ เจ้าหินน้อยลอบชำเลืองมองรังนกสีทองขนาดมหึมากว่า 10 เมตรที่อยู่เหนือศีรษะ แล้วค่อยๆ หมอบลงอย่างใจเย็น
เมื่อ 3 วันก่อน เขาบังเอิญพบรังนกสีทองอร่ามนี้เข้า ในฐานะ 'เจ้าเด็กแสบ' การไม่ขึ้นไปรื้อค้นรังนกถือเป็นความอัปยศอดสูและบาปมหันต์ เขาจึงตัดสินใจจะลงมืออย่างเด็ดขาด
ทว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต จังหวะที่กำลังจะลงมือ พญาปักษาทองคำตัวหนึ่งก็บินโฉบมาจากที่ไกลๆ ด้วยปีกที่กว้างราว 20 เมตร เพียงแค่มันกวาดตามองแวบเดียว เขาก็ต้องรีบสงบเสงี่ยมเจียมตัวทันที
พญาปักษาตนนั้นแข็งแกร่งเกินไป เพียงแค่เสียงร้องเดียวก็ทำเอาขุนเขาสั่นสะเทือน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์แม้จะอยู่ห่างไกล หากตอนนั้นเขาไม่อยู่ที่อีกด้านหนึ่งของต้นไม้ คงต้องรีบเผ่นหนีไปนานแล้ว
จนถึงตอนนี้เขานอนหมอบอยู่บนต้นไม้มา 3 วันเต็ม แต่พญาปักษาตนนั้นดูจะมีความอดทนเป็นเลิศและไม่ยอมขยับไปไหน ทำเอาเจ้าเด็กแสบตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แต่เขาเลือกที่จะเดิมพัน พญาปักษาตนนั้นใช้ปราณและอักขระของตนในการฟักไข่ ดูเหมือนมันเพิ่งจะวางไข่ได้ไม่นาน ซึ่งช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่มันอ่อนแอที่สุด เจ้าหินน้อยไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่ออกไปหากิน
ความจริงแล้วสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง หนึ่งวันต่อมา พญาปักษาทองคำก็กางปีกบินออกจากรัง ด้วยกลิ่นอายและแรงกดดันที่หลงเหลืออยู่ สัตว์อสูรที่อ่อนแอไม่กล้าเข้าใกล้ นี่คืออำนาจแห่งสายเลือด และเป็นเหตุผลที่มันกล้าทิ้งรังไป
"ฮี่ๆๆ..."
พอเห็นพญาปักษาบินไปไกล เจ้าหินน้อยก็หัวเราะร่าอย่างเจ้าเล่ห์ เขาใช้ทั้งมือและเท้าปีนป่ายอย่างคล่องแคล่ว พุ่งตรงไปยังรังนกเหนือศีรษะ เขารอคอยโอกาสนี้มาถึง 4 วันเต็มๆ
แม้ภายนอกรังนกจะดูใหญ่โต แต่ภายในกลับลึกและกว้างขวาง ปูด้วยพืชวิญญาณแห้งนุ่มๆ มากมาย ให้ความรู้สึกสบายและอบอุ่นราวกับอาบแสงตะวัน ดูเหมือนว่าในบรรดาสมุนไพรเหล่านั้นจะมีพืชวิญญาณธาตุหยางปะปนอยู่ด้วย
เจ้าหินน้อยไม่สนใจความวิเศษพิสดารของรังนก ทันทีที่ขึ้นมาถึง สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ไข่นกใบยักษ์สูงกว่า 1 เมตรที่ส่องแสงเรืองรองอยู่ตรงกลาง
ไข่นกใบนี้ดุจดั่งเพชรคริสตัลสีทอง ปกคลุมด้วยลวดลายสีทองอร่าม สีสันสดใสเจิดจ้า ลำแสงสีทองพุ่งออกมาเป็นระยะ แม้จะยังเป็นเพียงตัวอ่อน แต่กลับแผ่ไอพลังชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างชัดเจน บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา
ไม่ต้องคิดให้มากความ นี่ต้องไม่ใช่ของสามัญแน่นอน เจ้าหินน้อยถึงกับสงสัยว่าสายเลือดของพญาปักษาตนนี้เกิดการผ่าเหล่ากลับไปสู่บรรพบุรุษหรือไม่ มิเช่นนั้นจะมีความพิเศษขนาดนี้ได้อย่างไร?
"พญาปักษาตนนี้แม้จะมีสายเลือด 'เผิง' เจือจาง แต่ก็นับเป็นทายาทอสูรบรรพกาลขนานแท้ นึกไม่ถึงว่าสายเลือดจะเข้มข้นน่าตื่นตะลึงขนาดนี้ งานนี้กำไรเห็นๆ!"
เจ้าหินน้อยจ้องมองไข่นกใบยักษ์จนน้ำลายแทบหก เขาถลันเข้าไปโอบอุ้มไข่นกที่สูงท่วมหัว ทันใดนั้นร่างกายก็สั่นสะท้าน พลังเทพพวยพุ่ง ก่อนจะกระโดดลงจากต้นไม้ทันที
"ตูม!"
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เจ้าหินน้อยลงสู่พื้นจนเกิดหลุมลึก แต่เขาหาได้สนใจไม่ รีบดึงขาที่จมลงไปในดินขึ้นมาแล้วใส่ตีนผีวิ่งหนีสุดชีวิต
"ครืน!"
จู่ๆ เสียงร้องของวิหคที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังสนั่นกึกก้องมาจากส่วนลึกของเทือกเขาดึกดำบรรพ์ ตามมาด้วยจิตสังหารอันรุนแรงที่ถาโถมดุจกระแสน้ำ กวาดล้างไปทั่วฟ้าดินในพริบตา
"มันทิ้งตราประทับไว้บนไข่รึเปล่าเนี่ย?" เจ้าหินน้อยเหลียวหลังกลับไปมอง หนังศีรษะชาวาบ แล้วเร่งความเร็วฝีเท้าขึ้นอีก
ลึกเข้าไปในเทือกเขา สายฟ้าสีทองพุ่งดิ่งลงมา อานุภาพทำลายล้างทำให้ภูเขาสั่นไหว สัตว์อสูรแตกตื่นหนีตาย พลังเทพดุจมหาสมุทรสีทองก่อตัวเป็นพายุสะท้านโลก ทำให้ห้วงมิติสั่นคลอนราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ข้าตายแน่!" เจ้าหินน้อยร้องโวยวาย
แม้จะอยู่ห่างไกลนับหมื่นลี้ แต่เขาก็ยังรู้สึกเสียววาบที่แผ่นหลัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพญาปักษาตนนั้นล็อกเป้าเขาไว้แล้ว และกำลังบินไล่ล่ามาอย่างบ้าคลั่ง!
"นี่เจ้าบีบคั้นข้าเองนะ!"
ขนทั่วร่างของเจ้าหินน้อยลุกชัน แสงเทพสามสีปะทุขึ้นห่อหุ้มทั้งตัวเขาและไข่นกที่อุ้มอยู่ เพื่อตัดขาดกลิ่นอายและปิดกั้นการรับรู้ของพญาปักษา
พร้อมกันนั้น เขาเร่งความเร็วสูงสุด วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปตามผืนป่า แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจสลัดการไล่ล่าพ้น ระยะห่างระหว่างทั้งสองหดสั้นลงเรื่อยๆ
"แม่จ๋า! ข้ายังเด็กอยู่นะ!"
"แกว๊ก!"
จังหวะนั้นเอง เจ้าหินน้อยเงยหน้ามองท้องฟ้าเบื้องหน้าห่างไปราว 1 ลี้ แล้วก็ต้องขนลุกซู่ "อินทรีอัสนีทองคำ... หน้าตาคุ้นๆ แฮะ เหมือนข้าเพิ่งกินไข่ของเผ่าพันธุ์มันไป 2 ใบเมื่อไม่กี่วันก่อน... คราวนี้ข้าถึงคราวตายจริงๆ แล้ว!"
เป็นที่รู้กันว่าสายตาของเผ่าพันธุ์อินทรีนั้นเฉียบคมน่ากลัว ยิ่งบวกกับเขากำลังถูกพญาปักษาทองคำไล่ล่า เป้าหมายจึงเด่นชัดเกินไป ไม่มีทางที่จะไม่ถูกสังเกตเห็น
"เปรี้ยง!"
ดวงตาของอินทรีอัสนีทองคำส่องแสงอำมหิต อักขระกะพริบไหวทั่วร่าง พลังสายฟ้าปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าขนาดเท่าถังน้ำพุ่งจากระยะ 1 ลี้ เข้าใส่เจ้าหินน้อยที่กำลังวิ่งหนีอย่างจัง!
เจ้าหินน้อยบ่นอุบในใจ ดวงซวยชะมัด เขาต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้ายักษ์นับสิบสาย จึงเริ่มโยกหลบซ้ายทีขวาที โชว์สเต็ปเทพ 'ท่าร่างงูเลื้อย' ในตำนาน!
พร้อมกันนั้น เงามายาแห่งหงส์เพลิงก็ปรากฏขึ้นบนร่าง แล้วหลอมรวมเข้ากับตัวเขาในพริบตา เปลี่ยนร่างเขาให้กลายเป็นหงส์เพลิงขนาด 2-3 เมตร ความเร็วพุ่งทะยานสูงขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ
"นั่นมัน... วิชาลับหงส์เพลิงที่แท้จริงหรือ?"
วินาทีนี้ ไม่ว่าจะเป็นอินทรีอัสนีทองคำหรือพญาปักษาทองคำที่อยู่ไกลออกไป เมื่อเห็นร่างหงส์เพลิงนั้น ร่างกายของพวกมันต่างชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่แววตาของวิหคยักษ์ทั้งสองจะฉายแววโลภโมโทสันออกมาอย่างปิดไม่มิด!
โดยเฉพาะพญาปักษาทองคำที่มีสายเลือดของ 'เผิง' ซึ่งหากนับตามศักดิ์แล้วก็ถือเป็นเชื้อสายของหงส์เพลิงเช่นกัน แม้จะไม่ได้รับการยอมรับ แต่แรงดึงดูดของวิชาลับระดับนี้ย่อมมหาศาลสำหรับเผ่าพันธุ์วิหค
ส่วนเรื่องจริงหรือเท็จ จับตัวหัวขโมยไข่ได้เมื่อไหร่ ทุกอย่างก็กระจ่างเอง
"ตูม!"
อักขระทั่วร่างพญาปักษาทองคำส่องสว่าง แสงสีทองพาดผ่านยาวเหยียดนับพันจั้ง เจิดจ้าดุจดวงตะวันดวงเล็กๆ มันกระพือปีกเพียงครั้งเดียวก็เกิดลมพายุรุนแรงที่ไม่อาจต้านทาน พุ่งทะยานเข้าหาเจ้าหินน้อยด้วยความเร็วสูงที่สุด!
แม้แต่อินทรีอัสนีทองคำเห็นภาพนี้ยังต้องหวาดผวา แรงกดดันมหาศาลจากทายาทอสูรบรรพกาลแทบจะกดมันให้ร่วงลงไปกองกับพื้น!
โดยเฉพาะเมื่อพญาปักษาทองคำตวัดสายตามามอง แววตาที่ดุร้ายและเย็นชานั้นทำเอามันรู้สึกเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ช่องว่างระหว่างพลังห่างชั้นกันเกินไป คนละระดับชั้นอย่างสิ้นเชิง มันรีบกระพือปีก ส่งสายตาเคียดแค้นไปทางทิศที่เจ้าหินน้อยหนีไป แล้วรีบบินหนีจากไปทันที
หากไม่ใช่เพราะเจ้าหินน้อยขโมยไข่ของมันไป 2 ใบ มันคงหนีห่างจากพญาปักษาตนนี้ไปตั้งนานแล้ว