เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: ร้ายกาจสมคำร่ำลือ

บทที่ 13: ร้ายกาจสมคำร่ำลือ

บทที่ 13: ร้ายกาจสมคำร่ำลือ


บทที่ 13: ร้ายกาจสมคำร่ำลือ

หลังจากก้าวลงจากรถ เฉินลั่วก็เตรียมตัวเริ่มเก็บกวาดทรัพยากรทันที

ฝ่าหวังทำหน้าที่เฝ้ายามอยู่ด้านนอกคลังแช่เย็น หากมีใครย่างกรายเข้ามา มันจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนเฉินลั่วทันที

อันดับแรก เขาเปิดคลังแช่เย็นส่วนตัวที่ใช้เก็บเนื้อหมูที่เขากักตุนไว้ก่อนหน้านี้ แล้วจัดการเก็บพวกมันทั้งหมดเข้าสู่มิติพลังพิเศษ

สาเหตุที่เขาไม่อาจมาเก็บของก่อนวันสิ้นโลกได้ ก็เพราะเฉินลั่วยังจ่ายเงินงวดสุดท้ายไม่ครบ—เงินตั้งสองร้อยล้านหยวน หากยังจ่ายไม่จบย่อมไม่มีใครปล่อยให้เขาเข้าใกล้ของพวกนี้แน่ และหากจู่ๆ ทรัพยากรหายวับไปตอนนี้ ย่อมกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกสังเกตเห็นได้ง่าย

เมื่อเนื้อทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัย เฉินลั่วก็รู้สึกเบาสบายใจขึ้นมาก เขาไม่สนหรอกว่าในอนาคตคนอื่นจะมีเนื้อกินหรือไม่ แต่อย่างน้อยเขากับซูต้าจู้จะมีเสบียงกินไปตลอดชาติแน่นอน

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทรัพยากรทั้งหมดในคลังแช่เย็นแห่งนี้ต้องตกเป็นของเขา

เฉินลั่วเปิดประตูคลังแช่เย็นห้องที่สองออก

ทว่าสิ่งที่เห็นภายในทำให้มุมปากของเขาถึงกับกระตุก

มันคือกระเทียม... กระเทียมเต็มโกดัง มีน้ำหนักรวมไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยตัน

เขาจะเอากระเทียมมากมายขนาดนี้ไปทำอะไรกัน?

“ร้ายกาจสมเป็นกระเทียมจริงๆ” เฉินลั่วบ่นพึมพำ

แต่ก็นั่นแหละ กระเทียมถือเป็นเครื่องเทศสามัญประจำบ้าน เมื่อมีคนอยู่ด้วยกันมาก การบริโภคต่อวันย่อมไม่ใช่น้อยๆ ไม่ว่าจะผัดหรือต้มก็ต้องใช้ทั้งนั้น

เก็บไปให้หมด!

โกดังถัดไป...

“บ้าเอ๊ย”

“ขิงกันสุดๆ ไปเลยนะ”

โกดังนี้เต็มไปด้วยขิง... ขิงเน้นๆ เต็มพื้นที่

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคำเปรียบเปรยเรื่อง ‘ร้ายกาจสมเป็นกระเทียม’ หรือ ‘ขิงกันสุดๆ’ แบบนี้ หรือว่าพวกพ่อค้าหน้าเลือดจะปั่นราคาสินค้าพวกนี้จนมันกลายเป็นของล้ำค่ากันแน่?

แต่โกดังถัดมากลับทำให้เฉินลั่วประหลาดใจในทางที่ดี

มันมีทั้งขาหมูดิบปริมาณมหาศาล รวมถึงเครื่องในหมู ทั้งหัวใจ ปอด และตับ ของพวกนี้ถือว่ายอมรับได้ เพราะเฉินลั่วเน้นกักตุนเนื้อหมูเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้จึงถือเป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยม

โกดังต่อมา... อืม... ตีนไก่แช่แข็ง ปีกไก่ น่องไก่ และเมื่อเห็นหัวเป็ดกองโต เฉินลั่วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่ใช่คนชอบกินหัวเป็ดเสียด้วยสิ

ช่างเถอะ ในเมื่อผ่านทางมาแล้วจะทิ้งไว้ก็น่าเสียดาย

นอกจากนี้ยังมีไก่สดและเป็ดสดแบบเต็มตัวอีกเพียบ

พอถึงโกดังถัดไป ดวงตาของเฉินลั่วก็พลันเป็นประกาย กล่องบรรจุกุ้งแช่แข็งวางเรียงรายเป็นตับ ดูเหมือนโกดังโซนนี้จะใช้เก็บรักษาอาหารทะเลและสัตว์น้ำโดยเฉพาะ

มีทั้งปลานานาชนิดและอาหารทะเลทุกประเภท เฉินลั่วลองเปิดกล่องหนึ่งดู ก็พบว่ามันคือกั้งเต็มกล่อง

ของพวกนี้แค่เอาไปลวกน้ำร้อนก็อร่อยเหาะแล้ว

เฉินลั่วฉีกยิ้มกว้างก่อนจะกวาดทุกอย่างเข้ามิติ

“กั้งจ๋า มาหาพี่มา!”

สิ่งที่ทำให้เฉินลั่วแปลกใจยิ่งกว่าคือที่นี่มีการกักตุนใบชาไว้จำนวนมาก แม้เขาจะไม่ใช่คอชา แต่ก็ตัดสินใจเก็บไปทั้งหมด และที่เหนือความคาดหมายที่สุดคือเขายังเจอไอศกรีมแท่งและไอศกรีมโคนนับไม่ถ้วนอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีผักและผลไม้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเขาก็เก็บเรียบไม่เหลือหลอ

เฉินลั่วคำนวณคร่าวๆ ว่าทรัพยากรที่เขาได้มาในครั้งนี้มีน้ำหนักรวมกว่าหกหมื่นตัน

คลังแช่เย็นที่อัดแน่นไปด้วยของกิน... สุดยอดจริงๆ!

เฉินลั่วใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะจัดเก็บทรัพยากรทั้งหมดเข้าสู่มิติพลังพิเศษ เพราะจำนวนของมันมหาศาลเหลือเกิน

เขาเดินทางกลับด้วยความอิ่มเอมใจพร้อมกับของที่เต็มลำรถ เขาขับรถบรรทุกหนักลำที่เตรียมมา ส่วนรถยนต์คันที่ขับมาตอนแรกก็ทิ้งไว้อย่างนั้น เพราะในเมืองมีรถยนต์ให้หาใหม่ได้ถมเถไป แต่รถบรรทุกหนักที่เฉินลั่วคัดสรรมาอย่างดีนั้นหาไม่ได้ง่ายๆ

เฉินลั่วฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ตั้งใจจะกลับไปดูซูต้าจู้ก่อน แล้วค่อยหาเวลาไปที่คลังธัญพืช

คลังแช่เย็นกับคลังธัญพืชอยู่ห่างกันกว่าร้อยกิโลเมตร ระยะทางไม่ได้ใกล้กันเลย หากมันเป็นทางผ่าน เฉินลั่วคงแวะจัดการไปแล้ว

บนท้องถนนในช่วงครึ่งวันแรกของวันสิ้นโลก ไม่มีซอมบี้ตัวไหนสามารถหยุดยั้งเฉินลั่วได้

เขาขับรถเข้าสู่ถนนสายรองที่ดูเงียบสงัดและไร้เงาของพวกซอมบี้

ทันใดนั้น ชายผมเหลืองคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ริมทาง เมื่อเห็นรถบรรทุกหนักแล่นผ่านมา ใบหน้าของเขาก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี

แม้ที่นี่จะปลอดภัยจากซอมบี้ชั่วคราว แต่เขาก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป เขาจะเอาอะไรกินเอาอะไรดื่มล่ะ? หากรถบรรทุกคันนี้รับเขาไปด้วยก็คงจะดีไม่น้อย

ชายผมเหลืองกระชับไม้ในมือที่หามาไว้ป้องกันตัว ก่อนจะวิ่งออกไปกลางถนนแล้วตะโกนลั่น

“พี่ชาย! ช่วยผมด้วย ขอผมอาศัยรถไปด้วยคน!”

เฉินลั่วมีสีหน้าเรียบเฉย การจะให้เขาหยุดรถน่ะหรือ... ฝันไปเถอะ

นอกจากซูต้าจู้แล้ว เฉินลั่วจะไม่รับใครเข้ากลุ่มทั้งนั้นในช่วงเดือนแรกของวันสิ้นโลก

ในช่วงเวลานี้ ตราบใดที่พวกผู้รอดชีวิตมีความกล้าหาญเพียงพอ พวกเขายังสามารถหาทรัพยากรประทังชีวิตได้ไม่ยากนัก พวกเขายังไม่เคยสัมผัสกับความสิ้นหวัง หรือพูดให้ถูกคือยังไม่เคยลิ้มรสของความหิวโหยจนเจียนตาย

การไปรับคนที่ยังกินอิ่มนอนหลับมาเข้ากลุ่ม กับการหยิบยื่นขนมปังให้คนที่หิวโหยมานานแสนนานจนเหมือนการส่งถ่านในคืนหิมะตก

สถานการณ์แบบไหนจะคุมคนได้ง่ายกว่ากัน?

คำตอบย่อมชัดเจนอยู่ในตัว

ยิ่งไปกว่านั้น คนเราจะฝึกง่ายขึ้นมากหลังจากผ่านความอดอยากมา

แม้แต่ฝาแฝดหมี่หลิงและหมี่ลี่ที่เฉินลั่วหมายตาไว้ เขาก็ตั้งใจจะปล่อยให้พวกเธอหิวโหยไปสักพักก่อน เฉินลั่วไม่รีบร้อน

แล้วเรื่องอะไรเขาต้องมารับไอ้หนุ่มผมเหลืองนี่ด้วย? เกิดมันถือไม้ขึ้นรถมาแล้วฟาดเขาตอนขับรถจะทำอย่างไร?

เฉินลั่วยังคงขับรถต่อไปโดยไม่ชะลอความเร็ว

หากแกกล้ายืนขวางทางไม่หลบ ฉันก็กล้าชนให้กระเด็นเหมือนกัน

เมื่อเห็นว่ารถบรรทุกหนักไม่มีท่าทีจะหยุด ชายผมเหลืองก็ถึงกับเหวอ

ต่อให้ไม่ช่วย อย่างน้อยก็น่าจะหยุดพูดอะไรบ้างสิ

ท่าทางเหมือนจะขับชนกันแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?

คนสมัยนี้ไม่มีจริยธรรมกันบ้างเลยรึไงนะ!

เมื่อเห็นรถบรรทุกอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ชายผมเหลืองก็รีบกระโดดหลบเข้าข้างทางทันที

ขณะที่รถบรรทุกแล่นผ่านไปและกำลังจะจากไป ชายผมเหลืองก็สบถด่าด้วยความแค้นเคือง

“ไอ้บ้าเอ๊ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ มึงรอให้กูมีโอกาสก่อน กูกระทืบมึงแน่!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเฉินลั่วก็มืดครึ้มลงทันที เขาเหยียบเบรกจนรถหยุดสนิท

ไม่ต้องสงสัยเลยในคำพูดของชายผมเหลือง หากในอนาคตมันมีโอกาสและมีความสามารถ มันจะกลับมาล้างแค้นแน่นอน

‘ฉันต้องการความช่วยเหลือ แกต้องช่วยฉัน ถ้าไม่ช่วยฉันจะแค้นแก’—นี่แหละคือสันดานมนุษย์

เหมือนกับการยืมเงินไม่มีผิด

ในยามปกติ ความแค้นแบบนี้อาจนำไปสู่การนินทาลับหลังหรือการกลั่นแกล้งเล็กน้อย แต่ในวันสิ้นโลก ความแค้นหมายถึงความตาย

เดิมทีเฉินลั่วไม่อยากจะเสียเวลาด้วย แต่เขาจะปล่อยให้มันรอดไปไม่ได้

หลักการเดิมคือ ในเมื่อแกข่มขู่ฉันแล้ว ต่อให้คำขู่นั้นจะดูเล็กน้อยจนแทบไม่มีนัยสำคัญแค่ไหนก็ตาม แกก็ต้องชดใช้

เฉินลั่วหันไปพูดกับฝ่าหวัง “แกได้ยินที่มันพูดไหม? มันบอกว่ามันอยากกินเนื้อหมา”

ฝ่าหวังถึงกับอึ้ง แม้ข้าจะฟังภาษามนุษย์ไม่ออกทั้งหมด แต่ข้ามั่นใจว่ามันไม่ได้พูดคำว่า ‘เนื้อหมา’ แน่นอน!

เมื่อเห็นเฉินลั่วหยุดรถ ชายผมเหลืองก็รีบพุ่งเข้ามาทันทีพร้อมกับกระชับไม้ในมือด้วยท่าทางดุดัน

ประตูรถเปิดออก ฝ่าหวังกระโดดลงจากรถตรงเข้าไปหาเป้าหมาย

มันจ้องมองชายผมเหลืองด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ไม่ว่าแกจะอยากกินเนื้อหมาจริงหรือไม่ แต่ในเมื่อเจ้านายบอกว่าแกต้องตาย แกก็ต้องตาย!

การที่มีสุนัขกระโดดลงมาจากรถทำให้ชายผมเหลืองประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ตระหนกพลางเค่นยิ้มเยาะ

“ดูนี่! เพลงไม้เท้าตีสุนัข!”

ชายผมเหลืองเงื้อไม้ขึ้นสูง ตั้งใจจะฟาดลงบนตัวฝ่าหวังอย่างแรง

แววตาของฝ่าหวังฉายแววดูแคลน ข้ามีพลังเวทย์นะเฟ้ย คิดว่าข้าจะเข้าไปคลุกวงในกับแกงั้นหรือ?

หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งวัน พลังงานที่ฝ่าหวังใช้ไปเมื่อเช้าก็ฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยมแล้ว

มันอ้าปากออก ทันใดนั้นประกายสายฟ้าสีม่วงก็พุ่งวาบเข้าใส่ชายผมเหลือง

ชายผมเหลืองที่ไม่ได้ตั้งตัวถูกพลังสายฟ้าซัดเข้าเต็มเปียกโดยไม่มีข้อสงสัย ผมสีเหลืองของเขาตั้งชันขึ้นมาทันที

แม้จะเป็นพลังสายฟ้าที่เพิ่งตื่นรู้ได้ไม่นาน แต่มันก็มีอานุภาพร้ายแรงพอที่จะสังหารคนธรรมดาหรือซอมบี้ระดับต่ำได้

ร่างของชายผมเหลืองล้มตึงลงกับพื้น

เฉินลั่วเอ่ยเรียบๆ “จัดการให้จบซะ แต่อย่าใช้พลังสายฟ้า”

การที่เฉินลั่วให้ฝ่าหวังลงมือก็เพื่อเป็นการฝึกฝนมัน ในตอนนี้อาจเจอแค่การปะทะเล็กน้อย แต่ในอนาคตพวกมันต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่ยากลำบากกว่านี้

การฝึกฝนเสียแต่ตอนนี้จะช่วยให้ไม่ลนลานในภายหลัง

พลังพิเศษนั้นมีจำกัด การใช้มันเพื่อปลิดชีพศัตรูที่ไร้ทางสู้ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดนัก

ก่อนหน้านี้ ฝ่าหวังเคยฆ่าแต่ซอมบี้ ยังไม่เคยฆ่าผู้รอดชีวิตเลยสักคน แม้แต่จางเหมิ่งก็แค่ถูกมันชนจนล้มเท่านั้น

ถึงแม้ฝ่าหวังจะเป็นสุนัข แต่ประสบการณ์เช่นนี้ก็ยังคงจำเป็น

ฝ่าหวังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ภายใต้สายตาที่กดดันของเฉินลั่ว มันก็ตัดสินใจฝังคมเขี้ยวอันแหลมคมลงบนลำคอของชายผมเหลืองทันที

จบบทที่ บทที่ 13: ร้ายกาจสมคำร่ำลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว