เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: ช้อปปิ้ง

บทที่ 25: ช้อปปิ้ง

บทที่ 25: ช้อปปิ้ง


“นี่ ห้าหมื่น” หน้าธนาคาร มาร์ก็อทที่เพิ่งเดินออกมาโยนถุงกระดาษสีน้ำตาลใส่มือโจเซ่ทันทีที่ขึ้นรถ

พอได้ยินตัวเลข โจเซ่มือสั่นเกือบทำถุงหล่น

เขารีบเปิดดู เห็นกองแบงก์ร้อยเรียงเป็นตั้ง ๆ อยู่ห้ากอง

“ทำไมเยอะขนาดนี้?” โจเซ่ถามทั้งที่ถือถุงไว้อย่างงง ๆ ก็ไหนเขาบอกแค่ไม่กี่พัน หรือหมื่นเดียวก็เหลือเฟือแล้วไง?

แล้วก็เธอนี่กล้าดีนะพี่สาว ไม่กลัวโดนปล้นเลยรึไง?

“เยอะตรงไหน? ใช้ไปเถอะ เหลือก็เก็บไว้กับตัว นายเป็นผู้ชายต้องมีเงินติดตัวเยอะหน่อยไม่เสียหายหรอก” มาร์ก็อทพูดพลางหอมแก้มโจเซ่อย่างเอ็นดู

ประโยคนั้นเกือบทำโจเซ่น้ำตาซึม

ผู้หญิงอะไรจะน่ารักขนาดนี้! พอนึกถึงผู้หญิงยุคหลัง ๆ ที่เอาแต่เรียกร้องบ้าน รถ สารพัด โจเซ่ก็ยิ่งซาบซึ้ง

จริงด้วย… การได้อยู่ด้วยเงินผู้หญิงมันช่างหอมหวาน

ตอนนี้โจเซ่รู้สึกขอบคุณโทนี่ วินดิสสุด ๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนั่นทำเรื่องเลว ๆ ป่านนี้ผู้หญิงดีขนาดนี้จะมาตกถึงเขาได้ยังไง?

เพื่อเป็นการตอบแทน เขาเลยตั้งใจไว้เลยว่า ตอนกำจัดโทนี่ จะทำให้มันทรมานกว่านี้หน่อย เพื่อช่วยมาร์ก็อทระบายแค้น

ไม่งั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความรักอันลึกซึ้งของผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้

โจเซ่จึงพยักหน้า รับเงินมาโดยไม่ปฏิเสธ

มาร์ก็อทเห็นเขาไม่ปัดก็ไม่ได้คิดว่าเขาโลภอะไร กลับยิ่งดีใจซะอีก เพราะหมายความว่าโจเซ่ยอมรับเธออย่างเต็มที่แล้ว ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่เขายังยืนกรานจะจ่ายค่าเช่าเอง

“อ้อ ใช่สิ ไปซื้อเสื้อผ้ากันหน่อย เสื้อผ้านายตอนนี้มันไม่เข้ากับหน้าตาหล่อ ๆ เลย รองเท้าหนังก็ต้องเปลี่ยนใหม่ด้วย” มาร์ก็อทพูดเสียงสดใส พลางคล้องแขนโจเซ่แน่น

“โอเค เธอว่าไงก็ว่างั้น!” โจเซ่พยักหน้า เขาไม่ได้แคร์เสื้อผ้าขนาดนั้นหรอก แต่ต่อหน้าคุณหนูที่ทั้งน่ารักทั้งใส่ใจแบบนี้ เขาปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ

“แต่ฉันไม่มีคูปองเสื้อผ้าเหลือแล้วนะ” โจเซ่พูดขึ้นมา

เพราะไม่ต่างจากน้ำตาลหรือน้ำมัน ยุคนี้แม้แต่อเมริกาก็ต้องใช้คูปองพิเศษถึงจะซื้อเสื้อผ้ารองเท้าได้

ตั้งแต่ปี 1942 พลเมืองสหพันธรัฐทุกคนจะได้คูปองเสื้อผ้า 24 ใบต่อปี

ฟังดูเหมือนเยอะ แต่คิดว่าคูปองหนึ่งใบซื้อเสื้อได้หนึ่งชิ้นเหรอ?

ไม่ใช่เลย

มาตรฐานจริง ๆ คือ: โค้ตตัวยาวใช้ 18 ใบ สูทเต็มชุด 26 ใบ รองเท้าหนึ่งคู่ 9 ใบ รองเท้าแตะ 5 ใบ ชุดชั้นในเดรส 3 ใบ กางเกงขายาว 8 ใบ ยกทรง 3 ใบ ฯลฯ … เรียกได้ว่าคูปอง 24 ใบต่อปีนี่ไม่พอจะซื้อชุดใหม่ทั้งตัวด้วยซ้ำ

รองเท้ายังมีระบบลงชื่อจริง จำกัดคนละ 2 คู่ต่อปี จะซื้อเพิ่มก็ต้องซื้อมือสองเท่านั้น

เสื้อผ้าทั่วไปยังพอซื้อได้ด้วยคูปอง แต่บางของคือหายากสุด ๆ

อะไรน่ะเหรอ?

ถุงน่องไนลอน

ใช่แล้ว… ถุงน่องไนลอน

เรื่องที่คนรุ่นหลังฟังแล้วอาจจะขำก็คือ ช่วงสงครามโลก ถุงน่องไนลอนถูกจัดเป็น “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” เหมือนน้ำตาลกับน้ำมันเลย

เพราะมันคือวัตถุดิบทำร่มชูชีพ!

ก่อนสงคราม วัสดุหลักที่ใช้ทำร่มชูชีพของกองทัพอเมริกาไม่ใช่ไนลอน แต่เป็นไหมจากเอเชีย

พอเปิดศึกกับญี่ปุ่น เส้นทางไหมก็ถูกตัดขาด ทำให้ต้องหันมาใช้ไนลอนแทน

บริษัทผู้ผลิตไนลอนทุกแห่งรวมถึงดูปองท์ เลยโดนรัฐบาลสั่งให้หยุดผลิตสินค้าอย่างถุงน่อง แล้วหันมาผลิตร่มชูชีพแทน

จากตรงนั้นเอง ราคาถุงน่องพลเรือนพุ่งพรวด จนถึงขั้นเก็งราคาไปถึง 20 ดอลลาร์ต่อคู่

แต่แค่นั้นยังไม่พีค

ตลอดช่วงสงครามโลก ราคาสูงสุดของถุงน่องไนลอนเคยพุ่งไปถึง 4,000 ดอลลาร์ต่อคู่เลยทีเดียว

ศตวรรษที่ 21 ต่อให้เป็นของใช้แล้วของดาราก็ไม่กล้าขายแพงขนาดนั้นหรอก!

แต่ถึงอย่างนั้น การผลิตก็ยังไม่พออยู่ดี

กองทัพเลยเปิดแคมเปญบริจาค… โฆษณาเอารูปทหารหล่อ ๆ มาเชิญชวนให้ผู้หญิงทั้งประเทศบริจาคถุงน่องของตัวเอง… บอกตรง ๆ มันโคตรเหนือจริง

ยิ่งไปกว่านั้น จากรายงานของผอ. FBI เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ บอกเลยว่า 3 เป้าหมายหลักของโจรริมถนนในอเมริกาช่วงสงครามโลก ไม่ใช่เงินสดหรือทอง

แต่คือ สุรา ถุงน่องไนลอน แล้วก็รองเท้า!

นี่แหละสาเหตุว่าทำไมโจเซ่ถึงใส่เสื้อโค้ตเก่าไม่เข้ารูปเดินบนถนน—ก็เป็นของที่พ่อเขาเคยใช้ทิ้งไว้ทั้งนั้น

แม้แต่ชุดที่เขาเปลี่ยนใส่ตอนออกไปขโมยรถ แอบเอารถมาใช้ แล้วตามไปฆ่าโจ บาร์บาโร ส่วนใหญ่ก็เป็นชุดเก่า เลยเผาทิ้งได้ไม่เสียดาย

ส่วนชุดใหม่ เขาเพิ่งซื้อได้แค่ 2–3 ชุดเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง หลังจากพอมีเงิน และใช้คูปองที่เก็บไว้จากปี 1942–1943 หมดเกลี้ยงแล้ว

นึกถึงตรงนี้ สายตาโจเซ่ก็เหลือบไปที่ต้นขาเนียนของมาร์ก็อทโดยไม่รู้ตัว มือยังเผลอลูบอีกต่างหาก

เมื่อวานมาร์ก็อทใส่ถุงน่อง แต่เขาดันฉีกมันทิ้งเพราะอารมณ์พาไป ตอนนี้เลยอดรู้สึกเสียดายไม่ได้

“ตรงนี้คนเยอะ อย่าซนสิ! ไม่ต้องห่วงเรื่องคูปองหรอก เพราะเราไม่ต้องใช้” มาร์ก็อทบอก ก่อนจะก้มมากระซิบข้างหูโจเซ่ “ถ้าอดไม่ไหวจริง ๆ เดี๋ยวค่อยหาที่เงียบ ๆ ก็ได้”

คำพูดแผ่วเบานั่นทำเอาโจเซ่ขนลุกซู่

แม่เจ้า ผู้หญิงคนนี้ช่างรู้วิธีจะยั่วจริง ๆ

ไม่ได้ ๆ ร่างกายเขายังโตไม่เต็มที่ จะหมดแรงก่อนวัยไม่ได้เด็ดขาด

เลยทำเป็นไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายนั้น รีบสตาร์ทรถขับไปตามทางที่มาร์ก็อทบอก

จนไปถึงที่หมาย โจเซ่ถึงได้รู้ว่าที่มาร์ก็อทบอกจะพาไปซื้อเสื้อผ้า ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า

แต่เป็นร้านตัดสูทสั่งทำสุดหรู แบบที่เขาเคยได้ยินชื่อมาจากชาติก่อนนั่นเอง

เพียงแต่ในยุคนี้ ร้านตัดสูทยังไม่ทำตัวหยิ่งเหมือนยุคหลัง ยังมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปขายให้ด้วย

หลังจากโดนช่างในร้านวุ่นวายวัดตัวนั่นนี่ มาร์ก็อทก็ช่วยเลือกให้โจเซ่ทั้งชุดสำเร็จรูปสามเซ็ตแบบเต็มยศ แล้วก็สั่งทำเพิ่มอีกสามชุด

ทั้งหมดนี้ไม่ได้ใช้คูปองแม้แต่ใบเดียว แต่จ่ายเป็นเงินสดก้อนหนา ๆ

แน่นอนว่าความเป็นคุณหนูไฮโซชิคาโก้ของมาร์ก็อทก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน

สรุปก็คือ ของขาดแคลนหรือระบบจำกัดทั้งหลาย มันก็เอาไว้กีดกันคนธรรมดาเท่านั้นแหละ

หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จ ทั้งคู่ก็แวะไปร้านรองเท้าอีกร้าน กระบวนการก็คล้าย ๆ กัน

จากนั้นก็แวะร้านนาฬิกา ควักเงินหลายพันซื้อนาฬิกาเบรเกต์มาเรือนหนึ่ง

แม้ว่าในยุคหลังชื่อเสียงของเบรเกต์จะถูกแซงโดยแบรนด์อย่างปาเต็ก ฟิลิปป์ หรือ คอนสแตนตินที่โผล่มาทีหลัง แต่ในเวลานี้ เบรเกต์ยังคงเป็นแบรนด์ชั้นนำสุดหรูที่ไร้คู่แข่งอยู่ดี

ปัจจุบัน เบรเกต์ไม่ได้ทำแค่นาฬิกาเท่านั้น แต่ยังผลิตเครื่องมือการบิน การเดินเรือ ไปจนถึงเครื่องบินรบเลยทีเดียว

หลังจากช้อปปิ้งเสร็จและจัดการแต่งตัวใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า โจเซ่ก็เปลี่ยนลุคไปอย่างสิ้นเชิง ผสมกับหน้าตาหล่อเหลาที่มีอยู่แล้ว บวกกับรูปร่างสูงโปร่ง และความมั่นใจของคนที่ “ทะลุมิติ” มา บุคลิกโดยรวมของเขาก็ยิ่งดูโดดเด่น

จากหนุ่มหล่อธรรมดา ๆ เขากลายเป็นสุภาพบุรุษสมัยใหม่เต็มตัว

จริงดังที่โบราณว่าไว้ “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” นั่นเอง

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 25: ช้อปปิ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว