- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในปี 1943 พร้อมระบบพ่อค้าข้ามมิติ
- บทที่ 12: มื้อนี้แม่งอร่อยจริง
บทที่ 12: มื้อนี้แม่งอร่อยจริง
บทที่ 12: มื้อนี้แม่งอร่อยจริง
เอี๊ยดดด! เสียงเบรกดังลั่นก่อนที่รถแพ็คการ์ดจะหยุดหน้าที่จอดรถของวิลล่าหลังเล็ก
เสียงนั้นเรียกความสนใจจากชายวัยกลางคนที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ในสวนบ้านข้างๆ ได้ทันที
จากนั้นไม่นาน ชายหญิงคู่หนึ่งก็ก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางสวยหล่อกินกันไม่ลง—โจเซ่กับมาร์ก็อท
แต่พอได้เห็นทั้งคู่ ชายวัยกลางคนก็มีสีหน้าประหลาดเล็กน้อย
เพราะถึงแม้หน้าตาของทั้งคู่จะดูเหมาะสมกันดี แถมโจเซ่ก็สูงใหญ่ไม่เบา
แต่ด้วยสายตาของคนผ่านโลกมาเยอะ เขาก็มองออกไม่ยาก ว่าใบหน้าของโจเซ่นั้นยังมีความเป็นเด็กอยู่ชัดเจน อายุไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่
ในขณะที่มาร์ก็อทดูเป็นผู้หญิงที่โตเต็มวัยแล้ว
แถมเสื้อผ้าที่โจเซ่ใส่ ถึงจะไม่ใช่ของถูกๆ แต่ก็ไม่ได้ดูหรูหราอะไร เป็นแค่เสื้อโค้ตระดับแรงงาน ราคาสักสิบเหรียญได้ ซึ่งถ้ารายได้อยู่ระดับนี้ ก็คงไม่มีปัญญาซื้อบ้านในย่านนี้หรอก
ต่างจากมาร์ก็อทที่ใส่เสื้อโค้ตขนเฟอร์ ที่ดูแล้วราคาน่าจะหลายร้อยเหรียญขึ้น
ชายวัยกลางคนเลยอดรู้สึกสนใจคู่รัก(?) ที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากันคู่นี้ไม่ได้
ก็แหม จากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนสองคนนี้จะมาเป็นเพื่อนบ้านเขาแหงๆ
ฝั่งนั้น โจเซ่ที่เพิ่งก้าวลงจากรถก็รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องอยู่ เลยหันไปเล็กน้อย แล้วก็สบตากับชายวัยกลางคนคนนั้นเข้า
ชายคนนั้นยิ้มและพยักหน้าให้ โจเซ่ที่ถึงจะแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ยิ้มพยักหน้าตอบอย่างสุภาพ
แล้วเขาก็หันกลับมามองบ้านตรงหน้าต่อ
บ้านหลังนี้เป็นวิลล่าสองชั้นสไตล์อเมริกันแบบมาตรฐาน หน้าตาเหมือนบ้านจัดสรรทั่วไปที่เห็นได้ทั่วอเมริกาในอนาคต
ความต่างหลักๆ คงจะอยู่แค่ในเรื่องของการตกแต่งภายในกับอุปกรณ์ในบ้าน
“รู้สึกยังไงบ้าง? ชอบมั้ย?” มาร์ก็อทถามขึ้นจากข้างๆ
“บ้านดูดีมากเลย แต่...มันต้องแพงแน่เลยใช่ไหม?” โจเซ่เผลอถามออกไปแบบไม่คิด
แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่า บ้านที่มาร์ก็อทพามาดูคงไม่ใช่ของถูก แต่พอมาเห็นของจริงก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดี
เพราะบ้านสไตล์นี้ในอนาคตอาจจะดูธรรมดา แต่ในยุคนี้ถือว่าอยู่ระดับหรูเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวบ้านใหญ่มาก แค่เห็นด้านหน้ายังรู้เลยว่าพื้นที่ต้องไม่ต่ำกว่าห้าร้อยตารางเมตรแน่นอน
ยังไม่รวมลานหน้าบ้านกับสวนหลังบ้านอีกนะ
โจเซ่เลยเริ่มรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า เงินที่เขามีอยู่อาจจะไม่พอจ่าย
“ไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่ได้แพงอะไร แค่ห้าร้อยเหรียญเอง เป็นของนายได้เลย!” มาร์ก็อทพูดพร้อมรอยยิ้มหวาน
พอได้ยินราคานั้น มุมปากของโจเซ่ก็อดกระตุกไม่ได้—ผู้หญิงคนนี้คิดว่าเขาเป็นเด็กสิบขวบหรือไง...
“เอ่อ...โอเค ความจริงมันก็หนึ่ง...เอ่อ สองพันเหรียญนั่นแหละ นายมีพอมั้ย?” มาร์ก็อทเห็นสีหน้าเขาแล้วก็รีบแก้ตัว เปลี่ยนคำพูดอย่างระวัง
“คุณนายวินดิสครับ คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ผมไม่ได้จนขนาดนั้นหรอกครับ...” โจเซ่พูดแบบหมดแรงใจ
“โอ๊ยๆ งั้นเอางี้ สี่พัน! ไม่ลดแล้วนะ ตอนที่หมู่บ้านนี้เพิ่งสร้างใหม่ๆ ราคามันเท่านี้แหละ ต่อไม่ได้แล้วนะ!” มาร์ก็อทยอมถอยให้ แต่ก็ยังพูดเสียงแข็งปิดท้าย “ไม่งั้น นายก็ไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนแล้ว!”
พอได้ยินตัวเลขสี่พัน โจเซ่ก็พยักหน้าในที่สุด ราคานี้ฟังดูสมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อย
แน่นอนว่าโจเซ่ก็รู้ดีอยู่ ว่าราคานี้ยังถูกกว่าความเป็นจริงเยอะ แต่ดูจากสีหน้าของมาร์ก็อท ถ้าเขายังดื้อไม่ยอมรับอีก เธอคงโกรธจริงๆ แล้วแน่ๆ
“โอเค เอาตามนั้นเลยครับ แต่ผมขอกลับไปเอาเงินมาก่อนนะ แล้วจะจ่ายให้” โจเซ่ตอบรับ
“ไม่ต้องรีบก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้เข้าไปดูข้างในก่อนดีกว่า ว่าชอบมั้ย ถ้าไม่ชอบตรงไหนก็บอก เดี๋ยวฉันให้คนมาทำใหม่ให้!” มาร์ก็อทพูดอย่างร่าเริง ก่อนจะจับมือโจเซ่ลากเข้าไปในบ้าน
และก็เพราะลานบ้านมันใหญ่พอ และระยะห่างจากบ้านข้างๆ ก็ไกลพอ เลยไม่มีใครได้ยินบทสนทนานี้
ไม่งั้นชายที่กำลังรดน้ำต้นไม้คนนั้นคงกระอักเลือด
เพราะราคาสุดท้ายที่มาร์ก็อทพูดว่าบ้านนี้สี่พันเหรียญ...ความจริงก็ไม่ได้โกหก
ตอนที่หมู่บ้านนี้สร้างเสร็จใหม่ๆ ในปี 1934 ช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ ราคาก็แค่นั้นจริงๆ
แต่นั่นมันหลายปีก่อนแล้ว!
บ้านข้างๆ ที่ชายคนนั้นเพิ่งย้ายมาเมื่อปีที่แล้ว เขาซื้อในราคาหนึ่งหมื่นสองพันเหรียญเต็มๆ
ส่วนโจเซ่ พอเดินเข้าบ้านมาก็รู้ตัวทันทีว่าเขาประเมินค่าบ้านนี้ต่ำไปเยอะ
เพราะถึงแม้การตกแต่งจะไม่ได้หรูหราอลังการ แต่มันดูพิถีพิถันมาก
แถมในบ้านก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ตู้เย็น โทรศัพท์
โจเซ่ถึงกับเห็นเครื่องปรับอากาศกับทีวีด้วยซ้ำ!!!
ในอเมริกา ตู้เย็นถือว่าเริ่มแพร่หลายค่อนข้างเร็ว พอเข้า 1940 ก็มีใช้กันถึง 85% แล้ว ดังนั้นมันไม่ทำให้โจเซ่แปลกใจเท่าไหร่
แต่แอร์กับทีวี? อันนี้มันอีกเรื่องเลย
ถึงทั้งสองจะถูกคิดค้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเฉพาะแอร์ที่ถูกคิดค้นก่อนทีวีกับตู้เย็นถึง 20 ปี
แต่เพราะข้อจำกัดทางเทคโนโลยี มันเลยยังเป็นของหรูที่มีแค่คนรวยมากๆ เท่านั้นที่ใช้กัน ก่อนจะเริ่มแพร่หลายจริงๆ ก็หลังสงครามโลกครั้งที่สองโน่น
พูดง่ายๆ ว่า ในปี 1943 นี่ แอร์กับทีวียังถือเป็นของฟุ่มเฟือยสุดๆ
“รู้สึกยังไงบ้าง? การตกแต่งโอเคมั้ย?” มาร์ก็อทถามอย่างมีความหวัง
“เยี่ยมเลยครับ ดีจนไม่รู้จะพูดยังไงเลย” โจเซ่ตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจสุดๆ
เขาพูดออกมาจากใจ ไม่มีสักคำที่เสแสร้ง
ก็แหงล่ะ—ชาติที่แล้วเขาอยู่ในตลาดอสังหาฯสุดโหดยุคศตวรรษที่ 21 กว่าจะผ่อนบ้านได้สักหลังต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ
แถมบ้าน 150 ตารางเมตรที่ได้มานั้น ก็ยังต้องอาศัย “ความช่วยเหลือ” จากพ่อแม่ที่ออกเงินให้ตั้ง 80%...และราคาก็ยังเกินสองล้านหยวนอยู่ดี
ที่น่าขยะแขยงกว่าก็คือ ใน 150 ตารางเมตรนั้น ดันมีพื้นที่ส่วนกลางตั้ง 30 ตารางเมตร...แค่คิดถึงตรงนี้ก็อยากจะเอานักพัฒนาอสังหาฯ ฮ่องกงบางเจ้าขึ้นเสาไฟฟ้าเลยทีเดียว
“แค่นายชอบก็พอแล้ว ห้องแต่ละห้องปูที่นอนใหม่หมดนะ วันนี้ย้ายเข้าอยู่ได้เลย แต่แถวนี้การเดินทางอาจจะยังไม่สะดวกเท่าไหร่ นายคงต้องมีรถด้วย ฉันรู้จักคนที่จะหารถใหม่ให้ได้...อ๊ะ แล้วนายยังไม่มีใบขับขี่ใช่มั้ย เดี๋ยวฉันพาไปทำ” มาร์ก็อทพูดไปเรื่อยๆ อย่างจริงจัง
โจเซ่มองหญิงสาวตรงหน้าแล้วก็รู้สึกจุกในอกเล็กน้อย—ชีวิตคนเรามันก็แปลกแบบนี้แหละ
แค่อาทิตย์เดียว จากคนที่ยังไม่รู้จะหาข้าวกินจากไหน กลายมาอยู่ในบ้านสุดหรูแบบนี้
เขานี่มันเกาะผู้หญิงกินชัดๆ เลยใช่มั้ย?
...แต่จะว่าไป ชีวิตแบบนี้...หอมหวานดีชะมัดเลยวุ้ย
……….