- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในปี 1943 พร้อมระบบพ่อค้าข้ามมิติ
- บทที่ 1: การค้าทองคำ
บทที่ 1: การค้าทองคำ
บทที่ 1: การค้าทองคำ
ตอนนี้เป็นเดือนกุมภาพันธ์ในชิคาโก้ อากาศก็ยังคงหนาวเหน็บเหมือนเดิม
แม้จะเป็นปี 1943 ที่สงครามโลกกำลังปะทุอย่างรุนแรงในยุโรปและเอเชีย แต่ชิคาโก้ในฐานะเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ที่อยู่ห่างจากแนวหน้าสงคราม และยังเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของอเมริกา ก็ยังคงดูสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองอยู่ดี
ถนนที่คึกคักในเวลากลางวัน ร้านค้าต่าง ๆ ที่เรียงรายกันพราวตา และสุภาพบุรุษสุภาพสตรีที่เดินไปมาขวักไขว่ ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาไม่ต่างจากศตวรรษที่ 21 เลย
ถ้าไม่ติดว่าบนถนนมีโปสเตอร์โฆษณาสงครามแปะอยู่เป็นระยะ ๆ ก็คงยากจะเชื่อว่าที่อีกฟากหนึ่งของโลกกำลังมีสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
แต่เรื่องทั้งหมดนั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโจเซ่เลยสักนิด
ตอนนี้เขากำลังเดินฝ่าถนนอันวุ่นวายด้วยเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่ใส่แล้วดูหลวมโพรก ก่อนจะเลี้ยวเข้าร้านค้าริมถนนร้านหนึ่ง
“ดูไปก่อนเลยนะ ถ้าอยากได้อะไรก็ค่อยว่ากัน!” เจ้าของร้านแก่ ๆ เอ่ยโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเลย ในขณะที่เสียงกระดิ่งที่ประตูดังแจ้งการมาถึงของโจเซ่
ที่นี่เป็นร้านขายของเบ็ดเตล็ด มีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก ๆ อย่างกรรไกรหรือมีด ไปจนถึงของใหญ่ ๆ อย่างวิทยุหรือแผ่นเสียง ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
แต่โจเซ่ไม่ได้มาซื้อของ เขามาขายของต่างหาก
“ได้ยินมาว่าคุณรับซื้อทอง?” โจเซ่เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ ถามเจ้าของร้านแก่ที่กำลังยุ่งอยู่กับวิทยุเก่า ๆ เครื่องหนึ่ง
พอได้ยินแบบนั้น เจ้าของร้านก็เงยหน้าขึ้นมานิด ๆ มองเขา แล้วก็ชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปี แต่ก็พยักหน้าอยู่ดี
โจเซ่ไม่ลังเลเลย ควักถุงเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท วางมันลงบนเคาน์เตอร์แล้วเปิดออก เผยให้เห็นเครื่องประดับทองคำด้านใน
“หืม? ดูคล้าย ๆ งานฝีมือของชนพื้นเมืองอินเดียนแดงนะ แต่ก็ยังไม่ใช่ซะทีเดียว ได้มายังไงเนี่ย?” เจ้าของร้านถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ขณะจ้องเครื่องทองในถุง
“ทำไมล่ะ? ถ้าเป็นของอินเดียนแดงจะขายได้แพงกว่ารึไง?” โจเซ่ไม่ได้ตอบตรง ๆ แต่ยิงคำถามกลับแทน
“ก็ไม่เชิงหรอกนะ เพราะมันไม่ค่อยเข้ากับรสนิยมของคนทั่วไปเท่าไหร่” เจ้าของร้านยักไหล่หน่อย ๆ ที่นี่รสนิยมหลักก็ไม่พ้นของพวกคนผิวขาว งานฝีมือแบบดิบ ๆ ของชาวอินเดียนแดงมันไม่ถูกใจคุณหญิงคุณนายหรอก สุดท้ายทองพวกนี้ก็จบที่การโดนหลอมใหม่อยู่ดี
“แล้วคุณให้เท่าไหร่ล่ะ?” โจเซ่ถามอีกครั้ง เขาไม่สนเรื่องดีไซน์หรอก เพราะเขารู้อยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่ทองของอินเดียนแดงเลย
“ใจเย็น ๆ สิ ไอ้หนู! รอแป๊บ!” เจ้าของร้านแก่พูดปลอบ แล้วก็หันหลังไปค้นหาอะไรบางอย่างอย่างช้า ๆ
พอเห็นแบบนั้นโจเซ่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เพราะเขาสืบมาแล้วว่าที่นี่เป็นร้านเก่าแก่ประจำย่าน แล้วก็ทำหน้าที่เป็น “โรงจำนำ” ไปในตัวด้วย
แล้วสิ่งที่เขาเอามาขายก็แค่ทอง ไม่ใช่ของผิดกฎหมายอะไร
ก็... ถ้าจะว่าไปตามกฎของรูสเวลต์ที่ออกเมื่อสิบปีก่อน การซื้อขายทองโดยเอกชนมันก็ผิดกฎหมายจริงนั่นแหละ ซึ่งกฎหมายนี้จะยังไม่ถูกยกเลิกอย่างถาวรจนกว่าจะถึงยุคของนิกสันในอีกยี่สิบกว่าปีข้างหน้า
แต่ความจริงก็คือ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้น กฎข้อนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดเท่าเมื่อก่อนแล้ว
ยิ่งพอมีผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามามากมาย รัฐบาลสหรัฐก็เลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นต่อการซื้อขายทองแบบลับ ๆ ดังนั้นการซื้อขายทองในระดับเล็ก ๆ ก็เลยกลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป
แน่นอนว่า วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการขายทองให้ธนาคารในราคาสามสิบห้าดอลลาร์ต่อออนซ์ (1 ออนซ์ ประมาณ 28 กรัม)
แต่ทำแบบนั้น... มันขาดทุนยับ
เพราะราคาทองในตลาดตอนนี้มันพุ่งไปที่ห้าสิบดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว
ต่างกันตั้งสิบห้าดอลลาร์เลยนะ ซึ่งไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย
เพราะอย่าลืมว่า ค่าครองชีพในยุคนี้ เงินดอลลาร์มันมีอำนาจซื้อสูงมาก
ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างในเมืองใหญ่อย่างชิคาโก้ ถ้าไปกินข้าวในร้านธรรมดา ๆ สั่งชุดใหญ่ที่มีทั้งกาแฟ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ก็แค่ประมาณห้าสิบถึงหกสิบเซ็นต์ ส่วนเบอร์เกอร์ชิ้นโต ๆ ก็แค่ยี่สิบเซ็นต์เท่านั้นเอง
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคนธรรมดาจะออกไปกินข้าวนอกบ้านทุกวัน สิบห้าดอลลาร์ก็พอกินหรูอยู่สบายได้เป็นอาทิตย์เลยล่ะ
ทองที่โจเซ่เอามาวันนี้ก็ไม่ได้มากหรือน้อยเกินไป อยู่ที่ประมาณสิบออนซ์ ต่างกันถึงร้อยห้าสิบดอลลาร์ นี่มันเท่ากับรายได้สองถึงสามเดือนของคนทั่วไปเลยนะ
อย่าไปหลงตัวเลขว่ารายได้เฉลี่ยของชาวอเมริกันในปี 1943 มันทะลุหลักพันดอลลาร์แล้ว
เพราะคนที่เข้าใจว่า “รายได้เฉลี่ย” มันแปลว่าอะไร... ก็จะรู้ดี
ความจริงแล้ว สำหรับคนทำงานธรรมดาในเมือง รายได้ทั้งปีที่อยู่ราว ๆ เจ็ดถึงแปดร้อยดอลลาร์ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ทำไมหนุ่มสาวอเมริกันถึงอยากเข้ากองทัพกันนักในช่วงสงครามโลก?
ก็เพราะเงินเดือนมันดีไงล่ะ!
ทหารยศพลทหารธรรมดาก็ได้เดือนละห้าสิบดอลลาร์ พอยศสูงขึ้นแต่ละขั้นก็จะเพิ่มอีกสิบถึงยี่สิบดอลลาร์ ถ้าเป็นสิบตรีเงินเดือนก็พุ่งไปที่ร้อยดอลลาร์ต่อเดือน ยังไม่รวมเบี้ยเลี้ยงต่างหาก
เพราะงั้น... ร้อยห้าสิบดอลลาร์นี่ไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย
โจเซ่เองก็ไม่ได้มีทองในมือเยอะนัก ดังนั้นจะให้ไปขายธนาคารแล้วเสียส่วนต่างเยอะขนาดนี้ เขาไม่ยอมอยู่แล้ว ถึงต้องเสี่ยงหน่อยก็ยอม
โชคดีที่เจ้าของร้านแก่ไม่ทำตัวน่าสงสัยอะไร เขากลับมาพร้อมกับเครื่องมือหลายอย่าง ทั้งถ้วยตวงน้ำ เครื่องชั่ง ฯลฯ
“ทองชุดนี้ความบริสุทธิ์ไม่สูงนัก น่าจะแค่ประมาณ 80% เท่านั้น ฉันให้ได้แค่สี่สิบดอลลาร์ต่อออนซ์นะ” เจ้าของร้านสรุปหลังจากใช้วิธีวัดค่าความถ่วงจำเพาะของทอง
“ตกลง!” โจเซ่ไม่แปลกใจกับคำตอบนั้นเลย เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าทองชุดนี้ความบริสุทธิ์ไม่สูง จะเอาให้ดีได้ไง ในเมื่อโลกนั้นเทคโนโลยีโลหะยังไม่ได้พัฒนา ไหนจะพวกป่าเถื่อนที่ยังหลอมเหล็กไม่เป็นอีก
ดังนั้นเขาก็เลยรับราคาที่เจ้าของร้านเสนอมาแบบไม่มีปัญหา
“ดีเลย รวมแล้วได้ 9.8 ออนซ์ ฉันจะไม่หักเธอละกัน นับให้ครบสิบออนซ์เลย นี่ สี่ร้อยดอลลาร์ เอาไปเลย ไอ้หนู!” พอเห็นว่าโจเซ่ตกลงง่าย ๆ เจ้าของร้านก็ไม่พูดมาก หันหลังไปหยิบเงินก้อนหนึ่งจากเคาน์เตอร์ ดึงออกมาสองใบ แล้วส่งที่เหลือให้โจเซ่
โจเซ่รับเงินม้วน ๆ นั้นมา แกะยางรัดออกแล้วนับดู มีแบงค์ห้าสิบดอลลาร์แปดใบ เป๊ะเลย
ในเมื่อยุคนั้นอเมริกายังไม่มีระบบบัตรเครดิต แบงค์ใบใหญ่ก็เลยไม่ได้หายากแบบในศตวรรษที่ 21 ที่บางทีจะเจอแบงค์ห้าสิบใบยังยากเลย
“ช่วยแลกแบงค์ห้าสิบให้หน่อยได้มั้ยครับ? อยากได้แบงค์ย่อยหน่อย สักใบละห้า หรือสิบก็ได้” โจเซ่นับเงินเสร็จ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ แล้วก็ผลักแบงค์ห้าสิบกลับไปหนึ่งใบ
ถึงแม้จะไม่ใช่ธนบัตรหายาก แต่ด้วยกำลังซื้อที่สูงของมัน มันก็ไม่สะดวกนักถ้าไม่มีแบงค์ย่อยติดตัวไว้
เจ้าของร้านไม่พูดอะไรมาก แค่พยักหน้า แล้วก็แลกมาให้เป็นแบงค์ห้าดอลลาร์หนึ่งม้วน
พอนับเงินจนเรียบร้อย โจเซ่ก็มัดรวมใหม่ เก็บใส่กระเป๋าเสื้อ เตรียมตัวจะออกจากร้าน
“ถ้ามีของแบบนี้มาอีก ก็เอามาขายกับฉันได้นะ ‘ลุงฮอว์ก’ คนนี้เขาชื่อเสียงดีแถวนี้เลยล่ะ!” เสียงเจ้าของร้านตะโกนไล่หลังมาตอนที่โจเซ่เดินถึงหน้าประตู
“แน่นอน!” โจเซ่ชะงักเล็กน้อยตอนที่ได้ยินแบบนั้น พยักหน้า แล้วก็เดินจากไป
--------------------
เรื่องนี้ต้นฉบับจบแล้ว 380 ตอน
--------------------
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
ชั้นหนังสือรวมผลงานทุกเรื่อง จิ้มที่นี่เลยค่ะ >> Rubybibi
ผลงาน [นิยายแปล] ของ Rubybibi
⚙️เกิดใหม่ ในปี 1943 พร้อมระบบพ่อค้าข้ามมิติ
🐛เกิดใหม่เป็นก็อบลินพร้อมระบบจำลองชีวิต
🏪ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
💂ดินแดนของฉันมีแต่ทหารระดับเทพ
📀มาร์เวล: ระบบโหลดเทมเพลตตัวเอกแบบสุ่ม
🔮จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
🎁วันสิ้นโลก: สิ่งของที่ผู้หญิงใช้จะได้คืนหมื่นเท่า
🔯พรสวรรค์ระดับ SSS คูลดาวน์เร็วขึ้นล้านเท่า
🍻ปลุกพลังเซียนดาบแห่งสุรา ฉันเก่งขึ้นได้ด้วยการดื่ม (จบแล้ว)
🐉ปรมาจารย์สัตว์อสูรระดับเทพ (จบแล้ว)
💰เส้นทางสู่มหาเศรษฐีด้วยระบบสุ่มเทคโนโลยีหมื่นโลก (จบแล้ว)
🎭ผจญภัยในจักรวาลมาร์เวลกับระบบจำลองตัวละคร
🍁ระบบคัดลอกพรสวรรค์แห่งวันสิ้นโลก (จบแล้ว)
🏰เริ่มต้นด้วยความไร้เทียมทานและสร้างมหานครนิรันดร์ (จบแล้ว)
🍀ระบบเทพเจ้าผู้สร้าง : กำเนิดใหม่ในโลกบรรพกาล
🌟ผจญภัยในโลกวันพีซกับระบบจำลองตัวละคร
🍥ระบบอัญเชิญนินจาสู่จักรวาลมาร์เวล
😈จอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งฮอกวอตส์ (จบแล้ว)
🦸สงครามแห่งมาตุภูมิอเมริกันคอมิกส์ (จบแล้ว)
🎀วันสิ้นโลกกับระบบสุ่มเสบียงไม่จำกัดทุกวัน (จบแล้ว)
🍄วันสิ้นโลก: รูเล็ตต์ของฉันเลเวลสูงกว่าคนอื่น (จบแล้ว)
🎮อัตราดรอป 100% ณ จุดเริ่มต้นของโลกในตำนาน (จบแล้ว)
🌞เกิดใหม่เป็นอพอลโล่เทพแห่งดวงอาทิตย์ พร้อมระบบหีบสมบัติ (จบแล้ว)
💥มาร์เวล: เมื่อผมแต่งงานกับแบล็ควิโดว์ (จบแล้ว)
💫คุณปู่ตะลุยมัลติเวิร์ส (จบแล้ว)
🧙จอมเวทย์สูงสุดแห่งฮอกวอตส์ (จบแล้ว)
--------------------