- หน้าแรก
- พระกวาดลานผู้เร้นกายหวนคืนสู่ยุทธภพด้วยระบบเช็คอิน
- บทที่ 19: ภยันตรายรอบด้าน ปฏิภาณเอาตัวรอด
บทที่ 19: ภยันตรายรอบด้าน ปฏิภาณเอาตัวรอด
บทที่ 19: ภยันตรายรอบด้าน ปฏิภาณเอาตัวรอด
บทที่ 19: ภยันตรายรอบด้าน ปฏิภาณเอาตัวรอด
เย่ชิงอวิ๋นจ้องมองแสงสว่างที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความร้อนรนแผดเผาจิตใจดั่งไฟสุม เขาพยายามใช้เสื้อผ้าคลุมปิดไว้ แต่ดูเหมือนแสงนั้นจะทรงพลังจนทะลุผ่านออกมาได้ ในห้วงขณะนั้น... หูของเขาแว่วเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ไกลๆ อีกครั้ง
‘มีคนถูกแสงนี้ชักนำมาอีกแล้วหรือ?’
เขากำคัมภีร์ลับในมือแน่น แววตาฉายประกายเด็ดเดี่ยว พร้อมเผชิญหน้ากับภยันตรายที่ไม่อาจหยั่งรู้
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที ทุกจังหวะย่างก้าวราวกับเหยียบย่ำลงกลางใจ เขาทราบดีว่าไม่อาจตื่นตระหนก จึงกวาดตามองไปทั่วห้องฌานอย่างรวดเร็ว สายตาไปสะดุดเข้ากับกล่องไม้ผุพังที่มุมห้อง... ไวเท่าความคิด เขารีบยัดคัมภีร์ลงในกล่อง แล้วโกยข้าวของระเกะระกะทับไว้อย่างลวกๆ เพื่ออำพราง จากนั้นจึงคว้าไม้กวาดขึ้นมา แสร้งทำท่ากวาดพื้นราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ชั่วอึดใจต่อมา ศิษย์อาท่านหนึ่งก็ก้าวเข้ามา ท่านสวมจีวรสีน้ำตาล ใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบดุจคบเพลิง เพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามา สัญชาตญาณของท่านก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติในห้องฌาน คิ้วเข้มขมวดมุ่น สายตาพุ่งตรงมายังเย่ชิงอวิ๋นด้วยความฉงน
“เจ้ามาทำอันใดที่นี่? สถานที่รกร้างเช่นนี้หามีผู้ใดใคร่ย่างกราย”
แม้ภายในใจจะเต้นรัว แต่เย่ชิงอวิ๋นยังคงรักษาสีหน้าสงบนิ่ง เขาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
“เรียนท่านศิษย์อา... พระอุปัฏฐากมีคำสั่งให้ศิษย์มาทำความสะอาดขอรับ ท่านกล่าวว่าที่นี่ไม่ได้ปัดกวาดมานาน เกรงว่าฝุ่นผงจะทำแปดเปื้อนหลักธรรมแห่งองค์พระ”
ศิษย์อาเพ่งพินิจเย่ชิงอวิ๋นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาเต็มไปด้วยการจับผิดและระแวงสงสัย
“พระอุปัฏฐากหรือ? เหตุใดอาตมาจึงไม่ระแคะระคายเรื่องนี้?”
หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นกระตุกวูบ แต่เขาข่มใจให้เยือกเย็น ใช้น้ำเสียงจริงใจอธิบายว่า
“ท่านศิษย์อา... บางทีท่านพระอุปัฏฐากอาจมีกิจธุระรัดตัวจนไม่มีเวลาแจ้งท่าน ศิษย์เองก็เพิ่งได้รับคำสั่งและรีบเร่งมาทันทีเช่นกันขอรับ”
ศิษย์อามิได้ตอบรับในทันที ท่านเดินวนสำรวจไปรอบห้องฌาน สายตากวาดมองผนัง โต๊ะ และเก้าอี้... ท้ายที่สุด สายตานั้นก็มาหยุดลงที่กล่องไม้ซึ่งถูกทับถมด้วยกองขยะ! หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นแทบจะกระดอนออกมาทางปาก ฝ่ามือชุ่มโชกด้วยเหงื่อเย็น ไม้กวาดในมือสั่นระริกเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม
ศิษย์อาค่อยๆ สืบเท้าเข้าไปหากล่องไม้นั้น เย่ชิงอวิ๋นเกร็งจนแทบหยุดหายใจ ท่านก้มตัวลง ใช้มือปัดข้าวของที่ทับถมออกเบาๆ... หัวใจเย่ชิงอวิ๋นดิ่งวูบไปถึงตาตุ่ม
ทว่า... ศิษย์อาเพียงปรายตามองกล่องไม้นั้นแวบหนึ่ง เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติจึงยืดตัวขึ้น
เย่ชิงอวิ๋นลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ศีรษะยังคงก้มต่ำอย่างนอบน้อม ศิษย์อาเดินวนรอบห้องฌานอีกครั้ง ตรวจสอบทุกซอกมุมอย่างละเอียด บรรยากาศรอบกายอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดที่ชวนให้หายใจไม่ออก
เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดศิษย์อาก็หยุดเดินและหันมามองเย่ชิงอวิ๋นอีกครั้ง
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จงทำความสะอาดให้เรียบร้อย อย่าได้ทำแบบขอไปทีเล่า”
เย่ชิงอวิ๋นรีบขานรับ “ขอรับท่านศิษย์อา ศิษย์จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด”
เมื่อศิษย์อาหันหลังเดินจากไปจนเสียงฝีเท้าเงียบหาย เย่ชิงอวิ๋นจึงผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายที่เกร็งเขม็งผ่อนคลายลง เขารีบปรี่เข้าไปที่กล่องไม้ เตรียมนำคัมภีร์ออกมาแล้วรีบหนีไปจากที่นี่
ทว่า... ทันทีที่เปิดกล่องไม้ แสงสว่างจากคัมภีร์กลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนแสบตา!
เย่ชิงอวิ๋นแตกตื่นตกใจ แสงเจิดจ้าเช่นนี้ย่อมดึงดูดผู้คนให้แห่แหนกันมาอีกแน่ เขาขบคิดหาวิธีแก้ไขอย่างร้อนรน เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก
แสงนี้จะชักนำภัยมาอีกหรือไม่? และมันจะนำพาความเปลี่ยนแปลงอันใดมาอีก? เย่ชิงอวิ๋นไม่กล้าคิดให้มากความ เขารู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที ต้องรีบหาวิธีจัดการโดยเร็วที่สุด แต่ในยามนี้... เขากลับติดอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะจัดการเช่นไรดี