เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: วาสนาที่ไม่คาดฝัน

บทที่ 16: วาสนาที่ไม่คาดฝัน

บทที่ 16: วาสนาที่ไม่คาดฝัน


บทที่ 16: วาสนาที่ไม่คาดฝัน

เย่ชิงอวิ๋นกลับถึงเรือนพักในวัดเส้าหลิน เขาปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะหยิบศิลาเรืองแสงออกมาวางบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง อาศัยแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างพินิจดูมันอย่างละเอียด ลวดลายบนหินคล้ายกำลังเปล่งประกายลึกลับวูบวาบ ยิ่งเย่ชิงอวิ๋นจ้องมองมากเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตามากเท่านั้น... ทันใดนั้น ภาพอักขระบนผนังถ้ำก็ผุดวาบขึ้นในห้วงความคิด หรือว่า... ของสองสิ่งนี้จะมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง?

ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในห้วงภวังค์ เสียงที่คุ้นเคยของท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

“ชิงอวิ๋น เจ้าอยู่ด้านในหรือไม่? อาตมามีเรื่องใคร่สอบถาม”

หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นกระตุกวูบ เขารีบซุกซ่อนศิลาเรืองแสงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู

เมื่อบานประตูเปิดออก ปรากฏใบหน้าเปี่ยมเมตตาของท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิง ความตึงเครียดในใจของเย่ชิงอวิ๋นผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขากล่าวด้วยความนอบน้อม

“นิมนต์ท่านอาจารย์ขอรับ”

ท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงก้าวเข้ามาในห้อง สายตากวาดมองเครื่องเรือนเรียบง่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตัวเย่ชิงอวิ๋น ท่านยิ้มพลางกล่าวว่า

“ชิงอวิ๋น อาตมาสังเกตเห็นว่าระยะนี้เจ้าดูเหนื่อยล้าชอบกล เจ้าประสบปัญหาอันใดหรือไม่?”

เย่ชิงอวิ๋นใจหายวาบ ทราบดีว่าท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงมักห่วงใยทุกคนในวัดเสมอ เขาครุ่นคิดชั่วครู่ ตัดสินใจปิดบังเรื่องศิลาและถ้ำลึกลับไว้ แล้วตอบเลี่ยงไปว่า

“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เป็นห่วง... ผู้น้อยเพียงแค่ประสบภาวะคอขวดในการบ่มเพาะ จึงทำให้จิตใจว้าวุ่นเล็กน้อยขอรับ”

ท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงพยักหน้าเบาๆ แววตาฉายแววรอบรู้ดุจมองทะลุสรรพสิ่ง ท่านเอ่ยขึ้นเนิบช้า

“วิถีแห่งการบ่มเพาะย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม การเผชิญคอขวดเป็นเรื่องสามัญ... เจ้าอย่าได้ใจร้อน จงสงบจิตใจแล้วค่อยๆ ทำความเข้าใจ บางครา... การเปลี่ยนมุมมองอาจนำไปสู่การรู้แจ้งฉับพลัน”

เย่ชิงอวิ๋นรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก รีบประสานมือคารวะ “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ ผู้น้อยจะจดจำใส่ใจขอรับ”

ท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงสนทนากับเย่ชิงอวิ๋นอีกสองสามประโยค ก่อนจะขอตัวกลับไป

เมื่อส่งท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงแล้ว เย่ชิงอวิ๋นกลับมานั่งที่โต๊ะ หยิบศิลาเรืองแสงออกมาอีกครั้ง ความรู้สึกแรงกล้าบอกเขาว่าลวดลายบนหินนี้มีความสำคัญยิ่งยวด และอาจเป็นกุญแจไขความลับสู่ “ขุมทรัพย์” ที่ซ่อนอยู่ของวัดเส้าหลิน...

เพลิงแห่งความใคร่รู้ลุกโชนในอก เขาตัดสินใจจะออกสำรวจตามทิศทางที่ลวดลายบนหินชี้แนะ บางที... ปลายทางนั้นอาจมีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่รออยู่

เย่ชิงอวิ๋นเก็บศิลาเรืองแสงเข้าอกเสื้อ แล้วลอบออกจากเรือนพักอย่างเงียบเชียบ ยามนี้วัดเส้าหลินตกอยู่ในความสงบเงียบ มีเพียงเสียงระฆังแว่วมาตามสายลมเป็นครั้งคราว เขาเดินมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่ศิราชี้เป้า ประสาทสัมผัสตื่นตัวระวังภัยรอบทิศ ทุกย่างก้าวในวัดเส้าหลินที่เต็มไปด้วยความลับแห่งนี้ อาจไปกระตุ้นกับดักที่มองไม่เห็นได้ทุกเมื่อ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป เย่ชิงอวิ๋นก็พบว่าตนเองเข้ามาในเขตที่แทบไร้ผู้คนสัญจร วัชพืชขึ้นรกชัฏ หมู่ไม้หนาทึบบดบังแสงตะวัน เหลือเพียงลำแสงรำไรที่ลอดผ่านใบไม้ตกกระทบพื้นเป็นหย่อมเงา กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นหญ้าและไม้ป่าลอยแตะจมูก เย่ชิงอวิ๋นสูดหายใจลึก สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าความระแวดระวังมิได้ลดน้อยลง

หลังจากผ่านป่าทึบ เย่ชิงอวิ๋นก็มาถึงเนินเขาขนาดย่อม ลวดลายบนศิลาดูเหมือนจะชี้ไปยังอีกฟากหนึ่งของเนินเขา เขาเริ่มปีนป่ายขึ้นไปตามการนำทาง แม้เนินจะไม่สูงชัน แต่ด้วยความที่ถูกทิ้งร้างมานาน จึงเต็มไปด้วยเถาวัลย์และหนามแหลมคม เป็นอุปสรรคต่อการก้าวเดินยิ่งนัก เขาต้องใช้มือแหวกพงหนาม ปีนขึ้นไปทีละก้าวอย่างยากลำบาก

ทว่า... ขณะที่เย่ชิงอวิ๋นเกือบจะถึงยอดเนิน เสียงหนึ่งก็ลอยมาตามลม

แกรก...

เสียงเสียดสีแผ่วเบาทำให้หัวใจเขากระตุกวูบ เย่ชิงอวิ๋นหยุดนิ่งทันที กลั้นหายใจเงี่ยหูฟัง เสียงนั้นดูเหมือนจะมาจากอีกฟากหนึ่ง ราวกับมีใครบางคนกำลังเคลื่อนไหว เขาเพิ่มความระมัดระวังถึงขีดสุด ย่องเงียบกริบขึ้นไปบนยอดเนิน แล้วชะโงกหน้ามองลอดพุ่มไม้ลงไปเบื้องล่าง

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือหุบเขาเล็กๆ ที่ปกคลุมด้วยหมอกจาง ราวกับภาพฝัน ตรงใจกลางหุบเขามีกระท่อมผุพังหลังหนึ่ง ควันสีจางลอยอ้อยอิ่งออกจากปล่องไฟ

‘เหตุใดจึงมีกระท่อมและคนอาศัยอยู่ในหุบเขาลับตาเช่นนี้?’

ความสงสัยผลักดันให้เขาตัดสินใจลงไปตรวจสอบ

เย่ชิงอวิ๋นค่อยๆ ไต่ลงจากเนินเขา มุ่งหน้าสู่กระท่อม ยิ่งเข้าใกล้ เสียงกระซิบสนทนาก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เขาแฝงกายเข้าไปใกล้ตัวบ้าน แล้วหมอบลงใต้หน้าต่าง แอบมองลอดช่องแตกเข้าไปด้านใน

ภายในมีคนสองคนนั่งอยู่ ชายชราผมขาวโพลนและพระหนุ่มรูปหนึ่ง เย่ชิงอวิ๋นไม่คุ้นหน้าทั้งสอง แต่ดูจากการแต่งกาย พวกเขาล้วนเป็นคนของวัดเส้าหลิน

เสียงชายชราดังแว่วขึ้น “ระยะนี้ในวัดดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่?”

พระหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย “ศิษย์ก็สังเกตเห็นเช่นกันขอรับ แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่... ท่านอาจารย์ หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับตำนาน ‘ขุมทรัพย์’ ของวัด?”

ชายชราพยักหน้าช้าๆ “เป็นไปได้มาก... หลายปีมานี้มีผู้คนมากมายหมายปองขุมทรัพย์ของวัด เราต้องระวังตัวให้มากเป็นพิเศษ”

หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นเต้นระรัว ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับขุมทรัพย์โดยบังเอิญเช่นนี้ เขาเงี่ยหูฟังต่อ หวังจะได้เบาะแสเพิ่มเติม ทว่า... สัญชาตญาณของยอดฝีมือภายในห้องกลับตื่นตัว

ชายชราตวาดก้อง “ด้านนอกมีคน!!”

เย่ชิงอวิ๋นสบถในใจ ‘แย่แล้ว!’ เขาหันหลังเตรียมผละหนี แต่สายเกินการณ์ สองร่างพุ่งทะยานออกมาจากกระท่อม ปิดล้อมเขาไว้อย่างรวดเร็ว

ดวงตาของชายชราดุดันราวสายฟ้า จ้องเขม็งมาที่เย่ชิงอวิ๋น “เจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงมาลับๆ ล่อๆ แอบฟังพวกข้าสนทนา?”

สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด เย่ชิงอวิ๋นรีบสงบสติอารมณ์แล้วประสานมือกล่าว “ท่านอาวุโส... ผู้น้อยคือเย่ชิงอวิ๋น เป็นเพียงพระกวาดลานวัดเส้าหลิน ผู้น้อยหลงทางเข้ามาและได้ยินบทสนทนาโดยบังเอิญ มิได้มีเจตนาแอบฟังแม้แต่น้อย”

ชายชราขมวดคิ้ว “พระกวาดลานวัด? เหตุใดไม่กวาดลานอยู่ที่หอคัมภีร์ ไยจึงวิ่งเพ่นพ่านมาถึงที่นี่?”

สมองของเย่ชิงอวิ๋นแล่นเร็ว เขาตัดสินใจเดิมพัน พลิกสถานการณ์ด้วยการเปิดเผยความจริงบางส่วน

“เรียนท่านอาวุโส... ความจริงแล้ว ผู้น้อยบังเอิญพบคัมภีร์ลึกลับเล่มหนึ่งขณะทำความสะอาดหอคัมภีร์ ในนั้นระบุเบาะแสเกี่ยวกับขุมทรัพย์ของวัดเส้าหลิน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผู้น้อยจึงตามเบาะแสนั้นมาจนถึงที่นี่”

ชายชราและพระหนุ่มสบตากัน แววประหลาดใจฉายวาบในดวงตา ชายชราเอ่ยถาม “ที่เจ้าพูดเป็นความจริงรึ? แล้วคัมภีร์ลับเล่มนั้นอยู่ที่ใด?”

เย่ชิงอวิ๋นลังเลชั่วครู่ ทราบดีว่าไม่อาจเปิดเผยความลับทั้งหมดได้ง่ายๆ จึงตอบไปว่า “คัมภีร์เล่มนั้นผู้น้อยซ่อนเอาไว้แล้วขอรับ... ผู้น้อยเกรงว่าจะมีคนอื่นมาพบเข้า”

ชายชราพยักหน้า “หากเป็นเช่นนั้น เจ้าจงเข้ามาหารือรายละเอียดด้านในกับพวกข้า”

แม้จะลังเล แต่เย่ชิงอวิ๋นรู้ว่าไร้ทางเลือก จึงเดินตามทั้งสองเข้าไปในกระท่อม

ภายในกระท่อมตกแต่งเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ไม่กี่ตัวและเตียงนอน ชายชราและพระหนุ่มนั่งลงที่โต๊ะ พร้อมผายมือให้เย่ชิงอวิ๋นนั่งลง

“เย่ชิงอวิ๋น ในเมื่อเจ้าพบเบาะแสขุมทรัพย์ ไยไม่ลองบอกเล่าให้พวกข้าฟัง? ข้ารับรองว่าหากเจ้าพูดความจริง พวกข้าจะไม่เอาความเจ้า”

เย่ชิงอวิ๋นครุ่นคิด คนทั้งสองนี้อาจช่วยเขาไขปริศนาได้ จึงตัดสินใจกล่าว “ท่านอาวุโส... ผู้น้อยพบอักขระประหลาดในคัมภีร์ ต่อมาก็พบอักขระแบบเดียวกันในถ้ำ และยังได้ครอบครองศิลาเรืองแสงก้อนหนึ่ง... ลวดลายของมันดูเหมือนจะชี้บอกทิศทาง”

พูดจบ เขาก็หยิบศิลาเรืองแสงออกมาวางบนโต๊ะ

ชายชรารับศิลาไปพิจารณา แววตาฉายแววตื่นตะลึง “มิคาดคิด... เจ้ากลับพบหินก้อนนี้จริงๆ นี่คือหนึ่งในกุญแจเปิดขุมทรัพย์ ดูท่าสิ่งที่เจ้าพูดจะเป็นความจริง”

เย่ชิงอวิ๋นใจชื้นขึ้นมาทันที “ท่านอาวุโส ท่านทราบที่มาของหินก้อนนี้หรือขอรับ?”

“หินก้อนนี้เรียกว่า ‘ศิลาแสวงสมบัติ’” ชายชรากล่าวเสียงขรึม “เล่าลือกันว่ามันจะปรากฏในสถานที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น และทิศทางที่มันชี้ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับขุมทรัพย์อย่างแน่นอน”

“เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรต่อไปขอรับ?” เย่ชิงอวิ๋นถามด้วยความตื่นเต้น

“ในเมื่อได้ศิลาแสวงสมบัติมาแล้ว... เราจะตามทิศทางที่มันชี้ไป แต่เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น”

เย่ชิงอวิ๋นพยักหน้ารับคำ ทั้งสามตัดสินใจออกเดินทางทันที

พวกเขาเดินมุ่งหน้าตามการชี้ทางของศิลา หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ไม่รู้ว่าปลายทางจะมีสิ่งใดรออยู่ แต่เขามั่นใจว่านี่คือก้าวสำคัญในการไขความลับแห่งเส้าหลิน

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงหน้าถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง ลวดลายบนศิลาชี้ตรงเข้าไปในความมืดมิดของปากถ้ำ

ชายชราหันมามองเย่ชิงอวิ๋นและพระหนุ่ม “ขุมทรัพย์อาจซ่อนอยู่ภายใน เข้าไปดูกันเถิด”

ทั้งสามย่างเท้าเข้าสู่ภายในถ้ำที่มืดสนิทและแผ่กลิ่นอายวังเวง เย่ชิงอวิ๋นจุดไฟเพื่อให้แสงสว่าง นำทางไปตามทางเดินคดเคี้ยว จนกระทั่ง... ประตูหินมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า!

บนบานประตูหินสลักเสลาด้วยอักขระประหลาด คล้ายคลึงกับที่เย่ชิงอวิ๋นเคยเห็นมาก่อน ชายชราเพ่งมองอักขระเหล่านั้นแล้วกล่าว “นี่คือกลไกรหัส... ต้องถอดรหัสให้ได้ ประตูหินจึงจะเปิดออก”

เย่ชิงอวิ๋นและพระหนุ่มขยับเข้าไปช่วยกันพิจารณา

ด้วยความร่วมมือของทั้งสาม ในที่สุดปริศนาก็ถูกไขกระจ่าง เย่ชิงอวิ๋นกดนิ้วลงบนตำแหน่งเฉพาะตามคำแนะนำของอักขระ

ครืนนนนน...

เสียงกลไกทำงานกึกก้อง ประตูหินค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงหินขนาดใหญ่เบื้องหลัง แสงระยิบระยับบาดตาพุ่งออกมา... สมบัติล้ำค่ากองพะเนินอยู่ภายใน! ทั้งสามคนยืนตะลึงงันกับภาพตรงหน้า

ทว่า... ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปสำรวจ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านหลัง!

“ใคร!”

ทั้งสามหันขวับกลับไป พบกลุ่มชายชุดดำปรากฏตัวขึ้น นำโดยชายวัยกลางคนใบหน้าอำมหิต มันแสยะยิ้มเย็นยะเยือก

“หึ! นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะหาขุมทรัพย์เจอจริงๆ... แต่เสียใจด้วย เพราะตอนนี้ขุมทรัพย์นี้ตกเป็นของพวกข้าแล้ว!”

สิ้นเสียงคำราม มันโบกมือวูบ “ฆ่า!”

เหล่าชายชุดดำพุ่งทะยานเข้าใส่เย่ชิงอวิ๋นและพวกดุจฝูงหมาป่า

ความโกรธแค้นลุกโชนในอกเย่ชิงอวิ๋น ไม่นึกว่าจะมีคนสะกดรอยตามพวกเขามา เขาโคจรลมปราณทั่วร่าง เข้าปะทะกับชายชุดดำอย่างดุเดือด! ชายชราและพระหนุ่มก็ไม่ยอมน้อยหน้า ร่วมวงต่อสู้ทันที

ตูม! ผัวะ! เคร้ง!

เสียงการปะทะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วถ้ำ

เย่ชิงอวิ๋นอาศัยความก้าวหน้าจากการบ่มเพาะในช่วงที่ผ่านมา ต่อกรกับศัตรูได้อย่างสูสี เขาใช้วิชา “หมัดยาวเส้าหลิน” ออกหมัดแหวกอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว ทุกหมัดเปี่ยมด้วยพลังทำลายล้าง แม้ชายชุดดำจะมีจำนวนมาก แต่ภายใต้การต้านทานอันห้าวหาญของทั้งสาม พวกมันก็มิอาจชิงความได้เปรียบ

ทว่า... ศัตรูมีมากเกินไป พวกมันดาหน้าเข้ามาไม่ขาดสาย เย่ชิงอวิ๋นและพวกเริ่มอ่อนแรงลง

ในเสี้ยววินาทีวิกฤต เย่ชิงอวิ๋นพลันนึกถึง “วิชาประสานพลัง” ที่ระบุไว้ในคัมภีร์ลับ เขารีบส่งสัญญาณให้ชายชราและพระหนุ่ม ทั้งสามปรับเปลี่ยนตำแหน่งยืนค่ายกลอย่างรวดเร็ว แล้วระเบิดพลังโจมตีพร้อมกัน!

ซูมมม!

แสงสว่างเจิดจ้าสาดซัดออกจากกลุ่มพวกเขา กวาดกระแทกใส่เหล่าชายชุดดำดุจคลื่นยักษ์ เหล่าศัตรูที่ถูกคลื่นพลังกระแทกต่างกระเด็นล้มกลิ้งระเนระนาด

ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าเห็นท่าไม่ดี หากสู้ต่อคงมีแต่พ่ายแพ้ มันกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ

“ถอย!”

กลุ่มชายชุดดำรีบพยุงพวกพ้องล่าถอย หายลับไปในความมืดของถ้ำอย่างรวดเร็ว

เย่ชิงอวิ๋นและสหายร่วมรบมองตามเงาหลังของศัตรู ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาหันกลับมายังห้องโถงหินและเริ่มตรวจสอบสมบัติ ภายในห้องไม่เพียงมีโอสถวิเศษและศาสตราวุธล้ำค่า แต่ยังมีคัมภีร์ยุทธ์ที่สาบสูญไปนานอีกด้วย เย่ชิงอวิ๋นลิงโลดใจยิ่งนัก สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้เขาได้อย่างมหาศาล

ที่มุมหนึ่งของห้อง เย่ชิงอวิ๋นพบตำราเล่มหนึ่งที่แผ่กลิ่นอายโบราณคร่ำครึ เขาหยิบมันขึ้นมาเปิดดู...

ดวงตาของเขาเบิกกว้าง นี่คือ “สุดยอดคัมภีร์ลับแห่งยุค” สำหรับฝึกปรือลมปราณ!

หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก เขารู้ดีว่าคัมภีร์เล่มนี้... จะเป็นกุญแจสำคัญให้เขาทะลวงผ่านขอบเขตพลังในปัจจุบัน!

เย่ชิงอวิ๋นเก็บคัมภีร์เข้าอกเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะช่วยกันเลือกของมีค่าบางส่วนที่จำเป็นติดตัวไป พวกเขารู้ดีว่าไม่อาจขนย้ายขุมทรัพย์ทั้งหมดออกไปได้ มิฉะนั้น... มันจะกลายเป็นภัยมหันต์ที่ชักนำความหายนะมาสู่ตน

..... โปรดติดตามตอนต่อไป ..... จบตอน

จบบทที่ บทที่ 16: วาสนาที่ไม่คาดฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว