- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของผมระดับพระเจ้า
- บทที่ 20: เรื่องวุ่นวาย ผลชิงสั่วสีเขียว
บทที่ 20: เรื่องวุ่นวาย ผลชิงสั่วสีเขียว
บทที่ 20: เรื่องวุ่นวาย ผลชิงสั่วสีเขียว
บทที่ 20: เรื่องวุ่นวาย ผลชิงสั่วสีเขียว
"นี่ ฉันบอกพวกนายสองคนไว้ก่อนเลยนะ ช่วงนี้รีบไปฝึกสัตว์อสูรให้เก่งๆ หน่อย ฉันไม่อยากถูกจับแยกไปอยู่ห้องใหม่แล้วไม่มีเพื่อนที่รู้จักเลยสักคน"
เฉินรั่วเสวี่ยพูดขึ้นระหว่างคุยเล่นกันตอนกลับบ้าน ภูตน้อยของเธอลอยวนเวียนอยู่รอบตัวพลางทำหน้าทะเล้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วง ศักยภาพสัตว์อสูรของฉันตั้ง 76 แถมช่วงนี้ฉันก็ฝึกพื้นฐานอยู่ตลอด รับรองว่าได้เข้าห้องคัดพิเศษแน่นอน" หยางโจวที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของซูไป๋รับประกันเสียงหนักแน่น
"ฉันก็เหมือนกัน น่าจะเข้าห้องคัดพิเศษได้สบาย" ซูไป๋พยักหน้า นักเรียนชั้นม.5 ของโรงเรียนมัธยมที่สี่มีอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคน ขอแค่ผลการเรียนดีหน่อย โอกาสที่จะได้อยู่ห้องเดียวกันก็สูงมาก
เฉินรั่วเสวี่ยพยักหน้า เธอค่อนข้างแคร์เพื่อนร่วมชั้นอย่างซูไป๋ "ถ้าวันอาทิตย์ว่าง เรานัดมาซ้อมด้วยกันก็ได้นะ"
"จริงสิ ซูไป๋ แล้วศักยภาพของจื่ออวี้เท่าไหร่ล่ะ?" เฉินรั่วเสวี่ยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าซูไป๋ยังไม่ได้บอกระดับศักยภาพของจื่ออวี้เลย
"ระดับศักยภาพเหรอ? กลัวว่าบอกไปแล้วพวกนายจะตกใจน่ะสิ" ซูไป๋เหลือบมองทั้งสองคน
"โธ่เอ๊ย คิดว่าลูกพี่อย่างฉันขวัญอ่อนนักรึไง? ดูหุ่นฉันซะก่อน รีบบอกมาได้แล้ว!" หยางโจวทำหน้าไม่เชื่อน้ำยา
เมื่อเห็นแววตาคาดหวังของเพื่อนทั้งสอง ซูไป๋ก็ยิ้มมุมปากแล้วค่อยๆ เอ่ยตัวเลขออกมา "93 คะแนน เป็นไง ตกใจหรือยัง?"
"ก็แค่... เชี่ย! 93? เอาจริงดิ? โม้หรือเปล่าเนี่ย?" สีหน้าของหยางโจวเปลี่ยนจากเฉยเมยเป็นช็อกสุดขีดในทันที
"จริงหรือมั่ว? ซูไป๋ อย่ามาอำกันนะ... ไม่ได้การละ จอดรถเดี๋ยวนี้ ขอฉันดูข้อมูลหน่อย!" เฉินรั่วเสวี่ยเบรกมอเตอร์ไซค์ของเธอจนตัวโก่ง หันมาจ้องซูไป๋ตาเขม็ง
"ฉันจะโกหกพวกเธอทำไม?" ซูไป๋จอดรถ ผายมือออกแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ดู เขาแอบขำที่เห็นหน้าเหวอๆ ของเพื่อนรักทั้งสอง
"อู้ววว~" จื่ออวี้ที่เกาะอยู่บนไหล่ซูไป๋ส่งเสียงร้องสนับสนุน ราวกับจะยืนยันความเก่งกาจของตัวเอง
"ว้าว ซูไป๋ นายสุดยอดมาก เก่งจริงๆ!" เฉินรั่วเสวี่ยตบไหล่ซูไป๋หลังจากเห็นข้อมูล ใบหน้ายังคงฉายแววตกตะลึง ศักยภาพระดับ 93 นี่มันระดับท้าทายสวรรค์ชัดๆ เธอกล้าพูดเลยว่าทั้งโรงเรียนมัธยมที่สี่คงไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนที่มีค่าพลังสูงกว่านี้อีกแล้ว
"นี่นาย! ถ้าพวกเราไม่ถาม นายกะจะปิดเงียบไม่บอกกันเลยใช่ไหม? นิสัยไม่ดีเลยนะ! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่รีบบอกกันบ้าง!" เฉินรั่วเสวี่ยที่ยังคงอึ้งอยู่ผลักซูไป๋เบาๆ อย่างไม่พอใจ
"ซูไป๋ นายรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันอยากจะฆ่านายชะมัด? ฉันรู้สึกเหมือนนายถูกสวรรค์ส่งมาเพื่อดับรัศมีและขัดขวางการขิงของฉันชัดๆ นายมันร้ายลึกเกินไปแล้ว เริ่มต้นด้วยวัสดุธรรมดา แต่ดันได้สัตว์เทพระดับจื่ออวี้มาครอบครอง พระเจ้า... นี่มันไม่ยุติธรรมเลย!"
หยางโจวกำหมัดแน่น อยากจะต่อยซูไป๋สักหมัด ตอนแรกเขาอุตส่าห์เตรียมคำปลอบใจไว้เผื่อสัตว์อสูรของซูไป๋มีศักยภาพต่ำ แต่สุดท้ายไอ้หมอนี่กลับซุ่มเงียบคว้าสัตว์เทพมาได้ ที่น่าโมโหที่สุดคือดันปิดปากเงียบไม่บอกเพื่อนฝูงนี่แหละ
"งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเช้าพวกนายเป็นการไถ่โทษดีไหม? อย่าทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันขนาดนั้นสิ ฉันก็เพิ่งไปตรวจมาเมื่อวานเอง อีกอย่างถ้าบอกไป พวกนายก็หาว่าฉันขิงอีก เป็นฉันนี่ลำบากใจจริงๆ" ซูไป๋ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
เฉินรั่วเสวี่ยและหยางโจวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกหมั่นไส้เพื่อนคนนี้จับใจ
ผ่านไปสักพัก ทั้งสองคนก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้
"งั้นฉันแยกไปทางนี้ก่อนนะ จะแวะไปกินข้าวเย็นที่บ้านฉันก่อนกลับไหม?"
เฉินรั่วเสวี่ยเอ่ยชวน บ้านของเธออยู่ใกล้กว่าจึงถึงก่อน
"ไม่ๆๆ ขอบใจนะ!" ซูไป๋และหยางโจวรีบส่ายหัวดิก พวกเขายังจำความน่ากลัวของการถูกคุณย่าของเฉินรั่วเสวี่ย 'ขุน' ให้อ้วนได้เป็นอย่างดี
"ก็ได้ งั้นฉันไปก่อนนะ" เฉินรั่วเสวี่ยยิ้มแล้วโบกมือลา
พอลับหลังเฉินรั่วเสวี่ย หยางโจวก็ส่ายหน้า "ให้ตายฉันก็ไม่ไปบ้านยัยนั่นอีกเด็ดขาด สยองเกินไป"
ซูไป๋พยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ เขาไม่อยากตายเพราะกินจนท้องแตก
เขายังจำครั้งที่ไปบ้านเฉินรั่วเสวี่ยได้แม่น คุณย่าของเธอยกชามข้าวที่ใหญ่กว่ากะละมังใบน้อยๆ มาวางตรงหน้า พูนไปด้วยข้าวสวยจนล้น ทั้งสองคนแทบจะเป็นลม เพราะถูกยัดเยียดจนพุงกางแทบระเบิด เท่านั้นยังไม่พอ หลังมื้ออาหาร คุณย่ายังขนของกินเล่นกองโตออกมาวาง แล้วคะยั้นคะยอให้กินอย่างกระตือรือร้น
อีกครั้งหนึ่งเป็นแตงโม คุณย่าตัดแตงโมให้คนละครึ่งลูก พอฝืนกินจนหมด แกก็ยกแคนตาลูปกองโตออกมาอีก
ตั้งแต่นั้นมา ซูไป๋และหยางโจวก็สาบานว่าจะไม่ไปเหยียบที่นั่นอีก ความเอื้อเฟื้อของคุณย่ามันเกินขีดจำกัดกระเพาะของพวกเขาไปมากโข
"จะเข้าไปนั่งเล่นข้างในไหม?"
หยางโจวถามหลังจากลงจากรถ
"ไม่ล่ะ วันนี้คงไม่สะดวก" ซูไป๋ส่ายหน้า ปกติเขาไปบ้านหยางโจวบ่อยจนคุ้นเคยดี แต่ช่วงนี้เขาไม่มีเวลาจริงๆ
"โอเค งั้นขับรถดีๆ นะ"
"อื้ม ไปล่ะ"
พูดจบ ซูไป๋ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามุ่งหน้ากลับบ้าน บ้านของเขาไม่ได้อยู่ทางนี้ เขาแค่อ้อมมาส่งหยางโจวเฉยๆ... "พ่อครับ"
เมื่อซูไป๋กลับถึงบ้าน พ่อ แม่ และน้องชายอยู่กันพร้อมหน้า
วางข้าวของลงเสร็จ ซูไป๋ก็หันไปถามพ่อ "เป็นอะไรครับพ่อ? เรื่องสัญญาเช่าอ่างเก็บน้ำมีปัญหาเหรอครับ?"
เขาสังเกตเห็นสีหน้าพ่อไม่ค่อยดีนัก
"มีปัญหาแทรกซ้อนนิดหน่อย ดูท่าจะตกลงกันไม่ได้ง่ายๆ" พ่อของซูไป๋ดูหงุดหงิดเล็กน้อย
"เกิดอะไรขึ้นครับ? มีคนมาแย่งเช่าหรือไง?" ซูไป๋ขมวดคิ้ว ตามหลักแล้วการเช่าอ่างเก็บน้ำเล็กๆ แบบนั้นน่าจะเป็นเรื่องง่าย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
"เฮ้อ อ่างเก็บน้ำนั่นมันเป็นของหมู่บ้านชิงสุ่ยที่อยู่ติดกัน หมู่บ้านนั้นกับกรรมการหมู่บ้านเราไม่ค่อยถูกกัน พวกนั้นเลยมาป่วน โก่งราคาค่าเช่าแพงเว่อร์ แล้วก็อ้างมั่วซั่วว่าจะพัฒนาพื้นที่เอง" ซูเย่วพูดอย่างหัวเสีย เรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องน่ารำคาญเพราะความขัดแย้งงี่เง่า
ไอ้ที่หมู่บ้านชิงสุ่ยบอกว่าจะพัฒนาเองน่ะ โกหกทั้งเพ อ่างเก็บน้ำนั่นถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นสิบปี ไม่เห็นจะทำอะไรสักอย่าง
"ลองหาวิธีดูครับพ่อ ลองเอาของขวัญไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่ดูเผื่อจะคุยง่ายขึ้น ถ้ามัวแต่ชักช้าแล้วมีคนไปเจอ 'รอยแยกมิติ' เข้า เรื่องจะจบเห่เอานะครับ" ซูไป๋แนะนำ พวกชาวบ้านมักจะเห็นแก่ได้และชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำให้คนอื่นต้องวิ่งวุ่น
ถ้าครอบครัวเขามีนักฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพสักคน เรื่องพวกนี้คงจบได้ด้วยการโทรศัพท์กริ๊งเดียว
"พ่อรู้ พ่อกำลังจัดการอยู่" พ่อของซูไป๋ส่ายหน้า
"ครับผม" ซูไป๋พยักหน้าแล้วเดินไปเตรียมอาหารให้จื่ออวี้ ตอนนี้เขาเข้มงวดเรื่องอาหารการกินของจื่ออวี้มาก โดยทำตามแผนการให้อาหารที่ได้จาก 'หน้าต่างข้อมูลสัตว์เลี้ยง' อย่างเคร่งครัด
หน้าต่างข้อมูลสัตว์เลี้ยงที่ว่า ก็คือ 'นิ้วทองคำ' หรือสูตรโกงที่ช่วยให้เขามองเห็นข้อมูลของสัตว์เลี้ยงหรือมอนสเตอร์นั่นเอง
การให้อาหารตามสูตรเฉพาะย่อมส่งผลดีต่อการเติบโตของสัตว์เลี้ยงที่สุด ปัจจุบันจื่ออวี้กินอาหารวันละหนึ่งมื้อ ประกอบด้วย 'ยาพลังวิญญาณไม้' และ 'ผลชิงสั่ว' (บ๊วยหนามเขียว)
ยาพลังวิญญาณไม้ทำจากผลึกวิญญาณธาตุไม้ ผสมกับพืชวิญญาณธาตุไม้พื้นฐานและหัวเชื้อธาตุไม้ ส่วนผลชิงสั่วนั้นเป็นผลไม้วิญญาณที่มีพิษ ขนาดเท่าฝ่ามือ ไร้เมล็ด สีเขียวมรกต เนื้อนุ่มและฉ่ำน้ำ
ยาพลังวิญญาณไม้ช่วยเติมเต็มพลังวิญญาณพื้นฐานและพลังงานที่จำเป็นสำหรับการเติบโตของจื่ออวี้ ส่วนผลชิงสั่วมีสรรพคุณช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพ ความยืดหยุ่น และความว่องไว นอกจากนี้ พิษเฉพาะตัวของมันยังช่วยเพิ่มความรุนแรงของพิษในตัวจื่ออวี้อีกด้วย แต่เนื่องจากมันมีพิษ ราคาจึงไม่แพงมาก อยู่ที่ลูกละห้าร้อยหยวน รวมกับยาพลังวิญญาณไม้แล้วก็ตกวันละสองพันหยวน
นี่คือค่าใช้จ่ายพื้นฐานรายวันสำหรับเลี้ยงจื่ออวี้ และนี่แค่สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับทาสขั้นต่ำเท่านั้น ถ้าโตกว่านี้คงแพงหูฉี่
ความจริงแล้ว สัตว์เลี้ยงทั่วไปกินผลึกวิญญาณแค่อาทิตย์ละก้อนก็อยู่ได้ แต่ถ้าคิดจะเป็นนักฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพ การเลี้ยงดูแบบนั้นไม่เพียงพอเด็ดขาด ต้องให้อาหารอย่างเพียงพอและถูกหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างรากฐานที่ดี ปลดปล่อยศักยภาพของสัตว์เลี้ยงให้เต็มที่ และช่วยให้มันไปได้ไกลในอนาคต
"มาเถอะ จื่ออวี้ ออกไปฝึกซ้อมกัน ถ้าวันนี้ทำตัวดี ฉันจะสอนทักษะใหม่ให้!"
หลังจากจื่ออวี้กินอิ่ม ซูไป๋ก็อุ้มมันขึ้นมาแล้วพูด
ทักษะใหม่ที่เขาพูดถึง ก็คือทักษะ 'ปรสิต' ที่เขาได้จากการเสี่ยงโชคเปิดหินนั่นเอง
"อู้ววว~ ヽ(??▽?)ノ"
พอได้ยินแบบนั้น จื่ออวี้ก็ยิ้มแป้น พลิกตัวเข้ามากอดคอซูไป๋และเอาหัวถูไถอย่างออดอ้อน