- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของผมระดับพระเจ้า
- บทที่ 15: เกือบถูกลากลงน้ำ
บทที่ 15: เกือบถูกลากลงน้ำ
บทที่ 15: เกือบถูกลากลงน้ำ
บทที่ 15: เกือบถูกลากลงน้ำ
"เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ..."
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งคนหนึ่งภูต ซูไป๋และจื่ออวี้ต่างฝึกฝนกันอย่างขยันขันแข็งอยู่ภายในป่า
พวกเขาพัฒนาจากการใช้แส้เถาวัลย์ฟาดเป้านิ่ง ไปสู่การโจมตีเป้าหมายที่เคลื่อนไหว
ตอนนี้จื่ออวี้แทบจะเชี่ยวชาญการโจมตีเป้านิ่งแล้ว แม้แต่ก้อนหินขนาดเท่ากะละมังก็ยังถูกเถาวัลย์ของมันฟาดจนแตกกระจายได้ในไม่กี่ครั้ง
จากตอนแรกที่ทำได้เพียงควบคุมเถาวัลย์เพื่อโจมตี มันค่อยๆ เรียนรู้ที่จะถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในเถาวัลย์ จากนั้นก็พัฒนาไปสู่การเคลือบพลังวิญญาณไว้ที่ผิวภายนอกของเถาวัลย์
ตอนนี้จื่ออวี้สามารถทำให้เถาวัลย์แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าได้แล้ว แม้จะคงสภาพนั้นได้ไม่นาน แต่ก็นับว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่
นอกจากนี้ จื่ออวี้ยังฝึกฝนการใช้เถาวัลย์รัดพันและบีบรัด ซึ่งถือว่าค่อนข้างง่ายกว่า แต่ต้องอาศัยความรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด ซึ่งเป็นจุดที่จื่ออวี้ยังต้องปรับปรุง
ส่วนการใช้เถาวัลย์แทงเหมือนหอกนั้นยากกว่ามาก จื่ออวี้ทำได้เพียงเจาะทะลุต้นไม้ใหญ่แบบเฉียดฉิว แต่ยังคงลำบากเมื่อต้องเจอกับหินอัคนีที่แข็งแกร่ง
ทว่าของแบบนี้ใจร้อนไม่ได้ เป้าหมายของซูไป๋ในวันนี้คือให้จื่ออวี้จับเคล็ดลับเหล่านี้ให้ได้ก่อน ส่วนการฝึกฝนขั้นต่อไปค่อยเป็นค่อยไปทีหลัง
"ดูให้ดีนะ จื่ออวี้!"
ซูไป๋กำก้อนหินสี่ก้อนไว้ในมือ ยืนห่างจากจื่ออวี้ประมาณสามสิบเมตร
"อู้ววว! (o?v?)ノ"
จื่ออวี้พยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ซูไป๋เขม็ง
ซูไป๋เหลือบมองจื่ออวี้ ก่อนจะเริ่มออกวิ่งแล้วขว้างหินก้อนแรกออกไปสุดแรง
"อู้ววว อู้ววว"
จื่ออวี้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของซูไป๋จึงรีบออกตัววิ่งทันที
ขณะที่ซูไป๋ขว้างหิน มันก็วิ่งอย่างปราดเปรียว หลบหลีกต้นไม้ใหญ่ระหว่างทางและขยับเข้าใกล้เป้าหมาย
จังหวะที่มันเกือบถึงเป้าหมาย ซูไป๋ก็ขว้างหินอีกก้อนไปในทิศทางตรงกันข้าม
"เพี๊ยะ!"
แส้เถาวัลย์ของจื่ออวี้ฟาดหินแตกกระจายกลางอากาศ ฝุ่นผงฟุ้งตลบ
จากนั้นมันก็รีบพุ่งไปยังทิศทางของหินก้อนต่อไปที่ถูกขว้างออกมาแล้ว
ทันทีที่มันสัมผัสหินก้อนที่สอง ซูไป๋ก็ขว้างหินก้อนที่สามตามไปติดๆ...
"อู้ววว อู้ววว! (〒︿〒)"
จื่ออวี้ทิ้งตัวลงกองกับพื้น ส่งเสียงร้องอย่างอ่อนแรง ทั้งเหนื่อยทั้งหิว
จู่ๆ มันก็รู้สึกเหมือนโดนซูไป๋หลอก ไหนบอกว่าจะพามาเที่ยวเล่นในป่าไง?
ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้? มันรู้สึกเหมือนจะถอดใจอยู่รอมร่อ
ซูไป๋ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู บ่ายสี่โมงเย็นกว่าแล้ว แม้ตอนเที่ยงจะได้พักกันบ้าง แต่จื่ออวี้คงเหนื่อยจริงๆ ขนาดแขนของเขายังล้าจากการขว้างหินเลย นับประสาอะไรกับจื่ออวี้ที่เป็นแค่ภูตวัยเยาว์
"เด็กดี จื่ออวี้ ดูสิว่านี่คืออะไร?"
ซูไป๋หยิบอาหารเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้จื่ออวี้ออกมา มีทั้งผลไป๋อวี้หอมหวาน ยาพลังวิญญาณไม้ และนมรสพฤกษาที่เขาเตรียมมาเอง
"อู้ววว อู้ววว! Ψ( ̄? ̄)Ψ"
พอเห็นของกิน เจ้าจื่ออวี้ตัวน้อยก็ตาสว่างขึ้นมาทันที มันรีบลุกขึ้นนั่งจ้องซูไป๋ตาแป๋ว
"กินผลไป๋อวี้ก่อน แล้วค่อยดื่มนมนะ"
ซูไป๋ยื่นผลไป๋อวี้ให้ ผลไม้ขนาดเท่าหัวแม่มือถูกจื่ออวี้เคี้ยวตุ้ยๆ จนหมดคำเดียว พลางส่งเสียงครางฮืออย่างมีความสุขเป็นระยะ
สีหน้าของมันฟินสุดขีดราวกับภาพวาด
หลังจากกินผลไม้เสร็จ จื่ออวี้ก็กระดกนมผสมยาพลังวิญญาณไม้จนหมดเกลี้ยง แล้วกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของซูไป๋ อ้อนขอให้อุ้ม
ไม่นานนัก มันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของซูไป๋ หน้าท้องเล็กๆ ยุบพองตามจังหวะหายใจ หลับสนิทอย่างมีความสุข (∪?∪)???zzz
ซูไป๋มองเจ้าตัวเล็กน่ารักแล้วส่ายหัว เขาจู้ดีว่าการฝึกหนักวันนี้อาจจะมากเกินไปสำหรับภูตที่เพิ่งฟักออกมา
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ชัดเจน พลังวิญญาณของจื่ออวี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มันไม่มีทางเลือกอื่น ต่อให้เขามองเห็นข้อมูลสัตว์เลี้ยง วิธีการฝึก หรือเส้นทางการวิวัฒนาการ แต่สุดท้ายความแข็งแกร่งของสัตว์เลี้ยงก็อยู่ที่ศักยภาพภายในของมันเอง ปัจจัยภายนอกเป็นเพียงตัวช่วยให้เติบโตได้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
"บ่ายนี้แกนอนพักให้เต็มที่เถอะ"
เมื่อกลับมาถึงอ่างเก็บน้ำ ซูไป๋หยิบเตียงสนามขนาดเล็กที่เตรียมมาในกระเป๋าเป้ออกมาวาง เอาจื่ออวี้วางลงเบาๆ และห่มผ้าให้
ซูไป๋มองจื่ออวี้พลางคิดในใจว่าต้องรีบฝึกตอนที่มันยังว่าง่าย ไม่งั้นโตไปอาจจะฝึกยากกว่านี้
เขาส่ายหัวไล่ความคิด ก่อนจะเดินไปตกปลาในบริเวณไม่ไกลนัก
"เป็นไงบ้าง? วันนี้ได้กี่ตัวแล้ว? ได้เต่าลายเงินบ้างไหม?"
ซูไป๋เดินเข้าไปหาซูเย่วและถามเสียงเบา
เขากับน้องชายเป็นคอตกปลามาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น สมัยนั้นชอบจับปลาด้วยมือเปล่า ต่อมาก็หลงใหลในการตกปลา
ปกติถ้าว่างๆ พวกเขาชอบมานั่งตกปลาเล่นสักชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่ได้หวังจำนวนปลา แค่เอาสนุกเท่านั้น
"วันนี้ปลาเขี้ยวมาก ช่วงฤดูใบไม้ผลิปลาตกยาก ครึ่งวันได้ปลาจี้กับปลาหลิงตัวเล็กมารวมๆ แค่โลเดียวเอง" ซูเย่วผายมือ "ข้างล่างมีตัวใหญ่นะ แต่เอาไม่อยู่ วันนี้เอ็นขาดไปหลายรอบแล้ว"
"งั้นขอพี่ลองสักสองสามไม้" ซูไป๋มองดูปลาในกระชังแล้วก็พอใจ
เขาชอบกินปลาหลิงที่สุด เอาไปทอดกรอบๆ เคี้ยวเพลินอย่าบอกใคร
ส่วนปลาจี้เขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
หาหน้าดิน ตั้งทุ่น เกี่ยวเหยื่อ แล้วเหวี่ยงเบ็ดลงไป
จากนั้น... ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว ในขณะที่ซูเย่วน้องชายดึงปลาหลิงกับปลาจี้ขึ้นมาได้เรื่อยๆ
ซูไป๋: "..."
เขาอยากจะล้มโต๊ะ อยากจะสูบน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบไส้เดือนหยกเขียวออกมาสองตัว มองดูพวกมัน แล้วเอื้อมมือไปดึงลูกบอลแสงคุณสมบัติจากต้นไม้ข้างๆ ยัดใส่เข้าไปในตัวไส้เดือน จากนั้นก็เกี่ยวเบ็ดแล้วเหวี่ยงออกไป
ต้นไม้: "..."
'ไอ้เวร นี่ข้าไม่มีสิทธิความเป็นต้นไม้เลยรึไงฟะ? โกรธจนสั่นไปทั้งรากแล้วนะโว้ย'
"น้องชาย คอยดูนะ เดี๋ยวพี่จะตกเต่าพันปีขึ้นมาให้ดู" ซูไป๋เหลือบมองผิวน้ำแล้วหันมานั่งเล่นมือถือ
ซูเย่วเห็นท่าทางของซูไป๋ก็หัวเราะขำ ส่ายหน้าเบาๆ "ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ใหญ่ วันนี้ดวงพี่ไม่ดีเลยนะ อยากลองย้ายมาตกตรงนี้ไหม?"
"ไม่ล่ะ เชื่อมือพี่เถอะ พี่ตกแต่ปลาใหญ่เท่านั้น"
ซูไป๋ยืนยันเสียงแข็ง นั่งเล่นมือถือไปพลางเหลือบมองน้ำไปพลาง
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ซูไป๋เริ่มเบื่อเล่นมือถือ พอดีกับที่เขากำลังจะหมุนรอกเก็บสายเพื่อดูว่าไส้เดือนหยกเขียวโดนกินไปหรือยัง จู่ๆ ทุ่นตกปลาก็จมวูบลงไปในน้ำ
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ซูไป๋โยนมือถือทิ้งลงพื้นแล้วคว้าคันเบ็ดหมับ ทว่าทันทีที่จับคันเบ็ด แรงดึงมหาศาลก็กระชากวูบ พร้อมกับเสียงน้ำแตกกระจายวงกว้าง ซูไป๋ถูกกระชากตัวลอยถลาร่วงไปกองที่ริมตลิ่ง สายเอ็นขนาด 5.0 ขาดผึงดัง 'ปัง' แล้วเจ้าปลปริศนาก็สะบัดหางหนีหายไป
"เชี่ย! ตัวอะไรวะนั่น?"
ซูไป๋เบิกตากว้างจ้องมองทุ่นตกปลาที่หมุนวนอยู่บนผิวน้ำสองรอบก่อนจะจมหายไป เขาตะลึงจนพูดไม่ออก
ซูเย่วรีบวิ่งเข้ามาดู เมื่อเห็นว่าซูไป๋ปลอดภัยดี เขาก็มองไปที่ผิวน้ำอย่างอึ้งๆ พูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ "เชี่ย พี่ใหญ่ พี่ตกตัวอะไรได้เนี่ย? ถึงกับลากพี่ลงไปได้? ดูจากแรงน้ำกระจายเมื่อกี้ อย่างต่ำต้องมีร้อยปอนด์อัพ"
"ไม่รู้เหมือนกัน ในอ่างเก็บน้ำนี้มีตัวประหลาดอยู่ พรุ่งนี้ขอยืมเจ้า 'ภูตวารี' ของแม่มาดำดูใต้น้ำหน่อยดีกว่า"
ซูไป๋ส่ายหัว หัวใจยังเต้นตึกตัก ถ้าเมื่อกี้สายเอ็นไม่ขาด เขาอาจจะถูกลากลงน้ำไปแล้วก็ได้ อันตรายจริงๆ
"อู้ววว อู้ววว!"
จื่ออวี้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มันกำลังแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่ผิวน้ำ ท่าทางดุร้ายผิดปกติ
ซูไป๋รู้สึกซาบซึ้งใจกับพฤติกรรมของเจ้าตัวเล็ก ตัวแค่นี้ก็รู้จักปกป้องเขาแล้ว
"ไปเถอะ กลับกันดีกว่า วันหลังจะตกปลาก็ระวังหน่อย ที่นี่อันตรายเกินไป"
ซูไป๋ลูบหัวจื่ออวี้แล้วเริ่มเก็บของ ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งจ้องน้ำเปล่าๆ กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อยจะดีกว่า