- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของผมระดับพระเจ้า
- บทที่ 1 โลกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันยามตื่น
บทที่ 1 โลกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันยามตื่น
บทที่ 1 โลกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันยามตื่น
บทที่ 1 โลกที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันยามตื่น
"ซูเยว่ วันนี้วันที่เท่าไหร่"
ซูไป๋ทอดสายตามองซูเยว่ผู้เป็นน้องชาย ใบหน้าของอีกฝ่ายดูคุ้นเคยเหลือเกิน ทว่ากลับแฝงความรู้สึกแปลกแยกอย่างน่าประหลาด
"วันที่ 6 มีนาคมไงพี่ เป็นอะไรไป" ซูเยว่ตอบพร้อมรอยยิ้ม แววตาฉายความอิจฉาเล็กน้อย "อีกสองวันพี่ก็จะอายุครบสิบหกแล้วนี่นา ถึงตอนนั้นพี่ก็จะมีสัตว์ภูตเป็นของตัวเองได้ ตื่นเต้นจนลืมวันลืมคืนเลยเหรอพี่ชาย"
ซูเยว่ตบแขนซูไป๋เบาๆ พลางหัวเราะร่า
"วันที่ 6 มีนาคม ปี 2017 งั้นเหรอ" ซูไป๋ถามย้ำ
"ก็ใช่น่ะสิ จะเป็นวันไหนได้อีก พี่นี่ยังตื่นไม่เต็มตาหรือไงเนี่ย" ซูเยว่มองพี่ชายด้วยความงุนงงสุดขีด
"โอเค สงสัยฉันจะยังสะลึมสะลืออยู่จริงๆ เดี๋ยวไปล้างหน้าก่อนแล้วกัน" ซูไป๋สูดหายใจเข้าลึก บีบต้นคอตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไป
หลังจากล้างหน้าเสร็จ ซูไป๋จ้องมองเงาสะท้อนอันหล่อเหลาของตนในกระจกแล้วตกอยู่ในความเงียบ
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า เพียงแค่หลับไปตื่นหนึ่ง โลกทั้งใบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อลืมตาขึ้น
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ข้ามมิติมายังโลกคู่ขนาน มาอยู่ในร่างของตัวเองอีกเวอร์ชันหนึ่งที่อายุน้อยลงกว่าเดิมสี่ปี
เมื่อเห็นว่าตัวเองยังคงรูปงามเหมือนเดิม และครอบครัวก็ยังอยู่กันพร้อมหน้า ซูไป๋จึงยอมรับความจริงนี้ได้อย่างรวดเร็ว
แม้จะเป็นโลกคู่ขนาน แต่วิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและพบว่าโลกนี้ประสบกับเหตุการณ์การฟื้นตัวของพลังวิญญาณเมื่อร้อยปีก่อน พืชและสัตว์เกิดการกลายพันธุ์ รอยแยกมิติน้อยใหญ่ปรากฏขึ้นทั่วทุกมุมโลก สัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วนรุกรานโลกมนุษย์ ริดรอนพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คน
และในวิกฤตการณ์นั้นเอง มนุษยชาติก็ได้ให้กำเนิดอาชีพ 'นักฝึกสัตว์ภูต' ขึ้นมา การปรากฏตัวของเหล่านักฝึกสัตว์ภูตนี่เองที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้
ว่ากันว่าในโลกนี้ เมื่อใครก็ตามอายุครบสิบหกปี จะมี 'หินวิญญาณ' กำเนิดขึ้นที่วังนิพพานบริเวณหว่างคิ้ว หากผสานหินวิญญาณเข้ากับวัตถุต่างๆ ก็จะได้รับไข่ภูตมา เมื่อฟักไข่ออกมาจะได้ภูตเริ่มต้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกับคัมภีร์สัญญาฉบับหนึ่ง
ด้วยคัมภีร์สัญญานี้ มนุษย์สามารถทำสัญญากับสัตว์ภูตและสัตว์ประหลาดต่างๆ เพื่อกลายเป็นนักฝึกสัตว์ภูตฝึกหัดระดับต่ำได้
การบ่มเพาะและวิวัฒนาการสัตว์ภูตคือหน้าที่ของนักฝึกสัตว์ภูต สัตว์ภูตคือพลังเหนือธรรมชาติเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ และเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันศัตรูจากภายนอก
ปัจจุบัน เวลาผ่านไปร้อยปี เหล่านักฝึกสัตว์ภูตได้แทรกซึมเข้าไปในทุกแง่มุมของชีวิตมนุษย์ และก่อตั้งระบบของตนเองขึ้นมาอย่างมั่นคง
และซูไป๋ ในอีกสองวันข้างหน้า เขาจะอายุครบสิบหกปีและมีสิทธิ์กลายเป็นนักฝึกสัตว์ภูตฝึกหัด
ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย วิญญาณของเขาไม่ใช่คนของโลกนี้ เขาจะยังสามารถเป็นนักฝึกสัตว์ภูตได้อยู่หรือไม่
ทันใดนั้น เสียงของแม่ซูไป๋ก็ดังมาจากด้านนอก "ซูไป๋ ตกส้วมไปแล้วหรือไง รีบออกมาทิงข้าวได้แล้ว!"
"ไปแล้วครับ ไปแล้ว"
ซูไป๋รีบขานรับและเดินกลับออกไป แม้จะมายังโลกคู่ขนาน แต่พ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นพิเศษ พวกท่านยังดูคุ้นเคยเหมือนในความทรงจำ
เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่น พ่อแม่และน้องชายซูเยว่กำลังทานอาหารเช้ากันอยู่ ข้างกายผู้เป็นแม่มีภูตสีฟ้าลักษณะคล้ายแมงกะพรุน ลอยตัวอยู่ มันใช้หนวดเรียวยาวสองเส้นประคองผลึกวิญญาณสีฟ้าอ่อน และค่อยๆ แทะกินมันอย่างช้าๆ
ชื่อของมันคือ 'คลื่นวารี' เป็นภูตธาตุน้ำ และเป็นภูตเริ่มต้นของแม่ ว่ากันว่ามันถือกำเนิดขึ้นเมื่อแม่ผสานหินวิญญาณเข้ากับแก่นสมุทร
ซูไป๋มองเจ้าคลื่นวารีด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่หรือคือภูตที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ดูน่ารักไม่เบาเลยทีเดียว
ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของซูไป๋ เจ้าคลื่นวารีจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วกอดผลึกวิญญาณในมือแน่นขึ้นกว่าเดิม
ซูไป๋: "..."
หลังมื้ออาหาร แม่เหลือบมองเจ้าคลื่นวารี พลางลูบหัวมันเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "เสี่ยวหลาน รบกวนหน่อยนะลูก ช่วยใช้วารีหมุนวนที"
"วู่ว วู่ว!"
เจ้าคลื่นวารีเอาหัวถูกับมือแม่อย่างออดอ้อน ก่อนจะรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อกวาดจานชามและตะเกียบทั้งหมดมารวมกัน จากนั้นสายน้ำโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ จานชามหมุนวนอย่างรวดเร็วอยู่ภายในกระแสน้ำนั้น
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา จานชามก็วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล สะอาดสะอ้านไร้คราบสกปรก มวลน้ำสลายหายไปในอากาศ ส่วนเศษอาหารก็ตกลงในถังขยะอย่างแม่นยำ
ทุกการกระทำเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องลื่นไหลและชำนาญยิ่ง
"เอาล่ะ ทีนี้มาคุยเรื่องของลูกกันบ้างซูไป๋ มะรืนนี้ก็จะเป็นวันเกิดอายุครบสิบหกปีของลูกแล้ว และเป็นวันที่ลูกจะได้ปลุกพลังเพื่อเป็นนักฝึกสัตว์ภูต ลูกคิดเรื่องเส้นทางในอนาคตไว้หรือยัง ตัดสินใจได้ไหมว่าจะทำอะไร"
"ไม่ต้องกังวลเรื่องความคิดเห็นของพ่อกับแม่นะ ลูกอยากทำอะไร เราจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เท่าที่พ่อกับแม่พอจะทำไหว หลายปีมานี้พ่อกับแม่เก็บเงินไว้ได้พอสมควร"
พ่อซูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองซูไป๋แล้วเอ่ยถาม
ซูไป๋มองดูบุพการีทั้งสอง พวกท่านดูหนุ่มสาวกว่าที่เขาจำได้มาก แต่สายตาที่มองมายังเขานั้นเหมือนกับในความทรงจำไม่มีผิดเพี้ยน
"ผมจะเป็นนักฝึกสัตว์ภูตมืออาชีพได้ไหมครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อซูก็ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "พ่อกะแล้วว่าลูกต้องตอบแบบนี้ ตอนนั้นพ่อก็พูดกับปู่ของลูกแบบนี้เหมือนกัน... อาชีพนักฝึกสัตว์ภูตดูเหมือนจะไม่มีกำแพงกั้นในการเข้าถึง แต่จริงๆ แล้วมันซับซ้อนกว่าที่เราจินตนาการไว้มาก แค่การประเมินระดับมืออาชีพอย่างเดียวก็คัดคนออกไปได้เกือบหมดแล้ว..."
พ่อซูถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ "แน่นอน พ่อไม่ได้จะห้ามลูก พ่อแค่หวังว่าลูกจะจริงจังกับเรื่องนี้ แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยลูกก็น่าจะได้เรียนรู้อะไรกลับมาบ้าง"
"ช่วงไม่กี่ปีมานี้พ่อกับแม่มีเงินเก็บประมาณล้านนึง ลูกกับซูเยว่น้องชายลูกจะได้คนละห้าแสน นี่คือเงินสนับสนุนจากเรา เดี๋ยวพ่อจะโอนเงินห้าแสนเข้าบัญชีให้ลูก เอาไปซื้อวัสดุตั้งต้นและวัสดุสำหรับการฟักด้วยตัวเองนะ พ่อหวังว่าลูกจะไม่ทำให้ทางเลือกของตัวเองต้องผิดหวัง"
สิ่งที่เรียกว่าวัสดุตั้งต้น หมายถึงวัสดุสำหรับผสานเข้ากับหินวิญญาณ แม้ว่าไม่ว่าจะผสานกับอะไร ไข่ภูตก็จะถือกำเนิดขึ้นมาได้เสมอ แต่คุณภาพของวัสดุนี้จะมีผลต่อแง่มุมต่างๆ ของภูตเริ่มต้น ทั้งพลัง พลังวิญญาณ และสมรรถภาพร่างกาย
หากเปรียบหินวิญญาณเป็นดั่งจิตวิญญาณ วัสดุตั้งต้นที่นำมาผสานก็เปรียบเสมือนร่างกาย คุณภาพของทั้งสองสิ่งจะเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งของภูตเริ่มต้น
ส่วนวัสดุสำหรับการฟัก ก็คือวัสดุที่ใช้กระตุ้นให้ภูตเริ่มต้นฟักตัวออกมานั่นเอง
"ขอบคุณครับพ่อ" ซูไป๋พยักหน้าอย่างซาบซึ้ง
เขารู้ดีว่าพ่อแม่เป็นคนหัวสมัยใหม่มาตลอด ไม่เคยบังคับกะเกณฑ์ให้เขาต้องเป็นอะไร หรือเรียกร้องให้เขาทำตามความต้องการของพวกท่าน
แม้พ่อแม่ในโลกนี้จะฐานะดีกว่าพ่อแม่ในโลกเดิม แต่สถานะของครอบครัวก็จัดอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางดีเท่านั้น
เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือเรื่องสัตว์ภูต ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ภูตล้วนมีราคาสูงลิ่ว ตัวอย่างเช่น ผลึกวิญญาณระดับต่ำที่เจ้าคลื่นวารีกินเมื่อครู่ ก็ตกก้อนละหนึ่งพันหยวนเข้าไปแล้ว วัสดุอื่นๆ ก็ราคาหลักหมื่นได้ง่ายๆ ไม่ต้องพูดถึงพวกหนังสือทักษะหรือวัสดุระดับสูงที่ราคาแพงจนน่าใจหาย
กำแพงที่มองไม่เห็นนี้เองที่กีดกันผู้คนส่วนใหญ่ เพราะทรัพยากรที่ต้องใช้ในการบ่มเพาะสัตว์ภูตนั้นมหาศาลน่าหวาดหวั่น คนธรรมดาทั่วไปจึงทำได้เพียงถอยห่าง อย่างมากก็เลี้ยงได้แค่ภูตเริ่มต้นเพียงตัวเดียว
"พ่อครับ เอาเงินส่วนของผมให้พี่เพิ่มอีกสามแสนก็ได้ ผมอีกเกือบสองปีกว่าจะสิบหก ผมกะว่าจะสอบใบอนุญาตเภสัชกรก่อน ยังไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้น"
ซูเยว่เกาหัวแล้วพูดขึ้น เขารู้ดีว่าวัสดุตั้งต้นที่ดีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจุดเริ่มต้นของนักฝึกสัตว์ภูต และเขาก็หวังว่าพี่ชายจะได้สัตว์ภูตเริ่มต้นที่ดีพอ
ส่วนตัวเขาเองยังมีเวลาอีกสองปี ไม่ต้องรีบร้อน บางทีเขาอาจจะได้ใบรับรองคุณวุฒิเภสัชกรภายในสองปีนี้ ถึงตอนนั้นเขาก็จะมีเงินแล้ว อีกอย่าง สำหรับเภสัชกรแล้ว ถึงภูตเริ่มต้นจะอ่อนแอหน่อยก็ไม่เป็นไร
เภสัชกร คืออาชีพที่อุทิศตนเพื่อวิจัยพืชวิญญาณและวัสดุอื่นๆ เพื่อปรุงยาวิเศษสำหรับสัตว์ภูต
"ไม่ ไม่ต้องหรอก ห้าแสนก็พอแล้ว เก็บส่วนที่เหลือไว้ให้น้องเถอะ"
ซูไป๋รีบส่ายหน้า ปฏิเสธความหวังดีของซูเยว่
หลังจากหารือกันสักพัก สุดท้ายพ่อแม่ก็มอบเงินให้ซูไป๋หกแสนหยวน
"เก็บเงินไว้ให้ดี แล้วไปเลือกซื้อที่ตลาดภูตด้วยตัวเองนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องน้องชายลูก ภายในสองปีนี้เรายังหาเงินเพิ่มได้อีก... เอาล่ะ เลิกคุยกันได้แล้ว พ่อกับแม่ต้องไปทำงานแล้ว เดี๋ยวจะสาย"
พ่อซูพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
เมื่อออกไปนอกประตู พ่อซูกางมือออกแล้วเรียกคัมภีร์สัญญาสีเงินออกมา เมื่อหน้ากระดาษพลิกเปิด นกสีครามตัวใหญ่ขนาดสองเมตรก็บินออกมา พาพ่อและแม่ของซูไป๋เหินฟ้ามุ่งหน้าไปทำงาน