- หน้าแรก
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 72 ฉันเป็นตำรวจ!
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 72 ฉันเป็นตำรวจ!
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 72 ฉันเป็นตำรวจ!
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 72 ฉันเป็นตำรวจ!
เกาเฟยตะโกนออกไป และบาร์ที่คึกคักก็เงียบลงในที่สุด
ทหารรับจ้างในที่เกิดเหตุมองไปตามที่เกาเฟยชี้ที่ใบประกาศจับหลังบาร์ และเห็นว่ารูปถ่ายหน้าตรงของเกาเฟยพิมพ์อยู่บนนั้นจริง ๆ
“เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาเฟยจาก NYPD สาขา 109 ค่าหัว 30,000 ดอลลาร์ . . .” ชายร่างยักษ์ที่นั่งข้างเกาเฟยกระซิบ “เพื่อน นายเป็นตำรวจจริง ๆ เหรอ?”
ทหารรับจ้างอีกคนหรี่ตามองบาร์เทนเดอร์และถามยิ้ม ๆ “วีเซิล นี่ไม่ใช่เรื่องตลกที่แกเตี๊ยมกับไอ้หนูตี๋นี่ใช่ไหม?”
บาร์เทนเดอร์รีบส่ายหัว “แน่นอนว่าไม่ ฉันจะเอาเรื่องค่าหัวมาล้อเล่นได้ยังไง? ใบประกาศจับนี้แปะไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนปุบปับนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของทหารรับจ้างก็เปลี่ยนไป
“งั้นไอ้หนูตี๋นี่ก็เป็นตำรวจจริง ๆ เหรอ?”
เกาเฟยถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด พยักหน้าและพูดว่า “เชื่อหรือยัง? ฉันไม่ได้โกหกพวกนาย และไม่ได้ล้อเล่น ฉันเป็นตำรวจจริง ๆ ตำรวจตัวจริงเสียงจริง!”
ว่าแล้วเกาเฟยหันไปหาบาร์เทนเดอร์และพูดว่า “ตอนนี้ช่วยให้ความร่วมมือกับคดีของฉัน และเตรียมข้อมูลของแฟนธอมให้ฉันด้วย”
บาร์เทนเดอร์อึ้งไปเลย
“คุณตำรวจ คุณเพิ่งบุกเข้ามาในบาร์ทหารรับจ้างที่เต็มไปด้วยอาชญากรและพวกเดนตายด้วยมือเปล่า หัวของคุณมีค่าหัว 30,000 แปะหราอยู่บนบาร์ คุณยังจะมีกะใจมาขอข้อมูลแฟนธอมอีกเหรอ? ใจคุณทำด้วยอะไรเนี่ย!”
สีหน้าของเกาเฟยสงบนิ่ง หัวใจไม่วอกแวก และถึงกับอยากจะหัวเราะ “แค่ค่าหัว 30,000 เอง พวกนายยังอยากได้เศษเงินแค่นี้อีกเหรอ?”
“ขอร้องเถอะ! ยุงตัวเล็กแค่ไหนก็มีเนื้อนะ!” บาร์เทนเดอร์พูดพลางถอยหลัง สั่งทหารรับจ้างสองสามคนที่เตรียมพร้อมจะลงมือ “ถ้าจะทำอะไรก็ระวังหน่อย อย่าทำข้าวของฉันพังนะ!”
สัมผัสได้ถึงรังสีสังหาร เกาเฟยเปลี่ยนเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมทันที
“ในที่สุดก็จะลงมือแล้วเหรอ? ดีเลย”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ชายร่างยักษ์ข้าง ๆ ก็ยื่นมือมาคว้าตัวเกาเฟย และเกาเฟยก็ไม่หลบ เขาเอื้อมมือไปรับมือชายร่างยักษ์และคว้าข้อมือเขาแทน เมื่อออกแรงดึง ชายอ้วนร่างยักษ์ที่สูงกว่าสองเมตรและหนักกว่า 300 ปอนด์ถูกเกาเฟยลากลงมาจากเก้าอี้บาร์กระแทกพื้น
ไม่รอให้เกาเฟยได้พักหายใจ มีดคมกริบสองเล่มแทงมาจากด้านหลังเขาอย่างรวดเร็ว
การกระทำชุดนี้ลื่นไหลราวกับสายน้ำ และทำให้ผู้ชมตกตะลึงในทันที
เกาเฟยยิ้มบาง ๆ และพูดเสียงดัง “แม้ว่าพี่ชายคนนี้จะมีค่าหัวแค่ 30,000 แต่ฝีมือระดับ 300,000 นะจะบอกให้”
ทหารรับจ้างข้างล่างเห็นว่าเกาเฟยมีฝีมือดี และเลิกพยายามสู้ระยะประชิด สามสี่คนชักปืนพกออกมาทันที ขึ้นลำกล้องและยิงโดยตรง
บาร์เทนเดอร์ตะโกนอย่างกระวนกระวาย “อย่ามายิงกันในร้านนะ! อย่าทำข้าวของฉันพัง!”
เกาเฟยไม่สนใจกระสุนพวกนี้เลย เขากลิ้งตัวข้ามบาร์และวิ่งไปข้างบาร์เทนเดอร์ คว้าตัวเขามาบังเป็นโล่มนุษย์
มือปืนหยุดยิงทันทีและทำตัวเรียบร้อย
เกาเฟยโชว์เหนือไปหนึ่งสเต็ป และอดไม่ได้ที่จะบ่นน้อยใจ
“เห็นหรือยัง! ฝีมือระดับเทพขนาดนี้? พวกนายตาถั่วหรือเปล่า? ให้ค่าหัวฉันแค่ 30,000 เนี่ยนะ? ไร้สาระสิ้นดี! ฝีมือระดับนี้มันแค่ 30,000 เองเหรอ?”
บาร์เทนเดอร์ที่ถูกเกาเฟยจับเป็นตัวประกันรีบพูดเสียงสั่น “ใช่ครับ ใช่ คุณเก่งมาก อย่างน้อยค่าหัวต้อง 300,000 . . .”
“300,000 ก็เวอร์ไป” เกาเฟยรู้ตัวเองดี “แต่อย่างน้อยต้องสูงกว่านายอำเภอสเตซี่หน่อยสิ จริงไหม? นายอำเภอสเตซี่ยศสูงกว่าฉัน แต่ฝีมือฉันกินขาดนะเว้ย . . .”
“ถูก ถูกต้องครับ! คุณพูดถูก!” บาร์เทนเดอร์พยักหน้ารัว ๆ ชีวิตเขาอยู่ในกำมือเกาเฟย เกาเฟยพูดอะไรก็ถูกหมดแหละ
“พรุ่งนี้รีบไปเปลี่ยนค่าหัวฉันให้มันสูงขึ้นหน่อย อย่างน้อยสัก 100,000!” เกาเฟยพูดเสียงเข้ม “ได้ยินไหม?”
“ได้ยินครับ ได้ยินครับ . . .” บาร์เทนเดอร์ตอบรับซ้ำ ๆ แต่พอลองคิดดู เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ และเตือนด้วยความหวังดี “แต่เจ้าหน้าที่เกาเฟย ยิ่งค่าหัวสูง คุณก็จะยิ่งอันตรายนะ ถ้าค่าหัวเปลี่ยนเป็น 100,000 คาดว่าจะมีนักฆ่าและทหารรับจ้างมากมายมาลอบสังหารคุณ และชีวิตคุณจะตกอยู่ในอันตราย . . .”
เกาเฟยไม่สน “อันตรายแล้วไง? จะให้ทนกับค่าหัวถูก ๆ แค่ 30,000 งั้นเหรอ? นี่ไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยของชีวิต แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี! ศักดิ์ศรีน่ะเข้าใจไหม!”
“ใช่ครับ ใช่ครับ ศักดิ์ศรีต้องมาก่อน . . .” บาร์เทนเดอร์รีบเออออด้วยเสียงเบา ไม่กล้าขัดแม้แต่คำเดียว
เกาเฟยเห็นบาร์เทนเดอร์ยอมจำนน จึงตีเหล็กเมื่อยังร้อนและถามเสียงเบา “ทีนี้บอกข้อมูลติดต่อของแฟนธอมมา”
“เรื่องนี้ . . .” บาร์เทนเดอร์ลำบากใจ “ถ้าฉันบอกข้อมูลติดต่อเขาไป ฉันอาจไม่มีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้นะ . . .”
เกาเฟยบีบมือ “ถ้าไม่บอกข้อมูลติดต่อเขา นายจะตายเดี๋ยวนี้แหละ! ยังเหลืออีก 7 ชั่วโมงกว่าจะถึงพรุ่งนี้ การบอกข้อมูลติดต่อเขาจะทำให้นายมีชีวิตต่อได้อีก 7 ชั่วโมง คิดเลขง่าย ๆ แค่นี้ไม่ออกหรือไง?”
เมื่อบาร์เทนเดอร์ได้ยินดังนั้น ก็มีเหตุผลแฮะ! จึงรีบบอกป้ายทะเบียนรถที่แฟนธอมขับประจำ และเปิดเผยที่อยู่ชั่วคราวของแฟนธอมให้เกาเฟยทราบอย่างว่าง่าย
เกาเฟยพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นผลักบาร์เทนเดอร์ออกไปด้านข้าง
ภารกิจเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อไปคือเล่นกับทหารรับจ้างพวกนี้
อย่างไรก็ตามหลังจากปล่อยบาร์เทนเดอร์ ทหารรับจ้างรอบ ๆ กลับไม่ขยับ แม้ว่าเกาเฟยจะไม่มีตัวประกันในมือ แต่พวกเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีเจตนาจะฆ่าเกาเฟยเลย
เกาเฟยงงไปหมด มองไปรอบ ๆ ฝูงชนด้วยสีหน้ามึนงง และถามด้วยความสงสัย “เพื่อน ๆ ลงมือสิ? รออะไรอยู่?”
ในเวลานี้ชายผอมแห้งคนหนึ่งพูดตรง ๆ ว่า “เมื่อกี้แกเพิ่งบอกบาร์เทนเดอร์ให้ขึ้นค่าหัวเป็น 100,000 พรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ? ฆ่าแกวันนี้ได้แค่ 30,000 รอฆ่าพรุ่งนี้ได้ตั้ง 100,000 แน่นอนว่าเราต้องรอฆ่าแกพรุ่งนี้สิ . . .”
เมื่อเกาเฟยได้ยินดังนั้น หน้าเขาก็มืดลงทันที
บ้าเอ๊ย!
ดันลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท!
ขุดหลุมฝังตัวเองชัด ๆ!
“พวกนายจะงกเกินไปแล้วมั้ง? เงินแค่นี้ยังต้องคิดเล็กคิดน้อยอีก! ความเลือดเย็นของทหารรับจ้างหายไปไหนหมด? ความโหดเหี้ยมของนักฆ่าล่ะ? ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรือไง?”
นึกไม่ถึงว่าชายผอมแห้งจะไม่เห็นด้วย และพูดอย่างมีเหตุผลว่า “ส่วนต่างตั้ง 70,000 ไม่ใช่น้อย ๆ นะพี่ชาย อีกอย่างฝีมือพี่ชายไม่ใช่ระดับ 30,000 จริง ๆ นั่นแหละ พูดตามตรง ฆ่าพี่ชายได้ 100,000 ยังต้องคิดหนักเลยว่าจะคุ้มเสียไหม อย่าว่าแต่ 30,000 เลย . . .”
เกาเฟยหมดคำจะพูดกับเหตุผลของหมอนี่
“เออ! ฉันยอมใจพวกนายเลย!”