- หน้าแรก
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 33 จับตัวประกัน
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 33 จับตัวประกัน
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 33 จับตัวประกัน
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 33 จับตัวประกัน
ในฐานะตำรวจเก่า แฮงค์มีสัญชาตญาณที่เฉียบคมมาก หลังได้รับแจ้งเหตุ เขาเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่ทันที และได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว
บ้านเลขที่ 17 ถนนสาย 96 ดูเหมือนจะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นธรรมดา ๆ แถบชานเมืองบรูกลิน แต่ความจริงแล้วที่อยู่นี้ไม่ธรรมดา นี่คือบ้านของแจ็คเควล
เมื่อไม่กี่วันก่อน แจ็คเควลมีบทบาทสำคัญในการกวาดล้างแก๊งค้าของเถื่อน เขาปกปิดสถานะสายลับที่แฝงตัวอยู่ในแก๊งมาอย่างยาวนาน แม้แก๊งจะถูกกวาดล้างไปแล้ว แต่ภารกิจสายลับของแจ็คเควลยังไม่จบสิ้น เขายังคงปฏิบัติการในฐานะสมาชิกแก๊งต่อไป
ในขณะที่แก๊งคนผิวดำในนิวยอร์กเริ่มฉลาดแกมโกงและระมัดระวังตัวมากขึ้นในการงัดข้อกับ NYPD การหาสายลับฝีมือดีที่สามารถเจาะลึกเข้าไปในแนวหลังของศัตรูนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แผนการแทรกซึมของ NYPD ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทำให้แก๊งคนผิวดำเกิดความระแวง มีเพียงแจ็คเควล, แจ็ค และคนอื่น ๆ ที่เกิดและเติบโตในนิวยอร์กเท่านั้นที่ได้รับความไว้วางใจจากแก๊งคนผิวดำ เพราะประวัติภูมิหลังที่แน่นปึ้กและดูสมจริง
แต่ครอบครัวใหญ่ที่ดูอบอุ่นนั้นกลายเป็นจุดอ่อนของเหล่าสายลับอย่างเลี่ยงไม่ได้ การปฏิบัติภารกิจของพวกเขาเท่ากับเอาคนในครอบครัวไปแขวนไว้บนเส้นด้าย NYPD จึงให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังว่าจะปกป้องครอบครัวของพวกเขา ที่อยู่ของสายลับเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการลาดตระเวนของ NYPD
ดังนั้นแฮงค์จึงเครียดมากเมื่อรู้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่บ้านของแจ็คเควล เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าปฏิบัติการเมื่อไม่กี่วันก่อนอาจทำให้สถานะของสายลับเหล่านี้ถูกเปิดเผย จนนำไปสู่การแก้แค้นของพวกเศษเดนแก๊งคนผิวดำ
และหากครอบครัวของแจ็คเควลต้องประสบเคราะห์กรรม ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของ NYPD จะพังยับเยิน แต่ NYPD ยังทรยศต่อความไว้วางใจที่เหล่าสายลับมีให้ด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น แฮงค์สูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดกับเกาเฟยขณะเตรียมอุปกรณ์ “เกาเฟย เตรียมอาวุธให้พร้อม นี่คือบ้านของสายลับแจ็คเควล ครอบครัวของเขาอาจกำลังถูกอาชญากรแก้แค้น!”
เกาเฟยประทับใจในตัวแจ็คเควลมาก หมอนี่เพิ่มแต้มบูชาให้เขาตั้งกว่า 50 แต้มในคราวที่แล้ว พอได้ยินแฮงค์พูดแบบนั้น เกาเฟยก็จริงจังขึ้นมาทันทีและตามแฮงค์ลงจากรถ
แฮงค์ถือปืนนำหน้า เดินอ้อมลานบ้านไปที่ประตูหน้า เขาไม่ผลีผลามเปิดประตู แต่ตะโกนผ่านหน้าต่างบานหน้า “NYPD ครับ คุณคือคนที่โทรแจ้งตำรวจใช่ไหม?”
เกาเฟยเดินสำรวจรอบลานบ้านอย่างระมัดระวังเพื่อหาร่องรอยน่าสงสัย แล้วพบร่องรอยการงัดแงะอย่างรุนแรงที่หน้าต่างห้องนั่งเล่นหน้าบ้าน ต้องมีคนแอบเข้ามาในบ้านทางนี้แน่
“แฮงค์ คนร้ายเข้ามาทางนี้ครับ” เกาเฟยเตือนเสียงเบา
ยังไม่ทันที่แฮงค์จะตอบกลับ เสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างตื่นตระหนกก็ดังมาจากหน้าต่างเล็ก ๆ บนชั้นสอง
“คุณตำรวจ! ช่วยด้วยค่ะคุณตำรวจ! มีคนบุกเข้ามาในบ้าน ช่วยพวกเราด้วย!”
เกาเฟยมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ เธอน่าจะเป็นลูกสาวของแจ็คเควล และมีเด็กชายตัวเล็ก ๆ สองคนโผล่หัวอยู่ข้างหลังเธอ
“ข้างในเกิดอะไรขึ้น? มีคนร้ายกี่คน? ตอนนี้พวกเธอปลอดภัยไหม?” เกาเฟยรีบถาม
“หนูเห็นคนร้ายแค่คนเดียว ตอนนี้หนูแอบอยู่ในห้องน้ำกับน้องชายสองคน เอาเครื่องซักผ้าขวางประตูไว้ คนร้ายคงเข้ามาไม่ได้สักพัก แต่พ่อหนูอยู่ข้างล่าง เขาตกอยู่ในอันตราย!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ได้โปรดเถอะค่ะคุณตำรวจ ช่วยพ่อหนูด้วย!”
“ผมจะช่วยพ่อเธอเอง ไม่ต้องห่วง” เกาเฟยพยายามปลอบให้พวกเธอสงบสติอารมณ์ “ดันประตูห้องน้ำไว้ให้แน่น อย่าให้คนร้ายบุกเข้าไปได้!”
แฮงค์ที่อยู่ด้านข้างได้ยินเรื่องราวทั้งหมดชัดเจน จึงตะโกนกดดันคนร้ายในบ้าน “คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว! วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ อย่าขัดขืนให้เสียเวลา! ย้ำ คุณถูกล้อมแล้ว วางอาวุธและมอบตัวซะ! อย่าขัดขืนโดยเปล่าประโยชน์!”
มีเสียงฝีเท้าดังมาจากในบ้านตลอดเวลา น่าจะเป็นคนร้ายที่กำลังร้อนรนหาทางหนี แต่เสียงไซเรนก็ดังใกล้เข้ามาแล้ว ตำรวจสายตรวจที่อยู่ใกล้เคียงรุดมาสมทบได้ทันเวลา
ด้วยกำลังเสริมที่มาถึงอย่างรวดเร็ว คนร้ายไม่กล้าหนีออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า พริบตาเดียวรถตำรวจสองคันก็มาถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจสี่นายจากเขตอื่นร่วมมือกับเกาเฟยและแฮงค์ปิดล้อมบ้านของแจ็คเควลไว้ทุกด้าน
คนร้ายคงหนีไปไหนไม่รอด แต่ตามคำบอกเล่าของลูกสาวแจ็คเควล คนร้ายน่าจะจับตัวประกันอยู่ ซึ่งทำให้สถานการณ์ยุ่งยากขึ้น
เพื่อควบคุมอารมณ์ของคนร้าย แฮงค์ตะโกนเข้าไปในบ้าน “ฟังนะ ตอนนี้คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว กำลังเสริมของเรามาถึงแล้ว ทางที่ดีคุณยอมออกมามอบตัวซะ อย่ารอให้สไนเปอร์เข้าประจำที่ ไม่งั้นคุณจะได้กินลูกตะกั่วแน่”
ประโยคนี้ได้ผลจริง ๆ สักพักประตูหน้าก็เปิดออก
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำล็อกคอชายชราผมขาวเดินออกมาจากโถงทางเข้าช้า ๆ ในมือถือปืน M1911 ปากกระบอกปืนจ่ออยู่ที่ขมับของชายชรา
“คุณตำรวจ ฉันขอเตือนว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ไม่งั้นฉันจะเอาชีวิตแลกชีวิต ให้ตาแก่นี่ตายไปพร้อมกับฉัน!”
คนร้ายพูดด้วยความโอหังพร้อมรอยยิ้มเยาะ
บนชั้นสองลูกสาวของแจ็คเควลเห็นพ่อของเธอถูกคนร้ายจับตัวไว้ ก็กรีดร้องด้วยความร้อนรน “พ่อ! ปล่อยพ่อหนูนะ!”
แฮงค์รีบทำมือส่งสัญญาณให้เด็กสาวเงียบเสียง การกรีดร้องจะยิ่งกระตุ้นประสาทที่ตึงเครียดของคนร้าย และอาจบีบให้เขาลั่นไกได้
คนร้ายไม่เกรงกลัวและเดินลงบันไดมาทีละก้าว แม้จะมีตำรวจ NYPD หลายรายรวมตัวกันในที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“ถอยไป! เร็วเข้า! ถ้าไม่ทำตามที่ฉันบอก ตาแก่นี่ตายแน่!” คนร้ายขู่เสียงเขียว
ตำรวจต่างลังเลและตัดสินใจไม่ถูกอยู่ชั่วขณะ แต่พวกเขาก็ยังไม่ถอย ปืนทุกกระบอกยังคงเล็งไปที่คนร้าย
“มัวทำบ้าอะไรอยู่? ทำตามที่ฉันบอกสิวะ! หรืออยากให้ตาแก่นี่ตายต่อหน้าพวกแก? หา?!”
คนร้ายเริ่มหงุดหงิด ตะคอกและออกคำสั่ง ตำรวจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกภายใต้การข่มขู่ของคนร้าย
แต่สำหรับเกาเฟยที่เฝ้าประตูอยู่ ดวงตาของเขากลับเป็นประกาย นี่คือภารกิจเสี่ยงตายในการช่วยตัวประกันจากฆาตกรถือปืน! ถ้าทำพลาด ก็มีโอกาสเสียสละอย่างวีรบุรุษได้ทุกเมื่อ!
เกาเฟยขมวดคิ้วใช้ความคิด
เกาเฟยกระแอม แล้วพูดกับคนร้ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ขอร้องล่ะเพื่อน นายคิดว่า NYPD จะสนใจตัวประกันที่นายจับไว้เหรอ? นายไม่รู้จัก NYPD จริง ๆ สินะ ไม่ได้ดูข่าวบ้างเลยเหรอ? NYPD มักจะยิงทั้งคนร้ายและตัวประกันจนพรุนเป็นรังผึ้งไปด้วยกันนั่นแหละ!”
“อะไรนะ?” คนร้ายถึงกับอึ้งกับคำพูดของเกาเฟย มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?
ชายชราในมือคนร้ายยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก จนแทบจะหยุดหายใจ อะไรนะ? นายบอกว่า NYPD จะยิงฉันจนพรุนไปด้วยเหรอ?
แฮงค์หน้ามืดครึ้ม รีบกระซิบเตือนเกาเฟย “อะแฮ่ม นั่นมัน LAPD ตำรวจลอสแอนเจลิส ต่างหาก NYPD ของเราไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น . . .”
เกาเฟยเบะปาก “NYPD, LAPD . . . มันก็พอ ๆ กันนั่นแหละน่า ผมกำลังพยายามช่วยตัวประกันอยู่นะ อย่าเพิ่งขัดสิครับ”
พูดจบเขาก็หันไปหาคนร้ายอีกครั้งและพูดเสียงดัง “เพื่อน พูดตามตรงนะ NYPD ไม่สนความเป็นความตายของตัวประกันธรรมดา ๆ หรอก นายจับตาแก่คนนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ เราจะยิงนาย หรือจำเป็นต้องยิงนายอยู่ดี! อีกอย่างตาแก่นี่แก่แล้วแถมยังดูอ่อนแอ เกิดเขาทนความตกใจไม่ไหวแล้วหัวใจวายตายคาที่ขึ้นมา นายจะไม่มีไพ่ให้เล่นนะ?”
พอคนร้ายคิดตาม ก็เห็นว่าจริงอย่างที่พูด จึงรีบถามกลับ “แล้วแกจะเอายังไง?”
เกาเฟยยิ้มบาง ๆ วางปืนลงที่เท้า แล้วยกมือขึ้นเดินเข้าหาคนร้ายช้า ๆ สองก้าว พูดอย่างใจเย็น “เอาแบบนี้ ในฐานะตัวประกัน ฉันมีค่ามากกว่าชายชราคนนี้เยอะ เอาฉันไปเป็นตัวประกัน แล้วปล่อยตาแก่นี่ไป ดีลนี้ไม่ขาดทุนหรอก นายว่าไง?”