- หน้าแรก
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 25 แก้แค้น
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 25 แก้แค้น
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 25 แก้แค้น
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 25 แก้แค้น
เกาเฟยนั่งขัดสมาธิบนเตียง ในมือถือสมุดจดบันทึกรายชื่อผู้คนที่อาจจะพลอยโดนหางเลขไปกับเขาด้วย
เพื่อนร่วมงานใน NYPD ไม่อยู่ในรายชื่อนี้แน่นอน เพราะพวกเขามีความสามารถในการปกป้องตัวเองได้ คริส เพื่อนเก่าสมัยเรียนก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับเขาบ่อยนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตัดออกไปได้เลย
ที่เหลือก็มีแค่ป้าหวังและเฉิงเจี๋ยเชี่ยนที่เป็นเพื่อนใหม่ โดยเฉพาะเฉิงเจี๋ยเชี่ยนนั้นเป็นเป้าหมายที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะตามพล็อตเรื่องทั่วไป พวกอาชญากรมักชอบลักพาตัวคนสนิทของพระเอกเสมอ
“ตอนบ่ายไปหาเจี๋ยเชี่ยน แล้วบอกเธอเรื่องนี้ดีกว่า”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เกาเฟยก็ลุกจากเตียง
รถเชฟโรเลตมือสองแล่นไปตามถนนสายหลักของเมือง แล้วไปจอดที่หน้าศูนย์กิจกรรมที่เฉิงเจี๋ยเชี่ยนซ้อมเต้นอยู่ เวลา 17.30 น. เฉิงเจี๋ยเชี่ยนเดินออกมาในชุดกีฬาที่ดูสวยงาม
เกาเฟยพิงรถคันเก่าแล้วผิวปากทักทายเฉิงเจี๋ยเชี่ยน เธอรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหาทันที มุมปากของเธออดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้ม
“ทำไมมาที่นี่ล่ะ?” เจี๋ยเชี่ยนถามพร้อมรอยยิ้ม
“มาหาเธอไง” เกาเฟยตอบยิ้ม ๆ
เจี๋ยเชี่ยนเคาะเบา ๆ ที่แขนซ้ายของเกาเฟยที่ยังเข้าเฝือกอยู่ “ฉันจะไม่พูดสุภาพกับนายแล้ว นายยังเจ็บอยู่เลย ขับรถทั้งที่ใส่เฝือกแบบนี้ได้เหรอ? ถ้าตำรวจจราจรเห็นเข้า เดี๋ยวก็โดนใบสั่งหรอก”
“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่โดนหรอก อย่างไรเสียฉันก็เป็น ‘แสงสว่างแห่งชาวจีน’ และฮีโร่ของนิวยอร์กเชียวนะ ตำรวจจราจรมักจะไว้หน้าฉันอยู่แล้ว” เกาเฟยพูดอย่างหน้าไม่อาย
เจี๋ยเชี่ยนอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน “เกาเฟย นายเริ่มจะหลงตัวเองแล้วนะ”
เกาเฟยยิ้มบาง ๆ “ในฐานะตำรวจหนุ่มที่เก่งที่สุดในบรูกลิน เรื่องแค่นี้มันของตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าแต่เย็นนี้ว่างไหม? ไปกินข้าวกันเถอะ”
“นายมาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันยังปฏิเสธได้อีกเหรอ?” เจี๋ยเชี่ยนทำหน้าหน่ายใจ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มออกมา
เกาเฟยเปิดประตูรถให้อย่างสุภาพบุรุษ เชิญเจี๋ยเชี่ยนขึ้นรถมือสองสภาพบุรุษคันนี้
ทั้งสองเลือกร้านอาหารจีนอีกแห่ง เจี๋ยเชี่ยนที่เดิมทีไม่ได้ชอบอาหารจีนเป็นพิเศษ กำลังจะถูกเกาเฟยเปลี่ยนให้กลายเป็นคนมี ‘กระเพาะอาหารแบบจีน’ ไปเสียแล้ว ครั้งนี้ไม่มีใครเข้ามารบกวนเกาเฟยกับเจี๋ยเชี่ยน ทุกคนลืมเรื่องราวเมื่อครึ่งเดือนก่อนไปหมดสิ้น เรื่องของ “แสงสว่างแห่งชาวจีน” ที่เคยสร้างความฮือฮาในเขตใต้
นี่คือธรรมชาติของนิวยอร์กในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นทะลัก ดูเหมือนว่าคนคนหนึ่งจะถูกลืมเลือนได้ชั่วข้ามคืน ไม่ว่าเป็นฮีโร่หรือวายร้าย ก็ยากที่จะทิ้งร่องรอยจารึกไว้ในเมืองนี้ได้ยาวนาน
โชคดีที่ทั้งเกาเฟยและเจี๋ยเชี่ยนชอบความสงบเงียบแบบนี้มากกว่า เกาเฟยไม่ต้องถูกบังคับให้อัปเกรดเพราะแรงศรัทธาจากผู้อื่น ส่วนเจี๋ยเชี่ยนก็นั่งกินข้าวพูดคุยกับเพื่อนได้อย่างสบายใจ
หลังจากคุยเรื่องชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเจี๋ยเชี่ยนไปสักพัก เกาเฟยก็ค่อย ๆ วกเข้าเรื่อง
“เมื่อคืน . . . เอ้อ . . . ฉันไปจับแก๊งคนผิวดำมา มีคนตายคาที่สองคน สภาพที่เกิดเหตุดูไม่จืดเลย”
“อะไรนะ?!” เจี๋ยเชี่ยนรีบวางตะเกียบในมือ ชี้ไปที่แขนที่เข้าเฝือกของเกาเฟยแล้วพูดว่า “สภาพนายเป็นแบบนี้ยังจะไปจับแก๊งมาเฟียอีกเหรอ? นายนี่มันบ้าจริง ๆ!”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ฉันแค่หาเวลาไปยืดเส้นยืดสายไม่ได้ . . .” เกาเฟยกระซิบ “ประเด็นคือแก๊งนี้มันแค้นฉันเข้ากระดูกดำ เห็นว่าพวกมันต้องการจะแก้แค้นฉัน . . .”
“แก๊งนี้มีอิทธิพลมากเหรอ? ทำไมนายไม่หนีออกจากนิวยอร์กไปซ่อนตัวก่อนล่ะ?” เจี๋ยเชี่ยนพูดด้วยความเป็นห่วง ตำรวจในนิวยอร์กที่ถูกแก๊งมาเฟียตามแก้แค้นมีไม่น้อยเลย เมื่อเร็ว ๆ นี้สายสืบคนหนึ่งในเฮลส์คิทเช่นก็เพิ่งถูกสมาชิกแก๊งยิงประหารกลางถนน
‘ฉันล่ะอยากให้พวกมันมาฆ่าฉันใจจะขาด’ เกาเฟยคิดในใจ
“หนีไม่ได้หรอก ในฐานะตำรวจ ฉันตายได้แต่เสียหน้าไม่ได้” เกาเฟยพูด “แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้ห่วงตัวเอง ฉันเป็นห่วงเธอ กับป้าหวัง . . .”
“พวกมันจะมาเล่นงานพวกเราเหรอ?” สีหน้าของเจี๋ยเชี่ยนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า “ทำไมล่ะ? ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายสักหน่อย ทำไมพวกมันต้องมาลงที่ฉัน?”
“อะแฮ่ม ก็แค่ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน อย่าเพิ่งตื่นเต้นสิ” เกาเฟยรีบแก้ตัว “ฉันก็ต้องเตือนคนรอบข้างไว้บ้าง”
“อย่างนั้นเหรอ . . .” เจี๋ยเชี่ยนพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดอย่างระมัดระวัง “งั้นช่วงกลางคืนฉันจะไม่ออกไปไหนแล้วกัน”
“อื้ม ป้าหวังด้วยนะ ช่วงนี้บอกให้แกรีบกลับบ้านเร็วหน่อย อย่างไรเสียกลางคืนในบรูกลินคนเลวก็เยอะกว่าคนดีอยู่แล้ว” เกาเฟยกำชับ
“ตกลง” เจี๋ยเชี่ยนรับคำ “ฉันจะเตือนแม่ให้”
หลังจากเตือนเจี๋ยเชี่ยนแล้ว เกาเฟยก็โทรหาคริสและเพื่อนอีกหลายคน แม้ว่าจะไม่ได้ติดต่อกันสักพักแล้ว แต่ก็ยังต้องแสดงความห่วงใย
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวัน ชุมชนเงียบสงบและสันติ แก๊งคนผิวดำที่ประกาศว่าจะแก้แค้นเกาเฟยดูเหมือนจะแค่ขู่ให้กลัว และไม่มีการเคลื่อนไหวจริงจังอะไรเลย
จนกระทั่งคืนที่สาม จู่ ๆ เกาเฟยก็ได้รับสายจากเบอร์ที่ถูกเข้ารหัส ทันทีที่เห็นคำว่า ไม่ระบุตัวตน บนหน้าจอโทรศัพท์ เกาเฟยก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
“ฮัลโหล ใครครับ?” เกาเฟยถามเสียงต่ำเมื่อรับสาย
เสียงอึมครึมดังมาจากปลายสาย “ตำรวจเกาเฟย?”
“ฉันเอง”
“คนของแกอยู่ในมือเราแล้ว!”
เกาเฟยตกใจเมื่อได้ยิน แต่ก็คาดไม่ถึงว่าพวกมันจะทำสำเร็จจริง ๆ!
แต่เกาเฟยเดาไม่ออกว่าพวกมันจับใครไป ป้าหวัง? เจี๋ยเชี่ยน? หรือพยาบาลสาวน้อยคริสติน?
“แน่จริงก็มาลงที่ฉันสิ อย่าไปยุ่งกับเพื่อนฉัน” เกาเฟยพูดเสียงเข้ม “มาหาฉันนี่ จะฆ่าจะแกงก็เชิญ!”
เกาเฟยกำลังกลุ้มใจที่ไม่มีหนทางไปสู่ความตาย โอกาสทองแบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้!
ผิดคาด ไอ้หมอนั่นในโทรศัพท์กลับใจเย็นมากและหัวเราะเยาะ “ไม่ต้องห่วงหรอก ตำรวจเกาเฟย มาทักทายแขกของเราก่อนดีกว่า ฟังเสียงไอ้หมอนี่ให้ดี ๆ นะ แล้วแกจะหัวใจสลาย . . .”
เกาเฟยกำหมัดแน่น สิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว เขาห่วงที่สุดว่าเพื่อนจะพลอยโดนหางเลข คนที่สมควรตายคือเขา ไม่ใช่เพื่อนของเขา
ทันใดนั้นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังแทรกเข้ามาในสาย “เกาเฟย! มาช่วยฉันด้วย เกาเฟย! มาช่วยฉันที!”
“แฟรงก์?” เกาเฟยคาดไม่ถึง “พวกมันลักพาตัวลุงไปเหรอ?”
“ก็เออสิวะ! แน่นอนว่าเป็นฉัน! ฉันเป็นญาติคนเดียวของแกนะเว้ย!” แฟรงก์ตะโกนเสียงแหบแห้งมาจากปลายสาย
เกาเฟยหลุดขำออกมาทันทีเขาลืมแฟรงก์ไปเสียสนิท หลายวันนี้เขาเที่ยวไล่เตือนเพื่อน ๆ ไปทั่ว แต่ดันลืมเตือนญาติเพียงคนเดียวของตัวเอง
ก็ตาแก่นี่วัน ๆ เอาแต่กินเหล้าเมามายไม่ยอมกลับบ้าน การมีอยู่ของเขามันเจือจางเกินไป จนเกาเฟยเผลอมองข้ามไปเลย
ตอนนั้นเองโจรก็ดึงโทรศัพท์กลับไปและพูดกับเกาเฟยเสียงเข้ม “ถ้าอยากให้มันรอด ก็ทำตามที่ฉันบอก!”
ทว่ายังไม่ทันที่โจรจะออกคำสั่ง เกาเฟยก็พูดแทรกขึ้นมา “เดี๋ยวก่อนนะ แล้วถ้าฉันไม่ได้อยากให้เขารอดเท่าไหร่ล่ะ?”
โจร : “???”
มีลูกเล่นแบบนี้ด้วยเหรอ?
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง โจรก็ถามเสียงเครียด “ไอ้หนู แกกำลังเล่นลิ้นกับฉันเหรอ?”
“นายคิดว่าฉันเล่นลิ้นงั้นเหรอ?” เกาเฟยถามกลับ
“มันเป็นญาติคนเดียวของแก มันเลี้ยงแกมาตั้งแต่เด็ก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะไม่มีความรู้สึกผูกพันกับมัน” โจรตะคอกอย่างหงุดหงิด
“ฉันก็มีความรู้สึกให้เขาจริง ๆ นั่นแหละ . . .” เกาเฟยยอมรับ
“นั่นไงล่ะ” โจรแสยะยิ้ม
“เพียงแต่มันเป็นความรู้สึกติดลบทั้งหมดเลยน่ะสิ” เกาเฟยรีบเสริม
พวกโจรถึงกับหน้ามืดพร้อมสบถในใจ ‘ไอ้เวรเอ๊ย!’