- หน้าแรก
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล
- สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 21 รถมือสอง
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 21 รถมือสอง
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 21 รถมือสอง
สุดยอดคู่มือการเอาชีวิตรอดในโลกมาร์เวล ตอนที่ 21 รถมือสอง
หลังจากการตระเวนในบรูกลิน อีกรอบ เกาเฟยก็ไม่พบเบาะแสที่เป็นประโยชน์เลย สันนิษฐานว่าคนร้ายตัวการคงกบดานไปแล้วหลังจากก่อเหตุ และไม่น่าจะกล้าลงมืออีกในเร็ว ๆ นี้
เช้าตรู่ เกาเฟยซื้อฮอตด็อกกับกาแฟจากร้านตรงข้ามซูเปอร์มาร์เก็ตของป้าวัง แล้วเดินกลับบ้านไปพลางกินไปพลาง เมื่อเดินมาถึงชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์ เขาก็พลันเห็นรถเชฟโรเลตเก่าคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน จากนั้นแฟรงค์ก็ประคองไวน์หรูราคาแพงสองขวดก้าวออกมาจากรถ
“ลุงแฟรงค์!” เกาเฟยตะโกนเรียกแล้วเดินเข้าไป
เมื่อแฟรงค์ได้ยินเสียงเกาเฟยเรียก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาพยายามรีบยัดไวน์ชั้นดีสองขวดนั้นซ่อนไว้ในเสื้อผ้า
น่าเสียดายที่เกาเฟยเห็นเข้าเต็มตาแล้ว เขาปรี่เข้าไปคว้าตัวแฟรงค์ไว้ แล้วแสยะยิ้ม “โย่ ซื้อรถใหม่เหรอ?”
แฟรงค์ยิ้มแหย ๆ “รถมือสองน่ะ ถูก ๆ ถูกมาก”
เกาเฟยเหลือบมองไวน์ชั้นเลิศในมือของเขาอีกครั้ง “แล้วยังซื้อไวน์ดี ๆ มาอีกสองขวดด้วย?”
“เพื่อนให้มา” แฟรงค์ตอบโดยไม่ลังเล
“ลุงคิดว่าผมโง่หรือไง?” เกาเฟยทำหน้าจริงจังแล้วบีบข้อมือของเขาไว้แน่น “บอกมานะ เงินมาจากไหน?”
แฟรงค์พยายามสะบัดมือของเกาเฟยออก แต่เขากลับพบว่าหลานชาย ‘แขนเดี้ยง’ ของเขาแข็งแรงอย่างน่าประหลาดใจ
“โธ่เอ๊ย เกาเฟย ลุงทำงานหนักมาหลายปี ก็ต้องมีเงินเก็บอยู่บ้างสิ . . .” แฟรงค์พูดด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน “ซื้อรถมือสองเก่า ๆ สักคันกับไวน์ดี ๆ มาดื่มให้รางวัลตัวเองมันผิดตรงไหน?”
“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ผมจะไม่รู้ได้ยังไงว่าลุงมีเงินเท่าไหร่” เกาเฟยแค่นเสียงเย็นชา “ผมแนะนำให้ลุงรีบบอกความจริงมา ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่ความเป็นญาติ”
“ไอ้หลานอกตัญญู!” พอเห็นว่าหลอกเกาเฟยไม่ได้ แฟรงค์ก็เริ่มเล่นบทน่าสงสารทันที “แกไม่มีพ่อไม่มีแม่ตั้งแต่เด็ก ลุงนี่แหละที่เลี้ยงแกมากับมือด้วยความยากลำบาก พอตอนนี้ได้เป็นตำรวจก็มาขี่คอลุงตัวเอง!”
“ไม้นี้ใช้ไม่ได้ผลหรอกแฟรงค์ ไม้นี้ใช้กับผมไม่ได้!” เกาเฟยมีภูมิต้านทานมุกนี้ของเขามานานแล้ว “ต่อให้ลุงร้องไห้ผมก็ไม่ใจอ่อนหรอก รีบสารภาพมาตามตรงซะดี ๆ!”
“. . .” แฟรงค์จนปัญญาโดยสิ้นเชิง ก็เพราะเกาเฟยเติบโตมากับเขาจึงรู้จักลูกไม้ของเขาดีเกินไป
“ก็ได้ ฉันบอกความจริงแกก็ได้ แต่แกต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ซ้อมฉัน” แฟรงค์พูดอย่างประหม่า
“ลุงพูดมาก่อน แล้วผมค่อยตัดสินใจทีหลัง” เกาเฟยไม่หลงกล
แฟรงค์ยอมจำนนอย่างสมบูรณ์ และพูดเสียงต่ำ “อะแฮ่ม เงินนี่ได้มาจากองค์กรสิทธิมนุษยชนชาวจีนในบรูกลิน น่ะ เดิมที . . . เดิมทีมันเป็นเงินรางวัลที่องค์กรนี้มอบให้สำหรับความกล้าหาญของแก”
“อะไรนะ?!” เกาเฟยถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก “เงินรางวัลสำหรับความกล้าหาญ? ลุงแน่ใจนะว่าไม่ได้ไปขู่กรรโชกเงินมาจากพวกเขา?”
“ขู่กรรโชก? เอ่อ . . . แกพูดเกินไปหน่อยนะ ฉันก็แค่คิดว่าในฐานะองค์กรพิทักษ์สิทธิชาวจีน พวกเขาควรจะให้รางวัลเป็นวัตถุสิ่งของแก่แกสำหรับความกล้าหาญ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะทำ ฉันก็เลย . . . ใช้สื่อไปกดดันพวกเขานิดหน่อย . . . ก็แค่นั้นแหละ” แฟรงค์ยิ้ม ฟันที่เหลืองจากการสูบบุหรี่ของเขาส่องประกายในแสงแดดยามเช้า
“ลุงให้ตายสิ นี่ลุงเอาชื่อผมไปแอบอ้างเพื่อขู่กรรโชกเหรอ?” เกาเฟยเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว เขาคว้าคอเสื้อของแฟรงค์ทันที
แฟรงค์รีบพูดเกลี้ยกล่อมเสียงเบา “เกาเฟย อย่าเพิ่งโมโหสิ ระวังแขนที่เจ็บอยู่ด้วย ปล่อยเร็วเข้า ร่างกายแกสำคัญนะ . . .”
เกาเฟยจ้องแฟรงค์เขม็ง “อย่าให้ผมเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งที่สอง”
“ไม่มีทาง ไม่มีอีกแล้ว” แฟรงค์รีบรับประกัน “แต่เกาเฟย เงินมันเยอะจริง ๆ นะ แล้วลุงก็ทำเพื่อแก . . .”
เกาเฟยฉวยกุญแจรถจากมือของแฟรงค์ “ในเมื่อทำเพื่อผม งั้นรถคันนี้ก็เป็นของผม”
“เฮ้ย!” แฟรงค์ค้านทันที “แกมีรถตำรวจให้ขับไม่ใช่หรือไง! จะเอารถคันนี้ไปทำไม?”
“รถตำรวจเป็นของแฮงค์ ผมไม่มีส่วน” เกาเฟยพูดอย่างมีเหตุผล “อีกอย่างรถทอรัสของแฮงค์ก็เพิ่งโดนผมทำพังไป ตอนนี้ผมกำลังขาดรถพอดี”
ไม่คาดคิดว่าเมื่อพูดถึงรถตำรวจ แฟรงค์กลับเผยรอยยิ้มไร้ยางอายออกมาทันที
“เกาเฟย แน่นอนว่าฉันให้รถคันนี้แกได้ เงินก้อนนี้เดิมทีลุงก็ตั้งใจจะซื้อให้แกอยู่แล้ว . . .” แฟรงค์พูดอย่างมีเลศนัย
ทันทีที่เห็นท่าทางไร้ยางอายของชายคนนี้ เกาเฟยก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องมีแผนชั่วร้ายอยู่ในใจแน่ “ลุงมีแผนอะไรอีก?”
“แผนเผินอะไรกัน พูดจาน่าเกลียดชะมัด . . .” แฟรงค์ยิ้ม “ตอนนี้แกเป็นวีรบุรุษชื่อดังของนิวยอร์กแล้วนะ มีสื่อมากมายต่อคิวรอสัมภาษณ์แกอยู่ แค่แกยอมรับการสัมภาษณ์จากพวกเขา ฉันรับรองเลยว่าภายในสามวัน ฉันจะช่วยให้แกทำเงินได้มากกว่านี้อีก . . .”
“เลิกฝันกลางวันได้แล้วแฟรงค์ ผมบอกแล้วไงว่าอย่าพยายามเอาชื่อผมไปแอบอ้างขู่กรรโชก” เกาเฟยเขย่ากุญแจในมือ “แล้วก็อีกอย่าง ถ้านักข่าวคนไหนกล้ามาสัมภาษณ์ มาหนึ่งคนผมก็จะฆ่าหนึ่งคน มาสองคนผมก็จะฆ่าสองคน! และแน่นอนว่าคนแรกที่ต้องตายคือลุง เข้าใจไหม?”
“ไอ้เด็กเวร . . .” แฟรงค์โกรธ แต่ก็ไม่กล้าเถียงหลานชายตำรวจของเขา เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างจำยอม “ก็ได้ ๆ แล้วแต่แกเลย ท่านเจ้าหน้าที่เกาเฟย ฉันขอสาบานว่าจะเชื่อฟังคำสั่ง”
“ค่อยยังชั่วหน่อย” เกาเฟยบิดขี้เกียจ แล้วค่อย ๆ เดินขึ้นไปนอนพร้อมกับกุญแจรถ
. . .
เมื่อเขาตื่นขึ้นมา แฟรงค์ก็หายตัวไปแล้ว โชคดีที่ชายคนนั้นไม่กล้าแตะต้องกุญแจรถเชฟโรเลต รถมือสองคันนี้จึงตกเป็นของเกาเฟยโดยสมบูรณ์
เมื่อดูเวลาก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มแล้ว เกาเฟยลุกขึ้นล้างหน้า ตรวจสอบข้อความสองสามฉบับจากเอ็ดดี้ แล้วเตรียมตัวออกไปสืบสวนต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ออกจากห้อง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หรือว่าจะเป็นนักข่าวมาถึงที่?
เกาเฟยรู้สึกไม่สบายใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาเดินไปที่ตาแมวแล้วแอบมอง
ปรากฏว่าเป็นป้าวังกับเฉิงเจี๋ยเชี่ยนที่ยืนอยู่หน้าประตู สองคนนี้มาหาเขาถึงที่เลย
“เชิญครับ” เกาเฟยรีบเปิดประตูแล้วยิ้ม “ลมอะไรหอบพวกคุณมาถึงนี่ครับเนี่ย?”
ป้าวังถือกล่องข้าวเก็บความร้อนมาด้วยแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม “วีรบุรุษออกจากโรงพยาบาลอย่างสมเกียรติทั้งที พวกเราก็ต้องมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจสิ! เกาเฟยนี่เก่งจริง ๆ เลยนะ เพิ่งเป็นตำรวจก็สร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้แล้ว!”
ขณะที่พูดป้าวังก็เปิดกล่องข้าวเก็บความร้อนออก ภายในบรรจุซี่โครงหมูจานเด็ดที่ปรุงอย่างดี
“มา ๆ มาชิมรสชาติจากบ้านเกิดกัน . . .” ป้าวังพูดด้วยรอยยิ้ม
เฉิงเจี๋ยเชี่ยนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ บ่นพึมพำอย่างเย็นชา “ฉันเป็นคนบรูกลิน แท้ ๆ รสชาติบ้านเกิดมันจะพิเศษอะไรขนาดนั้น . . .”
ป้าวังเหลือบมองแล้วพูดว่า “ลูกจะไปรู้อะไร กระเพาะคนจีนมันถูกเขียนไว้ในยีนแล้ว ในเมื่อพ่อของเกาเฟยเป็นคนจีน เขาก็น่าจะมีกระเพาะคนจีนเหมือนกัน!”
เกาเฟยพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพ่อชาวจีนของเขาในโลกมาร์เวลเลย การข้ามโลกมานี้เปลี่ยนแค่คุณสมบัติทางกายภาพพื้นฐานของเขาเท่านั้น แต่รสนิยมการกินยังคงเหมือนกับโลกเดิมของเขาเป๊ะ