- หน้าแรก
- บทท่านเทพดีนี่ หวานปากข้าล่ะสิสหายพรต
- บทที่ 22 : สุดท้ายก็เสียเปล่า
บทที่ 22 : สุดท้ายก็เสียเปล่า
บทที่ 22 : สุดท้ายก็เสียเปล่า
บทที่ 22 : สุดท้ายก็เสียเปล่า
ซูหลีสับสนไปหมด
ถ้าจะบอกว่าอาจารย์ของเขาเป็นนางมารร้ายแอ๊บแบ๊ว? ก็ดูจะไม่เหมือน
ในความทรงจำของเขา อาจารย์ไม่เคยอยู่ตามลำพังกับผู้ชายคนไหน
อีกอย่าง เขาไม่เคยเห็นนางมารร้ายคนไหนที่ชอบแคะเท้า แล้วบางครั้งก็เอาเท้ามาถูกหน้าเขาเล่นแบบนี้
แต่ไม่ว่าอย่างไร ซูหลีก็ยังคงเดินตามจ้าวสงทั่วเข้าไปในหอวิหากระบี่ด้วยความหวาดหวั่นทุกฝีก้าว
และไม่รู้ทำไม ซูหลีถึงรู้สึกว่าคุณหนูแห่งหอวิหากระบี่คนนี้เอาแต่จ้องเขาอยู่ตลอด
นี่ทำให้ซูหลีรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
"ทำไมแม่นางคนนี้ถึงเอาแต่จ้องข้า? หรือนางจะหลงเสน่ห์ข้าเข้าให้แล้ว?"
ซูหลีตรองดูอย่างละเอียด
"อืม มีความเป็นไปได้สูง"
แม้ข้าซูหลีจะอยู่แค่ขอบเขตสร้างเตาหลอม ทั้งยังไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน!
แต่! ข้าหล่อ! เป็นเรื่องธรรมดาที่สาวๆ จะชอบ
แถมข้ายังเป็นคนอ่อนโยน และมีอนาคตไกล
แม่นางคนนี้ตาถึงจริงๆ
แต่น่าเสียดาย ที่แม่นางคนนี้มาช้าไป ข้ามีเฉียนอวิ๋นอยู่แล้ว
แต่ว่า...
ซูหลีแอบชำเลืองมองจ้าวหลิงเสวี่ยอีกครั้ง
ต้องยอมรับเลยว่าแม่นางคนนี้สวยจริงๆ
แต่ต่อให้สวยแค่ไหน ซูหลีก็รู้สึกว่าต้องปฏิเสธ
เพราะการให้ความหวังคนอื่นมันสารเลวเกินไป เขาจะเป็นคนเหมือนอาจารย์จอมสารเลวของเขาได้อย่างไร?
แต่จะปฏิเสธตรงๆ ก็ไม่ได้
เพราะผู้หญิงมักจะหน้าบาง
ดังนั้น ซูหลีจึงเอามือทาบหน้าอก แล้วส่ายหน้าให้จ้าวหลิงเสวี่ยเบาๆ
จ้าวหลิงเสวี่ยเห็นซูหลีเอามือทาบหน้าอกแล้วส่ายหน้าให้นาง
นางชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มลงมองหน้าอกตัวเอง
เมื่อก้มลงมอง จ้าวหลิงเสวี่ยก็เห็นหลังเท้าตัวเองได้โดยไม่มีอะไรบดบัง
ทันใดนั้น! หน้าผากขาวผ่องของจ้าวหลิงเสวี่ยก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน
ข้ารู้แล้วว่าเจ้าซูหลีหมายความว่ายังไง!
ไอ้เดรัจฉานนี่มันกำลังว่าข้าจอแบน!
ทันใดนั้น หน้าอกของจ้าวหลิงเสวี่ยก็กระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ ด้วยความโกรธ
คุณหนูอย่างข้าโกรธแล้วนะ!
คุณหนูอย่างข้ามีคนรักใคร่เอ็นดูเป็นพันเป็นหมื่น! คนที่อยากจะสู่ขอข้าต่อแถววนรอบดินแดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิงได้เลยนะ! ใครกล้าไม่พอใจในรูปลักษณ์ของข้าบ้าง?
แต่ไอ้หมอนี่! มันกล้ารังเกียจที่ข้าจอแบน!
จอแบนแล้วมันผิดตรงไหน? ท่านแม่บอกว่า 'จะครองโลกได้ยังไงถ้าหน้าอกไม่แบนราบ!'
อ๊ากกกกก!
อีกอย่าง ข้าเพิ่งจะสิบหกเอง! ยังมีโอกาสโตได้อีก!
ซูหลี! ข้าจะฆ่าเจ้า! ภายในสามวันข้าจะเอาขี้เถ้าเจ้าไปโปรยทิ้ง!
สัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากเด็กสาวด้านหลัง ซูหลีส่ายหน้าอีกครั้ง พลางถอนหายใจในใจ
เฮ้อ...
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
ต่อให้ปฏิเสธยังไง สำหรับอีกฝ่ายแล้ว รักเขาข้างเดียวก็เป็นเรื่องเศร้าอยู่ดี
คิดไม่ถึงว่านางจะเปลี่ยนจากรักเป็นแค้น
นางชอบเขาขนาดนั้นเชียวหรือ?
แต่เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน ซูหลีคิดว่าเขาทำถูกแล้ว
ยังไงก็ปล่อยให้นางเสียเวลาวัยสาวไปกับเขาไม่ได้หรอก
"ซูหลี ก่อนจะไปเจอจ้าวซิน ข้าขอถามเจ้าหน่อย เจ้าใช้วิธีไหนล่อลวงลูกชายข้า ให้เขาทิ้งวิถีแห่งกระบี่ไปหาวิถีแห่งทวน ถึงขั้นหักกระดูกกระบี่เพื่อแสดงความมุ่งมั่น?"
ตอนที่จ้าวสงทั่วเอ่ยคำพูดเหล่านี้ บรรยากาศรอบตัวก็เต็มไปด้วยปราณกระบี่อันแหลมคม
ราวกับว่าวินาทีถัดไป หัวสุนัขของซูหลีจะถูกปราณกระบี่นี้บั่นจนขาดกระเด็น
"ท่านผู้อาวุโส เข้าใจผิดแล้วขอรับ" แม้ซูหลีจะตื่นตระหนกในใจ แต่ภายนอกกลับดูสงบนิ่งราวกับสุนัขแก่ "ไม่ใช่ข้าที่ต้องการให้ศิษย์พี่จ้าวละทิ้งวิถีแห่งกระบี่"
จ้าวสงทั่วหรี่ตาลง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
ซูหลีประสานมือคารวะ "ข้าขอบังอาจถามท่านผู้อาวุโส ศิษย์พี่จ้าวฝึกกระบี่มาตั้งแต่เด็ก ท่านเคยคำนึงถึงความรู้สึกของศิษย์พี่จ้าวบ้างไหม? ท่านเคยถามเขาไหมว่าเขารักวิถีแห่งกระบี่จริงๆ หรือเปล่า?"
"ทำไมข้าต้องถาม?"
จ้าวสงทั่วโบกมือ
"จ้าวซินเกิดมาพร้อมกระดูกกระบี่ นี่คือต้นกล้าชั้นดีในการบำเพ็ญวิถีแห่งกระบี่ จ้าวซินควรอุทิศชีวิตให้แก่วิถีแห่งกระบี่ และกลายเป็นตัวตนที่เหนือกว่าข้า!"
"...แต่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรคือการถามใจตนเอง หากแม้แต่เส้นทางที่เลือกยังไม่ชอบ แล้วศิษย์พี่จ้าวจะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้ได้อย่างไร?"
"จ้าวซินมีกระดูกกระบี่แต่ไม่ยอมฝึกกระบี่ ช่างเสียของจริงๆ! ในฐานะพ่อ ข้าจะทนดูได้อย่างไร!"
"ศิษย์พี่จ้าวฝึกแต่กระบี่มาตลอด ไม่เคยแตะต้องทวนเลย ท่านผู้อาวุโสยังไม่เคยให้โอกาสศิษย์พี่จ้าว แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าศิษย์พี่จ้าวไม่มีพรสวรรค์ในวิถีแห่งทวน?"
"ข้าไม่ต้องลองก็รู้! ข้าทำเพื่อหวังดีกับเขานะ!"
"สามคำที่น่ากลัวที่สุดในโลกคือคำว่า 'หวังดีกับเจ้า' ที่ออกจากปากคนใกล้ชิดนี่แหละ!"
"ซูหลี ผู้น้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเจ้า กล้าสอนข้าเรอะ?"
"ผู้น้อยมิบังอาจ"
"แล้วที่เจ้าทำอยู่นี่คืออะไร?"
"ผู้น้อยแค่พูดความจริง"
"เจ้าไม่กลัวข้าจะฟันเจ้าด้วยกระบี่รึไง?" จ้าวสงทั่วหรี่ตามอง
กลัวสิ แน่นอนว่าต้องกลัว
บ้าเอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะข้ายืนนิ่งเป็น ขาข้าคงสั่นพั่บๆ ไปแล้ว
ผู้บำเพ็ญกระบี่ขอบเขตหยกดิบจะฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างเตาหลอมอย่างข้า ง่ายกว่าบี้มดเสียอีก
"ท่านผู้อาวุโสไม่ฆ่าข้าหรอกขอรับ" ซูหลีตั้งสติแล้วส่ายหน้า
"ทำไม?"
"เพราะอาจารย์ของข้าเคยบอกไว้ว่า ท่านเจ้าหอวิหากระบี่รูปงามและสง่าผ่าเผย แม้ปราณกระบี่จะดุดัน แต่ท่านไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกใคร ท่านคือสุภาพบุรุษผู้บำเพ็ญกระบี่!"
มองสบตาจ้าวสงทั่ว ซูหลีโกหกหน้าตาย
ความจริงแล้ว ซูหลีไม่เคยได้ยินอาจารย์เอ่ยถึงจ้าวสงทั่วเลยแม้แต่น้อย
นานๆ ทีเวลาอาจารย์พูดถึงผู้ชายสักคน ก็มักจะทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์
แล้วก็นินทาว่าร้ายเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ตบท้ายด้วยประโยคที่ว่า "ผู้ชายเหม็นโฉ่พวกนั้นคิดจะจีบข้าเนี่ยนะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองคน ขณะที่จ้าวหลิงเสวี่ยจ้องมองซูหลีด้วยดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง
ซูหลีผู้นี้อยู่แค่ขอบเขตสร้างเตาหลอม ยังไม่ถึงขั้นต่ำสุดที่จะเป็นศิษย์สายในด้วยซ้ำ
แต่เขากล้าต่อปากต่อคำกับท่านพ่อของนางอย่างเปิดเผย?
เขาไม่กลัวตายหรือไง?
เขาคงไม่ตายหรอกมั้ง?
เขาช่างกล้าหาญนัก...
ส่วนจ้าวสงทั่วเมื่อมองแววตาจริงใจและท่าทีไม่เกรงกลัวของซูหลี ชั่วขณะหนึ่งเขาก็พูดไม่ออก
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าในใจของเยว่ชิง เขาจะสูงส่งและยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
หรือว่าตอนที่เยว่ชิงปฏิเสธเขาในตอนนั้น เป็นเพราะต้องการทดสอบเขา? ไม่ใช่ว่าเยว่ชิงไม่ชอบเขา?
ยิ่งคิด จ้าวสงทั่วก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้
ใช่! ต้องใช่แน่ๆ!
ตอนนั้นเยว่ชิงคงจงใจปฏิเสธเพื่อทดสอบเขา
ถ้าตอนนั้นเขาตื๊ออีกหน่อย บางทีผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นแบบนี้
จ้าวสงทั่วถอนหายใจเบาๆ
ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว
สุดท้ายก็เสียเปล่า...
"คำวิจารณ์ของอาจารย์เจ้าที่มีต่อข้า... ยุติธรรมดี" จ้าวสงทั่วส่ายหน้า ถอนหายใจ "ช่างเถอะ รังแกผู้น้อยอย่างเจ้าไปก็ไร้ความหมาย ไปดูจ้าวซินกันก่อนเถอะ"
แต่ทันทีที่สิ้นเสียงจ้าวสงทั่ว ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาซูหลี
ยังไม่ทันที่ซูหลีจะตั้งตัว กลิ่นหอมก็โชยเข้าจมูก
ทันใดนั้น ซูหลีก็รู้สึกว่าหน้าอกของเขาถูกทุบรัวๆ
"ไอ้คนสารเลว คืนจ้าวซินของข้ามานะ คืนจ้าวซินของข้ามา!"