เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 : กระบี่เล่มนี้! ไม่ฝึกมันซะยังจะดีกว่า!

บทที่ 14 : กระบี่เล่มนี้! ไม่ฝึกมันซะยังจะดีกว่า!

บทที่ 14 : กระบี่เล่มนี้! ไม่ฝึกมันซะยังจะดีกว่า!


บทที่ 14 : กระบี่เล่มนี้! ไม่ฝึกมันซะยังจะดีกว่า!

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ปลอบโยนหลัวอิ๋นหลิงได้สำเร็จ สถานะของโฮสต์ในใจหลัวอิ๋นหลิงเพิ่มสูงขึ้น รางวัล: แต้มชะตา 400 แต้ม】

ทันทีที่เขาจูงมืออิ๋นหลิง (อิ๋นหลิง) เดินออกจากห้องใต้ดิน เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของซูหลี

รางวัลที่ได้รับมาอย่างปุบปับนี้ทำให้ซูหลีประหลาดใจไม่น้อย

เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า แค่การปลอบโยนอิ๋นหลิงจะทำให้ได้รับแต้มชะตาด้วย

หรือว่า... เขาสามารถได้รับแต้มชะตาจากการเพิ่มระดับความประทับใจของคนอื่นที่มีต่อเขาได้ด้วยงั้นรึ?

แต่ทว่า นับตั้งแต่วันที่ระบบตื่นขึ้นมา ทำไมเขาไม่เคยได้รับแต้มชะตาจากเชียนอวิ๋นเลยสักครั้ง?

หรือว่าเชียนอวิ๋นจะไม่มีความประทับใจในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย?

เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูหลีก็รู้สึกจุกแน่นในอก

หัวใจปวดหนึบ

เจ็บปวดราวกับอกหักไม่มีผิด

"น้องอิ๋นหลิง"

"ศิษย์พี่หญิงเชียนอวิ๋น"

เมื่อเห็นอิ๋นหลิงเดินออกมาจากห้องลับ เชียนอวิ๋นก็ก้าวเข้าไปหา ทรุดกายลงนั่งอย่างสง่างาม แล้วลูบไล้เส้นผมยาวสีขาวเงินของอิ๋นหลิงอย่างเบามือ

"ศิษย์พี่หญิงเชียนอวิ๋น ข้าขอโทษเจ้าค่ะ อิ๋นหลิงทำให้ท่านต้องเป็นห่วง" อิ๋นหลิงกล่าวพลางก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด

"ไม่เป็นไรจ้ะ" เชียนอวิ๋นลูบศีรษะอิ๋นหลิงอย่างอ่อนโยน แววตาเปี่ยมด้วยความเอ็นดู

ซูหลีมองดูศิษย์น้องทั้งสองที่รักใคร่กลมเกลียวราวกับพี่น้องคลานตามกันมา และเห็นว่าอิ๋นหลิงไม่ได้คิดมากฟุ้งซ่านอีกต่อไปแล้ว เขาจึงวางใจลงได้

"เอาล่ะ พี่มีธุระต้องออกไปข้างนอก วันนี้คงกลับดึก พวกเจ้ากินข้าวเย็นกันก่อนได้เลย ไม่ต้องรอพี่"

"เชียนอวิ๋นจะเตรียมอาหารไว้ให้ศิษย์พี่เจ้าค่ะ" เชียนอวิ๋นลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

"ไม่ต้องหรอก พี่มีผลวิญญาณติดตัวไปด้วย" ซูหลีโบกมือปฏิเสธ "ไปล่ะนะ"

ซูหลีกระโดดขึ้นพรมวิเศษแล้วหันหลังเตรียมจากไป

เชียนอวิ๋นเฝ้ามองจนกระทั่งร่างของซูหลีลับตาไปที่ขอบฟ้า นางจึงค่อยละสายตากลับมา

"ศิษย์พี่หญิงเชียนอวิ๋นเจ้าคะ?"

"หืม?" เชียนอวิ๋นหันไปมองอิ๋นหลิง

"ศิษย์พี่หญิงเชียนอวิ๋นต้องคอยมองส่งศิษย์พี่ซูจนลับตาทุกครั้งที่เขาออกไปเลยหรือเจ้าคะ?" อิ๋นหลิงเอ่ยถาม

"ข้าทำแบบนั้นเหรอ?" เชียนอวิ๋นเอียงคอเล็กน้อย

"เจ้าค่ะ" อิ๋นหลิงพยักหน้ายืนยันหนักแน่น

เชียนอวิ๋นเงยหน้ามองท้องฟ้า ครุ่นคิดว่าเหตุใดนางจึงทำเช่นนั้น

ดูเหมือนนางจะติดนิสัยนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว

แต่เพราะอะไรกันแน่?

ศิษย์พี่มักจะออกไปจากยอดเขายู่ซางบ่อยครั้ง และนางก็มักจะเฝ้ารอให้ศิษย์พี่กลับมาเสมอ

"บางทีอาจเป็นเพราะ..." เชียนอวิ๋นกระพริบตาปริบๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา "บางทีอาจเป็นเพราะตราบใดที่ข้ายังมองเห็นศิษย์พี่อยู่ ก็จะรู้สึกเหมือนศิษย์พี่ยังไม่ได้จากไปไหน และช่วงเวลาที่ข้ารอคอยให้ศิษย์พี่กลับมา... ก็จะไม่รู้สึกยาวนานจนเกินไปนัก"

เมื่อมาถึงหอลงนาม ซูหลีได้แจ้งระดับพลังของตนแก่ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง

ผู้อาวุโสแห่งหอลงนามรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ทราบว่า ในที่สุดซูหลีก็บรรลุขอบเขตสร้างเตาหลอมแล้ว

เพราะซูหลีติดอยู่ที่ขอบเขตเผาผลาญเตาหลอมมานานหลายปี

และเมื่อบรรลุขอบเขตสร้างเตาหลอมแล้ว ทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหินวิญญาณ วัสดุอุปกรณ์ สมุนไพรวิญญาณ และโอสถ ที่แดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิงจัดสรรให้ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

แดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิงจะทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพื่อให้เขาฝ่าด่านเข้าสู่ขอบเขตถ้ำสวรรค์ได้สำเร็จ

ทว่า หากล้มเหลวในการฝ่าด่านเข้าสู่ขอบเขตถ้ำสวรรค์ถึงสองครั้ง ทรัพยากรเหล่านี้จะถูกระงับทันที

เพราะหากล้มเหลวถึงสองครั้ง โอกาสที่จะสำเร็จในครั้งต่อไปก็แทบจะเป็นศูนย์ การทุ่มเททรัพยากรต่อไปจึงเป็นการสูญเปล่า

ความจริงแล้ว ซูหลีไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรเหล่านี้เลย

เพราะเขาสามารถบำเพ็ญเพียรได้ผ่านระบบเท่านั้น

แต่ก็ไม่เป็นไร ของพวกนี้เก็บไว้ให้ศิษย์น้องทั้งสองของเขาใช้ก็ได้

"ผู้อาวุโสโก่ว ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ขอรับ ไม่ได้มีค่าอะไรมาก" หลังจากลงทะเบียนเสร็จ ซูหลีก็หยิบหนังสือภาพวาดสองสามเล่มออกมาจากถุงเอกภพแล้วยื่นให้

"เจ้านี่นะ ชอบเอาของพวกนี้มาให้ข้าอยู่เรื่อย ถ้าตาแก่อย่างข้าขาดสารอาหารขึ้นมาจะทำยังไง?"

"นี่คือ 'โภชนาการด่วนสายตรง' รุ่นล่าสุดที่ผู้น้อยพัฒนาขึ้นขอรับ" จากนั้นซูหลีก็หยิบกล่องบรรจุเครื่องดื่มสีขาวขุ่นออกมา

"เจ้าหมายความว่ายังไง? ข้าใช่คนแบบนั้นรึ? อย่าทำแบบนี้อีกนะ"

ผู้อาวุโสแห่งหอลงนามเก็บหนังสือภาพวาดและเครื่องดื่มนั่นเข้าแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วขีดชื่อซูหลีในบัญชี

หากไม่มีอะไรผิดพลาด เดือนหน้าซูหลีจะได้รับทรัพยากรตามสิทธิ์ของเขา และยังจะมี "ของขวัญแสดงความยินดีสำหรับการบรรลุขอบเขตสร้างเตาหลอม" เพิ่มมาให้อีกด้วย

หลังจากซูหลีจากไป ผู้อาวุโสแห่งหอลงนามก็เปิดสมุดภาพวาดดู

ในสมุดภาพเต็มไปด้วยเรื่องราวหลากหลาย ทั้งสาวน้อยในชุดว่ายน้ำ สาวหูสัตว์สุดน่ารัก และชุดนักเรียนญี่ปุ่น (JK) ซึ่งทำเอาผู้อาวุโสแห่งหอลงนามต้องแอบทึ่งในใจ

"ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงไม่ไปอยู่ยอดเขาจิตรกรรมนะ? จุ๊ๆๆ... น่าเสียดายจริงๆ น่าเสียดาย"

ผู้อาวุโสแห่งหอลงนามรู้สึกว่ากางเกงของตัวเองเริ่มขยับไหว จึงรีบปิดสมุดภาพลง

วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

เมื่อออกจากหอลงนาม ซูหลีก็รีบมุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์

ด้วยป้ายหยกของธิดาศักดิ์สิทธิ์ ซูหลีสามารถขึ้นไปชั้นไหนก็ได้ของหอคัมภีร์ และยืมหนังสือเล่มใดก็ได้ในนามของธิดาศักดิ์สิทธิ์

สิทธิ์ในการนำหนังสือออกจากหอคัมภีร์นั้น มีเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์และธิดาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ครอบครอง

ซูหลีวางแผนจะเลือกหนังสือเกี่ยวกับเผ่ามังกรสักสองสามเล่ม เพื่อนำไปใช้แนะนำแนวทางการบำเพ็ญเพียรให้อิ๋นหลิงในอนาคต

เขามาถึงหอคัมภีร์แล้ว

หอคัมภีร์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิงคือเกาะลอยฟ้าแห่งหนึ่ง

ใช่แล้ว... ทั้งเกาะนั่นแหละคือหอคัมภีร์!

และมันยังมีชื่อที่ฟังดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามว่า "หอหนังสือ"

ไม่มีคำนำหน้า ไม่มีคำต่อท้าย มีแค่คำว่า "หอหนังสือ" ล้วนๆ

และยังมีคำกลอนคู่ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า ซึ่งว่ากันว่าเจ้าหอคัมภีร์แดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิงเป็นผู้เขียนไว้

วรรคแรก: "ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการอยู่ที่นี่"

วรรคสอง: "หากสิ่งที่เจ้าต้องการไม่อยู่ที่นี่"

วรรคขวาง: "เจ้าคงจำชื่อหนังสือผิดแล้วล่ะ"

ทันทีที่ซูหลีก้าวผ่านม่านพลังของเกาะ เขาก็มาถึงชั้นแรกของหอคัมภีร์แดนศักดิ์สิทธิ์เชียนหลิง

เพียงแค่ชั้นแรก มองไปรอบๆ ก็เห็นหนังสือวางเรียงรายสุดลูกหูลูกตา!

หนังสือบางเล่มห้อยอยู่บนต้นไม้ บางเล่มไหลมาตามแม่น้ำ และบางเล่มก็งอกออกมาจากพื้นดิน...

ต้องยอมรับเลยว่าเจ้าหอหนังสือแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ช่างมีความคิดสร้างสรรค์เหลือเกิน

เขาคงพูดอะไรไม่ได้ ในเมื่อบรรณารักษ์นั้นเป็นบุคคลที่... แตะต้องไม่ได้ แตะต้องไม่ได้จริงๆ

"การดูแลแม่หมูหลังคลอด"

"เหล็กกล้าหลอมอย่างไร"

"วิธีตามหาหน้าต่างลึกลับของคู่บำเพ็ญเพียร"

"ข้าให้กำเนิดมนุษย์ ข้าขอโทษ"

"ข้ามีเหรียญชุบชีวิตเยอะมาก"

เมื่อมองดูหนังสือชื่อแปลกประหลาดในหอคัมภีร์ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ซูหลีก็รู้สึกเหมือนได้ค้นพบทวีปใหม่เสมอ

หลังจากหาหนังสือพื้นฐานเกี่ยวกับเผ่ามังกรได้แล้ว ซูหลีก็วางแผนจะยืมหนังสือเกี่ยวกับวิชาเวทที่เผ่ามังกรใช้ได้ด้วย

ตัวอย่างเช่น...

หนังสือเล่มนี้ "มังกรสวรรค์ทรงฤทธานุภาพ" เล่มนี้ดูเข้าท่าดี

แต่ในจังหวะที่ซูหลีกำลังจะหยิบ "มังกรสวรรค์ทรงฤทธานุภาพ" ออกมาเพื่อทำเรื่องยืม เขาก็สะดุดล้มหน้าคะมำ

การล้มครั้งนี้ส่งให้ซูหลีถลาเข้าไปหาเด็กสาวคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า

และเขาก็เผลอดึงกระโปรงของเด็กสาวลงมาโดยไม่ตั้งใจ

โชคดีที่ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม ซูหลีเองก็ไม่เห็นอะไรเหมือนกัน เพราะเด็กสาวสวมกางเกงซับในไว้อย่างมิดชิด

แรงดึงกะทันหันทำให้เด็กสาวชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นแก้มของนางก็แดงซ่าน

แต่เด็กสาวไม่ได้กรีดร้องโวยวาย

ทั้งสองสบตากัน

"แค่กๆ ข้าขอโทษ"

ซูหลีลุกขึ้นอย่างใจเย็น แล้วช่วยดึงกระโปรงของเด็กสาวกลับขึ้นมาให้เรียบร้อย

"เพียะ!"

เสียงตบฉาดใหญ่ดังก้องมาจากมุมหนึ่งของหอคัมภีร์ พร้อมกับร่างของเด็กสาวหน้าแดงก่ำที่หันหลังวิ่งหนีไป

ซูหลีผู้มีรอยฝ่ามือประทับอยู่บนใบหน้า รู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก

แม่นางคนนี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี ข้าอุตส่าห์ช่วยดึงขึ้นให้แท้ๆ!

ช่างเถอะ ลูกผู้ชายไม่ถือสาหาความกับสตรี

ว่าแต่... ใครมันขัดขาข้ากันแน่?!

ทันทีที่ซูหลีเตรียมจะตามหาตัวคนขัดขาเพื่อชำระแค้น เขาก็เห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ชั้นหนังสือ กำลังกระดกเหล้าจากไหอึกใหญ่ เมามายไม่ได้สติ

"บางคนตายตอนแปดขวบ แต่กว่าจะฝังก็ปาเข้าไปแปดสิบ... กระบี่เล่มนี้! ไม่ฝึกมันซะยังจะดีกว่า!"

จบบทที่ บทที่ 14 : กระบี่เล่มนี้! ไม่ฝึกมันซะยังจะดีกว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว