- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอนาคต เปลี่ยนบ้านนาให้เป็นวากานด้า
- บทที่ 23: เงินเข้าบัญชี 1.5 หมื่นล้าน
บทที่ 23: เงินเข้าบัญชี 1.5 หมื่นล้าน
บทที่ 23: เงินเข้าบัญชี 1.5 หมื่นล้าน
ทันทีที่ซูอี้กำลังรู้สึกงุนงง จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนก็ดังก้องไปทั่วทั้งโถงธนาคาร
"มีเงินโอนเข้าบัญชี 15,000 ล้านหยวน!"
ในเวลาเดียวกัน ยอดเงินในบัญชีของซูอี้ที่แสดงบนหน้าจอขนาดใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นตัวเลขหลักหมื่นล้านในพริบตา
ตัวเลขยาวเหยียดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ยาวเสียจนนับไม่หวาดไม่ไหว
ฝูงชนที่กำลังตื่นเต้นฮึกเหิมอยู่เมื่อครู่ถึงกับชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนนี้
จากนั้น รูม่านตาของทุกคนก็หดเกร็ง และเบิกตากว้างราวกระดิ่งวัว
เพื่อนร่วมห้องในกลุ่มแชทที่ได้ยินเสียง ต่างรีบเงยหน้ามองไปที่จอใหญ่ทันที
และเป็นจริงดังคาด ตัวเลขบนหน้าจอเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิม 1,050 ล้านหยวน พุ่งขึ้นเป็น 16,050 ล้านหยวนในชั่วพริบตา
เมื่อเห็นตัวเลขยาวเหยียดบนหน้าจอ ทุกคนตกอยู่ในความสงสัยอย่างหนัก
นี่มันเรื่องจริงหรือหลอกกันแน่?
ผู้คนนับไม่ถ้วนรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป เพราะนี่มันเงินตั้งหมื่นล้าน
เพื่อนร่วมห้องแต่ละคน มือไม้สั่นเทาขณะถือโทรศัพท์ หลายคนถึงกับตัวสั่นไม่หยุด
พวกเขากลัว กลัวจริงๆ
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ที่อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อได้ยินเสียงก็รีบหันไปมองหน้าจอใหญ่เช่นกัน
ทุกคนเริ่มสงสัยในชีวิตของตัวเอง
1.6 หมื่นล้านหยวน นั่นคือเงิน 1.6 หมื่นล้านหยวน ซึ่งมากพอให้พวกเขาใช้ไปได้อีกหลายชาติ
พนักงานเหล่านั้นนึกย้อนไปถึงตอนที่เยาะเย้ยถากถางซูอี้ ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นตัวตลกในหมู่ตัวตลก ยิ่งกว่าขยะข้างทางเสียอีก
ต้วนเผิงถึงกับยืนตะลึงงันอยู่กับที่เมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลบนหน้าจอ
สมองของเขาขาวโพลนไปหมดในขณะนี้
ถ้าก่อนหน้านี้เขาทำดีกับซูอี้สักหน่อย ถ้าเขาแสดงความเป็นมิตรกับซูอี้สักนิด มันจะดีแค่ไหนนะ
ซูอี้เป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียน ซูอี้ต้องมาฝากเงินกับเขาแน่นอน และเขาก็คงจะได้เลื่อนตำแหน่งไปแล้ว
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างพังทลายไปหมดแล้ว
เขาน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกเหมือนพระเจ้ากำลังเล่นตลกกับชีวิต
ส่วนหญิงสาวที่คอยดูแลซูอี้ เมื่อเห็นยอดเงินนี้ เธอก็ตัวสั่นเช่นกัน เธอตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
ก่อนหน้านี้เธอสงสารซูอี้จนยอมยกโทรศัพท์ให้เขาใช้ พอมาคิดดูตอนนี้...
คนรวยนี่ทำตัวเรียบง่ายถ่อมตนกันจริงๆ
ในขณะนี้ หวังเฟยและฮวงอีอีที่เฝ้าดูเหตุการณ์ผ่านวิดีโอคอล ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
คุณพระช่วย 1.6 หมื่นล้านหยวน เต็มๆ เน้นๆ
ถ้าซูอี้ใช้เงินจำนวนนี้พัฒนาบ้านเกิด หมู่บ้านของพวกเขาจะเจริญรุ่งเรืองขนาดไหนกันนะ?
พอคิดได้ดังนั้น พวกเขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที เป็นไปได้ไหมที่จะซื้อที่ดินในหมู่บ้านสักแปลงล่วงหน้า แล้วปลูกบ้าน ย้ายทะเบียนบ้านเข้าไปอยู่ที่นั่นเลย?
ในขณะนั้น ซูอี้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อเห็นเงินเข้าบัญชีแล้ว ก็โทรหา 'สวีเจี๋ย' ทันที
เนื่องจากโทรศัพท์ที่เขาใช้อยู่เก่ามากและเสียงเบา เขาจึงมักต้องเปิดลำโพงเพื่อให้ได้ยินชัดเจน
ดังนั้นเขาจึงเปิดลำโพงด้วยความเคยชิน
สายถูกรับอย่างรวดเร็ว เสียงของสวีเจี๋ยดังลอดออกมาจากปลายสาย
"คุณซู ได้รับค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยีคอนกรีตที่คุณพัฒนาขึ้นแล้วใช่ไหมครับ? เมื่อคืนผมอยู่โยงทั้งคืนเพื่อให้แน่ใจว่าเงินทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีคุณเรียบร้อย"
"ได้รับแล้วครับคุณสวี แค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ผมว่างอีกสองสามวันจะเข้าไปเซ็นสัญญาที่บริษัทครับ"
ได้ยินดังนั้น สวีเจี๋ยจึงกล่าวว่า
"คุณซูครับ ตอนนี้ผมได้เป็นผู้จัดการที่สำนักงานใหญ่แล้ว ถ้าคุณมาถึง ติดต่อผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ"
ซูอี้พยักหน้า
"ตกลงครับ งั้นผมวางสายนะ"
บทสนทนาของซูอี้ดังไปเข้าหูคนเกือบทั้งโถงธนาคาร และพวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเงินก้อนนี้มีที่มาอย่างไร
มันคือค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ซูอี้พัฒนาขึ้น
คนที่เคยตะโกนถามอาจารย์ว่าการเรียนมีประโยชน์ไหม ถึงกับหน้าชาไปตามๆ กันเมื่อเห็นฉากนี้
การเรียนมีประโยชน์ไหม? มีประโยชน์สุดๆ ไปเลยต่างหาก...
ครู่ต่อมา ต้วนเผิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับสมุดบัญชีและบัตรประชาชนของซูอี้
"พี่ซู ธุระของคุณจัดการเรียบร้อยหมดแล้วครับ วันนี้ผมมีตาหามีแววไม่ ขอเบอร์ติดต่อพี่ไว้ได้ไหมครับ?"
ซูอี้ส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่จำเป็นหรอก ฉันคิดว่าคงไม่มีธุระอะไรต้องติดต่อกับนายอีก"
พูดจบ ซูอี้ก็หันไปพูดกับหญิงสาวข้างกาย
"ผมจะไปรอคุณข้างนอกนะ"
ครู่ต่อมา หญิงสาวก็เก็บของและเดินตามออกมา
"คุณซูคะ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อ 'สวีอิง' ค่ะ จบจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินประจำมณฑล"
ซูอี้พยักหน้ารับรู้
"อืม โอเค เอาอย่างนี้ เนื่องจากสำนักงานหมู่บ้านของเรากำลังจะสร้างใหม่ ผมจะให้คุณหยุดพักผ่อนหนึ่งเดือน คุณจะไปเที่ยวไหนก็ได้ พอครบเดือนค่อยกลับมาเริ่มงาน ส่วนเงินเดือน ผมจะจ่ายล่วงหน้าให้คุณครึ่งปีเลย"
ซูอี้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่มีหอพักว่างสำหรับให้สวีอิงพัก
เขาคงทำได้แค่รอให้ตึกสำนักงานและหอพักใหม่สร้างเสร็จก่อนถึงจะให้สวีอิงมาเริ่มงานได้
ในความคิดของเขา ด้วยความเร็วในการแข็งตัวของเทคโนโลยีคอนกรีต เวลาหนึ่งเดือนน่าจะเพียงพอสำหรับการก่อสร้างทั้งหอพักและตึกสำนักงานจนเสร็จสมบูรณ์
ได้ยินดังนั้น สวีอิงก็ดีใจมาก
"ขอบคุณค่ะ คุณซู!"
จากนั้น ซูอี้และสวีอิงก็แยกย้ายกัน ซูอี้ติดรถวิศวกรรมของหวังเฟยกลับหมู่บ้านทันที
เนื่องจากมีงานต้องทำมากมาย ทั้งสร้างตึกทดลอง ตึกสำนักงาน หอพัก รวมถึงทำถนนและปรับหน้าดิน
ฮวงอีอีและคนอื่นๆ ตัดสินใจตั้งสำนักงานชั่วคราวขึ้นในหมู่บ้านอู๋สุ่ยเลย เพื่อความสะดวกในการทำงาน
ซูอี้จึงอาศัยติดรถพวกเขากลับมาด้วย
เมื่อกลับถึงตัวอำเภอ ซูอี้ตรงดิ่งไปยังห้องแล็บที่มีเครื่องมือต่างๆ เตรียมไว้
เขาวางแผนที่จะพัฒนาน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตของพืชที่แลกมาจากระบบเป็นอันดับแรก
ไอเทมนี้สามารถเร่งการเติบโตของพืชได้ เขาตั้งใจจะพัฒนามันขึ้นมาและลองใช้กับต้นสาลี่เก่าแก่ที่ที่ทำการหมู่บ้านดูก่อน ว่ามันจะออกผลและสุกได้ภายในหนึ่งเดือนหรือไม่
หวังเฟยและฮวงอีอีรวบรวมคนงานจำนวนมาก และฮวงอีอีก็เรียกเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยมาช่วยงานด้วย
พวกเขแบกกล้องสำรวจแบบประมวลผลรวม (Total Station) และกล้องวัดระดับ (Leveling Instrument) ขึ้นเขาลงห้วยทุกวันเพื่อสำรวจพื้นที่ ออกแบบถนนหนทาง
ซูอี้สั่งว่า ตรงไหนต้องมีสะพานก็สร้างสะพาน ตรงไหนต้องมีอุโมงค์ก็เจาะอุโมงค์ และต้องรับประกันคุณภาพถนน ไม่ให้คดเคี้ยวจนเกินไป
เนื่องจากมีทุนหนา เพื่อนๆ ของฮวงอีอีจึงทุ่มเทกันเต็มที่ ทำงานกันตั้งแต่เช้ายันดึกดื่น โปรแกรม CAD ในคอมพิวเตอร์แทบไหม้
ฮวงอีอีนำทีมออกแบบตึกทดลองให้ซูอี้ พวกเขามีความสุขมาก เพราะนี่คือตึกหลังแรกที่พวกเขาได้ออกแบบจริงๆ
ส่วนหวังเฟยรับผิดชอบคุมทีมวิศวกรรม สั่งการปรับหน้าดินทุกวัน รถแม็คโครและรถไถดินหลายสิบคันทำงานไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน
ชาวบ้านอู๋สุ่ยต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นภาพความยิ่งใหญ่อลังการแบบนี้มาก่อน
ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความทึ่งทุกวันว่างานนี้ต้องใช้เงินมหาศาลแค่ไหน
วันเวลาผ่านไปทีละน้อย สองสัปดาห์ต่อมา ในโกดังที่ซูอี้ใช้ทำงาน ซูอี้ก็ได้ของเหลวสีฟ้ามาขวดหนึ่ง
นี่คือน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตของพืช
เขาพัฒนามันขึ้นมาโดยอิงจากข้อมูลในระบบ ส่วนจะใช้ได้จริงหรือไม่นั้น ยังต้องรอการพิสูจน์
วิธีการใช้น้ำยาเร่งการเจริญเติบโตนี้ง่ายมาก เพียงแค่ผสมน้ำแล้วฉีดพ่นลงที่รากหรือลำต้นของพืชโดยตรง
ซูอี้หาน้ำมาหนึ่งถังทันที จากนั้นใช้หลอดดูดน้ำยาหยดลงไปในน้ำหนึ่งหยด
จากนั้น เขาก็เทน้ำที่ผสมแล้วราดลงที่โคนต้นสาลี่เก่าแก่กลางลานบ้านซึ่งเกือบจะยืนต้นตายอยู่รอมร่อ
แล้วเขาก็ตักน้ำมาอีกถัง ราดลงที่โคนเถาองุ่นเก่าแก่ใกล้ๆ กัน ซึ่งเหลือเพียงตอเล็กๆ
เขาตั้งใจจะทดสอบผลลัพธ์กับพืชใกล้ตายสองต้นนี้ก่อน
หลังจากจัดการเรียบร้อย ซูอี้ก็ซ่อนน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตที่เหลือไว้ เขาไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีฤทธิ์แรงแค่ไหน จึงปล่อยให้คนอื่นเอาไปใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้
เมื่อเสร็จธุระ วันรุ่งขึ้น เขาก็นั่งรถเข้าตัวอำเภอทันที
สัญญากับเซาท์เวสต์กรุ๊ปยังไม่ได้เซ็น และการก่อสร้างตึกทดลองต้องใช้เวลาสักพัก เขาจึงวางแผนจะใช้ช่วงเวลานี้ไปเซ็นสัญญาให้เรียบร้อย
เขานั่งรถบัสเก่าๆ จากอำเภอไปจังหวัด
ต่อด้วยรถไฟซอมซ่อเข้าเมืองเอกของมณฑล และสุดท้ายก็นั่งรถไฟความเร็วสูงมุ่งตรงสู่สำนักงานใหญ่ของเซาท์เวสต์กรุ๊ป