- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอนาคต เปลี่ยนบ้านนาให้เป็นวากานด้า
- บทที่ 11: เงินหนึ่งหมื่นล้านเป็นเพียงแค่ค่ามัดจำ
บทที่ 11: เงินหนึ่งหมื่นล้านเป็นเพียงแค่ค่ามัดจำ
บทที่ 11: เงินหนึ่งหมื่นล้านเป็นเพียงแค่ค่ามัดจำ
เมื่อได้ยินตัวเลขหนึ่งหมื่นล้าน โจวเผิงและซุนเทาหันมาสบตากัน เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ เพียงพอให้พวกเขาเสวยสุขไปได้อีกหลายชาติภพ
จากนั้นพนักงานก็เอ่ยกับทั้งสองคนว่า
"เอาล่ะครับ ผมจะพาพวกคุณไปที่ห้องรับรองก่อน เดี๋ยวคุณสวี่จากเซาท์เวสต์กรุ๊ปจะลงมาพบพวกคุณด้วยตัวเอง"
"จำนวนเงินที่ผมเพิ่งแจ้งไปเมื่อครู่เป็นเพียงตัวเลขขั้นต่ำเท่านั้น ส่วนข้อเสนอสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาของพวกคุณแล้วล่ะครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวเผิงก็รีบพยักหน้าทันที
"เทคโนโลยีคอนกรีตตัวนี้ของเรากว่าจะได้มาเลือดตาแทบกระเด็น เราไม่มีทางขายในราคาถูกๆ แน่นอน ไม่ต้องห่วง ถึงเวลาคุณจะได้รับส่วนแบ่งอย่างงามแน่นอน"
พนักงานยิ้มและพยักหน้ารับ
"พวกเราก็เหมือนพี่น้องกัน พูดเกรงใจกันทำไม เชิญครับ ผมจะพาเข้าไปด้านใน..."
ครู่ต่อมา ทั้งสองก็ถูกพามายังห้องรับรองที่มีอาหารและผลไม้นานาชนิดจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ
พนักงานขอตัวออกไป ทิ้งให้เหลือเพียงพวกเขาแค่สองคน
ซุนเทาหยิบแอปเปิลขึ้นมากัดหนึ่งคำ ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูโจวเผิงว่า "ลูกพี่ลูกน้อง เทคโนโลยีคอนกรีตนั่นเป็นของซูอี้ มันไม่มีทางยกให้เราแน่ๆ"
"แล้วเดี๋ยวเราจะทำยังไงกันดี?"
โจวเผิงได้ยินดังนั้นก็แสยะยิ้ม
"แกนี่มันโง่หรือเปล่า? ซูอี้มันไม่ให้เทคโนโลยีคอนกรีตกับเรา แต่เราก็รับเงินมาก่อนได้นี่"
"ขอแค่มีเงิน ในโลกนี้ก็ไม่มีที่ไหนไปไม่ได้ ถึงตอนนั้นเราค่อยหนีไปเสวยสุขที่เมืองนอก"
"ต่อให้เซาท์เวสต์กรุ๊ปจะยิ่งใหญ่แค่ไหน พวกมันจะตามไปจับเราที่เมืองนอกได้เชียวหรือ? แกนี่มันซื่อบื้อจริงๆ"
"เดี๋ยวถึงตอนนั้นฉันจะหาเมียให้แกสักสิบคนเลย"
ได้ยินแบบนี้ ซุนเทาก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ
"งั้นตกลงตามนี้เลยลูกพี่ลูกน้อง ผมจะทำตามพี่..."
โจวเผิงพยักหน้ารับ เขาหยิบองุ่นลูกหนึ่งเข้าปากแล้วหลับตาลงอย่างมีความสุข
เขาเริ่มจินตนาการถึงชีวิตอันหรูหราในต่างประเทศเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่สถาบันวิจัย ห้องปฏิบัติการต่างๆ ได้ทำการทดสอบข้อมูลคอนกรีตซ้ำอีกครั้ง
สวี่เจี๋ยลงมาควบคุมดูแลด้วยตัวเอง และผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนเดิมทุกประการ
สวี่เจี๋ยตระหนักได้ทันทีว่าเขาได้พบกับเทคโนโลยีคอนกรีตที่ไม่ธรรมดาเข้าให้แล้ว
เขาริบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกทันที
"คุณฮัว ผมสวี่เจี๋ยครับ ผมค้นพบเทคโนโลยีคอนกรีตที่จะมาปฏิวัติวงการ ผมต้องการงบ 1 หมื่นล้านเพื่อซื้อเทคโนโลยีนี้ ผมส่งกระบวนการทดสอบและข้อมูลทางเทคนิคไปให้คุณทางอีเมลเข้ารหัสเรียบร้อยแล้วครับ"
"1 หมื่นล้าน? สวี่เจี๋ย คุณล้อเล่นหรือเปล่า? เทคโนโลยีคอนกรีตบ้าอะไรจะมีค่าถึง 1 หมื่นล้าน?"
"คุณฮัว คุณลองดูวิดีโอก่อนเถอะครับ!"
สิ้นเสียงนั้น ก็มีเสียงคลิกเมาส์ดังลอดมาจากปลายสาย
ครู่ต่อมา เสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อยของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น
"สวี่เจี๋ย ผมจะอนุมัติงบให้คุณ 1.5 หมื่นล้าน คุณต้องคว้าเทคโนโลยีคอนกรีตตัวนี้มาให้ได้ เมื่อสำเร็จ ผมจะย้ายคุณกลับมาเป็นประธานที่สำนักงานใหญ่"
"ครับคุณฮัว วางใจได้เลย ผมจะเอาเทคโนโลยีนี้มาให้ได้แน่นอน"
สวี่เจี๋ยพูดจบก็วางสายไป
ทุกคนในบริเวณนั้นต่างตกตะลึงจนตาค้าง นี่หรือคือวิถีของคนรวย? เงินระดับหมื่นล้านแสนล้านพูดออกมาได้ง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ?
จากนั้น สวี่เจี๋ยก็เอ่ยขึ้น
"พาผมไปพบสองคนที่พัฒนาคอนกรีตตัวนี้หน่อย!"
ผู้อำนวยการรีบนำทางสวี่เจี๋ยไปยังห้องรับรองทันที
โจวเผิงและซุนเทากำลังพักผ่อนอยู่ในห้องรับรอง เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว พวกเขาก็รีบลุกขึ้นยืน
สวี่เจี๋ยส่งยิ้มและยื่นมือทักทาย "คาดว่าทั้งสองท่านคงเป็นผู้พัฒนาคอนกรีตชนิดนี้ ผมคือสวี่เจี๋ย ผู้รับผิดชอบดูแลเซาท์เวสต์กรุ๊ปสาขามณฑลเตี้ยน ไม่ทราบว่าพวกคุณชื่ออะไรกันบ้างครับ?"
เมื่อได้ยินคำถาม โจวเผิงไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ว่า "ผมชื่อโจวเผิง และนี่ซุนเทา ลูกพี่ลูกน้องของผม ส่วนคอนกรีตตัวนี้ พวกเราไม่ได้เป็นคนพัฒนาหรอกครับ เป็นเด็กหนุ่มในโรงงานโม่หินของเราเป็นคนวิจัยขึ้นมา"
โจวเผิงคร่ำหวอดในวงการธุรกิจมาหลายปีและไม่ได้โง่ เขาไม่รู้เรื่องเทคนิคเชิงลึก ดังนั้นจึงไม่แอบอ้างว่าเป็นคนพัฒนาเอง
เพราะถ้าอีกฝ่ายถามคำถามเชิงวิชาการ เขาคงความแตกแน่
สวี่เจี๋ยยังคงยิ้มแย้มและถามต่อ "ไม่ทราบว่านักพัฒนาคนนั้นอยู่ที่ไหนหรือครับ?"
โจวเผิงรีบตอบทันควัน "คุณสวี่ใช่ไหมครับ? นักพัฒนาคนนั้นเป็นพนักงานในสังกัดของผมเอง เขาขลุกอยู่กับการวิจัยในโรงงานทุกวัน"
"พวกเราตรวจสอบพบว่าเขาติดหนี้บริษัทอยู่จำนวนมาก เขาเลยบอกว่าจะใช้เทคโนโลยีคอนกรีตตัวนี้มาชดใช้หนี้ พวกเราถึงได้เอามาให้ตรวจสอบนี่แหละครับ"
"คุณสวี่ ผลทดสอบคอนกรีตของเราเป็นยังไงบ้าง? มีรายงานทางเทคนิคไหม?"
ต้องยอมรับว่าโจวเผิงนั้นมีพรสวรรค์ เขาควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแนบเนียนและโกหกหน้าตายได้อย่างไหลลื่น
ซุนเทาที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสจากใจจริง
ดวงตาของสวี่เจี๋ยเป็นประกายวาวโรจน์ "ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมขอพูดตรงๆ เลยนะครับ เทคโนโลยีคอนกรีตของพวกคุณยอดเยี่ยมมาก และทางกลุ่มบริษัทของเราสนใจมัน"
"ช่วยเสนอราคามาหน่อยได้ไหมครับ? เราต้องการซื้อสิทธิบัตรเทคโนโลยีคอนกรีตตัวนี้"
โจวเผิงยิ้มมุมปาก
"คุณสวี่ ในเมื่อพูดกันตรงๆ ผมก็จะไม่ขออ้อมค้อม เสนอราคาที่คุณไหวมาเลยครับ ถ้าผมพอใจ เทคโนโลยีนี้ก็เป็นของคุณ แต่ถ้าคุณใจไม่ถึงพอ ผมก็ต้องขออภัย เพราะยักษ์ใหญ่ในวงการซีเมนต์จีนไม่ได้มีแค่คุณเจ้าเดียว"
โจวเผิงใช้วิธีกดดันโดยตรง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทั่วไปที่เขาใช้ในการเจรจาต่อรอง และมักจะได้ผลทุกครั้ง
เป็นไปตามคาด สวี่เจี๋ยขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน
เดิมทีเขาคิดว่าคนพวกนี้คงจัดการได้ง่ายๆ ไม่คิดว่าจะเคี้ยวยากขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่โจวเผิงพูดก็เป็นเรื่องจริง นอกจากกลุ่มบริษัทของพวกเขาแล้ว ยังมีกลุ่มทุนอื่นๆ ในจีนอีก และถ้าคนพวกนั้นรู้เรื่องเทคโนโลยีนี้ เข้า คงจะรับมือยากกว่าเดิม
คิดได้ดังนั้น เขาจึงเสนอราคาออกไปทันที "1 หมื่นล้าน!"
สีหน้าของโจวเผิงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"คุณสวี่กำลังพูดถึงเงินมัดจำใช่ไหมครับ?"
สวี่เจี๋ยเข้าใจในทันทีว่าสองคนนี้ที่ดูเหมือนคนบ้านนอกคอกนา ไม่ใช่ไก่รองบ่อนที่จะหลอกได้ง่ายๆ
เขารีบพยักหน้ารับ
"ถูกต้องครับ เงินมัดจำ ทางเราตั้งงบเสนอซื้อเทคโนโลยีนี้ที่ 1 แสนล้าน เอาอย่างนี้ไหมครับ ทันทีที่พวกคุณส่งมอบข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดและเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ เราจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้ทันที"
โจวเผิงแสร้งทำท่าลังเลเล็กน้อย
"คุณสวี่ เงินมัดจำของคุณจะเข้าเมื่อไหร่ครับ? ผมอยากเห็นศักยภาพของคุณก่อน ใครจะไปรู้ว่าคุณหาเงิน 1 แสนล้านมาได้จริงๆ หรือเปล่า?"
"ถ้าไม่ไหว เราจะได้ไปคุยกับบริษัทอื่นก่อน ผมเชื่อว่ายักษ์ใหญ่เจ้าอื่นคงเข้าใจถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ดี"
ต้องยอมรับว่าโจวเผิงนั้นมีเขี้ยวเล็บแพรวพราว เขาจี้จุดอ่อนของสวี่เจี๋ยเข้าอย่างจัง
แม้แต่สวี่เจี๋ยที่เป็นนักเจรจาชั้นเซียนยังต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่กล้าเสี่ยงเดิมพัน หากบริษัทอื่นล่วงรู้เรื่องเทคโนโลยีนี้ เงินแค่ 1 แสนล้านคงไม่สามารถปิดดีลได้แน่
เขาจึงรีบพูดว่า "ตกลงครับ 1 หมื่นล้าน ผมจะโอนเข้าบัญชีคุณเดี๋ยวนี้ รบกวนขอเลขบัญชีด้วยครับ ส่วนเงินที่เหลือจะโอนให้ทันทีหลังจากเซ็นสัญญา!"
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวเผิงก็ส่งเลขบัญชีให้ทันที
วินาทีถัดมา เสียงแจ้งเตือนดัง 'ติ๊ง' ยืนยันว่ามีเงิน 1 หมื่นล้านโอนเข้าบัญชีของเขาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อมองดูตัวเลขยาวเหยียด โจวเผิงไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นจนออกนอกหน้า เขายังคงรักษาความสงบเยือกเย็นขณะยื่นมือไปจับกับอีกฝ่าย
"เอาล่ะครับคุณสวี่ ถือว่าตกลงตามนี้ พรุ่งนี้บ่ายเชิญคุณไปที่โรงงานของเรา ผมจะให้เด็กหนุ่มที่พัฒนาคอนกรีตตัวนี้รอพบคุณที่นั่น แล้วเราค่อยเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการ"
สวี่เจี๋ยยิ้มรับ
"ตกลงครับ หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันด้วยดี"
โจวเผิงยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะกล่าวทิ้งท้าย "ถ้าอย่างนั้นคุณสวี่ พวกเรามีธุระต่อ ขอตัวกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้บ่าย 2 โมง คุณต้องไปถึงที่นั่นให้ตรงเวลา ไม่อย่างนั้นเราจะคืนเงินมัดจำ"
สวี่เจี๋ยยิ้มและพยักหน้ารับ
จากนั้นโจวเผิงและซุนเทาก็เดินจากไปทันที
หลังจากทั้งสองคนลับสายตาไป สวี่เจี๋ยก็ส่งสัญญาณทางสายตาให้บอดี้การ์ดข้างกาย บอดี้การ์ดทั้งสองรีบสะกดรอยตามไปทันที
เงิน 1 หมื่นล้านไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เขาไม่อาจไว้ใจสองคนนี้ได้เต็มร้อย
ดังนั้น เขาต้องมั่นใจว่าทุกอย่างจะไม่มีข้อผิดพลาด...