เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 เลื่อนขั้นสู่ระดับ 3

บทที่ 16 เลื่อนขั้นสู่ระดับ 3

บทที่ 16 เลื่อนขั้นสู่ระดับ 3


บทที่ 16 เลื่อนขั้นสู่ระดับ 3

[กลืนกินสรรพสิ่ง]

ช่างดุดันและไร้เทียมทานเสียจริง เชินจวินอู่ปลดปล่อยพลัง 'กลืนกินสรรพสิ่ง' เปลี่ยนร่างตนเองให้กลายเป็นจอมตะกละผู้หิวโหย

เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมง แก่นโลหิตวิญญาณของราชาอสูรระดับ 4 'งูเหลือมปีกพายุ' ก็ถูกดูดซับจนเกลี้ยง

พลังจิต...

พลังกลืนกิน...

พลังธาตุลม... ทั้งหมดล้วนเลื่อนขึ้นสู่ระดับ 3

หลังจากนำเนื้อของ 'เจียวเกล็ดทอง' มาปรุงอาหารทานที่บ้านอีกหลายมื้อ ระดับวรยุทธ์ของเชินจวินอู่ก็ทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับ 3 ได้สำเร็จเช่นกัน

ระบบบัญญัติศัพท์เทพเจ้า ช่างฝืนลิขิตสวรรค์ยิ่งนัก!

ในรอบร้อยปีนับตั้งแต่พลังวิญญาณฟื้นคืนชีพ มีผู้ปลุกพลังคู่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะเหนือโลก ผู้นำอาณาจักรมังกรต่างหวงแหนพวกเขาปานไข่ในหิน ปกปิดตัวตนของพวกเขาไว้อย่างมิดชิด

ไม่อนุญาตให้ปรากฏตัวจนกว่าจะถึงระดับ 6

แล้วตอนนี้เชินจวินอู่อยู่ในระดับไหน?

ผู้ใช้พลังสามสาย... หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป โลกคงแตกตื่นเป็นแน่

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

เชินจวินอู่ยังคงเลือกที่จะปกปิด 'พลังกลืนกิน' และ 'พลังธาตุลม' เอาไว้

หากเขาเปิดเผยเพียงเล็กน้อย ย่อมได้รับความสนใจจากอาณาจักรมังกรอย่างล้นหลามแน่นอน

เขาจะได้รับการฟูมฟักและคุ้มครองอย่างเต็มที่

แต่ใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึง และมักจะมีคนจ้องเล่นงานทีเผลอเสมอ

ไม่ใช่ทุกคนในอาณาจักรมังกรจะเป็นคนดีมีคุณธรรมที่สู้เพื่อมนุษยชาติ

องค์กรต่างๆ ก็ไม่ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

พวกอันธพาลในยุทธภพ...

องค์กรลัทธิมาร...

พวกกระหายเลือด...

คนพวกนี้อาศัยอยู่ในมุมมืดที่แสงแห่งความยุติธรรมส่องไปไม่ถึง และพร้อมจะแทงข้างหลังคุณได้ทุกเมื่อในขณะที่คุณกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร

เขาเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านมาเจ็ดแปดวันแล้ว

หลังจากกินเนื้อเจียวเกล็ดทองระดับ 6 จนเริ่มเอียน เชินจวินอู่ก็อดพึมพำไม่ได้ "ตาแก่แซ่เฉาคนนั้นคงรักษาอาการบาดเจ็บหายแล้ว และน่าจะไปแล้วกระมัง! หน่วยรบพิเศษฟีนิกซ์เพลิงที่มีสมาชิกความแข็งแกร่งระดับ 4 กันทั้งทีม ภารกิจรัดตัวขนาดนั้น คงไม่มีเวลามาแช่อยู่ในเมืองชางอวิ๋นได้นานหรอก!"

ขณะที่กำลังครุ่นคิด

หูของเชินจวินอู่ก็กระดิก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านนอก

[การตรวจจับด้วยจิต] กวาดออกไปทันที

ที่แท้ก็เป็นหลินซวงกับหวังหลิง

คุณพระช่วย

ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ทั้งสองคนใกล้จะทะลวงสู่ระดับ 3 แล้วหรือนี่?

การมีเงินนี่มันดีจริงๆ

แค่กว้านซื้อลูกแก้ววิญญาณมาดูดซับ ระดับพลังก็พุ่งพรวดพราดราวกับติดจรวด

"ท่านอาจารย์เชิน เจ้าค่ะ~ คุณหนูผู้นี้มาเยี่ยมแล้ว"

หวังหลิงเคาะประตูเสียงดัง ปากก็เจื้อยแจ้วไม่หยุดด้วยเสียงอันกังวาน

เชินจวินอู่เปิดประตูด้วยท่าทางหงุดหงิด "พวกเธอสองคนมาทำอะไรที่นี่!"

"พวกเราคิดถึงนายน่ะสิ!"

หวังหลิงผลักเชินจวินอู่ให้พ้นทาง แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องแคบๆ พลางมองสำรวจไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ฐานะทางบ้านของเขาเป็นอย่างที่เขาลือกันจริงๆ ด้วย

ตระกูลเชินไม่เคยไยดีความเป็นอยู่ของเขาเลยงั้นหรือ?

"คิดถึงกะผี..."

ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค สายตาของเชินจวินอู่ก็ชะงักค้าง

เขาจ้องเขม็งไปที่หลินซวงซึ่งยังยืนอยู่นอกประตู สายตาจับจ้องอยู่อย่างนั้นไม่อาจละสายตาไปได้

ผ่านไปครู่ใหญ่

เชินจวินอู่ถึงกับขยี้ตาตัวเองแรงๆ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

"นี่! นี่!"

"เสียมารยาทไปหน่อยไหม?"

หวังหลิงรู้อยู่แล้วว่าเชินจวินอู่ต้องตะลึงจนตาค้าง จึงดึงแขนเขาลากเข้ามาข้างใน

"เอ่อ!"

"นั่น... นั่นมัน!"

เชินจวินอู่ได้สติกลับมาในที่สุด แล้วเอ่ยถามด้วยความกระอักกระอ่วน "เธอ... เธอคือหลินซวงงั้นเหรอ?"

"ถ้าไม่ใช่ฉัน แล้วจะเป็นใครยะ?"

หลินซวงถลึงตาใส่เขาด้วยความเคือง แล้วเดินกระแทกเท้าไปนั่งที่ขอบเตียง

"แม่เจ้าโว้ย! นี่เธอรู้วิชาหดกระดูกจริงๆ ด้วย!"

เชินจวินอู่หยิกต้นขาตัวเองแรงๆ คำทำนายของเขาเป็นจริงเสียแล้ว

วันนี้หลินซวงยังคงแต่งกายเรียบง่าย กางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีขาว ชายเสื้อทับในกางเกง

ช่วงขาที่ยาวเหยียดดูโดดเด่นสะดุดตา

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ดูตึงเปรี๊ยะ จนแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันยังต้องอิจฉา

มันใหญ่กว่าหมากฝรั่งตรานกแก้วเสียอีก

"วิชาหดกระดูกอะไรของนาย?"

หลินซวงไม่เข้าใจความหมายของเชินจวินอู่

"เอ่อ!"

เชินจวินอู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำมือเป็นรูปถ้วยแล้วขยับท่าทางประกอบตรงหน้าอกตัวเองสองสามที "ก็ไอ้นั่น... ไอ้นั่นไง!"

"นาย... ไอ้คนลามก! หน้าไม่อาย!"

ในที่สุดหลินซวงก็เข้าใจสิ่งที่เชินจวินอู่สื่อ

"ฉันก็แค่สงสัยน่ะ"

เชินจวินอู่หัวเราะแห้งๆ "เมื่อก่อนตรงนั้นมันเรียบจนเครื่องบินลงจอดได้ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นภูเขาชันจนรถบรรทุกยังต้องพลิกคว่ำ... ความแตกต่างหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องสงสัยทั้งนั้นแหละ ถ้าเธอไม่ได้ใช้วิชาหดกระดูก ฝีมือระดับนี้เปิดคลินิกศัลยกรรมเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในไม่กี่นาทีเลยนะ"

"นาย... นายยังจะพูดอีก!"

หน้าของหลินซวงเขียวคล้ำ กัดฟันกรอดด้วยความอับอายระคนโกรธ

ส่วนหวังหลิงหัวเราะจนตัวงอ กุมท้องหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย มันตลกเกินไปแล้ว

ทำไมเมื่อก่อนเธอไม่ยักรู้ว่าเชินจวินอู่เป็นคนตลกขนาดนี้?

ถ้ารู้ว่าเขาบันเทิงได้ขนาดนี้ เธอคงแย่งจีบเขาตัดหน้าหลิวเฟยเฟยไปนานแล้ว

"ยัยหวังหลิง! เธอยังจะหัวเราะอีกเหรอ?"

หลินซวงโกรธจนหน้าแดง พุ่งเข้าไปตะครุบปากหวังหลิง

แต่หวังหลิงเป็นพวกเส้นตื้นแถมยังขี้แกล้ง อาศัยจังหวะชุลมุนทำมือทำไม้เหมือนตราชั่งกะน้ำหนักเพื่อนสาว "ถึงสามจินไหมเนี่ย?"

"พรูดดด!! แค่กๆ!"

เชินจวินอู่เหลือกตามองบน สติแตกกระเจิงไปเรียบร้อยแล้ว

อะไรคือ 'สามจิน'!

แต่ดูทรงแล้ว... น่าจะถึงจริงๆ!

"ถ้ายังมองอีก ฉันจะควักลูกตานายออกมา!"

หลินซวงอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทำท่าขู่จะจิ้มตาเขาอย่างดุเดือด

เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปกปิดอีกต่อไป

เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่ไม่คิดเลยว่าเชินจวินอู่กับหวังหลิงจะปากคอเราะร้ายกันขนาดนี้?

คนหนึ่งทำท่าประกอบ

อีกคนทำท่าชั่งน้ำหนัก

แถมยังมีคำเปรียบเปรยบ้าบออย่าง 'เมื่อก่อนเครื่องบินลงจอดได้ เดี๋ยวนี้รถบรรทุกพลิกคว่ำ' ... สรรหาคำพูดมาจากไหนกัน?

"พอได้แล้ว เลิกเล่นกันสักที เข้าเรื่องเถอะ"

หวังหลิงแลบลิ้นปลิ้นตา ก่อนจะทำเสียงจ๋อยๆ "พวกเราสองคนมาหา... เอ่อ มาแจ้งข่าวให้นายรู้ว่า การรับสมัครรอบนี้ วิทยาลัยการสงครามเปลี่ยนกฎใหม่ ผู้ที่ได้รับโควตาเข้าเรียนต้องเดินทางไปรายงานตัวที่วิทยาลัยด้วยตัวเอง"

ดวงตาของเชินจวินอู่เบิกกว้าง

วิทยาลัยการสงคราม ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน สร้างขึ้นที่ชายขอบสุดของภาคใต้

ทิศตะวันออกติดทะเล ทิศตะวันตกติดเทือกเขาหมื่นลูก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกสัตว์อสูรโจมตีหนักหน่วงที่สุดในอาณาจักรมังกร

มันคือป้อมปราการที่ต้องรับมือทั้งสัตว์อสูรทางทะเลและสัตว์อสูรทางบกพร้อมกัน

คำว่า 'สงคราม' ในชื่อวิทยาลัยการสงคราม

ไม่ได้หมายถึงสถาบันที่สร้างขึ้นเพื่อผลิตบุคลากรทางทหาร แต่เป็นวิทยาลัยเน้นการต่อสู้จริงที่ต้องทำสงครามกับสัตว์อสูรอยู่ตลอดเวลา

จากเมืองชางอวิ๋นไปถึงวิทยาลัยการสงคราม ระยะทางกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร

ต้องผ่านเมืองกี่เมือง?

ต้องข้ามเขตป่ารกร้างกี่แห่ง?

ในการรับสมัครปีก่อนๆ ไม่ทางวิทยาลัยส่งคนมารับ ก็ต้องเป็นสำนักจินอีหรือกองทัพในพื้นที่จัดขบวนคุ้มกันไปส่ง ไม่เคยมีมาก่อนที่จะปล่อยให้นักเรียนฝ่าดงสัตว์อสูรไปกันเอง

ชาติที่แล้วก็ไม่ได้เป็นแบบนี้

เมื่อไปถึงโรงเรียน แค่ทดสอบครั้งเดียวก็ถือว่าผ่านการคัดเลือกอย่างเป็นทางการแล้ว

"อีกอย่าง วิทยาลัยการสงครามได้ผ่อนปรนเงื่อนไขการรับสมัครลงด้วย นักเรียนที่มีพรสวรรค์ระดับ 'ดีเยี่ยม' และทำคะแนนได้ 10 แต้มในการทดสอบแดนลับ สามารถเข้าเรียนที่วิทยาลัยการสงครามได้ทุกคน"

หวังหลิงพูดต่อ "โรงเรียนของเรามีคนผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 300 คน และทางโรงเรียนวางแผนจะให้นายนำทีมพาทุกคนไปรายงานตัวที่วิทยาลัยการสงคราม"

"นอกจากนี้ เพื่อให้การเดินทางราบรื่น ทางโรงเรียนได้แจกลูกแก้ววิญญาณทั้งหมดในคลังให้นักเรียนรุ่นนี้ฟรีๆ เพื่อให้ทุกคนเร่งระดับพลังขึ้นเป็นระดับ 2"

เชินจวินอู่นิ่งเงียบ

ด้วยความเข้าใจสถานการณ์ เขามองทะลุถึงเจตนาของผู้บริหารวิทยาลัยการสงครามได้ไม่ยาก พวกเขาต้องการให้นักเรียนรุ่นนี้ผ่านการทดสอบภาคสนามอันโหดหิน

การข้ามเขตป่ารกร้างกว่าพันกิโลเมตร

ถือเป็นการฝึกฝนที่ดีที่สุดจริงๆ

แต่จะมีสักกี่คนที่รอดชีวิตไปได้?

"อ้อ แล้วก็มีอีกเรื่อง"

หลินซวงนึกขึ้นได้ "คนของตระกูลเชินมา... เป็นอาของเชินเยว่น่ะ... นายคงรู้นะ เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับรองผู้อำนวยการเยว่จิ้น"

"ช่างหัวมัน! ให้มันมาเถอะ"

"ไปกันเถอะ! กลับโรงเรียน!"

เชินจวินอู่ไม่ได้เห็นตระกูลเชินอยู่ในสายตาอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับแม่ม่ายที่แต่งออกไปแล้วแถมสามียังตายอีก

การเดินทางข้ามแดนรกร้างเพื่อไปรายงานตัวคือเรื่องสำคัญที่สุด

เมื่อก้าวเท้าออกจากห้อง

เชินจวินอู่หยุดชะงักไปสามวินาที

จากนั้นเขาก็เดินกลับเข้าไปในห้อง เก็บข้าวของเครื่องใช้ดูต่างหน้าของแม่ใส่ลงในแหวนมิติ

"นายจะไม่กลับมาแล้วเหรอ?"

หลินซวงและหวังหลิงต่างตกใจ

"ดินแดนแห่งความโศกเศร้า จะกลับมาทำไมอีก?"

เชินจวินอู่โบกมือ แล้วก้าวยาวๆ เดินออกไปอย่างมั่นคง "บ้านของฉัน บ้านของเชินจวินอู่ คือโลกกว้าง... ตัวฉันอยู่ที่ไหน ที่นั่นคือบ้าน และวิญญาณของท่านแม่ก็อยู่ที่นั่น!"

"ข้ามีดาบหนึ่งเล่ม สยบปีศาจได้!"

"ข้ามีดาบหนึ่งเล่ม สะสางบุญคุณความแค้นได้!"

"ข้ามีดาบหนึ่งเล่ม สร้างระเบียบกฎเกณฑ์ได้!"

"หากสุดท้ายมนุษยชาติต้องถึงกาลอวสาน ข้าจะเป็นแสงสว่างนำทางเบื้องหน้าผู้คนนับหมื่นแสน... ข้าจะชักดาบชี้ไปยังหุบเหว สร้างขุนเขา ตัดสายน้ำ สร้างเมือง... สยบมาร กำราบอสูร แต่งตั้งเทพเจ้า และสร้างโลกใบใหม่!"

จบบทที่ บทที่ 16 เลื่อนขั้นสู่ระดับ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว