- หน้าแรก
- ความคิดต้องห้ามที่สามพิภพได้ยิน
- บทที่ 20: เต่าบิน
บทที่ 20: เต่าบิน
บทที่ 20: เต่าบิน
"ศิษย์พี่ ท่านทำแบบนี้ไม่ยุติธรรมนะเจ้าคะ จะมาแบ่งแยกชนชั้นเต่าน้อยของพวกเราไม่ได้นะ! เจ้าไข่สอง แสดงฝีมือให้เขาดูหน่อย!" หลานเยว่ตบหัวเต่าสีหินเขียวเบาๆ
ทันใดนั้นเอง ภายใต้สายตาตกตะลึงของอีกสองคน เจ้าเต่าก็ขยับแขนขาสี่ข้างสองสามที แล้วค่อยๆ ลอยตัวขึ้น
เห็นสีหน้าช็อกตาตั้งของพวกเขาแล้ว ตัวจิ๋วในใจหลานเยว่แทบจะเท้าเอวหัวเราะร่า
แม้แต่ศิษย์พี่ยังคาดไม่ถึงล่ะสิ? เต่าแห่งยอดเขาหลิงเยว่ก็บินได้นะเออ!
จะว่าไป ตอนแรกนางก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน นางแค่บังเอิญไปเจอเต่าวิญญาณบนยอดเขาหลิงเยว่ แล้วก็เริ่มให้อาหารมันตรงนั้น
ให้อาหารไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็มีเต่าวิญญาณโผล่มาเพิ่มอีกหลายตัว เหมือนยกโขยงกันมาทั้งตระกูล
ไหนๆ เลี้ยงตัวเดียวก็เหมือนเลี้ยงหลายตัว นางเลยวิ่งไปที่ลำธารหลังยอดเขาใกล้ๆ ทุกวันเพื่อแทงปลามาปิ้งให้พวกเต่าวิญญาณกินทีละตัว
โชคดีที่ชาติก่อนนางฝึกวิชาแทงปลาและย่างปลามาจนชำนาญ ไม่อย่างนั้นมาอยู่สำนักหนานหลิงอาจจะอดตายก็ได้
และเพราะมีเต่าวิญญาณแห่มากินฟรีเยอะขึ้นเรื่อยๆ นางถึงได้ค้นพบว่ามีบางตัวบินมาด้วยการกระพือขาสั้นป้อมทั้งสองข้าง
ตอนเห็นภาพนั้นครั้งแรก นางอึ้งกิมกี่ไปเลย
ภาพฝูงเต่าวิญญาณพยายามกระพือขาบินกลางอากาศช่างตราตรึงใจ นางเลยขยันให้อาหารพวกมันบ่อยๆ และพวกเต่าวิญญาณก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ขอแค่เต่าตัวหนึ่งเห็นนางย่างปลา ไม่นานทั้งฝูงก็จะบินว่อนตามกันมา
ต้องบอกเลยว่าปลาที่เลี้ยงบนยอดเขาข้างๆ รสชาติดีมาก ยิ่งย่างยิ่งหอม ถ้าไม่ติดว่านางไม่รู้จักพันธุ์ปลา นางคงไปหาซื้อลูกปลาจากข้างนอกมาเลี้ยงเองแล้ว
เกิดนางแทงปลาจนหมดเกลี้ยงจะทำไง? ต้องหาทางเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายด้วยตัวเองบ้างสิ
น่าเสียดาย ถามร้านค้าไปทั่วก็ไม่มีใครรู้จักชื่อปลาชนิดนี้เลย
หลานเยว่ลูบหัว 'เจ้าไข่สอง' อย่างเสียดาย "เลี้ยงเต่าพันวัน ใช้งานวันเดียว เจ้าไข่สอง พี่สาวฝากความหวังไว้ที่เจ้านะ!"
เต่าวิญญาณยักษ์เอาหัวถูไถมือนาง แล้วพยายามเร่งความเร็วขึ้นอีกนิด
"บุกทะลวงเพื่อปลาแห้งตัวน้อย!" หลานเยว่โบกแขนไปข้างหน้า "ศักดิ์ศรีของปลาย่างต้องได้รับการปกป้อง!"
เต่าวิญญาณใต้เท้าเร่งความเร็วขึ้นจริงๆ มันกระพือขาทั้งสี่อย่างขยันขันแข็ง ในสายตาคนนอกอาจดูเหมือนมันกำลังแหวกว่ายอย่างอิสระในมหาสมุทร
ไม่ว่าจะมองยังไง อีกสองคนที่นั่งอยู่บนหลังเต่าก็ยังช็อกไม่หาย
สรุปว่า... พวกเขาก็สามารถเหาะเหินเดินอากาศด้วยการขี่เต่าวิญญาณได้เหมือนกันสินะ?
อวิ๋นซีไม่ค่อยเท่าไหร่ นางเพิ่งมาอยู่สำนักหนานหลิงได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยเห็นอะไรมาก เลยทึกทักเอาเองว่าเป็นสายพันธุ์พิเศษ
แต่หลี่ไป๋นี่สิถึงกับเหม่อลอย เพราะเขาค้นสารานุกรมสัตว์อสูรในหัวจนพรุนแล้วก็ยังไม่เจอเต่าสายพันธุ์นี้
ขณะที่พวกเขากำลังอึ้ง 'หิมะเงิน' ที่ลอยตามหลังมาก็พองขนด้วยความโมโห
"หิมะเงิน อย่าดื้อนะ" หลานเยว่หันไปเห็นหิมะเงินที่ไล่กวดมาทันกำลังเล็งหางเต่า เตรียมลอบโจมตี
นางดึงหิมะเงินเข้ามาหาแล้วกระซิบเสียงเบา "ต่อจากนี้ไป เจ้าคือกระบี่คู่กายของข้า จะให้ใครมาเหยียบย่ำได้ยังไง? มานั่งบนหลังเต่าด้วยกัน กินแตงชมเรื่องราวไปด้วยไม่ดีกว่าหรือ?"
หิมะเงินสบัดตัว ถูกกล่อมจนคล้อยตาม ยอมมุดเข้าสู่อ้อมกอดนางอย่างว่าง่าย
【หลานเยว่: วันนี้เป็นวันใหม่ ช่างสดใสเหลือเกิน! จะได้เสพข่าวซุบซิบเรื่องใหม่แล้ว! ลองเช็คเรื่องผู้อาวุโสห้าก่อนดีกว่า เหมือนข่าวฉาวของผู้อาวุโสห้าจะอัปเดตอีกแล้วแฮะ】
หลี่ไป๋ที่อยู่ข้างหลังสะดุ้งโหยง เขาอยากจะห้ามปรามนางแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ได้แต่นั่งเกาหัวแกรกๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม
【หลานเยว่: ช็อกโลก! ทำไมผู้อาวุโสห้าผู้เคร่งขรึมถึงไปนั่งยองๆ อยู่หน้าห้องศิษย์ดึกๆ ดื่นๆ แถมยังมีรอยขีดข่วนเต็มหน้า? นี่คือความบิดเบี้ยวของจิตใจมนุษย์ หรือความเสื่อมถอยของศีลธรรมกันแน่?】
"พรวด!" บนยอดเขาด้านล่าง ศิษย์คนหนึ่งที่บังเอิญนั่งจิบชาอยู่หน้าห้องถึงกับพ่นชาออกมา
เขารีบเหาะออกไปกระจายข่าว ไม่นานผู้คนก็มารวมตัวกันตามยอดเขาใกล้ๆ ยอดเขาหลิงเยว่ ต่างแอบใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบสถานการณ์
บนยอดเขาที่ใกล้กับยอดเขาหลิงเยว่ที่สุด—ยอดเขาเดียวกับที่หลานเยว่ชอบไปแทงปลา—เจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสสบตากันเลิ่กลั่ก
พวกเขาเพ่งมองใบหน้าของผู้อาวุโสห้า แล้วก็พบว่ามีรอยขีดข่วนอยู่จริงๆ
"อะแฮ่ม เสียงในใจของเสี่ยวหลานเยว่ขยายระยะไกลขึ้นอีกแล้วแฮะ ดูเหมือนตบะของนางจะก้าวหน้าขึ้น" อวิ๋นชงได้แต่ใช้อ้างนี้กลบเกลื่อนรอยยิ้มในดวงตา
ผู้อาวุโสห้าลูบหน้าตัวเองด้วยความเบื่อหน่ายชีวิต เขารู้สึกผิดมหันต์ที่มาที่นี่!
ยัยหนูหลานเยว่นี่รู้จักคำว่าเกรงใจบ้างไหมเนี่ย? ไปหาเรื่องคนอื่นบ้างไม่ได้รึไง? ขนบนตัวเขาจะโดนถอนจนเกลี้ยงหมดแล้ว!
ผู้อาวุโสห้าทำหน้าแค้นเคืองและน้อยใจ เขารู้สึกว่าศาสตราวุธวิญญาณที่เพิ่งให้ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียของเปล่าชัดๆ!
คนอื่นๆ เริ่มตั้งสติได้ ต่างก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"พี่ห้า พวกเราทำแบบนี้จะดีจริงๆ หรือ?" เจ้าของยอดเขาหยกหิมะอึ้งไปนานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้สักประโยค
"มันไม่ใช่อย่างที่พวกเจ้าคิดนะ!" ผู้อาวุโสห้าแทบจะประสาทกิน
แต่จะให้บอกความจริง เขาก็ลังเล
ขืนบอกไป ชื่อเสียงป่นปี้หมดกันพอดี?
ถัดจากยอดเขาหลิงเยว่ หลี่ไป๋ที่นั่งอยู่บนเต่าวิญญาณก็นั่งเหม่อลอยเช่นกัน
เดี๋ยวนะ อาจารย์ไปนั่งเฝ้าหน้าประตูห้องศิษย์กลางดึก? ศิษย์คนไหน? อาจารย์มีศิษย์แค่สองคนไม่ใช่เหรอ? คนหนึ่งคือเขา อีกคนคือศิษย์น้องชาย
พอคิดได้ดังนั้น สีหน้าของหลี่ไป๋ก็เปลี่ยนเป็นสยดสยองทันที
มิน่าล่ะ ช่วงนี้ศิษย์น้องชายถึงได้ดูหน้าตาอมทุกข์นัก แถมยังมีรอยขีดข่วนที่คออีก! สารเลว ช่างต่ำช้าสามานย์! อาจารย์ทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ยังไง!
เขาดูอาจารย์ผิดไปจริงๆ!
【หลานเยว่: ไหนดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้จะแย่แล้ว! ระดับนี้จะมีคลิปหลุดไหมนะ ถ้ามีล่ะก็ หึหึหึ...】
หลี่ไป๋ข้างๆ หน้าซีดเผือดแทบจะเป็นลม
ในใจเขากรีดร้องลั่น หยุดเดี๋ยวนี้นะศิษย์น้อง! เจ้าอายุเท่าไหร่กันเชียว? วันๆ คิดแต่เรื่องอะไรอยู่เนี่ย?
"ศิษย์พี่ ทำไมตาตุกกระตุกแบบนั้นล่ะเจ้าคะ? ท่านเป็นลมชักเหรอ—อุ๊ยตาย หรือว่าเป็นโรคตา?"
หลานเยว่กำลังเลื่อนดูข่าวซุบซิบที่ระบบเพิ่งอัปเดต บังเอิญเหลือบไปเห็นศิษย์พี่ตากระตุกยิกๆ เลยหยุดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
"ใช่ๆๆ ตาข้ารู้สึกไม่ค่อยดี เรากลับกันก่อนดีไหม?" หลี่ไป๋ไม่สนชื่อเสียงหน้าตาแล้ว ขอแค่หลอกล่อศิษย์น้องให้ไปจากตรงนี้ได้เป็นพอ
【หลานเยว่: ที่แท้ผู้บำเพ็ญเพียรก็เป็นลมชักได้เหมือนกัน ศิษย์พี่ช่างน่าสงสารจริงๆ! ขอไว้อาลัยให้ศิษย์พี่สักครู่】
หลี่ไป๋: "..."
เขากลัวว่าข่าวเรื่องเขาเป็น "ลมชัก" จะแพร่สะพัดไปทั่วสำนักในเร็วๆ นี้ แต่ช่างเถอะ เขาจะอดทนเพื่อส่วนรวม ขอแค่ศิษย์น้องเลิกสนใจเรื่องคลิปบ้าบอนั่นสักที!
อากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ
ตอนที่เขาคิดว่าเรื่องคลิปคงผ่านพ้นไปแล้วและกำลังจะได้กลับสำนัก จู่ๆ เสียงหัวเราะลั่นชนิดกลั้นไม่อยู่ก็ดังขึ้น
【ฮ่าๆๆๆๆ ขำจะขิต! เห็นพาดหัวแปลกๆ นึกว่าเป็นข่าวฉาวรุนแรง ที่แท้ผู้อาวุโสห้าก็มีนิสัยแปลกๆ คือต้องกอดแมววิญญาณถึงจะหลับลง!】
【หลานเยว่: ฮาไม่ไหวแล้ว! ผู้อาวุโสห้าผู้เคร่งขรึมแอบติดหนวดปลอม แล้วนี่ยังต้องกอดแมววิญญาณนอนอีก! นี่หมายความว่าเวลาเข้าฌานก็ต้องกอดแมวด้วยรึเปล่าเนี่ย?】
【หลานเยว่: พวกแมวทำอะไรผิด? ก็แค่พวกมันน่ารักเกินไปไงล่ะ! ขนาดคนเคร่งขรึมอย่างผู้อาวุโสห้ายังหลง—หลงขนาดต้องกอดนอน! ทั้งกอดทั้งจูบฟัดพุงเลยเชียวนะ!】
"พรวด!" ผู้อาวุโสหกหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงใจ ใครจะไปคิดว่าผู้อาวุโสห้าจะมีมุมมุ้งมิ้งแบบนี้
แม้คนหนึ่งจะเป็นผู้อาวุโสห้า อีกคนเป็นผู้อาวุโสหก แต่ยอดเขาที่พำนักจริงๆ อยู่ห่างกันคนละทิศละทาง ปกติไม่เจอกันหรอกถ้าไม่มีเรื่องใหญ่
ก็เพราะช่วงนี้หลานเยว่โผล่มาพร้อมกับของวิเศษเทวะนั่นแหละ พวกเขาถึงได้มารวมตัวกันบ่อยๆ
"อะแฮ่ม พี่ห้า ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนท่านเคยเอาลูกแมววิญญาณคอกหนึ่งกลับมาจากแดนลี้ลับใช่ไหม? ตอนนั้นท่านบอกว่าจะเอาไปให้ลูกศิษย์เลี้ยงไม่ใช่หรือ?" ผู้อาวุโสสองกระแอมไอ
"ข้าจำได้ว่าตอนนั้นท่านยังดุศิษย์คนเล็กอยู่เลยว่ามัวแต่สนใจแมววิญญาณจนเสียการเรียน ทำเอาการบำเพ็ญล่าช้า แล้วสั่งลงโทษกักบริเวณเขาด้วยนี่นา"
ผู้อาวุโสสองมองมา แววตาเต็มไปด้วยความขบขันหยอกล้อ
ผู้อาวุโสห้า: "..."
ตอนนั้นเขาคิดจริงๆ ว่าเจ้าแมวคอกนั้นทำเอาศิษย์น้องเสียคน เขาเลยยึดมาเลี้ยงเอง
ใครจะไปรู้ว่าเจ้าตัวเล็กพวกนั้นจะทึกทักเอาเองว่าเขาเป็นทาส? ตกกลางคืนพวกมันต้องมุดมานอนด้วย ถ้าไม่แบ่งที่ให้ พวกมันก็จะร้องเมี๊ยวๆ เสียงอ้อนๆ ใส่
พวกมันขี้อ้อนเกินไปต่างหาก! ความผิดของแมววิญญาณพวกนั้นล้วนๆ!