- หน้าแรก
- ทะลุมิติรักข้ามจอ ในที่สุดฉันก็หาคุณเจอ
- บทที่ 14 เจ้าผมทองดวงกุด
บทที่ 14 เจ้าผมทองดวงกุด
บทที่ 14 เจ้าผมทองดวงกุด
เด็กพวกนี้ดูจากหน้าตาแล้วอายุอานามไม่น่าจะเกินสิบแปดปี แต่ละคนผอมแห้งแรงน้อย ดูเหมือนพวกขาดสารอาหารสะสมจากการอดหลับอดนอนเล่นเกมโต้รุ่งจนสภาพดูไม่ได้ เด็กคนอื่นๆ ในกลุ่มอาจจะดูดีกว่าหน่อย ไม่ชัดเจนเท่า แต่ถ้าขืนยังทำตัวแบบนี้ต่อไป มีหวังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการแน่ๆ
สาเหตุที่ออกมาดักปล้นคงเพราะเงินหมดและหิวโซจนหน้ามืด หยินอวี้เซวียนคิดในใจว่าเขาจะสั่งสอนเด็กพวกนี้สักหน่อย แล้วค่อยปล่อยให้ตำรวจนำตัวไปดัดนิสัย โดยเฉพาะไอ้เด็กผมทองที่เป็นหัวโจก ท่าทางดูเหมือนทำมาจนเคยตัว
หยินอวี้เซวียนไม่กล้าลงมือหนักเกินไป เพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส แต่สายตาที่ไอ้ผมทองใช้มอง 'ฉีเป่า' ของเขานั้น เป็นบาปมหันต์ที่ไม่อาจให้อภัยและต้องได้รับการสั่งสอนให้หลาบจำ!
"เฮอะ! ขวัญกล้าบังอาจนักนะ! กล้ามาหือกับพี่หวังของพวกเรา! ไม่รู้จักกิตติศัพท์พี่หวังหรือไงวะ?!"
ลูกสมุนคนหนึ่งของไอ้ผมทองตะโกนขู่ขึ้นมา คงเพราะเห็นว่าฝั่งหยินอวี้เซวียนมีแค่สองคน ส่วนพวกตนมีกันตั้งเป็นโขยง เลยได้ใจวางก้ามใหญ่โต
ทันใดนั้น เจ้าหัวหน้าผมทองก็เอ่ยขึ้นบ้าง "ไอ้หนู! ถ้าแกยอมยกสาวสวยข้างๆ ให้มานอนกับฉันสักคืน ฉันอาจจะพิจารณาปล่อยแกไปก็ได้นะ" มันพูดพลางควงมีดพับผีเสื้อในมือเล่น สายตาจับจ้องเคียน่าอย่างหื่นกระหายหวังจะใช้ข่มขู่หยินอวี้เซวียน
พอลูกพี่เปิดปาก ลูกน้องข้างๆ ก็ทำท่าจะพูดเสริม แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็โดนคำสบถของหยินอวี้เซวียนสวนกลับมาเสียก่อน
"ไอ้สวะเอ๊ย!"
ความอดทนของหยินอวี้เซวียนขาดผึงทันที ลำพังแค่สายตาแทะโลมที่มองมายังฉีเป่าสุดที่รักของเขา เขาก็แทบจะคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว แต่นี่มันถึงกับกล้าพูดจาบจ้วงขอให้ฉีเป่าไปนอนด้วย! ช่างน่าขันสิ้นดี!
หยินอวี้เซวียนแสยะยิ้มเย็นชา ทิ้งความยั้งคิดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ตอนนี้ในหัวมีเพียงความคิดเดียวคือต้องสั่งสอนไอ้เด็กเหลือขอพวกนี้ให้รู้จักคำว่า "เจียมตัว" เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นทันทีโดยไม่รีรอ
ไอ้ผมทองได้ยินคำด่ากำลังจะโมโห แต่พอเห็นหยินอวี้เซวียนพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน มันก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่เกรงกลัวมีดในมือ แถมยังเปิดฉากโจมตีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ปกติพวกมันไม่เคยสู้จริงจัง เหยื่อส่วนใหญ่ที่โดนไถเงินมักจะคิดว่าซวยแล้วยอมจ่ายเงินให้จบๆ ไป วันนี้พวกมันไม่นึกเลยว่าจะมาเจอตอเข้าอย่างจัง
มันเหวี่ยงมีดในมือใส่หยินอวี้เซวียนอย่างลนลาน แต่ในสายตาของหยินอวี้เซวียน ท่าทางเหล่านั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นคว้าข้อมือขวาที่ถือมีดของมัน แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างของมันเสียหลักถลามาข้างหน้า จากนั้นหยินอวี้เซวียนก็สวนด้วยเข่าลอยอัดเข้าที่หน้าท้องเต็มรัก! งานนี้เขาไม่ออมแรงแม้แต่น้อย
"อ๊ากกก!"
ไอ้ผมทอง: แม่จ๋า หนูคงไม่รอดแล้ว!
แรงกระแทกมหาศาลที่อัดเข้ากลางลำตัวทำให้ตามันเหลือกกลับ ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้มันกรีดร้องออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าซีดเผือด แม้จะไม่ถึงกับสลบคาที่ แต่ก็ทำให้มันลงไปนอนกองกับพื้น ตัวงอเป็นกุ้งมือกุมท้องแน่น เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มหน้าผาก ตอนนี้ในใจมันเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ริอ่านมาดักปล้นหยินอวี้เซวียน
และเสียใจยิ่งกว่าที่ปากพล่อยไปแซวแฟนสาวของเขา ใครจะไปคิดว่าหน้าตาติ๋มๆ แบบนี้จะโหดเหี้ยมขนาดนี้ ครั้งสุดท้ายที่เจอคนมือหนักขนาดนี้ก็คงเป็นพ่อของมันนั่นแหละ
พวกลูกสมุนที่ยืนอยู่ด้านหลังเห็นลูกพี่ร่วงไปกองกับพื้น ก็ทำท่าจะกรูเข้ามาช่วย แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว หยินอวี้เซวียนก็จัดการสอยร่วงเรียงตัวด้วยหมัดเดียวจอด แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ออมมือให้พวกนี้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่หนักหนาสาหัสเท่าเจ้าผมทองเท่านั้น
เพียงแค่สิบกว่าวินาที กลุ่มนักเลงวัยรุ่นก็นอนเกลื่อนกลาด กุมท้องร้องโอดโอยกันระงม
"ว้าว! กัปตันเก่งสุดยอดไปเลย!" เคียน่าเห็นหยินอวี้เซวียนจัดการคนพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย ก็รีบวางถุงขนมลง แล้ววิ่งเข้ามาเกาะแขนเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"หึหึ ฉีเป่า ฉันบอกแล้วไงว่ากัปตันของเธอน่ะเก่งจะตาย!" หยินอวี้เซวียนยืดอกรับคำชมอย่างภาคภูมิใจ ได้รับพลังใจจากฉีเป่าแบบนี้ช่างรู้สึกดีชะมัด
เคียน่าเองก็โกรธไอ้พวกผมทองที่บังอาจมีความคิดสกปรกกับเธอ พอมองเห็นเจ้าหัวโจกที่ยังนอนกุมท้องร้องครางอยู่ที่พื้น เธอก็ยังไม่หายแค้น ทำท่าจะยื่นเท้าเล็กๆ ไปเตะซ้ำ
เห็นดังนั้น หยินอวี้เซวียนจึงรีบเอ่ยห้าม "ฉีเป่า ทำไมเธอต้องไปให้รางวัลมันด้วยล่ะ?"
"หือ?" เคียน่าทำหน้างงกับคำพูดของเขา
หยินอวี้เซวียนไม่รอให้อีกฝ่ายหายสงสัย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งตำรวจและเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ปลายสายแจ้งว่าจะรีบส่งเจ้าหน้าที่มาทันที
รอไม่นานตำรวจหลายนายก็มาถึง พอเห็นสภาพนักเลงน้อยนอนกองกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็หยิบกุญแจมือออกมาแจกจ่ายเครื่องประดับชิ้นใหม่ให้พวกมันอย่างทั่วถึง
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าชุด เข้ามาสอบถามเหตุการณ์กับหยินอวี้เซวียน เนื่องจากเขาจัดการวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว ตำรวจจึงเกิดความสงสัยและขอเชิญเขาไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ หยินอวี้เซวียนเข้าใจดี เพราะคนธรรมดาทั่วไปคงไม่มีทักษะการต่อสู้ขนาดนี้ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายมีอาวุธ เขาจึงพาเคียน่ากลับไปขึ้นรถ เก็บของที่ซื้อมาจนเต็มท้ายรถ แล้วขับตามรถตำรวจไป
เนื่องจากเคียน่ายังไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน หยินอวี้เซวียนจึงให้เธอนั่งรอในรถ...
"ซี๊ด~"
ตำรวจนายหนึ่งในโรงพักถึงกับสูดปากด้วยความเสียวไส้แทน เมื่อเปิดเสื้อของไอ้ผมทองขึ้นดู หน้าท้องของมันช้ำม่วงเป็นวงกว้าง แสดงให้เห็นชัดเจนว่าโดนอัดหนักแค่ไหน ส่วนเจ้าตัวน่ะเหรอ? สลบเหมือดไปตั้งแต่โดนตำรวจจับพลิกตัวแล้ว พวกลูกสมุนคนอื่นก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวคล้ายๆ กัน แต่ไม่สาหัสเท่าลูกพี่
"ไอ้หัวทองนั่นบังอาจมาแทะโลมแฟนผม แถมยังบอกอีกว่าถ้าแฟนผมยอมไปนอนกับมันคืนนึง มันอาจจะพิจารณาปล่อยผมไป!" หยินอวี้เซวียนเล่าด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกริบจ้องมองร่างไร้สติของไอ้ผมทองอย่างเหยียดหยาม
ตำรวจหันไปมองหน้าพวกลูกสมุนที่เหลือ เด็กพวกนั้นมองหยินอวี้เซวียนด้วยแววตาหวาดผวา พยักหน้าหงึกหงักยืนยันความจริง เพราะกลัวจะโดนตีนซ้ำ
ความคิดของพวกนักเลง: 'นี่มันสุ่มแมตช์มาเจอโปรชัดๆ สู้ให้ตายก็ไม่ชนะ!'
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจสถานการณ์ทันที สายตาที่มองพวกวัยรุ่นเปลี่ยนเป็นรังเกียจเดียดฉันท์ บางคนถึงกับเดินมาตบไหล่ชมเชยหยินอวี้เซวียน จนหัวหน้าต้องส่งสายตาปรามให้สำรวมหน่อย ที่นี่โรงพักนะ
หัวหน้าตำรวจทำท่าจะซักถามเพิ่มเติม แต่หยินอวี้เซวียนเหมือนรู้ทัน เขาหยิบโทรศัพท์เปิดรูปถ่าย 'ใบปลดประจำการ' ให้ดู นายตำรวจเห็นปุ๊บก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที
เขามองกลุ่มวัยรุ่นด้วยสายตาสังเวช "โถๆๆ ช่างกล้าหาญชาญชัยกันเหลือเกินนะ ริอ่านมาปล้นอดีตทหาร แถมยังกล้าไปแซวแฟนเขาอีก สงสัยจะกินดีหมีหัวใจเสือมากไปหน่อย ถึงได้รนหาที่ตายแบบนี้"
หลังจากสอบปากคำพอเป็นพิธี หยินอวี้เซวียนก็ขับรถพาเคียน่ากลับบ้าน