- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นตัวร้ายในเกมจีบสาวยอดฮิต
- บทที่ 29: นี่กะจะหาเรื่องรึไง? (1)
บทที่ 29: นี่กะจะหาเรื่องรึไง? (1)
บทที่ 29: นี่กะจะหาเรื่องรึไง? (1)
".....อะไรนะ?"
"MMA? ศิลปะการต่อสู้แบบผสมเนี่ยนะ?"
ทั้งสองคนมองเรย์จิอย่างเหม่อลอย สมองยังประมวลผลสิ่งที่ได้ยินไม่ทัน ถึงแม้จะฟังดูสมเหตุสมผลมากเมื่อพิจารณาว่าเรย์จิเป็นใคร แต่หลังจากได้ใช้เวลากับเขามาสักพัก พวกเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะเลือกชมรมที่เกี่ยวกับการต่อสู้
"ร-เรย์จิคุง อาการเสี้ยนหมัดกำเริบเหรอ? ทนไม่ต่อยใครสักอาทิตย์ไม่ได้เลยรึไง?" เจ้าหัวเขียวถามตาโต
".....เออว่ะ มือมันเริ่มคันยิกๆ เลยเนี่ย อยากช่วยเกาให้หายคันหน่อยไหมล่ะ?" เรย์จิแสยะยิ้ม หักนิ้วดังกรอบแกรบ เจ้าหัวเขียวสะดุ้งโหยงแต่ก็หัวเราะแห้งๆ ออกมา
"ต-แต่เอาจริงดิ ทำไมต้อง MMA?" เขาถามย้ำ
"ไม่มีเหตุผลพิเศษหรอก เป็นการออกกำลังกายที่ดี แถมถึงฉันจะไม่อยากยุ่ง แต่ก็อาจจะโดนลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆ ของที่บ้านได้ เลยต้องป้องกันตัวไว้ก่อน"
เรย์จิไม่ได้โกหก เขาต้องการเตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัยให้มากที่สุด ในเกม เรย์จิคนเก่ามักจะมาโรงเรียนพร้อมรอยฟกช้ำ และชอบไปลงกับนักเรียนคนอื่น
แม้แผลจะไม่สาหัส และเขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะคนเก่าชอบหาเรื่องเองรึเปล่า แต่เขาก็ตระหนักว่าตระกูลยากามิมีศัตรูเยอะ
และศัตรูเยอะก็แปลว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาจะตกเป็นเป้าหมายในบางกรณี ร่างกายของเรย์จิมีสมรรถภาพสูงก็จริง แต่เขาได้รับแค่การฝึกป้องกันตัวพื้นฐานจากพ่อ การต่อสู้ส่วนใหญ่จึงอาศัยสัญชาตญาณและปฏิกิริยาตอบสนองดิบๆ
นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้รับการฝึกฝนและประสบการณ์จริง แถมเขาอยากใช้ประโยชน์จากร่างใหม่นี้ให้คุ้มค่า ปล่อยให้ขึ้นสนิมไปเปล่าๆ คงเสียของแย่
"อ๋อ.... ฟังดูมีเหตุผลแฮะ แต่ทำไมต้องเจาะจงเป็น MMA ล่ะ? ฉันว่าพวกมวย คาราเต้ หรือเทควันโดคนเยอะกว่านะ ไม่ดีกว่าเหรอ?" ไอริถามแทรก
ทั้งไอริและเจ้าหัวเขียวดูเข้าใจเหตุผลของเรย์จิ โดยเฉพาะคนหลังที่ทำหน้าครุ่นคิดเพราะรู้ดีว่าเรย์จิหมายถึงอะไร
"ก็อาจจะนะ? แต่ฉันสนใจการใช้เทคนิคหลากหลายมากกว่า อยากได้อะไรที่มันประยุกต์ใช้ได้เยอะๆ" เรย์จิตอบ เขาพิจารณาอย่างอื่นมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือก MMA
จริงๆ ยังมีอีกเหตุผลที่เขาเลือกเข้าชมรมต่อสู้ในโรงเรียนแทนที่จะจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ทั้งที่เขามีปัญญาจ่าย แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคตและไม่มีผลในระยะสั้น เขาเลยไม่ได้พูดถึง
"ไม่มีทางที่ฉันหรือเจ้าหัวเขียวจะเล่น MMA ได้ งั้นเราก็คงอยู่คนละชมรมกันสินะ..." ไอริดูผิดหวังมากขณะพูด ก้มหน้าคอตกจนผมแกละดูเหมือนหูตูบๆ
"...โทษทีนะ แต่เรายังไปเที่ยวกันหลังเลิกเรียนวันอื่นได้นี่นา? แล้วถ้าฉันทำอาหารในชมรมเสร็จ เดี๋ยวจะแบ่งมาให้ชิมถ้ามีเหลือ!"
"เย้! สัญญาแล้วนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด!" เธอตะโกน อารมณ์เปลี่ยนไวแสง
เรย์จิหัวเราะกับท่าทางดีใจของเธอแล้วเดินออกจากห้อง เขาอยากไปดูการปฐมนิเทศชมรม MMA เพื่อยืนยันว่าเลือกถูกไหม
"ฉันจะไปชมรม MMA แล้ว พวกนายจะไปด้วยกันไหมหรือจะไปดูอย่างอื่น?" เขาหันกลับมาถามลูกเป็ดสองตัวที่เดินตามต้อยๆ
"ไปด้วย! เผื่อมีการประลองให้ดู น่าสนุกออก!" ไอริยิ้มกว้าง
"ผ-ผมด้วย ในเมื่อตัดสินใจเข้าชมรมการอ่านแล้ว ก็มะ-ไม่มีเหตุผลต้องแยกกัน"
"โอเค ไปกันเลย!"
อีกด้านหนึ่ง ฮารุนะกับฮินะกำลังคุยกันอย่างมีความสุข
"ฮารุนะจัง เข้าชมรมการอ่านกันเถอะ! ฟังดูผ่อนคลายและสบายๆ ดีออก!"
"เอ่อ.... เอาสิ น่าสนุกดี!" ฮารุนะตอบ แต่ฮินะไม่ทันสังเกตเสียงหัวเราะฝืนๆ ของเธอ
ทั้งสองหยิบแผ่นพับจากโต๊ะเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและเปิดอ่านไปพลางจิบกาแฟไปพลาง พอเดินออกจากห้อง ฮารุนะก็หันมาถาม
"ริคุตันไปชมรมอีสปอร์ตใช่ไหม? อยู่ไกลเหมือนกันนะ อาจจะเดินไปหาไม่ทัน จะไปไหนต่อดี?"
"อืมม... ชมรมศิลปะไหม? ได้ยินมาว่าเขาให้ลองวาดรูปด้วย น่าสนุกนะ! แถมอยู่ใกล้ชมรมอีสปอร์ตด้วย อาจจะชวนริคุตันเข้าด้วยได้!"
แต่ฮารุนะใจลอยไปหน่อย เธอกำลังมองกลุ่มของเรย์จิที่เดินแยกไปทางตึกกีฬา ความคิดหลายอย่างแล่นเข้ามาในหัว แล้วเธอก็ตัดสินใจปุบปับ
"เอ่อ รู้ไหม? ทำไมเธอไม่ไปหาริคุตันก่อนล่ะ? ฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต้องทำน่ะ" เธอพึมพำพร้อมยิ้มบางๆ
"เอ๋? เกิดอะไรขึ้น ทำของหายเหรอ? ให้ช่วยหาไหม?"
"เปล่าๆ เดี๋ยวตามไปทีหลัง ขอให้สนุกนะ!" ฮารุนะตะโกนบอกแล้ววิ่งออกไป ทิ้งให้ฮินะยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"....เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
"ว้าว ห้องชมรมที่นี่ใหญ่กว่าเยอะเลย!" ไอริอุทานขณะมองไปรอบๆ ปีกตึกกีฬา
"ใช่ ก็ต้องใช้พื้นที่เยอะนี่นา กีฬากลางแจ้งจะมีห้องติดกับสนามแข่งเลย ส่วนพวกนี้เป็นห้องสำหรับชมรมในร่ม ได้ยินมาว่าโรงเรียนโซเฮให้ทุนนักเรียนที่ทำผลงานกีฬาดีๆ ด้วยนะ แสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับกีฬามาก"
เรย์จิเองก็ตื่นเต้นนิดหน่อย เลยเผลอพล่ามออกมา แต่ความคิดวูบหนึ่งทำให้เขาชะงัก
'เดี๋ยวนะ..... ทำไมฉันทำตัวเป็นตัวละครบอกข้อมูล (Info dump) วะ??? บทนี้มันต้องเป็นของคนอื่นสิ?'
"เป็นอะไรไปเรย์จิคุง?"
"หือ? อ๋อ เปล่า แค่ตื่นเต้นน่ะ ไปกันเถอะ!"
จังหวะที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าตึก เสียงหยอกล้อก็ดังมาจากข้างหลัง
"โอ๊ะโอ เรย์จิตันจะเข้าชมรมกีฬาเหรอ? ให้ทายนะ ชมรมซูโม่ใช่ไหม?"
ทั้งสามคนสะดุ้งโหยง หันกลับไปเห็นดวงตาสีเขียวสดใสเป็นประกายวิบวับด้วยความซุกซน
"ย-ยุซึกิซัง?" ไอริร้องเสียงหลง เสียงสูงปรี๊ดขึ้นอีกหลายคีย์ เจ้าหัวเขียวรีบมุดไปหลบหลังเรย์จิด้วยความประหม่า ทำเอาเรย์จิถอนหายใจ
"ชมรมซูโม่บ้านเธอสิ? ดูหุ่นฉันเหมือนคนเล่นซูโม่ตรงไหนมิทราบ?" เรย์จิถามกลับพร้อมส่งสายตาดุๆ แต่ไม่ได้จริงจังนัก
"ใครจะรู้? นายน่ะแปลกจะตายเรย์จิตัน ถ้าเล่นซูโม่ก็ไม่แปลกหรอก" ฮารุนะหัวเราะคิกคักเอามือป้องปาก ทำเอาเขากลอกตาบน
"แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่? เพื่อนหนูของเธอไปไหนซะล่ะ?"
"นี่! ปากเสีย! ฮินะตันไม่ใช่หนูนะ!"
"ฉันไม่ได้จะปากเสียนะฮารุนะ ถามจริง มองหน้ายัยนั่นแล้วกล้าพูดเต็มปากไหมว่าไม่เหมือนหนูหรือแฮมสเตอร์!"
"เอ่อ..... ม-ไม่เหมือนมั้ง?"
"พรืดดด เห็นไหม? เสียงไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด" เรย์จิแสยะยิ้ม
อีกสองคนที่ไม่ได้ร่วมวงสนทนามองหน้ากันเลิ่กลั่ก บทสนทนานี้มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอางงไปหมด
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ.... แต่นี่มันเรื่องอะไรกัน? พวกเธอไปสนิทกันถึงขั้นเรียกชื่อเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่?" ในที่สุดไอริก็ถามออกมา จ้องเขม็งด้วยความอยากรู้
เรย์จิกับฮารุนะมองหน้ากันแล้วยิ้มแหยๆ
"ก็.... ทางเทคนิคคือเมื่อวาน แต่เรื่องมันยาว เอาเป็นว่ารู้แค่เธอกระทืบฉันด้วยร่มแล้วเราก็เป็นเพื่อนกัน" เรย์จิตอบ ยิ้มกวนๆ ใส่สาวผมบลอนด์ที่หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที
"หา? ร่ม?"
"เรย์จิตานนนนน!! อย่าเล่าแบบนั้นสิ ขี้โกงนี่นา!" ฮารุนะเริ่มรัวหมัดทุบไหล่เขาเบาๆ หน้ายังคงแดงด้วยความอาย
"ทำไมล่ะ? รอยช้ำยังไม่หายเลยเนี่ย!"
"ระ-รอยช้ำ? เจ็บจริงเหรอ??" เธอหยุดมือด้วยความตกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น
"คิดว่าไงล่ะ?" ดวงตาเรย์จิฉายแววขี้เล่น
"อ๊ากกก คนใจร้าย!"
ขณะที่ฮารุนะระดมหมัดนุ่นใส่เขาต่อ ความงุนงงของเจ้าหัวเขียวและไอริดิ่งลึกหนักกว่าเดิม ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลย แต่ก็นะ ปกติเรื่องเกี่ยวกับเรย์จิก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
"เอาเถอะ! อย่างที่บอก เราเป็นเพื่อนกันแล้ว เพราะงั้นไม่ต้องเกร็งนะพวกนาย แล้วฮารุนะ ทำไมมาคนเดียว? ปกติเธอตัวติดกับเพื่อนสองคนนั้นไม่ใช่เหรอ"
"ริคุตันไปชมรมอีสปอร์ต ฮินะตันเลยตามไปหา ฉันเลยว่าง ก็เลยคิดว่าจะมาแจมกับพวกนาย ถ้าไม่รังเกียจอ่ะนะ?" ฮารุนะถาม มองไปทางคู่หูแว่น
"อ-เอ๋? เอ่อ ถ้าเรย์จิคุงโอเค ผมก็มะ-ไม่ติดครับ" เจ้าหัวเขียวตอบ
"เอาสิ! คนเยอะยิ่งสนุก ยุซึกิซัง!" ไอริผสมโรง
"เย้! งั้นไปกันเถอะ!" เธอตะโกน ลากทั้งสามคนเข้าตึก
"ยังไม่รู้เลยนะว่าจะไปไหน?"
"เอ้อ จริงด้วย จะไปดูชมรมไหนกันเหรอ?"
"MMA อยู่ตรงนั้นน่ะ" เรย์จิชี้
ฮารุนะชะงักกึก หันขวับมามองเขาด้วยความสยอง
"อะไรนะ? อย่าบอกนะว่าจะกลับไปเป็นนักเลงอีกแล้วเรย์จิตัน! อุตส่าห์กลับตัวกลับใจได้แล้วเชียว? ไม่นะ ทำไงดี!"
เธอเริ่มเดินวนไปวนมาด้วยความตื่นตระหนก เคาะหัวตัวเองเหมือนพยายามจะคิดหาทางออก เรย์จิดูไม่ออกว่าเธอล้อเล่นหรือเปล่า แต่ตาเขากระตุกยิกๆ ด้วยความหงุดหงิด
'เยี่ยม ตอนนี้ฉันติดแหง็กอยู่กับเจ้าพวกจอมประชดประชันสองคน..... เจ้าหัวเขียว พระผู้ช่วยของฉัน ขอบคุณสวรรค์ที่มีนายอยู่!'
"ย-ยุซึกิซัง พวกเราก็กังวลเหมือนกันครับ! ช-ช่วยพูดเตือนสติเขาหน่อยสิครับ!" เจ้าหัวเขียวโพล่งขึ้นมา โบกไม้โบกมือประกอบท่าทางดราม่าสุดฤทธิ์
'.....เออ กูอยู่ตัวคนเดียวในโลกอันโหดร้ายใบนี้สินะ'