- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นตัวร้ายในเกมจีบสาวยอดฮิต
- บทที่ 9 ฟุดฟิดฟอไฟ
บทที่ 9 ฟุดฟิดฟอไฟ
บทที่ 9 ฟุดฟิดฟอไฟ
เรย์จินวดขมับขณะมองดูกระเป๋าของตัวเอง พลางครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี เจ้าทึ่มเรย์จิคนเก่านั้นดันพกนิตยสารโป๊ใส่ กระเป๋านักเรียน ไปมาซะงั้น
หมอนั่นไม่รู้รึไงว่ามีอินเทอร์เน็ตอยู่บนโลกนี้?? เรื่องแรกที่ต้องจัดการคือทำเนียนๆ ไปก่อนว่าไม่มีหนังสือเรียนกับสมุดจด ซึ่งก็ไม่น่ายากอะไร
เขาคือ ยากามิ เรย์จิ ปกติก็แทบไม่ได้สนใจเรียนอยู่แล้วนี่นา หลังเลิกเรียนค่อยไปร้านหนังสือแล้วซื้อของที่จำเป็น ตอนนี้ก็นั่งฟังไปก่อนแล้วกัน ยังไงคาบนี้ก็เป็นวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาแม่ของเขาในชาติที่แล้ว
'เดี๋ยวนะ.... เฮ้ย เจ๋งไปเลยไม่ใช่เหรอ? ภาษาอังกฤษของฉันต้องเรียกว่ายิ่งกว่าคล่องซะอีก งานนี้คงทำคะแนนวิชานี้ได้ฉลุยเลย'
"เอ่อ... ย-ยากามิซัง?"
"หือ?"
เรย์จิหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ เขาเหม่อลอยไปหน่อยหลังจากเช็กชื่อ เลยไม่ได้สังเกตว่าใครนั่งโต๊ะข้างๆ
เด็กสาวขี้อายผมสีม่วงมัดเป็นแกละยาว สวมแว่นตาหนาเตอะ กำลังมองมาที่เขา ใบหน้าที่มีกระที่มีรอยแดงระเรื่อเล็กน้อย เธอถือหนังสือเรียนไว้ในมือและขยับตัวไปมาอย่างประหม่า
"ฉ-ฉันเห็นว่าคุณกำลังหาหนังสือเรียนอยู่ พ-พอดีฉันมีเล่มสำรองที่ยืมเพื่อนมาจดโน้ตเมื่อสุดสัปดาห์น่ะค่ะ ถ้าคุณจะใช้ก็ได้นะ" เธอกระซิบอย่างเขินอาย
'ให้ตายสิ ฉันประเมินหน้าตาตัวเองต่ำไปสินะเนี่ย? ขนาดมีชื่อเสีย(ง)เลวร้ายขนาดนี้ ยังมีคนกล้าเข้ามาคุยด้วย แต่เจ้าทึ่มเรย์จิคนเก่าจำชื่อเธอไม่ได้ แถมเธอไม่เคยโผล่มาในเกมด้วยแฮะ' เขาถอนหายใจในใจ
"ขอบคุณครับ เอ่อ..."
"ช-ชื่อ ฟูจิโมโตะ ไอริ ค่ะ"
"ขอบคุณครับฟูจิโมโตะซัง คุณช่วยชีวิตผมไว้แท้ๆ เลย!" เรย์จิยิ้มให้เธอด้วยความซาบซึ้งใจ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อ-อย่าคิดมากเลย" เธอหน้าแดงแปร๊ดแล้วรีบหันหน้าหนี
เรย์จิเปิดหนังสือเรียนไปยังหน้าที่กำลังเรียนอยู่ แต่จู่ๆ ครูประจำชั้นจอมเฮี้ยบ ซึ่งควบตำแหน่งครูสอนภาษาอังกฤษด้วย ก็มองมาที่พวกเขา
"ข้างหลังนั่นเสียงดังอะไรกัน? ยากามิ เมื่อไหร่นายจะเริ่มสนใจเรียนสักที? วันๆ เอาแต่ก่อเรื่อง!"
ทั้งห้องชะงักกึก ครูส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงเรย์จิเหมือนโรคระบาดด้วยเหตุผลสามข้อ หนึ่งคือชัดเจนว่าเพราะเขามาจากตระกูลยากูซ่า สองคือกลัวว่าเขาจะบ้าพอที่จะต่อยครู
และเหตุผลสุดท้ายคือพวกเขามองว่าเขาเป็นเคสที่เยียวยาไม่ได้ เลยไม่อยากเสียเวลาและแรงกายพยายามดึงเขากลับเข้าลู่เข้าทาง
แต่ครูคนนี้ อาจารย์คาวาฮาระ มีความแค้นส่วนตัวกับเขา เพียงเพราะวันแรกที่เปิดเทอม เรย์จิคนเก่าเมินทุกคำพูดของแก แถมยังเดินหนีตอนแกพยายามจะเรียกไปอบรมที่ห้องพักครูอีก
ตั้งแต่นั้นมา แกก็คอยหาเรื่องจับผิดเรย์จิเพื่อยั่วให้เขาฟิวส์ขาด ซึ่งบางครั้งก็ได้ผลจริงๆ ถึงเรย์จิจะไม่เข้าใจว่าแกจะทำไปทำไม นอกจากเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
'ผมไม่ใช่คนเริ่มคุยด้วยซ้ำนะตาลุงจุกจิก แล้วพวกเราก็ไม่ใช่คู่เดียวที่คุยกันในห้องด้วย'
"ผมแค่ยืมหนังสือเรียนจากฟูจิโมโตะซังครับ จากนี้จะเงียบแล้วครับ" เรย์จิตอบกลับไป แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะปรับปรุงตัว เผื่อจะทำให้แกหุบปากได้บ้าง
อาจารย์คาวาฮาระหรี่ตาลงด้วยความตกใจชั่ววูบ ก่อนจะแสยะยิ้ม
"งั้นเหรอ? งั้นช่วยอ่านบทความในหน้า 69 ให้ฟังหน่อยสิ"
'กะจะฉีกหน้าฉันสินะ? เรย์จิคนเก่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษนักหรอก แต่ก็ถือว่าอยู่เหนือค่าเฉลี่ยนิดหน่อยเพราะหัวดี สงสัยแกคงกะว่าฉันจะทำพังเพราะปกติปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมตลอด'
เรย์จิมองหนังสือพร้อมรอยยิ้มมุมปาก แล้วเริ่มอ่านบทความ
"บ่ายวันฝนตกวันหนึ่ง เอมิเดินกลับบ้านจากโรงเรียน เธอไม่ได้พกร่มมาด้วยเพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้แดดจะออก ทันใดนั้น ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก
ขณะที่เธอยืนหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ ผู้หญิงคนหนึ่งถือร่มสีแดงเดินผ่านมา ผู้หญิงคนนั้นเห็นเอมิและหยุดเดิน
"อยากจะใช้ร่มด้วยกันไหมจ๊ะ?" เธอถามด้วยรอยยิ้ม
เอมิรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ตอบไปว่า "ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ!"
ทั้งสองเดินไปด้วยกันสักพัก ผู้หญิงคนนั้นลงที่ป้ายรถเมล์และโบกมือลา
"ระวังตัวด้วยนะ แล้วก็อย่าให้เปียกฝนล่ะ!" เธอกล่าว
เอมิยิ้ม ความมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แม้ท่ามกลางสายฝนอันหนาวเหน็บ"
เรย์จิเงยหน้าขึ้นมองด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของทุกคนในห้อง รวมถึงอาจารย์คาวาฮาระด้วย แต่ละคนอ้าปากค้าง ตาถลนแทบหลุดออกมานอกเบ้า เรย์จิถึงกับคิดว่าเขาเห็นนักเรียนคนหนึ่งขยี้ตาตัวเองเหมือนในการ์ตูนเลย
'รู้สึกเหมือนเด็กเลยแฮะที่ดีใจกับเรื่องแค่นี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันตลกชะมัด'
"วะ-ว้าว ยากามิซัง! ไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณพูดภาษาอังกฤษเก่งขนาดนี้!"
ฟูจิโมโตะซังที่นั่งข้างๆ กระซิบ ดวงตาสีเข้มของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
"ขอบใจ ฉันฝึกหนักมากน่ะ" เขาตอบกลับ
'ก็นะ ฉัน 'เรียน' ภาษาอังกฤษมาตั้ง 18 ปีนี่นา' เขาหัวเราะคิกคักในใจ
อาจารย์คาวาฮาระกระแอมไอสองสามทีเพื่อเรียกสติของทั้งห้องกลับมา
"เอาล่ะ ก็ใช้ได้ สำหรับบทความแบบนี้ ความเข้าใจในเนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญ ในข้อสอบพวกเธออาจจะถูกถามว่าทำไมเอมิถึงไม่มีร่ม หรือเธอรู้สึกอย่างไรหลังจากเหตุการณ์นั้น จำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ไว้เวลาอ่านบทความด้วยล่ะ"
แกสอนต่อราวกับไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น
'ไม่ชมสักคำเลยเหรอ? ตาลุงขี้งก เป็นผู้ใหญ่ประสาอะไรถึงได้ใจแคบขนาดนี้เนี่ย?'
ช่วงพักเบรก เรย์จิคืนหนังสือเรียนให้ฟูจิโมโตะและขอบคุณเธออีกครั้ง
"อย่างที่บอกแหละค่ะ ฉันมีเล่มสำรองอยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะยากามิซัง"
อิชิฮาระเดินเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขี่ยนิ้วไปมาราวกับกำลังต่อสู้กับความคิดตัวเอง
"มะ-เมื่อกี้เท่มากเลยครับยากามิซัง ไปหัดพูดภาษาอังกฤษเก่งขนาดนั้นมาจากไหนครับ?"
'ดูสิเนี่ย? คนเขาบอกว่าเวรกรรมมีจริง ไม่นึกเลยว่าจะได้คุยกับเพื่อนใหม่ถึงสองคนในวันแรกแบบเป็นกันเองขนาดนี้'
"อืมม ก็ดูหนังฝรั่งเยอะมั้ง แล้วก็พยายามฝึกพูดกับตัวเองให้ชินปากน่ะ" เรย์จิตอบหลังจากหยุดคิดไปครู่หนึ่ง เขาหาเหตุผลมั่วๆ ที่ฟังดูน่าเชื่อถือขึ้นมา เพื่อไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นจนเกินเหตุ
"ฉลาดจังเลย ฉ-ฉันอาจจะลองทำบ้าง" ฟูจิโมโตะพูดแทรกขึ้นมา
"มันก็ไม่ใช่วิธีที่แย่หรอก แต่ฉันแนะนำว่าช่วงนี้ใช้วิธีปกติไปก่อนดีกว่า กว่าจะเห็นผลมันใช้เวลานาน ไว้ลองทำช่วงปิดเทอมยาวๆ ดีกว่ามาเปลี่ยนวิธีเรียนตอนนี้" เรย์จิแนะนำอย่างระมัดระวัง
เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าวิธีนั้นจะได้ผลจริงไหม ขืนให้พวกเขาเปลี่ยนวิธีเรียนตอนนี้คงไม่ดีแน่
ทั้งสองคนชะงักไปด้วยสีหน้างุนงง
"คุณไม่ได้ใจร้ายเหมือนในข่าวลือเลยนะคะ ยากามิซัง" ฟูจิโมโตะกระซิบ
"ช-ใช่ครับ แถมเมื่อเช้าคุณยังช่วยผมตอนโดนพวกนั้นรุมด้วย" อิชิฮาระเสริมด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
"เอ๊ะ? ยากามิซังช่วยคุณอิชิฮาระเหรอคะ?"
ฟูจิโมโตะมีแววตาชื่นชม
"...อย่าเพิ่งคิดไปไกล ข่าวลือส่วนใหญ่น่ะเรื่องจริงทั้งนั้นแหละ ฉันแค่ตัดสินใจจะเป็นคนที่ดีขึ้นเพราะรู้ตัวว่าช่วงหลังมานี้ทำตัวขยะแค่ไหนต่างหาก"
เรย์จิเบรกพวกเขาก่อนจะเตลิดไปไกล เขารู้สึกดีใจที่พวกเขามองเขาในแง่ดี แต่ถ้าเขาบอกว่าข่าวลือพวกนั้นไม่จริงหรือเกินจริง ความรู้สึกดีๆ ของพวกเขาคงพังทลายเมื่อมารู้ความจริงทีหลัง
"การที่คุณยอมรับความผิดพลาดของตัวเองและปรับปรุงตัวได้ถือเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่แล้วค่ะยากามิซัง ฉันจะคอยเชียร์นะคะ" ฟูจิโมโตะให้กำลังใจพร้อมทำท่ากำหมัด 'สู้ๆ'
อิชิฮาระก็พยักหน้าอยู่ข้างหลังเธอ ทำเอาเรย์จิอดหัวเราะไม่ได้
'สองคนนี้น่ารักชะมัด'
"ขอบใจนะ ช่วยได้เยอะเลยจริงๆ"
"อ๊ะ ยากามิซัง มีหนังสือร่วงออกมาจากกระเป๋-"
ก่อนที่อิชิฮาระจะพูดจบประโยค เรย์จิก็คว้ากระเป๋ามาแล้วยัดนิตยสารกลับเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกเขาจะทันเห็นว่าเป็นอะไร
'เกือบไปแล้วไหมล่ะกู ต้องรีบเอาไอ้ขยะนี่ไปทิ้งด่วนๆ'
หลังจากผ่านเหตุการณ์ตื่นเต้นเหมือนนั่งรถไฟเหาะ วันแรกก็จบลงสักที เรย์จิเหนื่อยล้าทางจิตใจสุดๆ เพราะความเครียดที่สะสมมาก่อนมาโรงเรียนค่อยๆ จางหายไป
'ภาพลักษณ์ของฉันแย่กว่าที่คิดไว้ตอนแรก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เห็นลู่ทางที่จะค่อยๆ สร้างความเชื่อใจจากบางคนได้บ้างแล้ว ถ้ายังทำตามแผนของฉันต่อไป'
เรย์จิอยากจะกลับบ้านไปนอนแผ่หรา แต่เขาต้องไปซื้อหนังสือเรียนที่จำเป็นเพื่อจะได้เริ่มตามบทเรียนให้ทัน
เขาเดินออกจากโรงเรียนหลังจากบอกลาอิชิฮาระกับฟูจิโมโตะสั้นๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านหนังสือที่ใกล้ที่สุดซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
เขาไปถึงอย่างรวดเร็วและสั่งซื้อชุดหนังสือเรียนสำหรับนักเรียนปีหนึ่งของโรงเรียนโซเฮ ซึ่งเขาก็จ่ายเงินซื้อทันที มันหนักเอาเรื่อง แต่ใครใช้ให้ไอ้ทึ่มเรย์จิคนเก่าทำหนังสือหายเกลี้ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ล่ะ ทีนี้ก็ต้องแบกทั้งหมดนี่กลับบ้านเอง
'กลับบ้านกันเถอะ'
เรย์จิเดินผ่านสวนสาธารณะสำหรับเด็กระหว่างทางกลับอพาร์ตเมนต์ และยิ้มบางๆ ให้กับเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน
'น่ารักจังแฮะ'
เรย์จิแพ้ทางเด็กๆ เขาชอบที่พวกแกสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไร้เดียงสาโดยไม่ต้องกังวลอะไร ฟังดูเหมือนคนแก่ แต่ความจริงมันก็เป็นแบบนั้นแหละ
ขณะที่เขากำลังเดินทอดน่อง จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว เขาหยุดเดินกึก
'เดี๋ยวนะ..... เด็กๆ? วันนี้มัน..... อีเวนต์ 'เด็กหลงทาง' ไม่ใช่เหรอ?'
"โอ๊ย ไอ้ฉิบหาย เอากับเขาสิ!"