- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นตัวร้ายในเกมจีบสาวยอดฮิต
- บทที่ 7 เจ้าหญิงน้ำแข็ง
บทที่ 7 เจ้าหญิงน้ำแข็ง
บทที่ 7 เจ้าหญิงน้ำแข็ง
ทุกคนหันไปมองสาวสวยสะดุดตาที่ก้าวเข้ามาในห้องเรียน สะดุดตาในสองความหมาย หนึ่งคือความงามสมบูรณ์แบบ ทั้งส่วนเว้าส่วนโค้งและเสน่ห์อันเหลือล้น
และสอง... เพราะเธอดูเหมือนอยากจะบีบคอใครสักคนให้ตายคามือ
ผมยาวสีดำขลับของเธอถูกรวบเป็นหางม้าสูง แกว่งไกวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดวงตาสีม่วงเข้มฉายแววเย็นชาและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เมื่อบวกกับส่วนสูงถึง 178 ซม. ทำให้เธอดูเป็นคนที่น่าเกรงขาม ฟูจิคาวะ โนอา ประธานนักเรียนผู้คว้าตำแหน่งมาครองได้ตั้งแต่ชั้นปีที่สอง และนางเอกคนสุดท้ายของเกม
แถมเธอยังเป็นตัวละครที่เพิ่มค่าความชอบยากที่สุด เพราะกำแพงหนาหลายชั้นที่เธอสร้างขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง... แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน
เธอกวาดสายตาไปรอบห้อง และเมื่อไม่มีใครตอบรับ เธอก็ถามย้ำอีกครั้ง
"ยากามิ เรย์จิ อยู่ไหน? โดดเรียนอีกแล้วเหรอ?"
เรย์จิถอนหายใจพลางลุกขึ้นยืน ดูท่าเขาจะงานเข้าอีกแล้วสิ เขาเคยมีปากเสียงกับประธานนักเรียนหลายครั้ง และเธอก็เคยออกใบเตือนเขามาแล้วนับไม่ถ้วนเนื่องจากพฤติกรรมซ้ำซาก
แต่ก็รู้สึกสดชื่นดีเหมือนกันที่ได้เห็นคนที่ไม่กลัวเขาเลยสักนิด
"อยู่นี่ครับท่านประธาน ไม่เห็นต้องตะโกนเลย"
โนอาหันขวับมามองเขา แม้สีหน้าจะดูเรียบเฉย แต่เรย์จิก็ไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นคิ้วที่กระตุกเล็กน้อย ซึ่งบ่งบอกถึงความประหลาดใจ
"....มาที่ห้องสภานักเรียน นายรู้ใช่ไหมว่าอยู่ที่ไหน" เธอตอบกลับหลังจากเงียบไปพักใหญ่ แล้วเดินออกจากห้องไป
เรย์จิเดินตามเธอไป ยังไงก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีก่อนคาบเรียนจะเริ่ม ระหว่างที่เดินออกไป เขาได้ยินเสียงพึมพำไล่หลัง
"เจ้าขยะนั่นซวยอีกแล้ว ไปพ้นๆ ได้ก็ดี"
เรย์จิไม่จำเป็นต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าเป็นเสียงของริคุ มันแปลกนิดหน่อย เพราะเขายังไม่ได้มีปัญหากับแก๊งสามคนนั้นเลย นอกจากเรื่องประธานนักเรียน เขาเลยไม่แน่ใจว่าทำไมพระเอกถึงได้ใส่ใจเขานักหนา
แต่ก็นะ ในเมื่อเขาเคยทำตัวขยะจริงๆ มาก่อน เรย์จิเลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ห้องสภานักเรียนอยู่ที่ชั้นบนสุดของตึกเรียน เขาจึงเดินขึ้นบันไดไปสองชั้นตามหลังท่านประธานไปติดๆ
เมื่อเข้ามาในห้อง โนอาเดินอ้อมโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่ด้านในสุด แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานบุนวมอย่างดี
"นี่เป็นครั้งที่ 7 ในรอบเดือนที่นายเข้ามาในห้องนี้ เมื่อไหร่นายจะเลิกสร้างปัญหาให้นักเรียนคนอื่นและสภานักเรียนสักที? พวกเรามีเรื่องอื่นที่ต้องทำมากกว่ามาคอยตามเช็ดตามล้างเรื่องของนายนะ ไม่คิดว่ามันน่าสมเพชบ้างรึไง? นายมีความรับผิดชอบหรือสำนึกในสิ่งที่ทำลงไปบ้างไหม? การชกต่อยนักเรียนคนอื่นโดยไม่มีสาเหตุ มันเป็นข้อหาที่หนักพอจะสั่งพักการเรียนยาวๆ ได้เลยนะ ถึงฉันจะคิดว่านั่นคงทำให้นายดีใจก็เถอะ ใช่ไหมล่ะ?"
เรย์จิได้แต่ยืนฟังเธอร่ายยาว การโดนตัวละครที่ชอบมากๆ ด่ากราดแบบนี้.... ทำไมมันถึงรู้สึกไม่แย่อย่างที่คิดนะ? เขาไม่ใช่พวกมาโซคิสต์หรอกนะ แต่สถานการณ์นี้มันผิดแปลกไปจากปกติมากจนเขาไม่มีสมาธิจดจ่อกับเนื้อหาที่โดนด่าเท่าไหร่
"เพราะงั้นเพื่อเป็นการลงโทษ ฉันจะให้นายเข้าชมรมสองชมรม แทนที่จะเป็นชมรมเดียว" เธอพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เรย์จิเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพนั้น เพราะรอยยิ้มของเธอเป็นของหายากแม้แต่ในเกม ถึงแม้มันจะไม่ได้ดูใจดีเลยสักนิด ออกแนวเจ้าแผนการเสียมากกว่า
ส่วนเรื่องสองชมรม... ในเกมก็มีอีเวนต์ทำนองนี้ แต่เรย์จิคนเก่าไม่เคยโผล่หน้าไปชมรมที่ตัวเองสังกัดเลย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขาเดือดร้อนหนักกว่าเดิม
ความขัดแย้งระหว่างสองคนนี้ในเกมมันรุนแรงถึงขนาดที่โนอาเป็นนางเอกที่เรย์จิ 'แย่ง' มาจากริคุได้บ่อยที่สุด เขาเริ่มเบื่อหน่ายกับการที่เธอชอบเข้ามาจุ้นจ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นที่เธอไม่เกรงกลัวเขา ท่านประธานผู้น่าสงสาร รูทของเธอในเกมมีฉากจบแบบเศร้าๆ มากกว่าแบบแฮปปี้เอนดิ้งเสียอีก
ส่วนเหตุผลที่เลือกบทลงโทษนี้ โนอาพูดถูก ถ้าสั่งพักการเรียน เรย์จิคนเก่าคงดีใจจนเนื้อเต้น แต่การบังคับให้เข้าหลายชมรมและต้องอยู่โรงเรียนนานขึ้น มันคือการทรมานดีๆ นี่เอง
"ทำไมเงียบไปล่ะ? ช็อกกับการตัดสินใจของฉันขนาดนั้นเลย?" โนอาหัวเราะเยาะในลำคอ
มุมปากของเรย์จิกระตุก 'ทำไมฉันถึงอยากจะแกล้งเธอนักนะ?'
"เปล่า ไม่เชิงหรอก ผมแค่แปลกใจที่เห็นคุณยิ้มได้ นึกว่าไม่มีกล้ามเนื้อบนหน้าสำหรับยิ้มซะอีก"
รอยยิ้มของโนอาหุบลงทันที เธอโน้มตัวมาข้างหน้าเท้าแขนกับโต๊ะ
"หมายความว่ายังไง?"
"หือ? ภาษาญี่ปุ่นผมฟังไม่รู้เรื่องเหรอ?"
"ระวังปากหน่อยยากามิ ให้เกียรติกันบ้าง"
"โว้วๆ จะโกรธทำไมเนี่ย? ผมชมต่างหาก เวลาคุณยิ้มก็น่ารักดีออก!"
โนอาชะงักกึกกับคำพูดของเรย์จิ แววตาของเธอไหววูบเล็กน้อยโดยที่ทั้งสองคนไม่ทันสังเกต
"ถึงมันจะดูหลอนๆ นิดหน่อย เหมือนเวลาตุ๊กตาบาร์บี้จู่ๆ ก็ขยับได้ก็เถอะ" เรย์จิเสริมต่อในจังหวะถัดมา
เงียบ... เงียบกริบ ไม่มีฝ่ายไหนพูดอะไรออกมา ทั้งคู่ทำเพียงแค่จ้องหน้ากัน
"อยากให้ฉันเพิ่มเป็น 3 ชมรมไหม?" เธอตวาดเสียงแข็ง กลับมาทำหน้าเย็นชาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความเยือกเย็น
"ล้อเล่นน่า ล้อเล่น! ขอโทษครับ สองชมรมก็โอเค แล้วก็... ผมอยากจะขอโทษเรื่องที่ทำตัวแย่ๆ มาตลอด ผมเพิ่งรู้ตัวว่าช่วงหลังมานี้ตัวเองทำตัวน่าสมเพชแค่ไหน ผมจะพยายามทำตัวเงียบๆ ไม่สร้างปัญหาให้สภานักเรียนอีกครับ"
โนอาอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้านิ่งเฉยของเธอไม่สามารถปกปิดความตกตะลึงได้มิด โดยเฉพาะเมื่อนี่เป็นครั้งที่สองในเวลาไม่กี่นาทีที่เธอต้องประหลาดใจขนาดนี้
"วางแผนชั่วอะไรอยู่อีก?" เธอถามพร้อมหรี่ตามองอย่างจับผิด
เรย์จิกลอกตาพลางตอบกลับ
"คิดว่าผมมีแรงหรือมีความอดทนพอจะวางแผนอะไรเทือกนั้นเหรอ? ผมแค่ไม่ชอบสารรูปตัวเองในกระจก ก็แค่นั้นแหละ"
"....แล้วมันหมายความว่ายังไงกันแน่? นายจะเลิกหาเรื่องชกต่อยงั้นเหรอ?" เธอถามอย่างระแวง นี่มันแปลกเกินไปแล้ว เกือบจะเหมือนโดนของเข้าสิง
"ไม่ใช่แค่นั้น ผมจะพยายามทำตัวเป็นนักเรียนธรรมดาๆ ให้มากที่สุด ไม่ชกต่อย ไม่รังแกใคร ไม่รีดไถเงิน แต่ก็นะ... ถ้ามีใครมาหาเรื่องผมก่อน ก็อย่าหวังว่าผมจะไม่ตอบโต้"
"รีดไถ? นี่นายรีดไถเงินนักเรียนคนอื่นด้วยเหรอ??" โนอาจ้องเขม็ง เมินประโยคอื่นไปหมดสิ้น
"เอ่อ... เปล่านะ?"
"ยา-กา-มิ พูดความจริงมาเดี๋ยวนี้" เธอขู่ฟ่อเสียงต่ำ
"มะ-ไม่มีอะไร แค่โฟกัสตรงที่ว่าจากนี้ไปผมจะเป็นเด็กดีก็พอ โอเค๊?"
เรย์จิหลบสายตาเลิ่กลั่ก พยายามเปลี่ยนเรื่อง
โนอาจ้องหน้าเขาอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
"นายคงไม่ได้หวังให้ฉันเชื่อจริงๆ หรอกนะ ใช่ไหม?"
"ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่อ ผมแค่บอกให้รู้ว่าจากนี้ไปผมจะเป็นยังไง แล้วก็อยากขอโทษที่สร้างปัญหามาตลอด แค่นั้นแหละ"
"ถ้านายคิดว่าฉันจะยกเลิกบทลงโทษเพราะเรื่องแค่นี้ล่ะก็ ฝันไปเถอะ"
"ไม่เป็นไร ผมเข้าสองชมรมก็ได้ กำลังคิดจะหาอะไรทำแก้เบื่ออยู่พอดี"
เรย์จิไม่ได้รังเกียจที่จะต้องเข้าสองชมรม แม้ปกติเขาจะเป็นคนขี้เกียจ แต่กิจกรรมที่ทำให้เหนื่อยอาจจะสนุกก็ได้ เพราะในเกมบอกไว้ว่าพวกชมรมต่างๆ สนุกมาก เนื่องจากโรงเรียนให้ความสำคัญกับกิจกรรมชมรมสุดๆ
ปกติแล้วนักเรียนจะเข้าได้แค่ชมรมเดียว เพราะภาระหน้าที่ที่ตามมา และเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเรียนกับงานอดิเรก
อีกอย่าง เขาไม่ได้กะจะเล่นเกมทั้งวันอีกต่อไปแล้ว ขืนทำแบบนั้นคงเสียของแย่ อุตส่าห์ได้ร่างที่แข็งแรงแบบนี้มาทั้งที หาอะไรทำที่ได้ขยับร่างกายบ้างก็น่าจะดี
"...ก็ได้ ฉันไม่ค่อยเชื่อน้ำคำนายนัหรอก แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ กลับไปห้องเรียนได้แล้ว อีกเดี๋ยวคาบเรียนจะเริ่ม"
"รับทราบ ขอบคุณครับท่านประธาน เจอกันนะ"
เรย์จิหันหลังเดินกลับไป พอถึงประตู เสียงของโนอาก็รั้งเขาไว้ชั่วขณะ
"ฉันจะจับตาดูนายไว้ ยากามิ เรย์จิ อย่าให้พลาดเชียว ไม่งั้นฉันไม่ปล่อยไว้แน่" เธอเตือน
เรย์จิหันกลับมามองเธอ
"การโดนคนสวยสะกดรอยตาม มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คุณคิดหรอกนะ ท่านประธาน" เขาหยอดมุกทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้โนอายืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ข้างหลัง
โนอาจ้องมองประตูห้องที่ปิดลงหลังจากเรย์จิจากไป
"เขาเปลี่ยนไปจริงๆ... แต่จะประมาทไม่ได้ ใครจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่"
เธอทบทวนบทสนทนากับเรย์จิ แล้วขมวดคิ้วกับคำพูดของเขา โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีรอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"เจ้าขยะนั่นต้องพยายามโดดกิจกรรมชมรมแน่ๆ เดี๋ยวฉันต้องคอยจับตาดูซะหน่อยแล้ว"
เรย์จิเดินกลับเข้ามาในห้องเรียนและนั่งลงที่โต๊ะ เป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์ประจำชั้นเดินเข้ามาพอดี เขาเป็นชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึม ผมหวีเรียบแปล้ สวมแว่นตาหนาเตอะ เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วมองไปรอบห้อง
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าต้องมาเรียน ม.ปลาย ซ้ำอีกสามปี... ของเดิมเหลืออีกแค่เทอมเดียวก็จะจบอยู่แล้วแท้ๆ" เรย์จิถอนหายใจ
ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ต้องทำให้เต็มที่ ถ้าอยากจะตีตัวออกห่างจากแก๊งยากูซ่าในที่สุด เขาต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะทำอย่างอื่นได้ (ถึงนั่นจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นก็เถอะ)
ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือในกระเป๋า แล้วก็ต้องชะงักกึก
'เวรเอ๊ย ไอ้บ้านี่ทำหนังสือเรียนหายเกลี้ยงเลยเหรอเนี่ย.... แล้ว ทำไม ถึงมีแต่นิตยสารปลุกใจเสือป่าเต็มกระเป๋าไปหมดฟะ???'