- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: ระบบยิ่งจ่ายยิ่งเก่ง
- บทที่ 391: งานจบการศึกษา (2)
บทที่ 391: งานจบการศึกษา (2)
บทที่ 391: งานจบการศึกษา (2)
ที่โต๊ะยาวของสลิธีริน
ฮอลล์จามดังลั่นโดยไม่มีสีหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น
"แหวะ น่าขยะแขยงว่ะ" เดรโก มัลฟอยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ แล้วเลื่อนจานอาหารของตัวเองถอยห่างจากฮอลล์เล็กน้อย
ฮอลล์สั่งน้ำมูก "อืม"
ยังคงไร้อารมณ์
เดรโกเลิกเปลือกตาขึ้นมอง "เป็นไรของนายเนี่ย? ดูเหมือนศพเดินได้เลย ถ้ามีข่าวร้ายก็รีบ ๆ บอกมา—"
ว่าแล้วเดรโกก็สูดหายใจลึก "—จะได้ขำให้สะใจหน่อย!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า—!" ฮอลล์ยังไม่ทันตอบอะไร ซาบินี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ระเบิดหัวเราะออกมาก่อน
แพนซี่เองก็เลื่อนจานตัวเองออกห่างด้วยสีหน้ารังเกียจไม่แพ้กัน ก่อนจะมองซาบินี่ด้วยสายตาดูแคลนสุดขีด: "เบลส ซาบินี่! นายจะทำตัวให้สุภาพกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง!"
แพนซี่แหวเสียงแหลม
"คุณผู้หญิงแสนงามครับ นี่ไม่ใช่วันแรกที่คุณรู้จักผมนะ?" ซาบินี่ตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าชู้
แพนซี่หน้าบูดจัดก่อนจะคว้าผ้าเช็ดหน้าฟาดใส่หน้าซาบินี่แบบไม่ยั้ง
ซาบินี่ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างรู้ทัน แล้วดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากหน้า ก่อนจะยัดใส่กระเป๋าตัวเองอย่างหน้าตาเฉย แล้วก็กินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฮอลล์ที่นั่งมองภาพตรงหน้าอยู่พอดี: "?"
ฮอลล์กระพริบตา แล้วพูดขึ้นหลังจากดีเลย์ไปเล็กน้อย: "...เดี๋ยวนะ นี่ฉันพลาดตอนพวกนาย..."
สายตาเขามองสลับไปมาระหว่างซาบินี่กับแพนซี่
"พวกเราหมั้นกันแล้ว" ซาบินี่พูดหน้าตาย
ฮอลล์: "อ้อ—แต่แพนซี่ไม่เคยบอกว่าเธอเคยอยากจะ..."
แพนซี่: "ฉันเคยอยากเป็นคุณนายมัลฟอยก็จริง แต่โชคร้ายที่คุณชายมัลฟอยไม่คิดจะลงหลักปักฐานเร็ว ๆ นี้... แล้วตระกูลฉันก็รอไม่ไหวแล้วด้วย"
ส่วนเหตุผลลึก ๆ ที่อยู่เบื้องหลัง ก็คือตระกูลพาร์กินสันเคยเป็นผู้เสพความตายที่ซ่อนตัวอยู่มาก่อน และหลังจากโวลเดอมอร์ตตายไป พวกเขาก็จำเป็นต้องหันมาอยู่ฝั่งฮีโร่—
ฮีโร่นั่นอาจจะเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ หรืออาจจะเป็นฮอลล์ วีสลีย์ก็ได้
แต่เอาเข้าจริง ด้วยการประชาสัมพันธ์อย่างหนักหน่วงและความช่วยเหลือจากตัวแฮร์รี่เองทุกคนก็เริ่มเชื่อว่า ฮอลล์ วีสลีย์ต่างหากคือฮีโร่ตัวจริง
กริฟฟินดอร์มีผู้กอบกู้โลก
สลิธีรินก็ต้องมีฮีโร่ผู้โค่นล้มโวลเดอมอร์โดยตรง ส่วนเรื่องนามสกุลหรือสีผมที่ไม่สลิธีรินเลยสักนิด...ก็ปล่อยผ่านกันไป!
ช่วงหนึ่งนักเรียนกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินจึงเข้าสู่ "ช่วงฮันนีมูน" อย่างไม่เคยมีมาก่อน
ครอบครัวพาร์กินสันจำเป็นต้องหาที่ฝากตัว
ตระกูลมัลฟอยก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก
แต่น่าเสียดาย...เดรโก มัลฟอยดันไม่มีความคิดแบบนั้นเลย
ตระกูลพาร์กินสันเลยมองหาทางเลือกอื่นในกลุ่มคนรู้จักของแพนซี่ และสุดท้ายก็มาลงที่เบลส ซาบินี่ ที่ก็มาจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์เหมือนกัน
เขามีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับเดรโกและฮอลล์ เข้าขั้นเพื่อนแบบพอไหว ถือว่าเป็นทางเลือกที่สลิธีรินยอมรับได้
ฝั่งตระกูลซาบินี่เองก็อยากแต่งกับแม่มดเลือดบริสุทธิ์ในระดับเดียวกันอยู่แล้ว สุดท้ายทั้งสองตระกูลก็เลยตกลงหมั้นกันได้
ฮอลล์: "..."
"โอเค ๆ ฉันไม่เข้าใจเรื่องความรักของพวกเลือดบริสุทธิ์หรอก แต่โชคดีที่ตระกูลฉันไม่เร่งให้ฉันแต่งงานเหมือนที่เร่งเรื่องอื่น" ฮอลล์พูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจสุดขีด "แต่พวกนายสองคนก็เร็วไปป่ะ ฉันไม่ทันรู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ"
ก่อนที่แพนซี่หรือซาบินี่จะทันตอบ เดรโกก็กลอกตาใส่ฮอลล์
"เหอะ ฉันนึกว่าใครบางคนอยากจบให้เร็ว ๆ จะได้ลืมเพื่อนไปตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากโรงเรียนซะอีก" หน้าตาเดรโกเต็มไปด้วยความประชดประชัน
ฮอลล์: "...แค่ก ๆ มีเหตุผล ๆ"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเมินพวกนายหรอก แต่พวกผู้ใหญ่ที่อยากมางานจบการศึกษาฉันนี่มัน..." ฮอลล์ยกมือขึ้นด้วยสีหน้าทรมานใจ
เขาเพิ่งมารู้เมื่อเดือนที่แล้วเอง—ว่าโรงเรียนฮอกวอตส์มันมีพิธีจบการศึกษาด้วย!
มีพิธีจบการศึกษาก็ว่าไปอย่าง
แต่มันดันให้เชิญผู้ใหญ่ในครอบครัวได้ด้วยเนี่ยสิ!
เชิญก็เชิญไปเหอะ...แต่ทำไมจำกัดแค่สามคน!?
คนเคยมีครอบครัวใหญ่อย่างเขาน่ะ มันยากจะตายไป!
เดรโกฟังคำอธิบายแล้ว สีหน้าก็เริ่มอ่อนลงนิดหน่อย
เขารู้ดีว่าต่างจากตระกูลมัลฟอยที่มีทายาทแค่คนเดียวต่อรุ่น ตระกูลวีสลีย์เป็นครอบครัวใหญ่ ใหญ่มาก แล้วญาติก็เยอะเป็นธรรมดา
"ญาติห่าง ๆ ไม่ต้องเชิญก็ได้ ส่วนที่เหลือ..." เดรโกนึกภาพตระกูลวีสลีย์แล้วก็ถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะพึมพำว่า "จะว่าไปก็...ถ้าจะให้ฉันช่วยเชิญซักคนก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก"
ซาบินี่หันไปมองเดรโก: "จุ๊ ๆ ๆ คุณชายเดรโกถึงกับยอมช่วยเชิญพวกวีส—"
ยังไม่ทันพูดจบ เดรโกก็ส่งสายตาคมกริบมาให้ทันที
เงียบไปเลยนะ!
ไม่ได้พูดก็ไม่มีใครหาว่านายเป็นใบ้หรอก!
เดรโกใช้สายตาสื่อความหมายชัดแจ๋ว
ซาบินี่ที่ปั่นได้ดั่งใจก็โดนดุตามคาด เลยยิ้มอย่างพอใจ ยักไหล่ แล้วเงียบไป
แพนซี่ที่มองเหตุการณ์ทั้งหมด: "..."
อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงชีวิตหลังแต่งขึ้นมาเลยแฮะ...
"อะ..." ฮอลล์ก็หันมามองเดรโกด้วยสายตาซึ้งใจ
เขารู้ดีว่าการที่คุณชายมัลฟอยยอมช่วยเชิญครอบครัวให้นี่ มันคือการยอมลงให้ขั้นสุดแล้ว: "...แต่ปัญหาคือ ฉันไม่อยากให้บางคนมา แต่ว่า..."
เดรโกไม่เข้าใจ: "ถ้าไม่อยากเห็นหน้าก็ไม่ต้องเชิญสิ"
ฮอลล์: "...ปัญหามันอยู่ตรงที่ อยากเชิญก็ลำบาก ไม่อยากเชิญก็ลำบากเหมือนกัน"
เดรโก: "?"
"ฉันเข้าไม่ถึงอะ" เดรโกไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน จึงไม่สามารถอินกับความลำบากของฮอลล์ได้เลย
ฮอลล์ถอนหายใจยาว
ขณะที่เขายังครุ่นคิดเรื่องจะจัดการยังไงดี จู่ ๆ ก็มีฟีนิกซ์สีแดงเพลิงตัวหนึ่งบินเข้ามาจากข้างนอก แล้วไม่รอช้า มุ่งตรงมาที่โต๊ะสลิธีรินทันที
นักเรียนปีสี่ขึ้นไปชินกับภาพนี้กันหมดแล้ว
แต่เด็กปีหนึ่งถึงปีสามจากทั้งสี่บ้านต่างพากันอ้าปากค้าง พร้อมเสียงร้อง "ว้าว" เมื่อเห็นเจ้าฟีนิกซ์
"ลูน่า" ฮอลล์ยื่นแขนออกไปให้ฟีนิกซ์เกาะ
แม้ว่าฟีนิกซ์จะตัวใหญ่พอตัว แต่ร่างกายแข็งแรงของฮอลล์ก็รับน้ำหนักได้สบาย ๆ ทำให้ลูน่าลงจอดอย่างมั่นคง
เดรโกบ่น "ฉันยังไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมนายตั้งชื่อฟีนิกซ์ว่าลูน่า? มันหมายถึงพระจันทร์ใช่มั้ย?"
"ถ้าจะให้แม่นนะ มันควรชื่อซันมากกว่า!"
ว่าแล้วเดรโกก็หันไปมองลูน่าด้วยสายตาอิจฉา
โธ่เว้ย!
ก็บอกแล้วว่า สัตว์วิเศษอย่างฟีนิกซ์น่ะ หายากสุด ๆ ไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
ทำไมมันถึงดันโผล่มา แล้วเลือกฮอลล์เป็นเจ้าของล่ะ!?
ฮอลล์ลูบขนลูน้าอย่างใจเย็น: "ก็ฉันไม่อยากตั้งชื่อผู้หญิงสวย ๆ ว่าโซล หรือโซลกาเลโอนี่นา"
พอเห็นลูน่าเริ่มเอาหัวจุ่มเข้าไปในจาน ฮอลล์ก็เอามือดันหัวเธอออกอย่างหมดหนทาง: "ยัยหนูเอ๊ย พักนี้น้ำหนักขึ้นอีกแล้วนะ กินน้อย ๆ หน่อยเถอะ..."
ยังไม่ทันพูดจบ ฮอลล์ก็โดนลูน่ากระแทกเบา ๆ อย่างไม่พอใจ
"จี๊บ—"
ลูน่าพองขนอย่างหัวเสีย แล้วสะบัดจดหมายสีแดงหล่นลงมา
ฮอลล์: "..."
……….