- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: ระบบยิ่งจ่ายยิ่งเก่ง
- บทที่ 9: แมวในวิชาแปลงร่าง
บทที่ 9: แมวในวิชาแปลงร่าง
บทที่ 9: แมวในวิชาแปลงร่าง
คาบแรกของฮอลล์ที่ฮอกวอตส์ก็คือ วิชาแปลงร่าง
เขาตั้งตารอวิชานี้มานานแล้ว
“นายยิ้มแบบแปลก ๆ ทำไม?” ซาบินี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมามองรอยยิ้มที่ดู... เอ่อ... เหมือนคนโรคจิตของฮอลล์
“เมื่อคืนตอนกินข้าว ฉันได้ยินผีในโรงเรียนคุยกัน เขาว่าจะมีแมวในคาบแปลงร่าง” ฮอลล์ตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูภูมิใจสุด ๆ
ในฐานะทาสแมวที่โดนสัตว์ทั้งโลกเกลียด เขาอยากเลี้ยงแมวมานานมากแล้ว
หลายปีก่อน อาเธอร์ พ่อของรอน เคยพาเขากับรอนไปบ้านเซดริกบนเนินเขาข้าง ๆ บ้านนั้นมีสัตว์เลี้ยงเต็มไปหมด
ทันทีที่ฮอลล์ก้าวเข้าไป สัตว์พวกนั้นก็พากันแตกตื่นหนีอลหม่าน
พวกมันถึงขั้นยอมปีนขึ้นตัวรอนยังดีกว่าให้ฮอลล์เข้าใกล้สักนิด
สุดท้ายเซดริกต้องเป็นคนมาอุ้มสัตว์ตัวน้อย ๆ ที่กำลังตัวสั่นหนีไปซ่อน
หลังจากนั้นเซดริกยังเขียนจดหมายไปฟ้องจอร์จ บ่นว่าเหล่าสัตว์น้อยที่บ้านเครียดจนฝันร้ายทุกคืน ไก่ในเล้าก็ไม่ยอมออกไข่เลย
แต่!
ฮอลล์คิดว่า แมวที่อยู่ในฮอกวอตส์ โดยเฉพาะแมวในคาบแปลงร่างนั้น มันต้องไม่เหมือนแมวทั่วไปแน่ ๆ
เพราะแมวตัวนั้นก็คือศาสตราจารย์มักกอนนากัลแปลงร่างมาเอง
มันจะไม่หนีเขาแน่นอน!
“จริงดิ!?”
ตอนนี้ทั้งเด็กชายหญิงจากทั้งสลิธีรินและกริฟฟินดอร์ต่างพากันตื่นเต้น
ใครล่ะจะไม่ชอบแมวน่ารัก ๆ
รอยยิ้มของฮอลล์ยิ่งร้ายขึ้นอีกระดับ
“นี่ สำหรับพวกเธอ”
เขาหยิบของที่เตรียมมาออกมาแจกอย่างใจดี เรียกได้ว่ามีส่วนช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองบ้านเลยก็ว่าได้
“ขอบคุณมากเลยนะ” เกรนเจอร์รับของจากฮอลล์แล้วแบ่งให้เด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ
“ฉันอยากเลี้ยงแมวมาตลอดเลย” เธอสะบัดไม้กายสิทธิ์ปลายตุ๊กตาแมวในมือ “ไม่รู้ว่าแมวตัวนั้นจะยอมตามฉันกลับบ้านกริฟฟินดอร์มั้ยนะ ถ้าได้มา ฉันจะดูแลอย่างดีเลย”
แพนซี่ เด็กสาวจากสลิธีรินฟังแล้วก็ไม่ยอมแพ้ “บ้านเราก็มีทุกอย่าง ไม่เห็นจะต้องไปกริฟฟินดอร์เลย ถ้าจะไปไหน ก็ต้องมาบ้านเราสิ!”
จากการเถียงกันของสองสาว สุดท้ายก็บานปลายกลายเป็นการโต้เถียงระหว่างสองบ้าน จนฮอลล์ต้องกลายเป็นพยานในการเดิมพันว่า—ใครที่ทำให้แมวยอมไปกับตัวเองได้ คนนั้นชนะ!
ฮอลล์: ขอให้พวกเธอยังอยากเลี้ยงอยู่…หลังรู้ความจริงนะ...
พอเข้าไปในห้องเรียน ทุกคนก็เห็นแมวน้อยตัวหนึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะอาจารย์ จ้องมองพวกเขาด้วยแววตาเคร่งขรึม
เธอเป็นแมวลายสีเทา มีลายรอบดวงตาเหมือนแว่น ดูเหมือนนักวิชาการสูงวัยเลยด้วยซ้ำ
ทั้งเด็กกริฟฟินดอร์และสลิธีรินต่างกรูกันเข้าไปหาทันที
“เธอดูจริงจังมากเลยอะ”
“แต่น่ารักสุด ๆ เลย!”
เกรนเจอร์ยื่นมือไปลูบขนนุ่ม ๆ ของแมวลายทันที
แมวดูเหมือนจะตกใจนิด ๆ ที่มีคนกล้าลูบตัวเธอ ตาแมวกลมโตเบิกกว้างจนน่าจะกินพื้นที่หน้าไปครึ่งหนึ่ง
“น่ารักเกินไปแล้ว!”
“ขนนุ่มมากกก!” แพนซี่ที่ไม่ยอมแพ้ก็รีบยื่นมือไปลูบบ้าง
ฮอลล์เองก็แอบลูบขนของแมวลายเช่นกัน ขนนุ่มมือมากจริง ๆ ฮิฮิฮิ~
พอลูบเสร็จเขาก็เดินกลับไปนั่งที่แบบสบายใจ
ส่วนแพนซี่กับเกรนเจอร์ในฐานะคู่แข่งหลัก ต่างคนต่างก็หยิบ “อาวุธลับ” ออกมา
คนนึงถือไม้กายสิทธิ์ที่มีตุ๊กตาแมวติด คนนึงถือไหมพรมก้อนกลม
ทั้งคู่ยื่นของเล่นไปตรงหน้าแมว
“เจ้าเหมียว ๆ มาหาพวกเรานะ ไปอยู่บ้านสลิธีรินกัน~”
“เจ้าเหมียว มากริฟฟินดอร์สิ ที่บ้านเรามีสไลเดอร์ด้วยนะ!”
ฮอลล์มองดูแมวลายที่ยืนค้างเหมือนรูปปั้น ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี
เขากำลังกลั้นหัวเราะสุดชีวิต
แล้วในตอนนั้นเอง "พี่ชายคนดี" ของเขา—รอน—ก็ยื่นมือออกมาตรงหน้าแมว มีใบแคทนิปเต็มฝ่ามือ ไม่รู้ไปเอามาจากไหน
“เฮ้ เจ้าเหมียว มาหาฉันเถอะ ฉันจะเตรียมของอร่อยไว้ให้เพียบเลย” รอนพึมพำ
“สาบานเลยว่าถ้ามาอยู่กับฉัน ชีวิตนายจะดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน ดูสิเธอผอมแห้งแค่ไหน…”
แคทนิปถูกยื่นตรงจมูกแมว
ฮอลล์เห็นแมวลายคนนั้นมีสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก
“รอน? นายก็ชอบแมวด้วยเหรอ?” แฮร์รี่ที่อยู่ข้าง ๆ ถามขึ้น
“ฮอลล์ชอบน่ะสิ เขาอยากเลี้ยงแมวมาตลอด แต่ที่บ้านไม่มีเงินพอจะซื้อน่ะ” รอนตอบ
“ฮอลล์นี่คือฝาแฝดที่นายเคยเล่าหรือเปล่า?”
ฮอลล์เห็นรอนพูดถึงตัวเองก็เลิกคิ้วขึ้น ไม่คิดเลยว่า “รอนนี่ที่รัก” จะโตขึ้นขนาดนี้แล้ว
“เมื่อกี้เธอ... กลอกตาใส่ฉันเหรอ?” รอนชี้ไปที่แมวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “ฉันอุตส่าห์เอาแคทนิปมาให้แท้ ๆ เธอกลอกตาใส่ฉันเหรอ!?”
ดิงด่อง
ดิงด่อง
เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้น ทุกคนเลยต้องหยุดเล่นกับแมว แล้วรีบกลับไปนั่งที่
แต่ศาสตราจารย์ก็ยังไม่โผล่มา
ในจังหวะที่เริ่มมีเสียงซุบซิบขึ้น แมวลายที่อยู่บนโต๊ะก็กระโดดลงพื้นอย่างเบา ๆ แล้วต่อหน้าทุกคน—
แปลงร่างกลับมาเป็นศาสตราจารย์!
บรรยากาศในห้องกลายเป็นความเงียบอึ้งแบบบรรยายไม่ถูก
เกรนเจอร์หน้าซีด พึมพำเบา ๆ “ฉันจับศาสตราจารย์มักกอนนากัลจริง ๆ ด้วย ฉันยังอยากเอาศาสตราจารย์กลับไปเลี้ยงอีก... เธอต้องตัดคะแนนฉันแน่ ๆ ฮือ…”
รอนซึ่งปกติชอบแขวะเกรนเจอร์ ก็ไม่เหลือเวลาจะคิดแบบนั้นแล้ว เขาเอาแต่เขย่าแขนแฮร์รี่
“แฮร์รี่ ฉันจะทำยังไงดี! ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะเขียนจดหมายฟ้องแม่ฉันมั้ย!? ฉันจะโดนไล่ออกมั้ย!? !!”
แฮร์รี่เองก็นั่งสิ้นหวังเหมือนกัน เขาตอบอะไรไม่ได้เลย—เพราะเขาลูบแมวตั้งแต่หัวจรดหาง
แค่คิดว่าแมวคนนั้นคือศาสตราจารย์มักกอนนากัล เขาก็อยากหั่นมือทิ้ง!
ไม่น่าไวมือเลย!
บ้านกริฟฟินดอร์วุ่นวายกันไปหมด ส่วนสลิธีรินที่ดูนิ่ง ๆ ข้าง ๆ ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่
“อ๊าาา เบลส ฉันจะทำยังไงดี! ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะเล่นงานฉันมั้ย จะตัดคะแนนฉันรึเปล่า!? อาจารย์ประจำบ้านต้องฆ่าฉันแน่เลย!” แพนซี่ที่แทบจะร้องไห้ เกาะเบลสแน่น
ซาบินี่ที่โดนจับแขนไว้แน่นยังดูใจเย็น “อาจารย์ประจำบ้านไม่ฆ่านักเรียนหรอก โดยเฉพาะนักเรียนในบ้านตัวเอง”
“อะไรนะ!? งั้นฉันจะโดนไล่ออกจากสลิธีรินใช่มั้ย!?” สมองของแพนซี่ตอนนี้เหมือนมีระบบกรองเฉพาะคำที่น่ากลัวที่สุดเท่านั้น
“เดรโก ช่วยจัดการเธอที” ซาบินี่ยอมแพ้แล้ว หันไปหาเดรโกที่นั่งข้าง ๆ
แต่พอหันไปดูดี ๆ เขาก็เห็นว่าเดรโกที่นั่งนิ่งอยู่นั้น—วิญญาณกำลังจะหลุดจากปาก
“เดรโก!!” ซาบินี่รีบผลักวิญญาณกลับเข้าไป!!
พวกนี้... ไร้ทางเยียวยาแล้ว!!
ทำไมไม่เรียนรู้จาก “เฮนรี่ วิลเลียม” หน่อยนะ? ดูเขาสิ…นิ่งสุดๆ
ซาบินี่ถอนหายใจอย่างอ่อนล้า เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่กระแอมเบา ๆ
ทั้งห้องเงียบสนิททันที เงียบชนิดที่ได้ยินเสียงหายใจเบา ๆ เลย
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังเหงื่อแตกเพราะลุ้นสุดขีด
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดขึ้นเรียบ ๆ ว่า
“เริ่มเรียนได้”
……….