- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เกียรติยศเลือดบริสุทธิ์
- บทที่ 19 แมวไล่จับหนู
บทที่ 19 แมวไล่จับหนู
บทที่ 19 แมวไล่จับหนู
ทันทีที่มัลฟอยได้ยินวาจาของลุค เขาก็รู้สึกราวกับถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
และเหตุผลของการถูกเหยียดหยามนั้น คือการถูกตราหน้าว่าเขาไม่คู่ควรกับเกียรติยศแห่งตระกูลมัลฟอย
นี่เป็นสิ่งที่มัลฟอยไม่อาจยอมรับได้
"แกเป็นตัวอะ... ก็อนท์?"
มัลฟอยอุทานชื่อของลุคออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
ลุคมองมัลฟอยที่ดูเหมือนจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมาแต่กลับทำไม่ได้ แล้วเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก "ถ้าเมื่อกี้ตะโกนออกมาเลย ฉันคงมองนายในแง่ดีกว่านี้หน่อย"
มัลฟอยอยากจะอาละวาด แต่เขาก็รู้ดีว่าคนตรงหน้าคือบุคคลที่พ่อของเขาย้ำนักย้ำหนาว่าต้องผูกมิตรด้วยให้ได้ก่อนเปิดเทอม
"แกกล้าดียังไง?!"
เขารู้ดีว่าในเวลานี้ เขาไม่อาจยกเรื่องสายเลือดขุนนางมาข่มอีกฝ่ายได้ เพราะสายเลือดของลุค ก็อนท์ นั้นสูงส่งยิ่งกว่าเขาเสียอีก
หรือจะเยาะเย้ยเรื่องเงินทองเหมือนที่ทำกับรอนยิ่งเป็นไปไม่ได้
ภายใต้การป่าวประกาศของพวกก๊อบลิน ข้อเท็จจริงที่ว่าลุค ก็อนท์ได้รับมรดกมหาศาลนั้นกลายเป็นข่าวใหญ่มาพักหนึ่งแล้ว
ทุกคนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าในห้องนิรภัยของตระกูลก็อนท์มีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่กันแน่
จนกระทั่งวันหนึ่ง ทั้งก๊อบลินและสำนักพิมพ์ต่างพากันปิดปากเงียบกริบ
คนทั่วไปอาจรู้สึกแค่ว่าเรื่องสนุกหายไปเรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นไร พวกเขาสามารถหาหัวข้อสนทนาทำนองนี้ได้เสมอในชีวิตประจำวัน
แต่เหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจในกระทรวงเวทมนตร์ต่างรู้ลึกซึ้งกว่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้น มัลฟอยรู้ดีว่าพ่อของเขาได้ส่งจดหมายเชิญอีกฝ่ายมาทานมื้อค่ำที่บ้านตลอดเดือนที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ถูกปฏิเสธด้วยข้ออ้างต่างๆ
นั่นทำให้ลูเซียส มัลฟอยไม่เคยเดาใจลุคได้เลย
ดังนั้นก่อนออกจากบ้าน เขาจึงทำได้เพียงกำชับเดรโกห้ามไปยั่วยุประมุขตระกูลก็อนท์เด็ดขาด
เพราะนั่นถือเป็นการผิดมารยาท
แต่มัลฟอยไม่ได้เห็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรงจากลุค เขาเห็นเพียงลุคส่ายหน้าด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง "ดูเหมือนนายจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า 'ขุนนาง' ที่แท้จริงสินะ"
พูดจบลุคก็เลิกสนใจมัลฟอย แล้วหันไปพูดคุยกับแฮร์รี่และรอนที่ยืนอยู่ข้างๆ แทน
ท่าทีของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน น้ำเสียงแฝงอารมณ์ขันอย่างแนบเนียน
นักเรียนคนอื่นๆ ที่ชะโงกหน้าออกมาจากห้องโดยสารเพื่อรอดูเรื่องสนุก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ต่างก็กลับเข้าไปนั่งที่เดิมด้วยความเสียดาย
แน่นอนว่าบางคนก่อนจะกลับเข้าไป ก็ไม่ลืมที่จะส่งสายตาเยาะเย้ยหรือผิดหวังมาให้มัลฟอย
ราวกับว่าเขาเพิ่งทำเรื่องน่ารังเกียจลงไป
มัลฟอยสัมผัสได้ถึงสีหน้าและสายตาเหล่านั้นจากผู้คนในตู้รถไฟ
นี่ทำให้เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างยิ่ง
เขาทำเหมือนที่เคยทำตามปกติชัดๆ แต่ทำไมคราวนี้เขาถึงได้รับแต่คำเยาะเย้ยและการดูถูกเหยียดหยามจากทุกคน?
คราวนี้เขาเป็นผู้ถูกกระทำด้วยซ้ำ
แครบและกอยล์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยืนห่อไหล่ราวกับไก่ชนที่แพ้สังเวียน
มัลฟอยอยากจะเข้าไปเอาเรื่องลุคให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อนึกถึงคำกำชับของพ่อ และคาถาไฟที่ควบคุมรายละเอียดได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อครู่ เขารู้ดีว่าไม่อาจวู่วามได้
การดันทุรังสู้ทั้งที่รู้ว่าแพ้—ไม่ใช่สิ่งที่เขาได้รับการพร่ำสอนมาตลอดชีวิต
ดังนั้นเขาจึงมองลูกสมุนด้วยความผิดหวัง ส่ายหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว แล้วเดินกลับเข้าห้องโดยสารของตัวเองไป
ลุคมองตามหลังเขาไปและส่ายหน้าอีกครั้งด้วยความเสียดาย
แฮร์รี่มองปฏิกิริยาของลุคแล้วถามด้วยความสงสัย "ลุค ทำไมนายถึงดูใส่ใจมัลฟอยจัง? แถมยังดู... ผิดหวังมากด้วย"
รอนพอจะรู้เรื่องพวกนี้บ้าง แต่ครอบครัวของเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ความเข้าใจของเขาจึงมีจำกัด
"ฉันแค่ผิดหวังในความใจกว้างของเดรโกน่ะ"
"จากตัวเขา ฉันมองเห็นเงาของพ่อเขาซ้อนทับอยู่"
สีหน้าของลุคดูผิดหวังจริงจัง แต่ในแววตากลับเจือไปด้วยความขบขัน
การที่ตระกูลแบบนี้กลายมาเป็นผู้นำของเหล่าขุนนางเลือดบริสุทธิ์ในปัจจุบัน มันบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างทีเดียว
"สุภาพบุรุษ ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจ ฉันคิดว่าเราเข้าไปนั่งคุยกันข้างในดีกว่านะคะ"
เฮอร์ไมโอนี่สัมผัสได้ว่ายังมีคนลอบมองพวกเขาอยู่ จึงเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงกึ่งระอา
"จริงด้วย! มาเถอะ เข้าไปนั่งคุยกัน!"
พูดจบ แฮร์รี่ก็เดินนำไปทางห้องโดยสารของเขากับรอน
เฮอร์ไมโอนี่เดินตามไปติดๆ เตรียมจะเข้าไปดูข้างใน
รอนเดินตามหลังเฮอร์ไมโอนี่ไปพลางทำหน้าครุ่นคิด
ลุคมองแผ่นหลังของทั้งสามคน เผยรอยยิ้มจริงใจออกมา แล้วก้าวเท้าตามไป
ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่างไป
บุ๊คเกอร์ล่ะ?
เขาก้มมองที่เท้าแต่ไม่พบร่องรอยของบุ๊คเกอร์
ความตื่นตระหนกแล่นเข้ามาในใจชั่ววูบ เขาคงไม่ได้มัวแต่มาช่วยเนวิลล์หาคางคกจนทำแมวตัวเองหายหรอกนะ?
ถ้าเป็นอย่างนั้น ตอนปิดเทอมหน้าร้อนเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนเจอลูน่า?!
ภายในตู้นั่ง บุ๊คเกอร์กำลังใช้กรงเล็บอันแหลมคมและแข็งแรงกดทับร่างของหนูอ้วนตัวใหญ่เอาไว้
มันเตรียมจะฝังเขี้ยวลงบนเจ้าหนูตัวนี้
เมื่อครู่มันได้กลิ่นของกินเลยแอบมุดเข้ามาในห้อง แล้วก็เจอกองขนม ซึ่งทำให้ตาของมันลุกวาว
แน่นอน ไม่ใช่เพราะขนมสีสวย แต่เป็นเพราะบนกองขนมนั้น มีหนูอ้วนตัวเบ้อเริ่มกำลังมุดหัวกินขนมในถุงอย่างตะกละตะกลาม ดูเหมือนมันจะไม่รู้ตัวเลยว่า แมวน้อยผู้ปราดเปรียวและน่ารักนามว่าบุ๊คเกอร์ ได้หมายหัวเอาชีวิตมันไว้แล้ว
แม้บุ๊คเกอร์จะรู้สึกว่าหนูตัวนี้ดูแปลกพิกล อย่างน้อยก็ไม่เหมือนหนูที่เคยเห็นในร้าน หรือหนูที่หนูน้อยลูน่าเคยเอามาให้เล่น
แต่... ถ้าเป็นหนู ก็ต้องกินได้สิ จริงไหม?
อืม ตอนนี้ข้าก็ไม่ได้ขาดแคลนอาหาร งั้นพอกัดให้ตายแล้วค่อยเอาไปฝากลุคให้ดีใจเล่นดีกว่า!
ขณะที่คิดเช่นนั้นและกำลังจะอ้าปากงับ บุ๊คเกอร์ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด
"อ๊ากกก!!! สแคบเบอร์!!!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของลุคแข็งค้าง
โอเค ตอนนี้เขารู้แล้วว่าบุ๊คเกอร์หายไปไหน...
เขาทำได้เพียงรีบก้าวเท้าฉับๆ ตามรอนไปให้ทัน แล้วอาศัยจังหวะที่เร็วกว่าคว้าเจ้าตัวยุ่งที่กำลังตกใจซุกเข้าอกเสื้อ
จากนั้นเขาก็รีบขอโทษรอน
"เอ่อ ขอโทษทีรอน นี่แมวฉันเอง"
"สงสัยมันจะหิวไปหน่อยน่ะ"
ลุคไม่ได้อธิบายอะไรมาก ขณะที่ปลอมประโลมรอน เขาก็จ้องมองหนูยักษ์ที่รอนรีบคว้าไปกอดไว้แนบอก ดวงตาของลุคฉายแววประหลาดล้ำลึก
เขารู้ดีว่าหนูตัวนั้นไม่ใช่หนูธรรมดา
แต่เขากำลังชั่งใจว่าเจ้าหมอนี่มีคุณค่ามากพอให้เขาใช้ประโยชน์หรือไม่
หรือในเมื่อกุมความลับเล็กๆ นี้ไว้แล้ว เขาควรจะเรียกร้องอะไรดี?
ลุคแสดงสีหน้าขอโทษขอโพย แต่ในใจกลับเริ่มคำนวณผลได้ผลเสีย
สแคบเบอร์ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ นอกจากจะแทบขาดใจตายเพราะแรงกอดของรอนแล้ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกหนาวเยือกจับขั้วหัวใจขึ้นมานอกเหนือไปจากความอึดอัดนั้น