- หน้าแรก
- ปาฏิหาริย์จิ้งจอกสยาม จากทีมหนีตกชั้น ผมจะพาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
- บทที่ 28 คนย่อมเอาชนะฟ้า
บทที่ 28 คนย่อมเอาชนะฟ้า
บทที่ 28 คนย่อมเอาชนะฟ้า
สิบห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลิงเฟิงแทบไม่รู้สึกเลยว่าเวลาล่วงเลยไปขนาดไหนแล้ว
เมื่อครู่นี้ รานิเอรี่เรียกเขาไว้รั้งท้ายแล้ววางมือบนไหล่ของเขา
"หลิง เธอรู้ไหมทำไมฉันถึงจับเธอมายืนตำแหน่งกองกลางตัวรับ?"
หลิงเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้า แผนการเล่นปัจจุบันของเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีตำแหน่งกองกลางตัวรุก แม้ตำแหน่งของเขาคือกลางรับ แต่รานิเอรี่ก็ให้อิสระเขามากและมีพื้นที่การเล่นที่กว้าง เวลาทีมบุก เขามักจะเติมขึ้นไปถึงหน้ากรอบเขตโทษคู่แข่งได้บ่อยๆ ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว กองกลางตัวรุกกับตัวรับก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
"เพราะเธอมีพรสวรรค์ เธอมีวิสัยทัศน์ที่แม่นยำในการอ่านทุกอย่างในสนาม ด้วยพรสวรรค์นี้ เธอคือเพลย์เมกเกอร์โดยธรรมชาติ"
จอมทัพบัญชาเกม?
ตาแก่คนนี้เห็นค่าผมขนาดนั้นเลยเหรอ?
เห็นประกายในดวงตาของหลิงเฟิง รานิเอรี่ก็พูดต่อ
"เธอเข้าใจถูกแล้ว หลิง ฉันกำลังปั้นเธอให้เป็นจอมทัพของทีม การเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่วและเทคนิคอันยอดเยี่ยมของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลสั้น แทงทะลุช่อง หรือวางบอลยาวแม่นๆ ล้วนเป็นจุดเด่นของเธอ แม้จะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่สิ่งเหล่านี้พัฒนาได้ด้วยเวลาและการฝึกซ้อม" รานิเอรี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลิงเฟิง
"หลิง ทั้ง ปีร์โล่ และ ชาบี ในอดีต หรือ โมดริช ในตอนนี้ ต่างก็เป็นนักเตะระดับท็อปในตำแหน่งนี้ เชื่อฉันสิ เธอทำได้ดีกว่าพวกเขาแน่ เธอมีข้อได้เปรียบทางสรีระที่ชาบีและโมดริชไม่มี และเธอเลี้ยงบอลได้ดีกว่าปีร์โล่"
"หลิง ฟังนะ ฉันต้องการให้เธอวิ่งให้มากขึ้น แกนกลางสนามทั้งหมดของเรา ตั้งแต่หน้ากรอบเขตโทษเราไปจนถึงหน้ากรอบเขตโทษคู่แข่ง คือพื้นที่รับผิดชอบของเธอ วิ่งซะ ใช้ข้อได้เปรียบทั้งหมดที่เธอมี เชื่อมเกมรุกของเราให้ติด!"
สุดท้าย รานิเอรี่ตบต้นแขนขวาของหลิงเฟิงอีกครั้ง
"ไปซะ หลิง ถึงฉันจะใส่ชื่อเธอในตำแหน่งกองกลางตัวรับ แต่มันไม่ใช่เพราะฉันอยากให้เธอเล่นเกมรับแน่นอน ปล่อยงานนั้นให้เอ็นโกโล่ เขาคือคนคอยซ้อนหลังให้เธอ"
ไปทำงานที่เธอควรทำซะ อนาคตของเธอไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก... มากจริงๆ
การแข่งขันครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น
หลังจากโดนรานิเอรี่เทศนาชุดใหญ่ หลิงเฟิงก็คึกคักราวกับโดนฉีดเลือดไก่
"เอ็นโกโล่ ส่งบอลมา..."
"กัปตัน ทางนี้..."
"ริทชี่..."
ขณะที่หลิงเฟิงคอยเรียกบอลและบัญชาการเกมรุกของทีมอย่างต่อเนื่อง รานิเอรี่ในชุดสูทสีดำก็ยืนยิ้มอยู่ที่ข้างสนาม
ก็องเต้ผู้ซื่อสัตย์มองดูคู่หูแล้วรู้สึกว่าหมอนี่ดูแปลกไปจากปกติ แต่บอกไม่ถูกว่าตรงไหน
เมื่อกี้บอสพูดอะไรกับเขาในห้องแต่งตัวหรือเปล่านะ?
ต้องยอมรับว่าคำพูดของรานิเอรี่สร้างแรงบันดาลใจให้หลิงเฟิงได้อย่างมหาศาล แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเป็นคนเริ่มเกมรุกของทีมบ้าง แต่ในฐานะเด็กใหม่ของทีมและรุกกี้ในพรีเมียร์ลีก เขายังขาดความกล้าเล่นกล้าเสี่ยงอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ คำว่า "จอมทัพบัญชาเกม" และ "ต้องการให้เธอวิ่งให้มากขึ้น" ได้เปิดโลกทัศน์ของหลิงเฟิงอย่างสมบูรณ์
วินาทีนี้ เขาได้กลายร่างเป็นหลิงเฟิงในอุดมคติของรานิเอรี่อย่างแท้จริง แม้จะยังดูอ่อนหัดไปบ้างก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงของหลิงเฟิงส่งผลให้เลสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการผ่านบอลและการเคลื่อนที่ของทีม ที่ลื่นไหลกว่าครึ่งแรกมาก
เหอ เหว่ย ในห้องส่งถ่ายทอดสดก็สังเกตเห็นเช่นกัน
"เฮ้... ครึ่งหลังเกมรุกของเลสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนไปมากเลยครับ โดยเฉพาะการเคลื่อนที่ของบอล เมื่อเทียบกับครึ่งแรก"
"ใช่ครับ ช่วงพักครึ่งรานิเอรี่ต้องติวเข้มหลิงเฟิงมาแน่ๆ เราเห็นได้ชัดเลยว่าพื้นที่การเล่นและความถี่ในการวิ่งของหลิงเฟิงดีกว่าเดิมมาก การเปลี่ยนแปลงของเขานี่แหละที่เชื่อมต่อนักเตะทุกแนวรุกของเลสเตอร์เข้าด้วยกัน"
"ดูสิครับ หลิงเฟิงได้บอลอีกแล้ว..."
"แอสตัน วิลล่า ไม่รีบบีบครับ ดูเหมือนพวกเขาจะมั่นใจว่าหลิงเฟิงจะหาช่องจ่ายบอล เลยพากันไปปิดทางจ่ายบอลของเขาหมด"
เป็นอย่างนั้นจริงๆ หลิงเฟิงเหยียบลูกบอลแล้วมองไปรอบๆ
"ลุยเองเลย!"
"หลิงเฟิงเลี้ยงจี้เข้าไปเองเลยครับ กรีลิชขยับเข้ามาป้องกัน แต่โดนหลอกหลังหักง่ายๆ เลย หมอนี่เกมรับไม่เด่นอยู่แล้วด้วย..."
"หลิงเฟิงเร่งเครื่องแล้วครับ..."
เห็นหลิงเฟิงไม่จ่ายบอลแต่กลับเลี้ยงแหวกกลางขึ้นมา กองหลังวิลล่าก็ตระหนักได้ว่าเขากำลังจะบุกเอง
เวสต์วูดรู้ตัวทันที รีบทิ้งตำแหน่งตัวเองแล้วพุ่งเข้าหาหลิงเฟิง
หลิงเฟิงเหลือบเห็นการเคลื่อนไหวของเวสต์วูดทางหางตา มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
รอจังหวะนี้อยู่แล้ว!
หลิงเฟิงสะบัดข้อเท้าซ้ายกะทันหัน
"จ่ายสวย!!"
"ลูกแทงทะลุช่องสวยงามมากครับ!"
"โอกาซากิ ชินจิ หลุดเข้ากรอบเขตโทษแล้ว..."
"ว้าว..."
"กูซาน เซฟได้เยี่ยมยอดครับ! เขาใช้ขาบล็อกลูกยิงจ่อๆ ของโอกาซากิ ชินจิ ไว้ได้!"
"วันนี้เลสเตอร์ ซิตี้ ดวงแตกจริงๆ ครับ!"
พลาดโอกาสทองไป โอกาซากิ ชินจิ เอามือกุมหัว ทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น
หลิงเฟิงไม่มีเวลามานั่งเสียดาย เพราะวิลล่าเปิดเกมสวนกลับทันที
"เฮ้... มาดูจังหวะสวนกลับของวิลล่าครับ..."
"พวกเขาเร็วมาก แนวรับเลสเตอร์ยังลงไม่ทันเลย ซินแคลร์พาบอลมาถึงมุมกรอบเขตโทษแล้ว..."
"ฮูธตามประกบอยู่ ซินแคลร์ไม่รีบเลี้ยงจี้เข้าหาประตู..."
"ตบกลับมาที่หน้ากรอบเขตโทษ กิล วิ่งมาซัดด้วยซ้ายตูมเดียว..."
"เรียบร้อยอีกแล้วครับท่าน!!"
"นาทีที่ 62 แอสตัน วิลล่า สวนกลับได้ประตูอีกแล้ว นำห่างเป็น 2-0!"
"พูดตรงๆ นะครับ วันนี้เลสเตอร์ ซิตี้ โชคร้ายสุดๆ ไม่ยิงชนเสาชนคาน ก็โดนผู้รักษาประตูคู่แข่งองค์ลงเซฟอุตลุด แต่แอสตัน วิลล่า ยิงเป็นเข้า ยิงเป็นเข้า"
มาถึงตรงนี้ แม้แต่จ้าน จวิน ก็ยังอดส่ายหน้าไม่ได้
ที่คิงเพาเวอร์ สเตเดียม ไม่ใช่แค่แฟนบอลบนอัฒจันทร์ แม้แต่รานิเอรี่และทีมสตาฟฟ์ข้างสนามยังอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
รานิเอรี่อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปทางซุ้มม้านั่งสำรองทีมเยือน เห็น ทิม เชอร์วูด กุนซือแอสตัน วิลล่า กำลังยิ้มหน้าบาน
ทำเอาตาแก่สงสัยว่าเมื่อคืนไอ้หมอนี่ไปซักกางเกงในให้เทพีแห่งโชคมาหรือเปล่า
บอกตามตรง สถานการณ์แบบนี้มันบั่นทอนกำลังใจจริงๆ
เห็นลูกทีมเลสเตอร์ ซิตี้ คอตกหมดอาลัยตายอยาก รานิเอรี่รู้ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิดว่าจะทำยังไง ใครคนหนึ่งในสนามก็ชิงลงมือไปก่อนแล้ว
"เฮ้ยพวกนาย ตั้งสติหน่อย ลืมที่โค้ชบอกในห้องแต่งตัวไปแล้วเหรอ?"
เงยหน้ามองแฟนบอลสิ! พวกเขามาเชียร์เราทุกนัด ไม่ว่าจะฝนตกแดดออก พวกนายยอมปล่อยให้พวกเขากลับบ้านไปพร้อมความผิดหวังจริงๆ เหรอ?
เสียงตะโกนของหลิงเฟิงดังลั่น แต่เพราะแฟนบอลบนอัฒจันทร์ก็กำลังซึม บรรยากาศเลยไม่ค่อยอึกทึกเท่าไหร่ ทำให้เพื่อนร่วมทีมได้ยินเขาชัดเจน
"แต่ หลิง วันนี้พวกเราดวงซวยจริงๆ นะ..."
"ดวงบ้าดวงบออะไรล่ะ...! ยุคไหนแล้ว เทพีแห่งโชคไปนั่งขันน็อตในโรงงานนู่นแล้ว!" หลิงเฟิงยิ่งพูดก็ยิ่งของขึ้น ไม่รู้ใครไปพูดยัดใส่หัวมา
"พี่น้องครับ ผมไม่เคยเชื่อเรื่องดวงเฮงซวยอะไรนั่น แล้วก็ไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตาบ้าบออะไรด้วย พ่อผมสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ คนย่อมเอาชนะฟ้า !"
คนย่อมเอาชนะฟ้า?
ฝรั่งตาน้ำข้าวที่วันๆ เอาแต่ขอบคุณพระเจ้า จะเคยได้ยินคำคมแบบนี้ได้ยังไง?
วินาทีที่ได้ยินสี่คำนี้ พวกเขารู้สึกเลือดลมสูบฉีดพล่านไปทั้งตัว!