- หน้าแรก
- วันพีซ เรือแห่งราคะ
- ตอนที่ 19: เผยความจริง
ตอนที่ 19: เผยความจริง
ตอนที่ 19: เผยความจริง
ตอนที่ 19: เผยความจริง
หลังจากซื้อเสบียงเรียบร้อย ทุกคนก็ขึ้นเรือและออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เกาะโอเปเทล
นามิมองหน้าอีธานแล้วถามขึ้น “เราเพิ่งอยู่บนเกาะนี้ได้ไม่ถึงชั่วโมงเลยมั้ง ทำไมนายถึงรีบร้อนจะไปเกาะโอเปเทลขนาดนั้น?”
“ดูใบประกาศจับพวกนี้สิ” อีธานหยิบใบประกาศจับของโซราและคุอินะออกมาโชว์ให้พวกสาวๆ ดู
ทันทีที่เห็นใบประกาศจับ นามิก็จำคนในภาพได้ทันที เธอรีบพูดขึ้นด้วยความตกใจ “อีธาน นายเป็นนักล่าค่าหัวงั้นเหรอ? ทางที่ดีนายอย่าไปยุ่งกับสองคนนี้ดีกว่านะ พวกเธอแข็งแกร่งมากแล้วก็นิสัยดีด้วย ชั้นเคยเจอพวกเธอมาก่อน พวกเธอช่วยชั้นไว้จากโจรสลัดที่พยายามจะจับตัวชั้น”
“เมื่อสามวันก่อนมีประกาศจับพวกเธอออกมา ค่าหัวก็สูงลิบ ตอนชั้นอ่านหนังสือพิมพ์ ชั้นแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกเธอจะจับเด็กเป็นตัวประกัน แต่ตอนนั้นชั้นคิดว่ากองทัพเรือคงไม่โกหก ชั้นเลยเริ่มเกลียดสองคนนี้... แต่พอมาถึงเกาะนี้และรู้ความจริง ชั้นผิดหวังในตัวกองทัพเรือจริงๆ เพราะงั้นเลิกคิดที่จะจับพวกเธอเถอะนะ?”
นามิรู้สึกเห็นใจสองสาวที่ไม่มีความผิดและไม่ได้ทำอะไรผิด แต่กลับถูกกองทัพเรือตั้งค่าหัวล่าสังหาร
“ชั้นไม่ใช่นักล่าค่าหัวหรอก ชั้นได้ยินเรื่องของพวกเธอมาเหมือนกัน แถมได้ข่าวว่ามีนักล่าค่าหัวฝีมือดีคนหนึ่งกำลังไล่ล่าพวกเธออยู่ และหมอนั่นเป็นผู้มีพลังผลปีศาจด้วย เพราะงั้นชั้นเลยจะไปที่นั่นเพื่อช่วยพวกเธอ” อีธานพูดพร้อมรอยยิ้ม
นามิรู้สึกหงุดหงิดเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอเตือนอีธานเสียงแข็ง “ฟังนะอีธาน พวกเราเป็นแค่คนธรรมดา เราไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับพวกนั้น นายทำอะไรกับสัตว์ประหลาดแบบนั้นไม่ได้หรอก”
เธอหรี่ตามองอีธานอย่างจับผิดแล้วพูดอย่างจริงจัง “อีกอย่าง... นายจะไปช่วยพวกเธอเพราะหวังจะให้พวกเธอมาตกหลุมรักนายใช่ไหม? เลิกฝันกลางวันเถอะ พวกเธอไม่ใช่คนระดับที่นายจะแตะต้องได้ แล้วอีกอย่างพวกเธอก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนายหรอก พวกเธอเก่งจะตาย ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”
อีธานจ้องมองเข้าไปในดวงตาของนามิและเห็นความขุ่นเคืองในนั้น เขาคิดในใจ ‘เธอกำลังหงุดหงิดที่เราจะไปสู้กับคนเก่งๆ หรือหึงที่เราจะไปตามสาวอื่นกันแน่นะ?’
ขณะที่เขาพยายามจะทำให้นามิใจเย็นลง ลูซี่ก็แทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกว้างพลางถือใบประกาศจับไว้ในมือ “พวกเธอเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? งั้นชั้นอยากได้พวกเธอมาเป็นพวกพ้องจัง!”
“ชั้นไม่เห็นว่าจะมีปัญหาตรงไหนเลย ตราบใดที่อีธานต้องการจะไป” อัลบีด้าเดินเข้ามาโอบกอดอีธานจากด้านหลังและกระซิบข้างหูเขาแผ่วเบา “ชั้นไม่ว่าอะไรหรอกนะ ถ้านายจะมีผู้หญิงเพิ่ม”
“พวกบ้า... บ้ากันไปหมดแล้ว” นามิพูดทิ้งท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไป ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้า
“เดี๋ยวชั้นไปคุยกับเธอให้ใจเย็นลงเอง” อีธานลุกขึ้นแล้วเดินตามนามิออกไป
...
นามิยืนอยู่ตรงขอบเรือ สายตาทอดมองไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่พลางถอนหายใจ “พวกโง่... ถ้าพวกนั้นรู้ว่าสองสาวนั่นแข็งแกร่งขนาดไหน คงไม่มีทางไปที่นั่นแน่”
เมื่อสามเดือนก่อน โซราและคุอินะได้ช่วยนามิไว้จากโจรสลัด ทั้งสองคนจัดการโจรสลัดนับสิบได้ในพริบตา ซึ่งสร้างความประทับใจที่ไม่มีวันลืมให้กับนามิ
อีธานเดินเข้ามาหานามิแล้วยืนข้างๆ เธอ เมื่อนามิสังเกตเห็นเขา เธอก็หันหน้าหนีไปอีกทางทำเป็นไม่สนใจ ทันใดนั้นอีธานก็ถามขึ้น “นามิ เธอเชื่อเรื่องผลปีศาจไหม?”
“ชั้นไม่เชื่อหรอก มันก็แค่เรื่องเล่าหลอกเด็ก นายถามทำไม?” นามิตอบโดยไม่หันมามอง เธอยังไม่รู้ว่าลูซี่กับอัลบีด้ากินผลปีศาจเข้าไป เพราะพวกเธอยังไม่ได้ใช้พลังให้เห็น
“นามิ ดูมือชั้นสิ” อีธานยกมือขึ้นให้นามิดู นามิยอมหันมามองตามคำขอ และในวินาทีถัดมา มือของอีธานก็เริ่มเปลี่ยนแปลง กรงเล็บยาวงอกออกมา เกล็ดสีดำทมิฬปกคลุมมือและลามไปถึงครึ่งแขน เกล็ดพวกนั้นดูแข็งแกร่งราวกับเกราะเหล็ก
นามิผงะถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกใจเมื่อเห็นมือของอีธานเปลี่ยนรูปไป เมื่อเห็นท่าทีหวาดกลัวของเธอ อีธานก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางคืนสภาพมือให้กลับเป็นปกติ “ไม่ต้องกลัว ชั้นแค่ต้องการพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าผลปีศาจมีจริง”
“นาย... นายกินผลปีศาจเข้าไปเหรอ? ผลปีศาจมีอยู่จริงงั้นเหรอเนี่ย?” นามิถามด้วยความตกตะลึง
“ใช่ ชั้นมีพลังผลปีศาจ และไม่ใช่แค่ชั้น... ลูซี่กับอัลบีด้าก็กินผลปีศาจเหมือนกัน เพราะงั้นสิ่งที่ชั้นพยายามจะบอกก็คือ เราไม่ต้องกังวลเรื่องความอ่อนแอหรอก พวกเราแข็งแกร่งกว่าที่เธอคิดเยอะ” อีธานพูดพลางเดินเข้าไปสวมกอดนามิ
เมื่อได้ยินสิ่งที่อีธานพูด นามิก็เริ่มคิดตาม ‘ถ้ามีผลปีศาจ พวกเขาจะเก่งขนาดนั้นจริงเหรอ? จะเอาชนะอารอนด้วยพลังผลปีศาจได้ไหมนะ?’
นามิผละออกจากอีธานแล้วมองหน้าเขาพร้อมรอยยิ้ม “ถึงนายจะพิสูจน์ได้ว่าผลปีศาจมีจริง แต่นายยังไม่ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของมันเลยนะ บอกชั้นหน่อยได้ไหมว่าผลปีศาจของนายทำอะไรได้บ้าง?”
อีธานยิ้มแล้วเล่าความสามารถของผลปีศาจให้นามิฟัง ซึ่งทำเอาเธออึ้งไปเลย ความเชื่อมั่นเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเธอว่าอีธานอาจจะเอาชนะอารอนได้
‘ควรบอกอีธานเรื่องอารอนดีไหมนะ? แต่ถ้าอีธานไปสูู้กับอารอนแล้วแพ้ขึ้นมา ก็เท่ากับว่าชั้นฆ่าอีธานทางอ้อมน่ะสิ’ ความขัดแย้งตีกันวุ่นในหัวของนามิ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว จากดีใจเป็นลังเล แล้วก็ขมวดคิ้วเครียด
“คิดอะไรอยู่นามิ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกชั้นได้นะ ชั้นจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอเอง” อีธานพูดพลางโอบเอวนามิไว้
นามิชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะบอกดีไหม แล้วเธอก็ตัดสินใจได้ เธอมองอีธานแล้วพูดว่า “นายเคยถามชั้นก่อนหน้านี้ใช่ไหมว่าทำไมชั้นถึงต้องการเงินมากขนาดนั้น... ชั้นจะตอบคำถามนายเดี๋ยวนี้แหละ”
นามิสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดต่อ “ถ้านามิบอกว่าต้องการเงินไปช่วยชีวิตคน... นายจะเชื่อนามิไหม?”
พูดจบนามิก็มองอีธานด้วยความประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดความจริงเรื่องนี้กับใครสักคน ‘อีธานจะเชื่อชั้นไหมนะ?’
“เชื่อสิ ชั้นเชื่อเธอ” อีธานยิ้มและพยักหน้า
“เอ๊ะ! นาย... นายเชื่อชั้นจริงๆ เหรอ? ชั้นเคยพยายามจะขโมยเรือนายนะ นายจะไว้ใจหัวขโมยจริงๆ เหรอ?” นามิคาดไม่ถึงเลยว่าอีธานจะเชื่อเธอง่ายขนาดนี้
“แน่นอน” อีธานยิ้ม วางมือบนไหล่นามิแล้วพูดว่า “รู้ไหม ดวงตาคนเรามันโกหกกันไม่ได้หรอก ตอนที่เธอพูดจบ ชั้นเห็นความจริงใจในดวงตาคู่นั้น อีกอย่าง... ตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงของชั้นแล้ว แน่นอนว่าชั้นต้องเชื่อใจเธออยู่แล้ว”
คำพูดนี้ดังก้องในหูนามิ ราวกับกองไฟที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่หนาวเหน็บ อบอุ่นและสว่างไสว มันไม่เพียงแต่ทำให้โลกของนามิสดใสขึ้น แต่ยังมอบความสบายใจอย่างที่สุดให้กับเธอ!
อาจเป็นเพราะความคับแค้นและความทุกข์ทรมานที่สั่งสมมาตลอดเส้นทาง ในนาทีนี้ จู่ๆ เธอก็ได้รับความไว้วางใจและความห่วงใยจากคนอื่น ทำให้อารมณ์ของนามิระเบิดออกมาเหมือนเขื่อนแตก
ความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานพรั่งพรูออกมาอย่างรุนแรง นามิตื้นตันจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่! เธอกอดอีธานแน่น ร่างเล็กๆ สั่นเทา น้ำตาไหลพราก ในตอนนี้ นามิลืมทุกสิ่งทุกอย่าง เธอเพียงแค่อยากจะโถมจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าของเธอลงในอ้อมกอดของอีธาน แลกกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของตัวเอง
หลังจากนามิสงบสติอารมณ์ลงได้ เธอก็เริ่มเล่าเรื่องราวของเธอ ตั้งแต่ตอนที่อารอนบุกหมู่บ้านและฆ่าแม่ของเธอ ไปจนถึงการที่อารอนบังคับให้เธอเขียนแผนที่ และข้อตกลงที่เธอทำไว้กับอารอนเพื่อไถ่ถอนหมู่บ้าน ก่อนจะตบท้ายว่าเธอเกลียดโจรสลัดเข้าไส้
“นามิ ความจริงแล้ว... ชั้นเป็นโจรสลัด” เมื่อนามิบอกว่าเกลียดโจรสลัด อีธานจึงตัดสินใจบอกความจริงตอนนี้เลย ดีกว่าปิดบังไว้แล้วเธอไปรู้ทีหลัง ซึ่งจะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีก เพราะเธอจะคิดว่าเขาหลอกลวง
“นายเป็นโจรสลัด...” ทันทีที่ได้ยิน นามิก็ผละตัวออกห่าง สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนและพยายามจะหนี แต่อีธานดึงเธอกลับมากอดอีกครั้ง
“นามิ ใจเย็นๆ โจรสลัดไม่ได้เลวเหมือนกันทุกคนหรอกนะ ชั้นกับลูซี่จะไม่ทำร้ายชาวบ้านเหมือนพวกโจรสลัดชั่วๆ พวกนั้น และชั้นสัญญา... ชั้นจะช่วยหมู่บ้านของเธอจากอารอนให้ได้ เพราะงั้นเชื่อใจชั้นได้ไหม?”
“ชั้นตกใจจริงๆ ที่รู้ว่านายเป็นโจรสลัด และนายก็รู้ว่าชั้นเกลียดโจรสลัด... แต่ชั้นจะให้โอกาสนายพิสูจน์ตัวเองว่านายเป็นคนดี” นามิพูดพลางจ้องมองตาอีธานอย่างจริงจัง
“ได้เลย ชั้นจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าชั้นเป็นคนดี” อีธานยิ้มแล้วก้มหน้าลงไปจูบนามิ จากนั้นเขาก็อุ้มเธอขึ้น ทั้งคู่เข้าไปในห้องพักและล็อคประตู เขาต้องการเวลาส่วนตัวสำหรับเขากับนามิ
หลังจากเข้ามาในห้อง นามิก็ผละริมฝีปากออก มองหน้าอีธานแล้วพูดว่า “ชั้นไม่คิดว่านี่จะเป็นสิ่งที่คนดีเขาทำกันหรอกนะ”
“แต่ชั้นก็ไม่ได้เกลียดมันหรอกนะ...” พูดจบนามิก็ประทับจูบอีธานอีกครั้ง
....
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน