เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 3 ก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

Chapter 3 ก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

Chapter 3 ก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน


ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว เฉิงเจียวหยางที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนได้มองดูสวีชิงที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับการทำงานบ้าน แม้ว่าบ้านของพวกเขาจะดูเล็กๆ แต่เชื่อมั้ยก็ยังมีอะไรให้ทำอยู่เป็นประจำเลยล่ะ

ในความทรงจำของเธอ เมื่อก่อนแม่ของเธอได้พาเธอออกไปอาศัยอยู่ในบ้านพักของคุณปู่ และได้สั่งให้ป้าจางดูแลในเรื่องของอาหารทั้งสามมื้อและมีแม่บ้านประจำเพื่อดูแลคฤหาสน์ ซึ่งเธอไม่เคยเห็นแม่ของเธอทำงานบ้านมาก่อนเลย

แต่แม่คนปัจจุบันของเธอในตอนนี้กลับทำงานบ้านจนเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา จนเธอไม่อยากจะเชื่อเลย..!! บุคลิกของเธอค่อนข้างอ่อนแอและสมควรที่จะได้รับคำชมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่ว่าคนเป็นแม่ทุกคนจะสามารถเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวได้หรอกนะ

“เจี่ยวเจียว แม่อาบน้ำเสร็จแล้ว ลูกรีบไปอาบน้ำได้แล้วจ่ะ!” เสียงของสวีชิงตะโกนออกมาขัดจังหวะความคิดของเฉิงเจียวหยาง

คืนนั้น เฉิงเจียวหยางได้ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอากาศที่ร้อนเกินไปมันทำให้เธอนอนไม่ได้เลย และเมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอกลัวจนแทบจะกระโดดหนีเมื่อสายตาหันไปเห็นเงาที่อยู่ตรงปลายเตียง แต่เนื่องจากเธอสายตาสั้น เงาตรงนั้นจึงมืดและมีลักษณะที่แปลกประหลาดเป็นพิเศษ

มือของเธอเร็วเท่าความคิด...!! รีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเปิดไฟฉาย และทันทีที่ส่องแสงไฟไปที่เงาตรงนั้น เธอก็เห็นสวีชิงที่ยืนอยู่เพียงคนเดียว

เฉิงเจียวหยางเอามือลูบที่อกอย่างรู้สึกโล่งใจ แล้วถามสวีชิงอย่างสุภาพว่า “ทำไมแม่ถึงยังไม่นอนล่ะคะ...?” ซึ่งตอนนี้มันก็ดึกแล้วด้วย! เธอกำลังทำอะไรนะ แทนที่จะนอนกลับมานั่งอยู่ที่ปลายเตียงแบบนี้

โชคดีนะเนี่ย...ที่ร่างนี้เธอไม่ได้เป็นโรคหัวใจ !!

สวีชิงก็ต้องตกใจ เมื่อได้ยินเสียงของเฉิงเจียวหยาง และเธอก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “แม่กำลังจะไปนอนแล้วจ่ะ”

เมื่อได้ยินเสียงแหบๆของสวีชิง เฉิงเจียวหยางจึงลุกขึ้นเดินไปเปิดไฟในห้อง ตามที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด เธอเห็นสวีชิงพยายามซ่อนดวงตาที่บวมและแดงก่ำจากการร้องไห้ของเธอไว้

กลางดึกแบบนี้ทำไมเธอถึงมานั่งร้องไห้ตามบวมแบบนี้นะ หรือว่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น...!! สำหรับตัวเธอนั้น ในเวลาที่ผู้ชายที่เธอรักไปสนิทสนมกับผู้หญิงหน้าอกใหญ่ต่อเธอ เธอก็ไม่ได้ร้องไห้จริงๆ อย่างน้อยในเวลาที่เธอรู้สึกท้อแท้เธอก็จะทำเพียงนั่งร้องไห้เงียบๆอยู่คนเดียว

“เกิดอะไรขึ้นค่ะ...มีใครมาแกล้งแม่คะ..!?”

“ไม่มีอะไรจ่ะ...” สวีชิงหันหน้าหนี และแอบเช็ดน้ำตาของเธอ "ลูกก็ไปนอนได้แล้วนะจ๊ะ"

“หนูเห็นนะคะ ว่าแม่กำลังร้องไห้ เกิดอะไรขึ้นคะแม่...? หนูเป็นลูกสาวของแม่นะคะ ดังนั้นหากมีปัญหาเราก็ควรที่จะร่วมกันเผชิญหน้าปัญหานั้นไปด้วยกันสิคะแม่”

สวีชิงมองไปที่เฉิงเจียวหยางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังลังเลที่จะพูดออกมา อยู่น้ำตาของเธอก็ไหลลงมาราวกับเขื่อนแตก

เฉิงเจียวหยางลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างๆกับสวีชิง และยื่นมือออกไปเธอโอบกอดสวีชิง ในขณะที่เธอพูดเบาๆ “หนูโตแล้วนะคะ แม่สามารถคุยกับหนูได้ทุกเรื่องนะคะ บางครั้งเราอาจจะมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง แต่อาจมีบางคนที่มีวิธีการแก้ไข และในตอนนี้ครอบครัวของเรามีกันอยู่เพียงเราสองคน ดังนั้นแม่เชื่อใจหนูได้นะคะ!!”

สวีชิงเป็นหัวหน้าของครอบครัวมาโดยตลอด และตอนนี้ลูกสาวของเธอก็กำลังปลอบโยนเธอ มันทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้น มันเหมือนกับว่าเธอได้เติมพลังจากอ้อมกอดนั้น มันทำให้สวีชิงต้องหลั่งน้ำตาแห่งความขมขื่นออกมาอีกครั้ง

เฉิงเจียวหยางได้ลูบด้านหลังของสวีชิงซ้ำๆเพื่อปลอบโยน และเธอก็ปล่อยให้สวีชิงร้องไห้ออกมาให้ บางครั้งการร้องไห้ออกมามันก็ยังดีกว่าที่เราเก็บความทุกข์นั้นไว้ในใจเป็นไหนๆ

เมื่อสวีชิงเริ่มสงบลงเรื่อยๆ เฉิงเจียวหยาง ก็พูดขึ้นว่า “เอาล่ะ...แม่บอกหนูได้มั้ยคะ...ว่าทำไมแม่ถึงมานั่งร้องไห้ตอนนี้…?”

“เจี่ยวเจียว แม่ทำลูกต้องผิดหวัง…” สวีชิงไม่สามารถปกปิดเสียงร้องไห้ของเธอได้

“จะเป็นไปได้ยังไงคะ...? คนอื่นอาจจะทำให้หนูผิดหวัง แต่แม่จะไม่ทำแบบนั้น หนูเชื่อแบบนั้นค่ะ!!”

สวีชิงรู้สึกปลื้มกับคำพูดที่เด็ดเดี่ยวของเฉิงเจียวหยาง และในที่สุดเธอก็ยอมบอกออกมา ถึงสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกเศร้าขนาดนี้

สวีชิงทำงานเป็นตัวแทนขายในร้านขายโทรศัพท์มือถือในศูนย์การค้า เมื่อวานหลังจากทำงานในช่วงบ่าย เธอไม่สนใจอะไรเลย เนื่องจากเธอคิดถึงลูกสาวของเธออยู่ตลอดเวลา และนั่นทำให้มีคนแอบเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่สามเครื่องเป็นของปลอม กว่าเธอจะรู้สึกตัวโทรศัพท์ก็ได้ถูกขโมยไปแล้ว เนื่องจากในช่วงที่เธอส่งของกลับไปที่เคาน์เตอร์มันอาจจะใช้เวลาสักพัก แต่เมื่อถึงตอนนั้นนักต้มตุ๋นก็ได้หนีไปแล้ว

แม้ว่าพวกเขาแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตำรวจทันที แต่นักต้มตุ๋นก็ยังสามารถหลบหนีได้ บวกกับความจริงที่ว่า สวีชิงได้ขอลางานเป็นช่วงเวลานาน จึงทำให้เจ้าของร้านก็รู้สึกไม่พอใจมากและเธอก็ถูกไล่ออก นอกจากนี้เขายังบังคับให้เธอชดใช้ค่าโทรศัพท์มือถือทั้งสามเครื่องที่ถูกขโมยไปด้วย หากพวกเขาไม่สามารถจับคนผิดได้และพวกเขาจะไม่คืนเงินให้เธอ

เงินออมของเธอเกือบห้าพันดอลลาร์หายไปในชั่วข้ามคืน เงินเกือบทั้งหมดที่เธอเก็บไว้สำหรับค่าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของลูกสาวของเธอ! เธออยากให้ลูกสาวของเธอได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดี แต่ถ้าไม่มีเงินค่าเล่าเรียนเธอจะทำอะไรได้อีก นอกจากหลั่งน้ำตาอันขมขื่นด้วยความหงุดหงิด...?

“ยังไงเงินมันก็หายไปแล้วนะคะ ยังมีวิธีหาเงินจำนวนนั้นคืนมาอีกมากมายนะคะ ยิ่งไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยยังสามารถเข้าร่วมในการกู้เพื่อการศึกษาได้นะคะ เรื่องนี้แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เฉิงเจียวหยางกล่าวเพื่อปลอบใจสวีชิง

หลังจากได้ระบายความทุกข์ในใจของเธอแล้ว สวีก็สงบลงมาก ในขณะที่อีกด้านหนึ่งเธอก็ได้สัมผัสกับคำพูดที่ดูมีเหตุผลของลูกสาว ในทางกลับกันเธอไม่ต้องการปล่อยให้ลูกสาวตัวน้อยต้องรับผิดชอบเช่นนี้ เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “พรุ่งนี้ฉแม่จะไปหาลุงของลูกเพื่อยืมเงิน เจี่ยวเจียวแม่จะทำให้ลูกมั่นใจว่า แม่จะสามารถทำให้ลูกสาวของแม่เข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่นให้ได้!!”

ลุงเหรอคะ...?

“ลุงจะให้พวกเรายืมเงินหรือเปล่าคะ...?”

หลังจากที่เฉิงเจียวหยางถามออกไป เธอสังเกตเห็นว่าสวีชิงมีท่าทีลังเลเล็กน้อย และเธอรู้ทันทีเลยว่าลุงคนนี้จะไม่สามารถช่วยเราได้

ไม่มีสามีหรือครอบครัวที่พวกเขาสามารถพึ่งพาอาศัยกันได้จึงไม่แปลกใจเลยที่เมื่อพวกเขาต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้ดูเหมือนว่าท้องฟ้ากำลังจะล่มสลาย

เมื่อก่อนนี้ เธอไม่ได้สนใจกับเงินห้าพันดอลลาร์เลย เธอไม่เคยคิดเลยว่าเงินจำนวนนี้จะทำให้ครอบครัวของเธอต้องกังวลมากมายขนาดนี้

แม้ว่าตอนนี้จะพ้นเที่ยงคืนมาแล้วก็ตาม เฉิงเจียวหยางก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองนอนหลับได้ เธอคิดไม่ตกเลยว่าว่าเธอจะสามารถแก้ไขปัญหาของครอบครัวได้อย่างไร

แม้ว่าสวีชิงจะสามารถหากู้เงินมาได้ แต่มันก็เป็นไม่เพียงพออยู่ดี วิธีเดียวที่จะออกจากภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ คือการการหาแหล่งรายได้ที่ดี

เมื่อลองนั่งคิดถึงสถานการณ์จากอย่างถี่ถ้วน ดูเหมือนว่าทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้คือ การที่เธอต้องเข้าร่วมในการเลือกเฟ้นหานางแบบ

ในวันถัดไป เฉิงเจียวหยางไม่ได้ไปบ้านลุงของเธอกับสวีชิง เธอโกหกไปว่าเพื่อนเก่าของเธอได้นัดให้ออกไปเจอกันเพื่อคุยอะไรบางอย่างและขอเงินจากสวีชิงเล็กน้อยก่อนออกไปข้างนอก

หลังจากลองค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตดูแล้ว เฉิงเจียวหยางก็ตรงออกไปที่สถานที่รับลงทะเบียนทันที

ตรงข้ามกับการลงทะเบียนออนไลน์ การมาสถานที่เพื่อลงทะเบียนเองนั้น มันเด็ดขาดกว่า เมื่อลงทะเบียนด้วยตนเองจะมีเจ้าหน้าที่ คอยตรวจวัดเกณฑ์สัดส่วนของผู้สมัครทุกคน เขาจะวัดขนาดของหน้าอก เอว และสะโพก รวมถึงส่วนสูง และน้ำหนักด้วย หากผ่านการตรวจร่างกายตามเกณฑ์ ผู้สมัครจะไปยังต่อที่ในรอบของการสัมภาษณ์ต่อไป หากพวกเขาสามารถผ่านการสัมภาษณ์พวกเขาก็จะสามารถมีได้เข้าร่วมในการแข่งขัน เมื่อเทียบกับการลงทะเบียนออนไลน์ยุ่งยากกว่าเยอะ หลังจากกรอกข้อมูลแล้วผู้สมัครจะต้องรอให้ระบบตรวจสอบคุณสมบัติของพวกเขา และหลังจากนั้นพวกเขาจะต้องสัมภาษณ์ทางวิดีโอ เมื่อพวกเขาผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ทางวิดีโอแล้ว พวกเขาจะต้องจองเวลาเพื่อไปที่สถานที่ลงทะเบียนเพื่อทำการวัดสัดส่วนต่างๆ เฉพาะในกรณีที่ผลการวัดและข้อมูลการลงทะเบียนได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น จึงสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้

สถานที่ลงทะเบียนนั้น ดูใหม่กว่าในเมืองที่เฉิงเจียวหยางอาศัยอยู่ซะอีก โชคดีที่ที่นี่มีสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ใกล้ๆ กับสถานที่เธอต้องไป นอกเหนือจากเมื่อวานที่เธอออกจากโรงพยาบาลใหญ่กับสวีชิง เฉิงเจียวหยางก็ยังไม่เคยขึ้นรถบัสมาก่อนเลย และก็นี่เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอจึงพยายามดูอย่างรอบคอบ ดังนั้นแม้ว่ามันจะเป็นครั้งแรกที่เธอขึ้นรถบัสเพียงลำพัง เธอก็ไม่ได้สับสนเลย

เฉิงเจียวหยางได้ขึ้นรถบัสไปที่สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดก่อน จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ลงทะเบียน

ตอนนี้ 9 โมงเช้าแล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากเข้าแถวเพื่อกรอกข้อมูลที่โต๊ะลงทะเบียน อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียน

เด็กผู้หญิงทุกคนที่รอลงทะเบียนเข้าร่วมนั้นทั้งสวยและสูงกันทั้งนั้น ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมของพวกเขาได้รับการเลือกอย่างสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้พวกเขาดูโดดเด่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เห็นได้ชัดว่ามีเด็กผู้หญิงสองคนมาด้วยกันและตอนนี้กำลังตื่นเต้นกับการพูดคุยกับสำเนียงตะวันออกเฉียงเหนือ

“โอ้พระเจ้าฉันตื่นเต้นมาก! หยางเปาคิดว่าฉันจะผ่านมั้ย....?” ในขณะที่คิวค่อยๆเดินหน้าไปข้างหน้าเด็กสาวร่างสูงที่อยู่ด้านหน้าทำท่าทางประหม่าถามเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ

“ได้แน่นอน! เธอไม่ต้องเครียดหรอก” หญิงสาวที่โดนถาม ยกมือขึ้นทำท่าทางที่ให้กำลังใจหยางเปา

ในขณะที่เฉิงเจียวหยางเฝ้าดูปฏิกิริยาระหว่างเด็กหญิงสองคน มุมปากของเธอก็งอลงเล็กน้อย หญิงสาวสวยคนนั้นเธอมีเพื่อนที่ดีมากนะ มีคนคอยอยู่ข้างๆพร้อมที่จะหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกับเธอ พวกเขาสองคนทำสิ่งที่บ้าๆ หลายอย่างด้วยกัน

เมื่อเธอนึกถึงว่าตัวตนของเธอแตกต่างกับตอนนี้ราวฟ้ากับเหวกับโลกเธอ ในตอนนั้น เธอรู้สึกเสียใจมากที่ตัดสินใจกลับไปยังประเทศเกิดของเธอ ถ้าเธอยังไม่ได้กลับบ้านบางทีในเวลานี้เธออาจจะยังคงสนุกกับชีวิตในฐานะหญิงสาวคนนึง เธออาจจะไปเลือกซื้อของที่ร้านค้ากับเหมยหนิว ได้ส่งสายตาหวานๆให้หนุ่มๆได้กระแอมกระไอเล็กๆน้อยๆ และแม้ว่ามันจะทำให้เธอเจ็บปวดมันก็ไม่สำคัญ เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมในเวลานั้นเธอถึงยืนยันที่จะกลับบ้าน เพื่อไปต่อสู้กับคนโง่ของตระกูลเฉิง..!?

โอ้ แต่ไม่เป็นไร พูดตามตรงนะว่าในเวลานั้นเธอคิดว่าเธอไม่มีความสุขและต้องการหาสิ่งที่จะทำให้เธอพึงพอใจได้ จากนั้นเธอก็นึกถึงคู่แม่และลูกสาวของตระกูลเฉิง ที่ทำลายชื่อเสียงของเธออย่างเลวทราม เธอรู้ว่าเธอแตกต่างจากตัวตนเก่าของเธอมาก เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวกันที่ไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับกลอุบายของแม่เลี้ยงได้อทำให้เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปอยู่ต่างประเทศกับปู่ของเธอ ดังนั้นเธอจะไม่ยอมให้พวกเขามีชีวิตที่สุขสบายแน่ๆ..!!?

หากความรู้สึกของคุณเต็มไปด้วยความเกลียดชังและมีความความแค้นภายในใจ แน่นอนว่าคุณจะต้องเลือกการแก้แค้นเอาคืนกับคนที่ได้ทำกับคุณไว้อย่างสาสม

การเริ่มต้นแก้แค้นของเธอค่อนข้างราบรื่น แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร หวานใจของน้องสาวเธอก็ได้มาสารภาพรักกับเธอ มันทำให้เธอตกใจมาก เพราะเธอไม่ได้คาดหวังว่าเหยื่อของเธอจะส่งตัวเองมาถึงที่ประตูของเธอแบบนี้ ในเวลานั้นใบหน้าเจื่อนๆและสีหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดของเฉิงชื่อหยุน ทำให้เฉิงเจียวหยางรู้สึกค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมาก

เฉิงชื่อหยุนไม่เคยคิดเลยว่าเฉิงเจียวหยาง ที่ถูกทำลายชื่อเสียงอย่างผิดๆ และถูกทำไม่ดีใส่ โดยคนที่อิจฉาความสำเร็จของเธอ จะสามารถแย่งคนรักของเธอไปได้แบบง่ายดาย

แน่นอนว่าเฉิงชื่อหยุนไม่อาจยอมรับความอับอายแบบนั้นได้ เธอใช้ประโยชน์จากวันเกิดของเธอ เธอได้เชิญคนรักของเธอไปงานเลี้ยงของเธอ แล้วถ่ายรูปอย่างลับๆ ในสถานการณ์แบบนี้คนอื่นสามารถเข้าใจผิดได้ง่าย และต่อไปเธอจะส่งรูปถ่ายเหล่านั้นไปให้เฉิงเจียวหยาง

เฉิงเจียวหยางเพิ่งจะทำการสอบเสร็จ ตอนนี้เธอจึงมีเวลาว่างและเบื่อๆ เธอจึงตัดสินใจไปเยี่ยมคู่รักที่เป็นชู้กันคู่นั้น เธอกำลังคิดที่จะเปิดเผยความลับของเฉิงชื่อหยุน

ต่อมา ...

จากนั้น เธอจะกลายเป็นสวีเจี่ยวเจียว

เธอใช้เวลาหลายปีในการดูแลร่างกายของเธออย่างดีเยี่ยม เพื่อที่เธอจะได้ใช้ชีวิตที่มีสุขภาพที่ดี ใครจะเดาได้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเร็วเกินไปและทำให้เธอแทบบ้า มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องโรคของเธอ ตอนที่เธอเกิดมาแม่ของเธอไม่ได้บอกให้ใครรู้เรื่องอาการเจ็บป่วยของเธอ ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไม แม้แต่กับพ่อแม่ก็ยังเลือกที่จะเก็บไว้เป็นความลับ

หลังจากวันเกิดตอนอายุแปดขวบของเฉิงเจียวหยาง แม่ของเธอก็ได้เสียชีวิต จากนั้นประมาณสองหรือสามเดือนต่อมา เธอพบว่าพ่อของเธอแอบมีผู้หญิงคนอื่นและแถมมีลูกสาวของเธอติดมาด้วยอีกคน เธอค้นพบแล้วว่าสาเหตุที่แม่ต้องจากเธอไปเร็วเพราะความผิดหวังและตรอมใจกับเรื่องของสองแม่ลูกนี้แน่ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหลังจากที่เฉิงเจียวหยาง ผลักแม่เลี้ยงออกไป มันส่งผลให้เธอต้องแท้งลูก!! เห็นได้ชัดว่าแม่เลี้ยงของเธอตั้งครรภ์ประมาณสองเดือน หลังจากเกิดอุบัติเหตุพ่อเฉิงเจียวหยางได้พาแม่และลูกสาวคู่นั้นกลับมาพร้อมกับเขาเพื่ออาศัยอยู่ในบ้านของพวกเรา ในเวลาปีกว่าๆ หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เฉิงเจียวหยางกลายเป็นที่รู้จัก ในฐานะเด็กที่เลวทรามต่ำช้าในสายตาทุกคน ในเวลานี้ปู่ของเธอก็ได้พาเธอไปเที่ยวต่างประเทศ

เมื่อเฉิงเจียวหยางอายุมากขึ้น ประสบการณ์และความรู้ของเธอก็เพิ่มขึ้น จนถึงจุดที่เมื่อเธอคิดถึงเรื่องในวัยเด็ก เธอก็จะนึกได้แต่เรื่องในตอนนั้น แต่มันไม่ใช่เธอในตอนนี้ เพราเธอในตอนนี้จะไม่ตกหลุมกับดักของยัยสองแม่ลูกนั่นแน่นอน!!

“คุณเห็นแบบฟอร์มบนหน้าจอมั้ย...? ก่อนอื่นให้แน่ใจว่าคุณกรอกในส่วนที่จำเป็นครบถ้วนแล้วนะคะ ตอนนี้ช่วยส่งบัตรประจำตัวประชาชนของคุณมาด้วยค่ะ เพื่อให้ฉันสามารถตรวจสอบได้ และหลังจากตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณสามารถเดินตรงไปยังพื้นที่ที่ใช้ทดสอบสำหรับขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ” มีมือหนึ่งยื่นออกมาจากด้านหลังคอมพิวเตอร์ ชี้ไปที่โต๊ะในทิศทางตรงข้ามกับพื้นที่ลงทะเบียน

ถึงคิวของเฉิงเจียวหยางแล้ว ทำให้เธอหลุดออกมาจากความคิดของเธอ และหยิบบัตรประจำตัวประชาชนของเธอออกมา เธอกวาดสายตาดูอย่างรวดเร็วเพื่อดูรายละเอียดที่เขียนไว้ เธอส่งบัตรคืนมาแล้วเลื่อนเมาส์ไปกรอกแบบฟอร์ม

หลังจากที่เธอป้อนชื่อแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ด้านหลังโต๊ะ ก็เรียกเธอไปหา “มีตรงนี้ผิดนะคะ ชื่อของคุณบนบัตรประชาชนคือสวีเจี่ยวเจียว แต่คุณเขียนเฉิงเจียวหยาง คุณไม่ใช่คนจริงในบัตรประจำตัวประชาชนนี้เหรอ...??”

เฉิงเจียวหยางตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้แสดงออกแปลกๆออกไป และเมื่อได้สติเธอจึงพูดว่า “โอ้ พอดีฉันเพิ่งไปเปลี่ยนชื่อมาค่ะ และฉันก็ยังไม่ชินกับชื่อใหม่เลยค่ะ” เธอส่งบัตรประชาชนคืนมาและกรอกหมายเลข ID พร้อมกับข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ต่อไป

หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้วเจ้าหน้าที่จะสแกนบัตรประจำตัวประชาชนและแนบสำเนาไว้ในแบบฟอร์มของเธอ เมื่อเธอส่งบัตรประจำตัวไปให้เขาอีกครั้ง เขาก็จ้องที่ภาพถ่ายบนสำเนาบัตรประชาชนและบ่นอย่างสงสัยว่า “นั่นเธอจริงๆเหรอ...?”

มุมปากของเฉิงเจียวหยางก็ได้งอลงอีกครั้ง เธออยากจะบอกว่า เธอไม่ใช่คนในรูปนั่น!!

จบบทที่ Chapter 3 ก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว