- หน้าแรก
- โต้วหลัว เกิดใหม่เป็นฮั่วอวี่เฮ่า รอบนี้ขอคิดบัญชีคืนให้หมด
- บทที่ 6 ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องและรังมาร
บทที่ 6 ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องและรังมาร
บทที่ 6 ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องและรังมาร
ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องพยายามปั้นหน้าให้ดูใจดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อแสดงไมตรีต่อฮั่วอวี่ฮ่าว
เขาเพียงแค่บังเอิญผ่านมาทางนี้ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด เขาถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างดึงดูดใจให้เขาหยุดฝีเท้าลง ณ ที่แห่งนี้
แต่ทว่า... เบื้องหน้ามีเพียงฮั่วอวี่ฮ่าวเพียงคนเดียว แล้วสิ่งผิดปกติที่ว่านั้นจะมาจากไหนได้อีก?
ดังนั้น เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอ่ยถามเด็กหนุ่มตรงหน้า
"ข้าคือราชทินนามพรหมยุทธ์"
สิ้นเสียงคำแนะนำตัว วงแหวนวิญญาณหลากสีสันก็ทยอยปรากฏขึ้นรอบกายของราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องทีละวง
ด้วยสายตาอันเฉียบคม เขามองออกได้ทันทีว่าฮั่วอวี่ฮ่าวเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับวิญญาจารย์มาหมาดๆ
ในเมื่อป่าซิงโต้วแห่งนี้ไม่มีใครอื่น ก็เป็นไปได้สูงว่าฮั่วอวี่ฮ่าวคงเดินทางมาล่าสัตว์วิญญาณเพียงลำพัง
ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องแต่งกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ห่างไกลจากคำว่าหรูหราของชนชั้นสูง มันบ่งบอกชัดเจนว่าเขาเป็นเพียงสามัญชน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นยาจกเสียด้วยซ้ำ
นี่มัน... เข้าเงื่อนไขครบทุกประการ!
ต้องรู้ก่อนว่าแหล่งที่มาของสาวกจำนวนมหาศาลในลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นมาจากไหน? ก็มาจากเหล่าสามัญชนตาดำๆ นับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับฮั่วอวี่ฮ่าวนี่แหละ!
คนเหล่านี้ไร้เงินตรา ไร้เส้นสาย ไร้อำนาจ บ้างก็ไม่สามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ได้ หรือบ้างก็ขาดแคลนทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียร
บางคนถึงขั้นมีพรสวรรค์ที่ดี แต่กลับต้องเสียเวลาค่อนชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์เพียงเพราะไม่สามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ได้
หากปราศจากเคล็ดวิชาลับของลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ คนเหล่านี้คงไม่มีวันได้สัมผัสกับพลังวิญญาณไปชั่วชีวิต และต้องตายจากไปในฐานะคนธรรมดา
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความ "ตื่นตะลึง" ของฮั่วอวี่ฮ่าว ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยถาม "ข้าขอถามเจ้า ก่อนหน้านี้เจ้าเห็นปรากฏการณ์ประหลาดหรือสิ่งของแปลกตาแถวนี้บ้างหรือไม่?"
ฮั่วอวี่ฮ่ารส่ายหน้าด้วยท่าที "หวาดกลัว" พลางตอบเสียงสั่น "ไม่... ข้าไม่เห็นอะไรเลย ที่นี่มีแค่ข้าคนเดียวมาตลอด"
"ไม่มีอะไรเลยรึ? แปลกจริง... แล้วมันจะอยู่ที่ไหนกัน..."
ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องมองไปยังซากศพของวานรวายุที่นอนตายอยู่ไม่ไกล เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ "วิญญาณยุทธ์ของเจ้าคืออะไร?"
เรื่องแบบนี้ปิดบังไปก็เปล่าประโยชน์ อีกทั้งฮั่วอวี่ฮ่าวเองก็อยากรู้เจตนาของชายผู้นี้เช่นกัน เขาจึงเลือกที่จะตอบไปตามความจริง
"วิญญาณยุทธ์ของข้าเป็นวิญญาณยุทธ์ประเภทร่างกาย สายจิตวิญญาณ... เนตรวิญญาณครับ"
"วิญญาณยุทธ์ประเภทร่างกาย?" พยัคฆ์แมงป่องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ในลัทธิเราดูเหมือนจะมีผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ประเภทร่างกายน้อยมากเสียด้วยสิ ถ้าข้าพาเจ้าเด็กนี่กลับไป..."
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องจึงถามต่อทันที "ไอ้หนู ข้าขอถามเจ้า เจ้าเต็มใจจะไปฝึกฝนวิญญาณยุทธ์กับข้าหรือไม่?"
คำว่า 'ฝึกฝนวิญญาณยุทธ์ด้วยกัน' ในความหมายที่แท้จริงก็คือ การติดตามเขาไปยังลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นสาวกของลัทธิมารนั่นเอง
ฮั่วอวี่ฮ่าวจะปฏิเสธได้หรือ?
ความจริงก็ย่อมได้ แต่ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น
ไพ่ตายของเขาใช้แล้วย่อมหมดไป ในเมื่อราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องยังไม่มีเจตนาทำร้าย และไม่ได้แผ่รังสีอำมหิตใดๆ การตามน้ำไปก่อนเพื่อดูสถานการณ์อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
หลังจาก "สอบถาม" ความสมัครใจของฮั่วอวี่ฮ่าวแล้ว พยัคฆ์แมงป่องก็แปลงร่างเป็นกลุ่มเมฆสีดำม้วนตัวห่อหุ้มร่างของฮั่วอวี่ฮ่าว แล้วพุ่งทะยานออกไปทันที
ในขณะเดียวกัน ภายในทะเลจิตวิญญาณ หนอนน้ำแข็งเทียนเมิ่งกำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวาย
เพิ่งจะหนีรอดจากบึงมังกรแห่งซิงโต้วมาได้หมาดๆ ยังไม่ทันหายใจทั่วท้อง ก็ดันมาตกอยู่ในถ้ำเสือระดับราชทินนามพรหมยุทธ์อีก นี่นางใช้โชคทั้งหมดไปกับการกินหรืออย่างไรกัน!
อย่างไรก็ตาม เทียนเมิ่งก็จนปัญญา อย่าว่าแต่ตอนนี้นางควบคุมร่างกายของฮั่วอวี่ฮ่าวไม่ได้เลย ต่อให้ทำได้ ด้วยพลังที่ถูกผนึกไว้ นางก็ไม่มีทางต่อกรกับราชทินนามพรหมยุทธ์ได้อยู่ดี
ภายในกลุ่มเมฆสีดำของพยัคฆ์แมงป่อง ฮั่วอวี่ฮ่าวไม่สามารถมองเห็นโลกภายนอกได้เลยแม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำ เมฆดำนี้ยังมีความสามารถในการปิดกั้นประสาทสัมผัส ทำให้เขาไม่อาจใช้ทักษะตรวจสอบจิตวิญญาณเพื่อสำรวจเส้นทางได้
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ ในที่สุดกลุ่มเมฆสีดำของพยัคฆ์แมงป่องก็สลายตัวลง เผยให้เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้า
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของฮั่วอวี่ฮ่าวในยามนี้ คือสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพระราชวัง
มันถูกสร้างขึ้นจากหินกล้าที่แข็งแกร่งที่สุด กินอาณาบริเวณกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
ราชทินนามพรหมยุทธ์พยัคฆ์แมงป่องไม่ได้รั้งรออยู่ด้านนอก เขารีบพาฮั่วอวี่ฮ่าวเดินตรงเข้าไปภายในทันที
เดิมที ด้วยสถานะของฮั่วอวี่ฮ่าว เขาไม่ควรมีสิทธิ์เหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้
แต่เพราะพยัคฆ์แมงป่องรู้สึกว่าเด็กคนนี้อาจมีประโยชน์ จึงได้หิ้วตัวติดมาด้วย
ในชีวิตก่อน ฮั่วอวี่ฮ่าวเคยมาที่นี่เพียงเพื่อทำลายล้างมันเท่านั้น ไม่เคยมีโอกาสได้สังเกตการณ์อย่างละเอียด บัดนี้เขาจึงกวาดสายตามองซ้ายมองขวา จดจำรายละเอียดทุกอย่างไว้ในสมอง
สำนักงานใหญ่ของลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เขาทำลายไปในชาติที่แล้วตั้งอยู่ใต้ดิน แถบชานเมืองของป่าปีศาจ
แต่เห็นได้ชัดว่าสำนักงานใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานแล้ว
นั่นหมายความว่า ย้อนกลับไปในเวลานี้ หรืออาจจะก่อนหน้านั้น ลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ 'จักรพรรดิอสูร' หรือที่รู้จักกันในนาม 'ราชาอสูรดวงตาปีศาจจอมเผด็จการ' เรียบร้อยแล้ว
ในฐานะที่มันเคยเป็นวงแหวนวิญญาณวงที่เก้าของเนตรวิญญาณในชาติก่อน ฮั่วอวี่ฮ่าวย่อมรู้จักจักรพรรดิอสูรตนนี้ดีกว่าใคร
ทว่าตอนนี้เขายังเป็นเพียงวิญญาจารย์ตัวเล็กๆ ที่เพิ่งได้รับวงแหวนวิญญาณวงแรก ฮั่วอวี่ฮ่าวจึงทำได้เพียงปล่อยให้ความคิดเกี่ยวกับจักรพรรดิอสูรผ่านเลยไป และเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ในใจลึกๆ
"ไอ้หนู รออยู่ที่นี่ ห้ามเพ่นพ่านไปไหนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าคงคุ้มครองเจ้าไม่ได้!"
หลังจากพาฮั่วอวี่ฮ่าวเข้ามาในพระราชวังหินและเดินลัดเลาะผ่านเส้นทางคดเคี้ยว พยัคฆ์แมงป่องก็สั่งกำชับเสียงเย็น ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินหายเข้าไปในโถงทางเข้าขนาดใหญ่
ฮั่วอวี่ฮ่าวไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ ทักษะตรวจสอบจิตวิญญาณของเขาถูกเปิดใช้งานอย่างเงียบเชียบ แผ่ขยายออกไปสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างต่อเนื่อง
หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาคงถูกบังคับให้กลายเป็นสาวกของลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อย่างเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าฮั่วอวี่ฮ่าวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จะมีจิตใจที่แน่วแน่ แตเขาก็ยังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับสถานะนี้อยู่บ้าง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเอาตัวลงไปเกลือกกลั้วในโคลนตม ฮั่วอวี่ฮ่าวรู้ดีว่าเขาปีนป่ายขึ้นมาจากโคลนตมด้วยตัวเอง แต่หากตราประทับของการเป็นคนของลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ฝังแน่นเกินไป เขาอาจถูกผูกมัดไว้ที่นี่
ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อแผนการของเขาเลย
แต่ในเมื่อตอนนี้เขาไม่ใช่ผู้คุมเกม ก็ทำได้เพียงก้าวเดินไปทีละก้าวตามสถานการณ์
ด้วยระดับพลังที่ยังต่ำต้อย รัศมีของทักษะตรวจสอบจิตวิญญาณจึงยังไม่กว้างไกลนัก ครอบคลุมเพียงเส้นผ่านศูนย์กลางไม่กี่สิบเมตร ในสถานที่กว้างใหญ่ราววังหลวงเช่นนี้ เขาตรวจสอบได้เพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น
แม้จะไม่ได้ข้อมูลสำคัญอะไรมากนัก แต่ฮั่วอวี่ฮ่าวก็ถือโอกาสนี้ฝึกฝนทักษะของตนเอง
ด้วยความทรงจำจากชาติปางก่อน และประสบการณ์จากการบัญญัติทักษะวิญญาณเลียนแบบ 'สามสุดยอดแห่งจักรพรรดินีหิมะ' ทำให้ทักษะการตรวจสอบจิตวิญญาณแบบเส้นตรงที่เคยต้องใช้เวลาฝึกฝน กลับสามารถนำมาฝึกได้เลยในตอนนี้
นี่คือเทคนิค ไม่ใช่ทักษะวิญญาณ
ด้วยการอาศัยความสามารถในการควบคุมที่ละเอียดอ่อนยิ่งกว่าชาติก่อน ฮั่วอวี่ฮ่าวทดลองเพียงสองครั้งก็สามารถเปลี่ยนรูปแบบการตรวจสอบจากแบบวงกว้างเป็นแบบเส้นตรงได้สำเร็จ
เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปแบบเส้นตรง รัศมีในการตรวจสอบก็พุ่งไกลออกไปกว่าเดิมมาก จากเดิมเพียงไม่กี่สิบเมตร ขยายออกไปไกลกว่าร้อยเมตร
แม้จะตรวจสอบได้เพียงแนวเส้นตรงด้านหน้า แต่ระยะทางระดับนี้ก็นับว่าน่าทึ่ง
หากครั้งนี้เขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเชร็ค เขาคงทำให้อาจารย์ฟานอวี่ตกตะลึงจนตาค้างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในชาตินี้ ฮั่วอวี่ฮ่าวไม่มีความจำเป็นต้องไปฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนรู้วิชากับฟานอวี่อีกแล้ว
เขามีทั้งองค์ความรู้และทักษะปฏิบัติของวิศวกรวิญญาณระดับเก้าอยู่ในหัว จะต้องเสียเวลาไปเรียนสิ่งที่รู้อยู่แล้วซ้ำอีกทำไม?
ทว่า ในเส้นทางของอุปกรณ์วิญญาณ ฮั่วอวี่ฮ่าวก็ใช่ว่าจะไร้เป้าหมายเสียทีเดียว...