- หน้าแรก
- ฉันได้เป็นโฮคาเงะตั้งแต่อายุแปดขวบ
- บทที่ 8: ฮาชิรามะ มาดาระ และอิซึนะ ล้วนเป็นได้แค่น้องเล็กเมื่อเทียบกับเขาในวัยเจ็ดขวบ!
บทที่ 8: ฮาชิรามะ มาดาระ และอิซึนะ ล้วนเป็นได้แค่น้องเล็กเมื่อเทียบกับเขาในวัยเจ็ดขวบ!
บทที่ 8: ฮาชิรามะ มาดาระ และอิซึนะ ล้วนเป็นได้แค่น้องเล็กเมื่อเทียบกับเขาในวัยเจ็ดขวบ!
บทที่ 8: ฮาชิรามะ มาดาระ และอิซึนะ ล้วนเป็นได้แค่น้องเล็กเมื่อเทียบกับเขาในวัยเจ็ดขวบ!
หลังจากเผชิญหน้ากับพลังอันน่าสะพรึงกลัวของ คาเซฮายะ ตะขาบดำยักษ์ก็สิ้นฤทธิ์เดชโดยสิ้นเชิง มันพยายามหนีตายเข้าไปในป่าลึกอย่างสุดชีวิต
ทว่าความเร็วของมันกลับช้าลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หัวทิ่มกระแทกพื้น และไถลมาหยุดอยู่ตรงหน้าเท้าของโทบิรามะพอดิบพอดี
แรดนอเดียวอีกตัวก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน
โทบิรามะยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ วิชา เทพอัสนี ที่เตรียมจะใช้หยุดชะงักลงกลางคัน ร่างกายของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
จนกระทั่งตะขาบดำยักษ์ล้มครืนลงตรงหน้า เขาถึงได้สติกลับมา
“ตาย... มันตายแล้ว”
โทบิรามะอ้าปากค้าง พบว่าตะขาบดำยักษ์ไร้ซึ่งสัญญาณชีพใดๆ
อวัยวะภายในทั้งหมดแหลกเหลว เลือดทะลักออกจากปากเป็นกองใหญ่
สำหรับสัตว์ร้ายระดับนี้ คาถานินจาทั่วไปแทบจะสร้างรอยขีดข่วนให้มันไม่ได้
ด้วยระดับฝีมือของพวกฮิรุเซ็นในตอนนี้ การจะจัดการเจ้าเบิ้มพวกนี้ไม่ใช่เรื่องหมูๆ
มองในอีกมุมหนึ่ง ถ้าพวกฮิรุเซ็นสามารถจัดการสัตว์ร้ายระดับนี้ได้ง่ายๆ ในพริบตา การฝึกเอาชีวิตรอดที่เขาอุตส่าห์จัดเตรียมขึ้นมาก็คงไร้ความหมาย
มีเพียงการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเท่านั้น คนเราถึงจะเติบโตได้อย่างแท้จริง
“แค่เจอสัตว์ร้ายระดับนี้ตัวเดียว อัตราการรอดชีวิตก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแล้ว”
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเจอสองตัวพร้อมกัน”
ในมุมมองของโทบิรามะ ต่อให้พวกฮิรุเซ็นจะงัดฟอร์มเทพออกมาโชว์ ก็ยังต้องลากเลือดกว่าจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้
แต่ทว่า... ผู้ที่พลิกสถานการณ์ทั้งหมดกลับกลายเป็นหลานชายวัยเจ็ดขวบของพี่ใหญ่!
“เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้จริงๆ เหรอ?”
โทบิรามะลอบกลืนน้ำลาย
เขาคือชายที่เกิดและเติบโตในยุคสงครามแคว้น สงครามสำหรับเขาเป็นเรื่องปกติเหมือนกินข้าว
อายุขัยเฉลี่ยของนินจาในยุคนั้นสั้นเพียง 30 ปี
สาเหตุหลักก็เพราะเด็กๆ ต้องล้มตายในสนามรบก่อนวัยอันควร
และการฝึกเอาชีวิตรอดในป่าแบบนี้ ก็เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์สงคราม
มันเทียบกับสงครามจริงไม่ได้เลย
เด็กที่รอดชีวิตจากสนามรบมาได้ มักจะมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและการตัดสินใจที่เฉียบคม
เด็กพวกนั้นสักคน ย่อมแข็งแกร่งกว่าพวกที่ถูกเรียกว่า ‘อัจฉริยะ’ ในยุคนี้หลายขุม
ยกตัวอย่างเช่น อุจิวะ คางามิ แห่งตระกูลอุจิวะ
เขาคือยอดฝีมือระดับท็อปของตระกูล และเป็นนินจาที่ได้รับฉายาว่า ‘อัจฉริยะอุจิวะ’
ตอนนี้เขาเพิ่งจะเบิกเนตรวงแหวนได้แค่ระดับ 1-2 โทโมเอะ
แต่อุจิวะ มาดาระ และอุจิวะ อิซึนะ ในวัยเดียวกัน... เบิกเนตรวงแหวน 3 โทโมเอะได้แล้ว!
แต่!
ไม่ว่าจะเป็นอุจิวะ มาดาระ หรืออุจิวะ อิซึนะ
ตอนอายุเจ็ดขวบ ทั้งคู่ก็เป็นได้แค่เด็กน้อยเมื่อเทียบกับ คาเซฮายะ!
“ไม่สิ ต่อให้เป็นพี่ใหญ่ตอนเจ็ดขวบ ก็เทียบคาเซฮายะไม่ติดฝุ่น”
โทบิรามะตื่นเต้นจนเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง เขาถึงกับเอาคาเซฮายะไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่างฮาชิรามะ, มาดาระ และอิซึนะในหัว
แต่ความจริงก็คือความจริง
ตอนอายุเจ็ดขวบ คนพวกนั้นไม่ได้มีจักระมหาศาลขนาดนี้
“โดยเฉพาะพี่ใหญ่ ตอนเจ็ดขวบยังไม่รู้จักคำว่า ‘พละกำลังช้างสาร’ ด้วยซ้ำ”
“อย่าว่าแต่การควบคุมจักระอย่างแม่นยำเพื่อปลดปล่อยพลังหมัดหนักๆ เลย”
โทบิรามะมั่นใจมาก
พลังที่คาเซฮายะใช้เมื่อครู่ คือวิชา “ระเบิดพลังหมัด” ของตระกูลเซนจูชัดๆ!
มันคือวิชาที่ผู้ใช้ต้องควบคุมจักระอย่างแม่นยำ รวบรวมจักระไว้ทั่วร่าง ห่อหุ้มทุกส่วนของร่างกาย แล้วระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกในพริบตา!
เหมือนกับที่เนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะเชี่ยวชาญด้านคาถาลวงตา
ตระกูลเซนจูของพวกเขาก็เชี่ยวชาญด้านพละกำลังมหาศาลและการระเบิดจักระ
แต่ก็เหมือนกับที่คนตระกูลอุจิวะไม่ใช่ทุกคนจะเบิกเนตรวงแหวนได้
วิชาระเบิดพลังหมัดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนตระกูลเซนจูทุกคนจะทำได้เช่นกัน
อย่างเช่นคิมะ พ่อของคาเซฮายะ ก็ใช้วิชานี้ไม่ได้
และระดับความรุนแรงของวิชานี้ในแต่ละคนก็ต่างกัน
เพราะสภาพร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน
ต่อให้เป็นตัวเขาในตอนนี้ ต่อให้ระเบิดพลังเต็มสูบ อย่างมากก็แค่ทำลายตึกสักหลัง
แต่พลังของคาเซฮายะ... กลับสังหารราชาสัตว์ป่าที่หนักอย่างน้อย 20 ตันได้ในพริบตา!
แถมยังกวาดต้นไม้ใหญ่รอบรัศมีหลายสิบเมตรจนราบเป็นหน้ากลอง!
พื้นดินเบื้องล่างแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม!
ถ้าเขาไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตา
โทบิรามะคงสงสัยไปแล้วว่าคนที่ระเบิดจักระเมื่อกี้คือพี่ใหญ่ของเขาหรือเปล่า!
เพราะนี่คือสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังทำไม่ได้!
แต่ทว่า... จักระมหาศาลที่ก่อตัวขึ้นในชั่วพริบตา
พลังทำลายล้างที่ฆ่าสัตว์ยักษ์สองตัวได้ง่ายๆ
ไม่ต้องสงสัยเลย
มันมาจาก คาเซฮายะ แน่นอน!
ไม่มีความเป็นไปได้อื่น
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น, ชิมูระ ดันโซ, อุจิวะ คางามิ... ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีจักระมหาศาลและการควบคุมที่แม่นยำขนาดนั้น
“ในบรรดาตระกูลเซนจูหลายรุ่น มีแค่พี่ใหญ่คนเดียวที่เกิดมาพร้อมจักระระดับเทียบเท่า ‘สัตว์หาง’”
“จะเรียกว่าหนึ่งในหมื่นก็ไม่เกินจริง”
“เดิมทีชั้นคิดว่าพี่ใหญ่จะเป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเซนจู”
“ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะมีคาเซฮายะเพิ่มมาอีกคน”
“นี่เขาสืบทอดสายเลือดของพี่ใหญ่มาจริงๆ งั้นเหรอ?”
โทบิรามะสูดหายใจเข้าลึก ลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงด้วยความปิติ
นับตั้งแต่รู้ข่าวว่าอุจิวะ มาดาระถูกพี่ใหญ่ฆ่าตาย
เขาก็ไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน
ที่สำคัญที่สุด... “หลานชายของพี่ใหญ่”
“เขาก็คือหลานชายของชั้น เซนจู โทบิรามะ ด้วย”
“และยิ่งไปกว่านั้น เขาคือผู้สืบทอดและความหวังของตระกูลเซนจู”
“บางที...”
จู่ๆ ดวงตาของโทบิรามะก็สว่างวาบ สายตาอันแหลมคมฉายประกายเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
“เจ้าหนูคาเซฮายะ อาจจะไม่เพียงแค่สืบทอดจักระและพละกำลังของพี่ใหญ่มาเท่านั้น แต่บางทีอาจจะรวมถึง ‘คาถาไม้’ ที่มีแค่พี่ใหญ่คนเดียวที่ใช้ได้ด้วย...”
แค่คิดถึงความเป็นไปได้นี้
โทบิรามะก็ตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่น
พร้อมกันนั้น เขาก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่
เขาจะไม่มีวันยอมให้พี่ใหญ่พาคาเซฮายะเสียคนเด็ดขาด!
ความเอ๋อของพี่ใหญ่ อาการซึมเศร้าไร้สาระ และนิสัยบ้าการพนัน
คาเซฮายะต้องไม่ติดเชื้อพวกนั้นมา
“คาเซฮายะในอนาคต ถูกลิขิตให้เติบโตเป็นโฮคาเงะที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าพี่ใหญ่และชั้น”
“โฮคาเงะผู้ยิ่งใหญ่ที่จะนำพาโคโนฮะเข้าสู่ยุคทอง!”
ในเวลาสั้นๆ โทบิรามะวางแผนการฝึกฝนสารพัดไว้ในหัวเสร็จสรรพ
แม้แต่... เรื่องที่ฮาชิรามะเคยวาดฝันไว้ตั้งแต่ก่อตั้งโคโนฮะ ว่าอยากให้ทุกตระกูลปรองดองกัน
เพื่อการนั้น ฮาชิรามะสนับสนุนให้คนตระกูลเซนจูแต่งงานข้ามตระกูล
ถึงขนาดแต่งงานกับมิโตะจากตระกูลอุซึมากิเพื่อเป็นแบบอย่าง
และยังเคยคิดจะจับคู่โทบิรามะกับคนตระกูลอุจิวะด้วยซ้ำ
แถมยังให้ลูกหลานละทิ้งนามสกุลเซนจูอีก
แม้โทบิรามะจะไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพี่ชาย แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้
ยังไงซะพี่ชายเขาก็คือโฮคาเงะ
แต่เรื่องที่จะให้แต่งเข้าตระกูลอุจิวะ โทบิรามะหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม
“ดูท่าทาง... คาเซฮายะควรจะกลับมาใช้นามสกุล เซนจู ได้แล้ว”
“จะว่าไป ในตัวคาเซฮายะก็มีทั้งเลือดของตระกูลเซนจูและตระกูลอุซึมากิไหลเวียนอยู่”
“ถ้าให้เขาไปแต่งงานกับคนตระกูลอุจิวะ...”
จินตนาการของโทบิรามะเริ่มบรรเจิด
เขาไม่ได้เกลียดตระกูลอุจิวะโดยสันดาน ไม่อย่างนั้นคงไม่รับคางามิมาเป็นศิษย์
เขาแค่รู้สึกว่าตระกูลอุจิวะมีพลังที่อันตราย จึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
พรสวรรค์ที่คาเซฮายะแสดงออกมาในวันนี้ทำให้โทบิรามะช็อกตาตั้ง
เขาจึงเริ่มวางแผนอนาคตให้คาเซฮายะทันทีตามประสาคนแก่ขี้เห่อหลาน
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═