- หน้าแรก
- หม้อศักดิ์สิทธิ์ สะท้านฟาร์มประมง
- บทที่ 250 อาวุธวิเศษแสดงอานุภาพ! (ฟรี)
บทที่ 250 อาวุธวิเศษแสดงอานุภาพ! (ฟรี)
บทที่ 250 อาวุธวิเศษแสดงอานุภาพ! (ฟรี)
ภูมิประเทศที่ซับซ้อนเหลือเกิน
เหลียงฉวี่สงบจิตใจและรวบรวมสมาธิ มองสำรวจรอบด้าน
ในความมืดของราตรี รายล้อมไปด้วยภูเขาเตี้ยที่สูงไม่เกินร้อยจั้ง หนาแน่นไปหมด พอข้ามเขาลูกหนึ่งก็เจอเขาอีกลูก หาทางออกไม่เจอเลย
ภูเขาเตี้ยทั้งหมดถูกแบ่งด้วยแม่น้ำที่มีขนาดไม่เท่ากัน พื้นที่น้ำกับพื้นที่ดินมีสัดส่วนพอๆ กัน
ไม่แปลกที่บอกว่าแม้แต่ปลาเข้ามาก็ต้องหลงทาง ภูมิประเทศเหมือนเขาวงกตแบบนี้ เป็นที่ซ่อนตัวที่ดีจริงๆ
น่าเสียดายที่ไม่มีฝน
ถ้าฝนตกคงจะดี
เหลียงฉวี่คิดถึงฤดูฝนที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน
แม้จะมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ แต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัย
เงาภูเขาทอดยาว
เรือท้องกว้างทิ้งร่องรอยคลื่นน้ำไว้บนลำน้ำ ไม้พายยาวกวัดแกว่งไปมาใต้น้ำ แทบไม่มีเสียงดังเลย
เหล่านักยุทธ์เลียริมฝีปาก รู้สึกคอแห้ง มือที่กำอาวุธไว้อ่อนแรงเล็กน้อย
ความตื่นเต้นที่อยากสร้างความดีความชอบบนเรือหอคอยนั้น ดูเหมือนจะไหลออกไปจากร่างกายพร้อมกับสายน้ำที่ถูกพายดันออกไป
ในตอนนี้พวกเขาถึงได้ตระหนักว่าความดีความชอบครั้งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่ายๆ น่าเสียดายที่ธนูที่ยิงออกไปแล้วไม่มีทางย้อนกลับ ได้แต่ต้องฝืนเดินหน้าต่อไป
เรือเล็กหลายสิบลำแยกย้ายกันตามการจัดขบวนที่กำหนดไว้ เรือที่เหลียงฉวี่อยู่รวมกับอีกสองลำ มีนักยุทธ์รวมกันกว่าหกสิบคน แล่นเข้าไปในลำน้ำแยก
พอแยกจากกองกำลังหลัก รอบด้างยิ่งเงียบสงัด เงียบจนได้ยินเสียงนกกระทาบนเกาะ
คลื่นลมบนทะเลสาบเจียงไห่ถูกเกาะชั้นนอกสุดกั้นไว้ ยิ่งเรือแล่นเข้าไปลึกเท่าไหร่ น้ำยิ่งนิ่งเท่านั้น ใต้น้ำสีดำมืดทำให้คนจินตนาการไปต่างๆ นานา
หลังสีเทาขนาดใหญ่เคลื่อนเข้าใกล้ผิวน้ำ ยังไม่ทันโผล่ขึ้นมาก็จมหายไปอีกครั้ง ทำเอานักยุทธ์คนหนึ่งตกใจคว้าเสื้อคนข้างๆ พลางร้องเบาๆ
"มีอะไรอยู่ใต้น้ำ! ฉลามเขาเงิน! ฉลามเขาเงินมาแล้ว!"
เซียงฟางซูก้าวเข้าไปตบหน้านักยุทธ์คนนั้นอย่างแรง รอยฝ่ามือประทับอยู่บนใบหน้าครึ่งซีก
"ไอ้โง่ นั่นโลมาของพวกเรา!"
นักยุทธ์ได้ยินดังนั้น ก้มหน้าด้วยความละอาย แม้แต่ใบหน้าอีกครึ่งที่ไม่โดนตบก็แดงก่ำ
คนอื่นๆ หัวเราะเยาะความขลาดของชายคนนั้นเบาๆ
เซียงฟางซูเพียงแต่มองเย็นชา ทุกคนจึงเก็บอาการ ไม่กล้าหัวเราะอีก เรือเล็กกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
ปลายนิ้วของเหลียงฉวี่แตะผิวน้ำ ความรู้สึกแผ่ขยายออกไปอย่างไร้รูปร่าง สัมผัสได้ถึงผนังภูเขา สัมผัสได้ถึงฝูงปลา
โลมาว่ายน้ำเร็วกว่าเรือ ทำหน้าที่สอดแนมใต้น้ำ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ต้าซุ่นมีสัตว์น้ำ ต้าเฉียนก็มีเช่นกัน
ต่างจากต้าซุ่นที่เลี้ยงโลมา ต้าเฉียนเลี้ยงฉลามเขาเงินและฉลามเขาทอง
แต่ละตัวดุร้ายกว่า ถ้าสู้กันตัวต่อตัวจะแข็งแกร่งกว่าโลมามาก
แต่ข้อเสียของความแข็งแกร่งคือยากต่อการฝึก ต้นทุนสูงกว่า อีกทั้งฉลามเขาเงินและฉลามเขาทองเป็นสัตว์ที่อยู่โดดเดี่ยว ไม่มีสัญชาตญาณในการร่วมมือกัน ความฉลาดห่างชั้นกับโลมาอย่างเห็นได้ชัด ทำอะไรได้น้อยกว่ามาก
ต้าซุ่นที่สืบทอดมรดกของต้าเฉียนเคยลองใช้มาระยะหนึ่ง แต่เมื่อพบว่าโลมาใช้งานได้ดีกว่า ก็ทิ้งฉลามเขาเงินเขาทองที่ยุ่งยากสิ้นเปลืองไป หันมาทุ่มเทเลี้ยงฝูงโลมาอย่างจริงจัง
ฝูงฉลามที่เลี้ยงไว้ในสมัยก่อน ปัจจุบันเหลือใช้อยู่เพียงไม่กี่แห่งในกรมประมง เก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เท่านั้น
ต้าเฉียนพ่ายศึกถอยร่นมาอยู่ในทะเลสาบ ไม่มีทรัพยากรมากพอจะเริ่มต้นใหม่ ได้แต่ทำผิดแล้วผิดเลย มีดีกว่าไม่มี
เดินทางผ่านไประยะหนึ่ง ภูมิประเทศรอบด้านเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เรือท้องกว้างข้ามภูเขาเตี้ย แนวเกาะยาวเหมือนมังกรปรากฏต่อหน้าทุกคน
ภูเขาส่วนใหญ่บนแนวเกาะไม่มียอด ราวกับถูกตัดออกไป
หรานจงซื่อยกมือ เรือท้องกว้างสามลำค่อยๆ จอดเทียบ
เสียงพายน้ำหายไป โลกทั้งใบเงียบสนิท
ทุกคนสะดุ้งตื่นในใจ เข้าใจว่าแนวเกาะตรงหน้านี้คือฐานใหญ่ของลัทธิมารดาปีศาจ
กรมประมงสืบจนรู้ความลับหมดจริงๆ ภูมิประเทศที่ซับซ้อนขนาดนี้ ถ้าไม่มีแผนที่ละเอียด คงไม่มีทางเข้ามาได้ราบรื่นขนาดนี้ เหลียงฉวี่คิดในใจ มือที่จับคันธนูบีบแน่นขึ้น
ต่อไปก็รอ
รอให้ซวีเยว่หลงเริ่มโจมตี พวกเขาถึงจะเข้าใกล้และขึ้นฝั่งบุก
เหลียงฉวี่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนตาบอดคนหนึ่งในสี่คนที่คลำช้าง
เขาไม่รู้ว่าแผนทั้งหมดจะดำเนินไปอย่างไร รู้แต่ว่าตัวเองต้องทำอะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง
หน้าที่ของทหารคือเชื่อฟังคำสั่งของแม่ทัพ
พลังไม่ถึงขั้นยอดนักยุทธ์ สุดท้ายก็ได้แต่เป็นหมากตัวหนึ่งในปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นเพียงคลื่นลูกหนึ่งในมหาสมุทรอันเชี่ยวกราก
ไม่เพียงแต่เขา นักยุทธ์กว่าหกสิบคนบนเรือสามลำ รวมถึงหรานจงซื่อและเซียงฟางซูก็เช่นกัน
หลายคนมีเหงื่อซึมที่ฝ่ามือโดยไม่รู้ตัว ประสาทตึงเครียดเหมือนสายธนู ตึงขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อกว่า หลายคนหายใจหนักขึ้น แรงกดดันมหาศาลทำให้พวกเขาหายใจไม่ทั่วท้อง
เหลียงฉวี่สังเกตเห็นอย่างว่องไวว่าน้ำรอบลำเรือเริ่มมีคลื่น ไม่ใช่คลื่นที่เกิดจากเรือโคลง
เป็นเกาะ!
เกาะกำลังสั่นสะเทือน!
ความสั่นสะเทือนของคลื่นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคนอื่นเริ่มรู้สึกได้ ต่างคว้าขอบเรือไว้โดยไม่รู้ตัว
แรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงนั้นไต่ขึ้นมาตามกระดูก แม้แต่กะโหลกศีรษะก็เริ่มสั่น วิญญาณราวกับจะถูกเขย่าหลุดออกจากร่าง
เหลียงฉวี่รู้สึกเหมือนขวดน้ำอัดลมที่ถูกเขย่าอย่างแรง อ้าปากระบายลมหายใจออกมาโดยไม่ตั้งใจ
ตะปูเหล็กที่ตอกยึดแผ่นไม้บนเรือพลอยสั่นไปด้วย ถึงขั้นค่อยๆ หลุดออกมาจากตัวเรือ!
เกือบจะในจังหวะเดียวกับที่แรงสั่นสะเทือนถึงจุดสุดยอด อีกด้านหนึ่งของเกาะ แสงสว่างจ้าพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงคำรามสองเสียง ราตรีอันมืดมิดสว่างวาบขึ้นในพริบตา!
คลื่นกระแทกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่ซ่านออกไปทุกทิศทาง กวาดเมฆดำให้สลาย
ทุกที่ที่คลื่นผ่านไป ลมเริ่มไหลย้อนทิศ เสียงลมม้วนตัวกับคลื่นใหญ่ ราวกับมีทัพม้าหลายพันหมื่นควบผ่านบนท้องฟ้า ชวนให้คนตกใจกลัวจนอยากก้มกราบ!
อะไรกันนี่ ดูท่าไม่ธรรมดา
อาวุธวิเศษของเทพนักรบ?
เหลียงฉวี่ม่านตาขยาย หายใจหนักขึ้น
ภาพตรงหน้าแทบจะทำให้เขานึกถึงการต่อสู้ระหว่างคางคกกับนกเพลิงแดงในอดีต
คลื่นดำเกิดฟองขาว
เซียงฟางซูกระโดดพรวดขึ้น ชักดาบออกจากฝักฟันลงมา
คลื่นยักษ์สูงหลายจั้งถูกเซียงฟางซูฟันขาดเป็นสองท่อน เหมือนเทือกเขาสูงที่พลันโผล่ขึ้นมาแล้วแตกสลายไป
เขาหันหน้ากลับมา ชูดาบขึ้นฟ้า ตะโกนก้อง:
"บุก!"
"บุก!"
เสียงคำรามนั้นราวกับมีพลังล่องหน ทำให้เส้นเลือดของทุกคนขยายตัว เลือดไหลเวียนทั่วร่าง ร้อนเหมือนลาวา
พลังมหาศาลระหว่างฟ้าดินแผ่ซ่านไปทั่วทะเลสาบ เหลียงฉวี่ร่วมเปล่งเสียงตะโกน พร้อมกับนักยุทธ์หลายสิบคนกระโดดขึ้นเกาะพร้อมกัน
ทั้งสี่ด้านของแนวเกาะ เรือหลายสิบลำแหวกคลื่นน้ำอันเชี่ยวกราก พุ่งเข้ามาในพริบตา
กรมประมงรวมกับกรมปราบปีศาจ มีนักยุทธ์ขั้นม้าเร็วหลายร้อยคน และนักยุทธ์ทั่วไปกว่าพันคนขึ้นเกาะพร้อมกัน
สาวกลัทธิมารดาปีศาจมากมายที่กำลังหลับใหล ยังไม่ทันได้สติจากแรงสั่นสะเทือน ไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
จนกระทั่งเสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกันหลายเสียง ขนทั่วร่างลุกชัน
"ศัตรูบุก!"
เซียงฟางซูนำหน้าทุกคน แสงดาบวาบ เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดับวูบลง
สาวกลัทธิมารดาปีศาจคนหนึ่งคว้ากระบี่ยาววิ่งออกจากกระท่อมไม้
โครม!
เสียงฟ้าผ่าระเบิดกลางอากาศ ลูกธนูดอกหนึ่งกลายเป็นเส้นแสงสีเทาเงินในอากาศ พุ่งทะลุอกชายผู้นั้นในชั่วพริบตา ทิ้งรูกลมดำมืดไว้!
เขาเบิกตากว้าง เห็นเพียงในหมู่นักยุทธ์ที่บุกขึ้นเกาะ มีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งอยู่ท้ายสุด สะพายห่อผ้าทรงยาว ถือธนูใหญ่ง้างเป็นพระจันทร์เต็มดวง!
(จบบท)