- หน้าแรก
- จอมเวทเจ้าจักรกลครองพิภพ
- บทที่ 68: ป้อมยามหุบเขาแม่น้ำ
บทที่ 68: ป้อมยามหุบเขาแม่น้ำ
บทที่ 68: ป้อมยามหุบเขาแม่น้ำ
บทที่ 68: ป้อมยามหุบเขาแม่น้ำ
ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง ในค่ายพักก็มีควันไฟจากการหุงต้มลอยขึ้นมาเป็นสายๆ
วอห์นเดินออกมาจากเต็นท์ มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของโรงอาหารชั่วคราวที่กลิ่นโจ๊กข้าวสาลีลอยมา
“หัวหน้ากองวอห์น! อรุณสวัสดิ์ขอรับ!” มีทหารหยุดทำความเคารพทักทายเขาไม่ขาดสาย ในนั้นมีทั้งทหารเก่าของทีมพลแม่นปืน และทหารใหม่ของกองร้อยสำรอง
ท่านฮาร์วีย์ได้กำหนดระบบลำดับชั้นที่เข้มงวดไว้ในกองทัพ ซึ่งก็รวมถึงการที่ทหารธรรมดาเมื่อเจอกับหัวหน้ากองอย่างวอห์น หรือหัวหน้าทีมและรองหัวหน้าทีม จะต้องยืนตรงกำหมัดไว้ที่หน้าอกเพื่อทำความเคารพ
วอห์นทำหน้าขรึมตอบรับการทำความเคารพทีละคน แต่ในใจกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลื้มปีติเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะภูมิใจที่ตำแหน่งของตนเองสูงกว่าทหารเหล่านั้น แต่เป็นเพราะการรบซึ่งๆ หน้ากับอสูรคนเถื่อนเมื่อเย็นวานนี้ เพียงแค่ทหารทีมพลแม่นปืนห้าสิบคน ก็สามารถกวาดล้างอสูรคนเถื่อนได้เกือบสองร้อยคน ซึ่งเป็นผลงานการรบที่รุ่งโรจน์
และตัววอห์นเอง ก็ทำผลงานการสังหารได้ถึงสามสิบสามคน
แม้แต่คุณอัสทารอน ก็ยังยิ้มแห้งๆ ชมเขาต่อหน้าคนอื่นว่า—“พลแม่นปืนในทีมพลแม่นปืน”
เขาเอามือขึ้นลูบเหรียญตราที่ติดอยู่หน้าอกซ้ายของตนเองโดยไม่รู้ตัว นั่นคือเหรียญรางวัลของผู้ชนะในการแข่งขันยิงเป้าที่ท่านฮาร์วีย์ได้มอบให้ด้วยตนเอง
วอห์นคิดอย่างปลื้มปีติว่า บางทีรอให้ขับไล่อสูรคนเถื่อนในเขตหุบเขาแม่น้ำกลับไปยังทุ่งน้ำแข็งได้ทั้งหมดแล้ว ที่นี่ก็น่าจะมีเหรียญตราเกียรติยศใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกเหรียญหนึ่ง
เพียร์ซและอัสทารอนยืนอยู่ด้วยกัน มองดูอสูรแปรธาตุที่ขนย้ายวัสดุก่อสร้างไปมาบนที่สูง และยังมีทหารพลาธิการที่คอยสั่งการอสูรแปรธาตุให้ปรับระดับพื้นดินและตัดต้นไม้อีกด้วย
“พรุ่งนี้ข้าจะกลับไปยังดินแดน เพื่อรายงานสถานการณ์รบและแผนการต่อไปให้นายท่านฮาร์วีย์ทราบ...” อัสทารอนกล่าวกับเพียร์ซด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชมอย่างยิ่ง “ตอนนี้ท่านสามารถรับผิดชอบการบัญชาการกองกำลังรบนี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ข้าจะฝังคำสั่งไว้ในอสูรแปรธาตุแล้วทิ้งไว้ที่นี่ รอตอนที่กลับมาอีกครั้งจะนำเสบียงเสริมมาให้ท่านอย่างเพียงพอ”
...
เพียร์ซมองส่งอัสทารอนที่นำอสูรแปรธาตุสองสามตัว ค่อยๆ จากไปยังทิศทางของดินแดน
“ท่านผู้การ ฐานรากและกำแพงด้านล่างของป้อมปราการสร้างเสร็จแล้วขอรับ เพียงแค่รอหนึ่งคืนให้ปูนซีเมนต์แห้งเบื้องต้น พรุ่งนี้ก็สามารถสร้างส่วนนอกเสร็จสิ้นได้โดยพื้นฐานแล้ว”
เพียร์ซได้สติกลับมา พยักหน้าตอบกลับ: “ไม่เลว คืนนี้ก็จัดให้ทหารและอสูรแปรธาตุทั้งหมด เข้าไปตั้งค่ายพักแรมในป้อมปราการ”
ทหารที่เขาจัดให้เฝ้าระวังที่หาดทรายได้ส่งข่าวกลับมาแล้วว่า ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำมีร่องรอยของทหารสอดแนมอสูรคนเถื่อนปรากฏขึ้นไม่หยุด พวกมันก็กำลังสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของฝ่ายตนเองเช่นกัน
คาดว่าเจ้าพวกโง่เขลานั่นคงจะคิดไม่ถึงว่า ตนเองจะสามารถสร้างป้อมปราการปูนซีเมนต์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้ในเวลาเพียงไม่กี่คืน ยึดครองช่องแคบที่พวกมันใช้ข้ามแม่น้ำไว้อย่างมั่นคง
ต่อไป เพียร์ซก็ตั้งใจที่จะปฏิบัติตามแผนการของนายท่านฮาร์วีย์ก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด
โดยใช้ป้อมยามหุบเขาแม่น้ำนี้เป็นศูนย์กลาง โจมตีอสูรคนเถื่อนที่ข้ามแม่น้ำมารุกรานอย่างต่อเนื่อง ลดกำลังรบที่มีชีวิตของพวกมัน
ทหารที่นำมาในชุดนี้ หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ก็จะผลัดเปลี่ยนกับทหารชุดใหม่ที่อัสทารอนนำมา เพื่อให้กำลังรบที่มีอยู่ในดินแดนทั้งหมด สามารถได้รับการฝึกฝนการรบจริงในเขตหุบเขาแม่น้ำได้
เหมือนกับการรบซึ่งๆ หน้าเมื่อคืนวานนี้ ฝ่ายตนเองมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยไม่ถึงสิบคน ก็สามารถทำลายล้างอสูรคนเถื่อนที่บุกมาได้กว่าครึ่งอย่างง่ายดาย
ตราบใดที่กระสุนเวทมนตร์ที่นายท่านฮาร์วีย์มอบให้มาถูกขนส่งมาจากดินแดนอย่างต่อเนื่อง
อสูรคนเถื่อน ก็เป็นเพียงเป้านิ่งที่หายใจได้เท่านั้นเอง
...
หัวหน้าทีมพลแม่นปืน เวย์น และดาฟฟ์ นำทีมสิบคนของแต่ละคน รับผิดชอบภารกิจลาดตระเวนที่หาดทรายในช่วงบ่าย
ดาฟฟ์สะพายปืน เดินนำหน้าอย่างหยิ่งผยอง บางครั้งก็ฮัมเพลงที่ไม่เข้าจังหวะ
“เงียบหน่อยได้ไหม ส่งผลกระทบต่อการสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของริมฝั่งแม่น้ำของข้า!” เวย์นทนไม่ไหวอีกต่อไป ในที่สุดก็เอ่ยปากด่า
ดาฟฟ์กลอกตา กล่าวอย่างดูถูก: “เจ้ากลัวอะไร? ข้าอยากจะให้พวกมันแอบข้ามแม่น้ำมา เพิ่มผลงานการสังหารให้ข้าสักสองสามคน”
เมื่อคืนดาฟฟ์คนเดียวก็ทำผลงานการสังหารอสูรคนเถื่อนได้สิบแปดคน พอดีมากกว่าเวย์นหนึ่งคน เขาที่ปกติแล้วเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย ตอนนี้จึงกำลังอยู่ในช่วงที่หยิ่งผยอง จะไม่พลาดโอกาสที่จะเยาะเย้ยอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ไอ้ห่า! โชคดีครั้งเดียวจะเอามาคุยไปทั้งชาติเลยรึไง?”
“โย่โฮ่ แล้วเจ้าไม่ใช่ว่าแม้แต่ขี้หมาก็ยังกินไม่ทันร้อนรึ?”
สมาชิกในทีมที่ยืนเรียงแถวตามหลังล้วนเป็นทหารเก่า แอบฟังหัวหน้าทีมทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างบ้าคลั่ง กลั้นหัวเราะจนมุมปากจะกระตุกแล้ว แต่ก็ไม่กล้าพูดแทรกแม้แต่น้อย
ทหารคนหนึ่งหันไปมองในป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหาดทรายอย่างสบายๆ สองสามครั้ง ทันใดนั้นก็พบว่าดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ
“หัวหน้า! ข้าว่า... ในป่าทางนั้น ดูเหมือนจะมีอะไรเคลื่อนไหว”
ทหารรีบหยิบปืนขึ้นมาทันที ต่างก็ยกขึ้นเล็ง
“เดี๋ยวก่อน!” เวย์นรีบยกมือขึ้นห้าม เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขายิงมั่วๆ เพราะตื่นตระหนก
เขาตะโกนด่าเสียงดัง: “กระสุนเวทมนตร์ไม่ใช่ไข่ห่าที่ออกมาจากตูดแกะ อย่ามาสิ้นเปลืองตามอำเภอใจ!”
เขาสบตากับดาฟฟ์แวบหนึ่งแล้วก็เข้าใจกันโดยปริยาย ค่อยๆ ย่องไปอย่างเงียบเชียบ ถือปืนแล้วค่อยๆ เข้าไปในป่า
ในพงไม้มีเสียงเสียดสีของใบหญ้าดังขึ้น จากนั้นก็มีกระต่ายป่าขนเทาอ้วนท้วนตัวหนึ่งพุ่งออกมา ทำให้ทุกคนตกใจ
“เวร! ไอ้หมาน้อยนี่ ทำข้าตกใจหมด!” ดาฟฟ์ด่า เสียดายที่จะใช้ปืนยิง เขาเก็บปืนไว้ที่หลัง แล้วก็หยิบมีดสั้นที่ได้รับแจกจากทหารออกมาจากเอว กระโดดพรวดเดียวก็วิ่งไล่ตามกระต่ายเข้าไปในป่า
เวย์นห้ามไม่ทัน ทำได้เพียงโบกมืออย่างจนใจ ให้ทุกคนตามเข้าไปในป่าด้วยกัน
ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มเมนูเนื้อสัตว์ป่าให้ทีมของตนเองในมื้อกลางวันก็แล้วกัน
เมื่อไล่ตามดาฟฟ์ทัน ก็พบว่าเขาได้นั่งยองๆ อยู่บนพื้นคาบมีดสั้นที่เปื้อนเลือดไว้ในปาก กำลังลอกหนังกะต่ายอ้วนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างโหดเหี้ยม
ในเวลาเพียงเท่านี้ ให้เจ้านี่ได้รังกระต่ายไปแล้ว
“เวย์น อย่าหาว่าข้าไม่พอมีน้ำใจ ไอ้ของเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ เราอย่าเอากลับไปเลย ก่อไฟเถอะ!”
ทหารสองคนยิ้มแห้งๆ เดินเข้ามาข้างหน้า เตรียมจะเก็บกิ่งไม้แห้งที่เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วพื้นมาก่อไฟย่างเนื้อแล้ว
ในอากาศมีกลิ่นเหม็นคาวจางๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกระต่ายป่าตัวนี้มีกลิ่นสาบเกินไปหรืออย่างไร เวย์นยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
ทันใดนั้นสายตาของเขาก็หดเล็กลง มองไปยังพงไม้ที่สั่นไหวเล็กน้อยที่อยู่ด้านหลังของดาฟฟ์
“ดาฟฟ์! ระวังข้างหลัง!”
ดาฟฟ์หันกลับมาอย่างงุนงง และเห็นว่าในพงไม้ข้างหลังมีอสูรคนเถื่อนร่างสูงใหญ่พุ่งออกมา ยกหอกสั้นกระดูกแทงตรงมาที่หน้าอกของเขา
วินาทีต่อมาเขาก็ถูกผลักอย่างแรงจนล้มกลิ้งไปข้างหนึ่ง
ปากกระบอกปืนของเวย์นแทบจะเสียบเข้าไปในปากของอสูรคนเถื่อนแล้วยิงออกไปนัดนี้ ทำให้ท้ายทอยของมันกระจุยไปทั้งแถบ
อสูรคนเถื่อนล้มทับลงบนร่างของเวย์นโดยตรง กระตุกอยู่ครึ่งวินาทีก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอีกต่อไป
“เวย์น! ไอ้ห่าอสูรคนเถื่อนนี่ลอบโจมตีเรา!” ดาฟฟ์รีบปีนขึ้นมา พร้อมกับทหารสองคนที่อยู่ใกล้กว่าร่วมมือกันย้ายซากอสูรคนเถื่อนที่ทับอยู่บนเวย์นออก
“เอื้ออ! ท้องข้า!” เวย์นร้องโหยหวนออกมา
ทุกคนจึงเพิ่งจะพบว่าที่ท้องของเขา มีหอกสั้นกระดูกเล่มหนึ่งเสียบอยู่ เลือดกำลังซึมออกมาจากเครื่องแบบสีดำอย่างรวดเร็ว
“ไอ้บ้าเอ๊ย! รีบฉีกผ้ามาพันแผลให้เขาหน่อย!” ดาฟฟ์จ้องมองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ตะโกนใส่ทหารที่กำลังวุ่นวาย
“เวรเอ๊ย เวย์น ข้าเห็นลำไส้ของเจ้าแล้ว... ชิบหาย เจ้าห้ามตายนะ!” ดาฟฟ์พลางใช้ผ้าพันแผลที่ท้องของเวย์นอย่างแน่นหนา พลางด่าเสียงสั่น
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ใช้สองมือกำหอกสั้นที่เสียบอยู่ที่ท้องของเขา กำลังจะกัดฟันดึงมันออกมา
เวย์นก็พลันอดกลั้นเสียงครวญครางไว้ จ้องมองดาฟฟ์แล้วด่าว่า: “ข้าว่าเจ้าคงจะอยากให้ข้าตาย! อย่าดึงนะ!”
เขาหันหน้าไปอย่างยากลำบาก สั่งทหารคนอื่นๆ: “รีบทำเปลหาม แบกข้ากลับไปยังป้อมยามแนวหน้า!”
ตอนที่ฝึกเขาจำได้ว่าท่านผู้การเพียร์ซเคยพูดไว้ว่า หากมีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส ตราบใดที่ไม่ตายคาที่ ให้แบกกลับไปรักษาที่ค่ายทั้งหมด
บางทีท่านผู้การเพียร์ซครั้งนี้น่าจะนำยาเวทมนตร์ที่น่าอัศจรรย์ของท่านเจ้าเมืองมาด้วยไม่น้อย ดื่มเข้าไปคำเดียวก็อาจจะทำให้ตนเองรอดชีวิตได้ทันที