เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - ถึงทางเข้า! งานประมูล

บทที่ 26 - ถึงทางเข้า! งานประมูล

บทที่ 26 - ถึงทางเข้า! งานประมูล


บทที่ 26 - ถึงทางเข้า! งานประมูล?

เมื่อเวลาเปิดโพรงวิญญาณไร้ลักษณ์ใกล้เข้ามา เหล่าศิษย์นิกายเมฆาสวรรค์ก็ยิ่งฝึกบำเพ็ญอย่างหนักหน่วงมากขึ้น

ผู้ที่ได้รับเลือกทั้งสิบคนต่างกำลังเร่งฝึกฝนในช่วงสุดท้าย

ส่วนหลินเซวียน หลังจากที่ถูกฉู่เสียนส่งโอสถเหลวให้ดื่มอยู่หลายวัน ในที่สุดก็ทนความรำคาญของฉู่เสียนไม่ไหว จึงยอมตกลงที่จะเข้าสู่โพรงวิญญาณไร้ลักษณ์

เมื่อฉู่เสียนทราบข่าว เขาก็แอบจดบันทึกไว้ใต้โต๊ะหินบนยอดเขาหลักเงียบๆ ว่า:

เซวียนเอ๋อร์ประจำเดือนมาทุกวันที่สิบสาม! อย่าลืมต้มยา!

การกระทำนี้ทำเอาชื่ออวี่รู้สึกอิจฉาตาร้อนขึ้นมาในใจ!

เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนที่โพรงวิญญาณไร้ลักษณ์จะเปิดออก

เช้าวันนี้ ศิษย์นิกายเมฆาสวรรค์สิบคนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบบนยอดเขาหลัก

ฉู่เสียนได้กล่าวปลุกขวัญกำลังใจก่อนออกศึกเรียบร้อยแล้ว หลงอ้าวเทียนจึงเดินออกมาข้างหน้า

“เจ้าหนูทั้งหลาย ผ่อนคลายร่างกาย ไม่ต้องตื่นเต้น”

พลันเห็นหลงอ้าวเทียนยื่นฝ่ามือออกไปเบาๆ ร่างของศิษย์ทั้งสิบคนก็พลันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า!

“ประมุขนิกาย! ออกเดินทางได้แล้ว!”

ฉู่เสียนโบกมือเล็กน้อย หลงอ้าวเทียนเข้าใจในทันที

พลันเห็นร่างของหลงอ้าวเทียนขยายใหญ่ขึ้นในบัดดล เสื้อผ้าขาดสะบั้น มัดกล้ามโปนขึ้น แสงสีทองส่องประกายออกมาจากใต้ผิวหนัง!

พร้อมกับเสียงมังกรคำรามดังกึกก้องสะเทือนฟ้า บนแผ่นหลังของหลงอ้าวเทียนพลันปรากฏปีกมังกรวารี (เจียวหลง) ขนาดมหึมาคู่หนึ่ง ปีกที่กางออกบดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ เกล็ดสีทองส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงแดด

แขนขาของเขายืดาวออก ปลายนิ้วงอกกรงเล็บมังกรอันแหลมคมออกมา ส่องประกายเย็นเยียบ

ในชั่วพริบตา หลงอ้าวเทียนก็กลายร่างเป็นมังกรวารีสีทองที่ดูองอาจสง่างามอย่างสมบูรณ์

มันบินวนอยู่เหนือยอดเขาหลัก ท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม ทำให้ผู้คนรู้สึกยำเกรง!

ศิษย์ทั้งสิบคนยืนอย่างมั่นคงบนแผ่นหลังของมัน จากนั้นพลังอันนุ่มนวลสายหนึ่งก็ค่อยๆ พยุงร่างของฉู่เสียนขึ้นไปวางไว้บนหัวของมังกรวารี

“ออกเดินทาง!”

“โอ้ววว~”

หลงอ้าวเทียนคำรามราวกับมังกรคลั่ง ร่างมหึมากลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งทะยานผ่านหมู่เมฆ มุ่งหน้าไปยังแดนไกลในบัดดล!

“แคว้นต้าเซี่ย เมืองมายา”

“ได้ยินมาว่าเมืองมายาเป็นเมืองที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองของต้าเซี่ย! ไม่ว่าจะเป็นตระกูลนิกายหรือผู้ฝึกยุทธ์อิสระในเมือง ล้วนแข็งแกร่งจนไม่น่าเชื่อ!”

“พี่น้องทั้งหลาย ครั้งนี้พวกเราไปเมืองมายาต้องทำตัวเรียบง่าย อย่าไปสร้างปัญหาให้นิกายเมฆาสวรรค์ของเรา คนที่นั่นล้วนไม่ธรรมดา!”

ศิษย์ฝ่ายนอกสี่คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เห็นได้ชัดว่าได้ไปศึกษาข้อมูลมาล่วงหน้าแล้ว พอจะเข้าใจสถานการณ์ของเมืองมายาอยู่บ้าง

ฉู่เสียนนั่งอยู่บนหัวของหลงอ้าวเทียน ไม่ได้สนใจการสนทนาของคนเหล่านั้น เพียงแค่ยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ

ถังลิ่วเดินเข้ามาอยู่ข้างๆ คนเหล่านั้นด้วยใบหน้าเย็นชา ทั้งสี่คนพลันรู้สึกราวกับถูกไอเย็นยะเยือกห่อหุ้ม!

“ศิษย์... ศิษย์พี่ถังลิ่ว... มีอันใดหรือ?”

ถังลิ่วเหลือบมองทั้งสี่คนแวบหนึ่ง กล่าวอย่างเย็นชา:

“อย่าทำให้สำนักต้องเสียหน้า!”

พูดจบ ถังลิ่วก็กอดฉมวกสามง่ามของตนเองเดินจากไปอย่างช้าๆ

ทั้งสี่คนถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ พวกเราทำอันใดรึ? ไปทำให้สำนักเสียหน้าตอนไหน?

“ความหมายของศิษย์พี่คือ พวกท่านอย่ามัวแต่กลัวว่าจะสร้างปัญหาให้สำนักจนต้องทำตัวหงอๆ เช่นนั้นกลับยิ่งทำให้สำนักต้องเสียหน้าเสียอีก” เจ้าทึ่มน้อยที่มีผมทรงเขาแกะสองข้างเดินเข้ามาอธิบายให้ทั้งสี่คนฟัง

ทั้งสี่คนเพิ่งจะเข้าใจ รีบกล่าวว่า: “เฮะๆๆ! ศิษย์พี่ศิษย์พี่หญิงวางใจ พวกเราไม่ทำให้สำนักเสียหน้าแน่นอน!”

“ใช่ๆๆ ยอมตายเพื่อรักษาชื่อเสียงของสำนัก!”

“...”

ฉู่เสียนยิ้มพลางกวักมือเรียกถังลิ่ว ให้เขาเข้ามาใกล้ๆ

“ลิ่วเอ๋อร์ ! ยิ้มให้อาจารย์ดูที!”

ฉู่เสียนรู้ดีว่า นับตั้งแต่ที่ถังชิงซานตายไป นิสัยของถังลิ่วก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็นคนละคน

ปกติแทบจะไม่พูดจาอันใด เอาแต่ก้มหน้าก้มตาฝึกบำเพ็ญ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังโลหิตตื่นขึ้น หรือเป็นเพราะถูกเรื่องของถังชิงซานกระตุ้นกันแน่

ถังลิ่วเดินมาอยู่หน้าฉู่เสียนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

“เรียนอาจารย์ ยิ้มไม่เป็น!”

ฉู่เสียน: “เช่นนั้น... ร้องไห้ที?”

ถังลิ่ว: ...

เขากอดฉมวกสามง่ามไว้แนบอกแล้วหันหลังเดินจากไปทันที!

“เฮ้? เจ้าเด็กนี่! วันๆ เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึง อาจารย์ติดหนี้เจ้าหรือไร?”

สิ่งที่ตอบกลับฉู่เสียน มีเพียงแผ่นหลังของถังลิ่วเท่านั้น

ฉู่เสียนลอบกล่าวในใจ:

เฮ้อ! ศิษย์สายตรงสามคน เป็นเด็กมีปัญหาไปเสียสองคน!

ก็มีเพียงอวี๋เจี้ยนที่ยังนับว่าปกติ!

เพิ่งจะคิดได้แค่นั้น ก็ได้ยินเสียงเจ้าทึ่มน้อยร้องอุทานออกมา:

“ประมุขนิกาย! แย่แล้ว! ศิษย์พี่อวี๋เจี้ยนร่วงลงไปแล้ว!”

ฉู่เสียน: ......

ไม่สิ! เป็นเด็กมีปัญหาทั้งสามคน!

ตลอดการเดินทาง คณะของนิกายเมฆาสวรรค์ก็นับว่ามาถึงทางเข้าโพรงวิญญาณไร้ลักษณ์ได้อย่างปลอดภัย แม้จะมีเรื่องตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย

สถานที่แห่งนี้คือทะเลทรายอันกว้างใหญ่

ในขณะนี้ กลางทะเลทรายมีวังวนสีขาวขนาดเท่าอ่างน้ำกำลังหมุนวนอย่างช้าๆ

“ดูท่าว่าพวกเราจะมาเร็วไป โพรงวิญญาณไร้ลักษณ์น่าจะยังเหลือเวลาอีกสองวันจึงจะเปิดออก”

คณะของฉู่เสียนใช้เวลาเดินทางสามวันเต็ม เพิ่งจะมาถึง

ทันทีที่ทุกคนลงสู่พื้น รอบข้างก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นมาเป็นระลอก!

“สวรรค์! คนกลุ่มนี้เป็นมาอย่างไร? ลงมาจากฟ้าโดยตรงเลยรึ?”

“เจ้ามองไม่เห็นหรือ? พวกเขาขี่อสูรวิญญาณมา คนที่สวมชุดสีเหลืองนั่น เขาคืออสูรวิญญาณที่จำแลงกายเป็นมนุษย์!”

“อสูรวิญญาณจำแลงกายเป็นมนุษย์? นั่นมิใช่อสูรวิญญาณขอบเขตวังวนวิญญาณหรอกหรือ?”

“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”

อสูรวิญญาณจะต้องฝึกบำเพ็ญจนถึงขอบเขตวังวนวิญญาณเท่านั้น จึงจะสามารถเปลี่ยนร่างของตนเองให้กลายเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

ผู้คนโดยรอบไม่ได้คิดเลยว่าหลงอ้าวเทียนจะอยู่ในระดับปราชญ์ ในความนึกคิดของผู้คน ระดับปราชญ์นั้นมีอยู่เพียงในราชวงศ์ต้าเซี่ยเท่านั้น

ดังนั้น กลุ่มของฉู่เสียนจึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนิกายที่มีฝีมือพอใช้ได้โดยอัตโนมัติ

หลงอ้าวเทียนมองไปทางคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“ขอบเขตวังวนวิญญาณ? เจ้าสิขอบเขตวังวนวิญญาณ ทั้งตระกูลเจ้าก็ขอบเขตวังวนวิญญาณ!”

ผู้คน: เฮ้?

ทั้งตระกูลข้าล้วนเป็นขอบเขตวังวนวิญญาณ? เช่นนั้นก็ดีเลยสิ!

ขอบคุณนะ!

ในขณะนั้นเอง บนท้องฟ้าพลันมีคนผู้หนึ่งขี่กระบี่เหินมา พลางตะโกนเสียงดัง:

“ทุกท่าน นิกายวายุคราม ของข้าได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ในเมืองวายุครามแล้ว คืนนี้จะจัดงานประมูลขึ้น โดยมีอาวุธลำดับขั้นวิญญาณระดับสูงชิ้นหนึ่งเป็นของประมูลชิ้นเอก!”

“ผู้ใดที่ได้ครอบครองอาวุธลำดับขั้นวิญญาณชิ้นนี้ จะต้องสามารถแสดงฝีมือได้อย่างโดดเด่นในโพรงวิญญาณไร้ลักษณ์อย่างแน่นอน!”

คนผู้นั้นแจ้งข่าวเสร็จ ก็ขี่กระบี่เหินจากไปทันที!

ผู้คนที่อยู่ณ. ที่นี้ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง

“นิกายวายุคราม ขุมกำลังอันดับสองของต้าเซี่ย! ช่างมั่งคั่งยิ่งนัก!”

“ถึงกับนำอาวุธลำดับขั้นวิญญาณระดับสูงออกมาประมูล!”

“เหอะ! นิกายวายุครามนี่ พูดกันตามตรง ก็แค่อาศัยโพรงวิญญาณไร้ลักษณ์นี้เท่านั้นแหละ เมืองวายุครามก็อยู่ห่างจากที่นี่ไปทางทิศตะวันตกเพียงหนึ่งร้อยลี้ ทุกครั้งที่โพรงวิญญาณไร้ลักษณ์เปิดออก พวกเขาก็จะจัดงานประมูลขึ้นครั้งหนึ่ง”

“ฮ่าๆๆ! อาวุธลำดับขั้นวิญญาณระดับสูง! ข้าผู้เป็นคุณชายต้องเอามันมาให้ได้!”

“ไป! ไปเมืองวายุคราม!”

ขณะที่ผู้คนกำลังสนทนากัน ก็มีคนจำนวนไม่น้อยมุ่งหน้าไปยังเมืองวายุครามแล้ว

แม้ว่าทุกครั้งที่โพรงวิญญาณไร้ลักษณ์เปิดออกจะสามารถเข้าไปได้เพียงหนึ่งร้อยคน แต่การเข้าสู่โพรงวิญญาณไร้ลักษณ์นี้กลับมีข้อจำกัด!

มีเพียงผู้ที่อยู่ในลำดับขั้นมนุษย์เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้!

ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด แม้แต่ยอดฝีมือระดับปราชญ์ หากเข้าไปข้างใน พลังยุทธ์ก็จะถูกกดให้อยู่ที่ขอบเขตห้วงธาราขั้นสูงสุดในทันที

ดังนั้น ทุกครั้งคนที่เข้าไปส่วนใหญ่จึงเป็นคนรุ่นเยาว์จากตระกูลและนิกายต่างๆ

และเพื่อปกป้องคนรุ่นเยาว์ของตนเอง ตระกูลและนิกายใหญ่ๆ ต่างก็ทุ่มทุนกันอย่างเต็มที่!

นอกจากจะมีผู้คุ้มกันติดตามมาด้วยแล้ว พวกเขายังพกพาศิลาปราณมาเป็นจำนวนมหาศาล ก็เพื่อเข้าร่วมงานประมูลที่นิกายวายุครามจัดขึ้นนี่แหละ

“เจ้าหนูทั้งหลาย สนใจไปดูงานประมูลบ้างหรือไม่?” หลงอ้าวเทียนกอดอกถาม

ฉู่เสียนพลันเกิดความสนใจ “มาถึงที่นี่แล้ว ก็ไปดูกันสักหน่อย ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาให้พวกเจ้าด้วย”

เหล่าศิษย์พลันยิ้มหน้าบาน!

อวี๋เจี้ยน: เยี่ยมไปเลย!

หลินเซวียน: น่าเบื่อ!

ถังลิ่ว: ......

จบบทที่ บทที่ 26 - ถึงทางเข้า! งานประมูล

คัดลอกลิงก์แล้ว