- หน้าแรก
- แมวเซียนกำราบยุทธภพ ตำนานวิชาเสือสิบท่า
- ตอนที่ 97 : สี่เด้งต่อเนื่อง
ตอนที่ 97 : สี่เด้งต่อเนื่อง
ตอนที่ 97 : สี่เด้งต่อเนื่อง
ตอนที่ 97 : สี่เด้งต่อเนื่อง! ไร้เทียมทาน
เมื่อได้ยินคำขอของหลี่ซวน เจ้านิวก็ส่ายหัวรัวๆ แสดงเจตนาชัดเจนว่าอยากอยู่ดูแลเจ้าหน้าบาก
แต่ดูจากสภาพที่สั่นเทาของมันแล้ว ชัดเจนว่าเจ้านี่กำลังกลัวหัวหด
เจ้าหน้าบากเองก็มองเจ้านิวอย่างเอือมระอา คิดในใจว่า "ถ้าไม่ใช่เพราะแก ข้าจะต้องให้แกมาดูแลเหรอ?"
อย่างไรก็ตาม อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ เจ้าหน้าบากย่อมรู้นิสัยของเจ้านิวดี มันขี้เกียจจะต่อปากต่อคำ จึงนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนพื้น
แม้เจ้าหน้าบากอยากจะเตือนหลี่ซวนว่าหมาพวกนั้นไม่ได้จัดการง่ายๆ แต่ในฐานะผู้แพ้ มันรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์พูดเช่นนั้นกับหลี่ซวน
เจ้าหน้าบากพ่ายแพ้ต่อหลี่ซวน และยังพ่ายแพ้ให้กับหมาพวกนั้นจนได้รับบาดเจ็บ
ดังนั้น มันจึงรู้สึกว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ควรหลุดออกมาจากปากของมัน
หลี่ซวนหรี่ตามองเจ้านิวอย่างหงุดหงิด
ถ้าให้เจ้านี่อยู่ที่นี่ อย่าว่าแต่ดูแลเจ้าหน้าบากเลย เจ้าหน้าบากคงต้องคอยดูแลมันเสียมากกว่า
แต่สิ่งที่เจ้านิวพูดก็มีเหตุผล การทิ้งเจ้าหน้าบากที่บาดเจ็บไว้ลำพังในอุทยานหลวง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น มันคงหนีไม่ทันแน่
"ต้องหาที่ปลอดภัยให้เจ้าหน้าบากพักฟื้น"
หลี่ซวนปิ๊งไอเดีย ร้องเรียกเจ้านิวกับเจ้าส้มอ้วน แล้วค่อยๆ ย่องไปข้างหลังเจ้าหน้าบาก
เจ้าหน้าบากรู้สึกถึงความผิดปกติ พยายามจะหันหัวไปดูว่าหลี่ซวนจะทำอะไร
ทันใดนั้น มันก็รู้สึกว่าหนังคอถูกหิ้วขึ้น แล้วร่างกายทั้งร่างก็ควบคุมไม่ได้
หลี่ซวนคาบเจ้าหน้าบากไว้ ร้องเหมียวอู้อี้ แล้วพาพวกมันออกจากอุทยานหลวง
"เหมียว (ตามมา)"
เจ้านิวกับเจ้าส้มอ้วยมองภาพนี้ด้วยความตกตะลึง ส่วนเจ้าหน้าบากสมองขาวโพลนไปหมด คิดอะไรไม่ออก
เจ้าหน้าบากจำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหนแล้วที่ชะตากรรมของมันถูกกำหนดด้วยการถูกหิ้วหนังคอ
ในเวลานี้ มันสงบเสงี่ยมเจียมตัว ราวกับกลับไปเป็นลูกแมวตัวน้อย ภาพของแม่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
แต่เจ้าหน้าบากก็ตระหนักได้ทันทีว่า ผู้ที่หิ้วหนังคอมันอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้า
"เหมียว %¥&%…"
สันดานดิบของเจ้าหน้าบากยังคงเดิม
แม้ขยับตัวไม่ได้ แต่ปากไม่เคยหยุด
หลี่ซวนเห็นว่าเจ้าหน้าบากเป็นคนป่วย จึงไม่ถือสาหาความ รีบคาบมันมุ่งหน้าไปยังตำหนักจิงหยาง
ใช่แล้ว หากหลี่ซวนต้องการหาที่ปลอดภัยในวังหลวงแห่งนี้ ตำหนักจิงหยางคือทางเลือกเดียว
การฝากเจ้าหน้าบากไว้พักฟื้นที่ตำหนักจิงหยางชั่วคราวไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
หลี่ซวนหามุมสงบในตำหนักจิงหยางที่องค์หญิงอันคังและยวี่เอ๋อร์ไม่ค่อยเข้าไปยุ่ง แล้ววางเจ้าหน้าบากลง
"เหมียว เหมียว (พักผ่อนให้ดี อย่ารังแกสองสาวที่อยู่ที่นี่นะ)"
หลังจากกำชับเจ้าหน้าบากเสร็จ หลี่ซวนก็บังคับหิ้วเจ้านิวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพาเจ้าส้มอ้วนไปล้างแค้นพวกหมา
เจ้านิวร้องโหยหวน อ้อนวอนให้เจ้าหน้าบากช่วย ไม่ยอมไปด้วยท่าเดียว
แต่หลี่ซวนจะยอมได้ไง?
เจ้านี่ไม่ว่ายังไงก็เป็นหนึ่งในแมวที่เกี่ยวข้อง จะให้พลาดเหตุการณ์สำคัญไปได้ยังไง?
เจ้าหน้าบากต้องพักฟื้นจึงไม่มีอะไรจะพูด แต่เจ้านิวไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ไป
เจ้าหน้าบากมองแผ่นหลังของเพื่อนๆ ที่จากไป แล้วหลับตาลงแกล้งตาย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
หลังจากออกจากตำหนักจิงหยาง เจ้าส้มอ้วนก็เดินนำทาง ค้นหาพวกหมาตามสถานที่ที่พวกมันมักปรากฏตัว
เจ้านิวเดินตามหลังเจ้าส้มอ้วน ตาเล็กๆ หรี่จนแทบปิด ดูไม่เต็มใจสุดขีด
หลี่ซวนเดินรั้งท้าย คอยคุมเจ้านิวจอมขี้ขลาดตัวนี้ไม่ให้หนี
หลังจากค้นหาอยู่นาน จู่ๆ เจ้าส้มอ้วนที่นำหน้าก็เงยหน้าขึ้นและร้องเหมียว
มันได้กลิ่นพวกหมาแล้ว
เจ้าส้มอ้วนดมกลิ่นตามไป และไม่นานก็พาหลี่ซวนและเจ้านิวมาพบที่อยู่ของพวกหมา
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง...
พร้อมกับเสียงเห่ากรรโชก หลี่ซวนเห็นเงาร่างของหมาล่าเนื้อห้าตัว
หมาล่าเนื้อห้าตัว สีดำสี่ตัว สีขาวหนึ่งตัว
ตัวสีขาวมีขนาดใหญ่กว่าเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด ขนเป็นมันวาว กล้ามเนื้อแน่น สุขภาพดี และท่วงท่าสง่างาม
หลี่ซวนไม่เคยเห็นหมาที่ดูองอาจขนาดนี้มาก่อน
เขาเห็นหมาสีขาวตัวนี้นำพรรคพวกอีกสี่ตัว ล้อมต้นไม้ต้นหนึ่งและเห่าใส่อะไรบางอย่างข้างบนอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็กระโดดงับอากาศด้วยความตื่นเต้น
หลี่ซวนมองตามสายตาพวกมันขึ้นไปบนต้นไม้ และเห็นแมวสีขาวบริสุทธิ์ตัวหนึ่งติดอยู่บนนั้น
แมวตัวนี้มีหัวกลมป้อม ขนหัวสั้น จมูกสีชมพู ดวงตากลมโต และหูตั้งหนา ดูเหมือนสิงโตตัวน้อย
ที่แปลกยิ่งกว่าคือดวงตาของมัน ข้างหนึ่งสีเหลือง ข้างหนึ่งสีฟ้า มันคือแมวตาเพชร (ขาวมณี)
หลี่ซวนจำเจ้าแมวตาเพชรนิสัยดีตัวนี้ได้
คราวที่แล้วที่เขาหาตัวยวี่เอ๋อร์ไม่เจอ เขาถามทางแมวแถวนั้น และเจ้าแมวตาเพชรตัวนี้นี่แหละที่บอกที่อยู่ของยวี่เอ๋อร์ แถมยังนำทางให้เขาด้วย
ในเวลานี้ เจ้าแมวตาเพชรกำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่บนยอดไม้ อุ้งเท้าเกาะกิ่งไม้แน่นด้วยความหวาดกลัว
"นั่นมันพี่แมวใจดีไม่ใช่เหรอ?"
"พวกแกนี่มันสมควรตายจริงๆ!"
"รังแกแมวซื่อๆ จนมุมแบบนี้"
หลี่ซวนเองก็เดือดดาล ร้องเหมียวลั่น แล้วเปิดตัวอย่างอลังการ
เจ้านิวและเจ้าส้มอ้วนเฝ้าดูอยู่บนกำแพง พวกมันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวทีสำหรับพวกมัน
เจ้าแมวตาเพชรบนต้นไม้เห็นแมวตัวหนึ่งพุ่งเข้ามา ก็รีบส่งเสียงเตือนแหลมสูง บอกหลี่ซวนว่าอย่าเข้ามา
แต่หลี่ซวนไม่สนใจคำเตือน แปลงร่างเป็นลูกธนูพุ่งเข้าใส่ฝูงหมาล่าเนื้อ
พวกหมาได้ยินเสียงแมวร้อง จึงหันขวับมาด้วยความแปลกใจ เห็นลูกแมวดำตัวเล็กๆ พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
หมาขาวที่เป็นจ่าฝูงเห่าสั่งการ หมาดำอีกสี่ตัวก็กระจายกำลังทันที ก่อตัวเป็นตาข่ายขนาดใหญ่เตรียมจะตะครุบหลี่ซวน
"สมเป็นหมาล่าเนื้อของวังหลวง ฝึกมาดีจริงๆ"
หลี่ซวนหรี่ตาลงเล็กน้อย รู้สึกทึ่งนิดหน่อย
เมื่อเผชิญหน้ากับเขาที่ดูอ่อนแอ หมาพวกนี้ยังใช้ยุทธวิธี แสดงว่านี่เป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึก
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างหลี่ซวนกับพวกมัน ไม่ใช่สิ่งที่ยุทธวิธีจะถมให้เต็มได้
เขาประเมินความสามารถของพวกหมาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ก้มหัวลงสูดหายใจลึก แล้วเร่งความเร็วพุ่งปรี๊ด
ร่างของหลี่ซวนกลายเป็นสายฟ้าสีดำแล่นแวบข้ามหัวหมาดำสี่ตัวไป
เขาใช้ขาหลังอันทรงพลังถีบเข้าแสกหน้าพวกมันอย่างจัง
จัดการกับหมาพวกนี้ หลี่ซวนไม่จำเป็นต้องใช้ 'พลังปราณเลือด' ด้วยซ้ำ แค่ใช้พละกำลังทางกายภาพอันมหาศาลบดขยี้ก็เกินพอ
ถือเป็นโอกาสดีที่จะทดสอบดูว่าส่วนต่างๆ ที่ฝึกฝนด้วยเคล็ดวิชา 'หัวทองแดงแขนเหล็ก' นั้นแข็งแกร่งแค่ไหนแล้ว
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ร่างของหมาดำสี่ตัวกระเด็นหมุนคว้างราวกับลูกข่าง ตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง
"เอ๋งงง เอ๋งงง..."
เสียงร้องโหยหวนดังระงม ดวงตาของพวกมันเหม่อลอย และพื้นใต้ร่างเปียกแฉะโดยไม่รู้ตัว
ภาพหมาสี่ตัวลอยละลิ่วพร้อมกันทำเอาทั้งแมวทั้งหมาที่อยู่ในเหตุการณ์ตะลึงงันไปตามๆ กัน
รูม่านตาของหมาขาวจ่าฝูงหดเกร็ง มันรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกเมื่อมองดูร่างเล็กสีดำทมิฬนั้น
"นี่มัน... แมวแน่เหรอวะ?"