- หน้าแรก
- แมวเซียนกำราบยุทธภพ ตำนานวิชาเสือสิบท่า
- บทที่ 75 วรยุทธ์ใหม่
บทที่ 75 วรยุทธ์ใหม่
บทที่ 75 วรยุทธ์ใหม่
บทที่ 75 วรยุทธ์ใหม่
"อืม"
พ่อบุญธรรมพยักหน้า พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานบ้านที่เติ้งเว่ยเซียนอาศัยอยู่ แล้วเอ่ยต่อ "ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ดูจากผลลัพธ์แล้ว เจ้าทำภารกิจที่พ่อมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำให้หลี่เสวียนยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตน
เขาแค่ไม่เข้าใจว่าตาแก่คนนี้ต้องการอะไรกันแน่?
ในวังหลวงแห่งนี้ จ้าวเฟิงมีอำนาจเป็นรองเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น
ถ้าจะสูงไปกว่านี้...
หลี่เสวียนส่ายหน้า ไม่กล้าคิดต่อ
"คงไม่ใช่หรอกมั้ง?"
"แก่ปูนนี้แล้ว ยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีกหรือ..."
แต่ประโยคถัดมาก็ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของหลี่เสวียนทันที
"เจ้าอยู่ในขอบเขตหนิงเสวี่ยมาได้สักพักแล้ว ดูจากรัศมีพลัง รากฐานของเจ้ามั่นคงดีแล้ว"
"พ่อจะสอนวิธีทะลวงสู่ขอบเขตต่อไปให้เจ้า"
หลี่เสวียนรีบเก็บอุ้งเท้า นอนลงในท่าที่สบายที่สุด แล้วเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
เติ้งเว่ยเซียนก็ไม่ต่างกัน ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
ทั้งคนทั้งแมวต่างเป็นนักเรียนดีเด่น พอรู้ว่าจะได้เรียนวิชาใหม่ก็ย่อมดีใจเป็นธรรมดา
พ่อบุญธรรมครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเริ่มอธิบาย "ระดับแปด หรือเรียกอีกอย่างว่า 'ขอบเขตเชียงเซิน' (กายแกร่ง)"
"ก็ตามชื่อเลย มันคือกระบวนการขัดเกลาร่างกาย"
"ขอบเขตเชียงเซินต้องอาศัยเลือดลมในกาย ผสานกับวิชาการบำเพ็ญเพียรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง"
"เจ้าต้องเตรียมใจไว้ให้ดี ขั้นตอนนี้จะไม่ง่ายดายเหมือนตอนทะลวงขอบเขตหนิงเสวี่ย"
"ต่อให้มีพรสวรรค์สูงส่งแค่ไหน ก็ต้องกัดฟันทนความลำบาก และต้องใช้เวลานาน"
"ดังนั้น ขอบเขตเชียงเซินจึงถือเป็นขอบเขตที่กินเวลามากที่สุดช่วงหนึ่ง"
"การใช้เวลาสั่งสมแรมปีถือเป็นเรื่องปกติ"
พ่อบุญธรรมหยุดพูดตรงนี้ เพื่อให้เวลาเติ้งเว่ยเซียนได้ย่อยข้อมูล
สีหน้าของเติ้งเว่ยเซียนเคร่งขรึมลง แต่ไร้ซึ่งความลังเล
"พ่อบุญธรรม ต่อให้หนทางข้างหน้าจะยากลำบากหรืออันตรายเพียงใด ลูกก็พร้อมจะลอง และจะไม่เสียใจภายหลังขอรับ"
"ดีมาก"
พ่อบุญธรรมเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
หลี่เสวียนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็พยักหน้าเห็นด้วย
เจ้าหนูเติ้งนี่ดีอยู่อย่าง เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานไม่เคยปอดแหก
"ต่อไปพ่อจะถ่ายทอดวิชาให้เจ้า เจ้าตั้งใจฝึกให้ดี นี่จะเป็นก้าวแรกสู่ขอบเขตเชียงเซิน"
"ก่อนหน้านี้พ่อสอน 'กระบวนท่าพยัคฆ์สิบกระบวน' และ 'กรงเล็บพยัคฆ์กระหายเลือด' ให้เจ้า"
"วิชาสองแขนงนี้จริงๆ แล้วเป็นตัวแทนของวรยุทธ์สองสายหลัก"
"อย่างหนึ่งเน้นเสริมสร้างร่างกาย ปูพื้นฐานให้แน่น"
"อีกอย่างเน้นโจมตีสังหารศัตรู หรือป้องกันตัว"
"แน่นอนว่ามีวิชาที่ครอบคลุมทั้งสองอย่างด้วย"
"แม้ 'กระบวนท่าพยัคฆ์สิบกระบวน' จะเป็นวิชาพื้นฐาน แต่ก็มีคุณสมบัติของทั้งสองสายรวมอยู่"
เติ้งเว่ยเซียนฟังอย่างงูๆ ปลาๆ เพราะเขาเพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์ ประสบการณ์ยังมีน้อย เข้าใจได้เท่าที่เคยเรียนมา
แต่หลี่เสวียนกลับเข้าใจได้เร็วกว่ามาก
"ก็แค่ความต่างระหว่างสกิล Active กับ Passive ไม่ใช่รึไง?"
"Active ใช้โจมตีศัตรู Passive เพิ่มค่าสเตตัส"
ในฐานะเกมเมอร์เก่า เขาเก็ทได้ในทันที
ส่วนวิชาที่พ่อบุญธรรมบอกว่าครอบคลุมทั้งสองอย่าง ก็น่าจะเหมือนสกิลแรร์ที่ทั้งเพิ่มสเตตัสและใช้โจมตีได้ในตัวเดียวกัน
"ไม่นึกเลยว่าข้ากับเจ้าหนูเติ้งจะได้เรียนของดีตั้งแต่เริ่ม"
แต่พูดพร่ำมาตั้งนาน พ่อบุญธรรมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสาธิตให้ดูสักที ทำเอาหลี่เสวียนเริ่มหงุดหงิด
แล้วการกระทำต่อมาก็ทำเอาหลี่เสวียนเย็นวาบไปทั้งตัว
พ่อบุญธรรมหยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมาส่งให้เติ้งเว่ยเซียน
"รับคัมภีร์ 'หัวทองแดงแขนเหล็ก' เล่มนี้ไป แล้วฝึกตามนั้น ไม่เข้าใจตรงไหนค่อยถามพ่อ"
"???"
หลี่เสวียนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเรื่องจะหักมุมแบบนี้
"จะไม่สาธิตให้ดูหน่อยเหรอ? ไม่สอนแบบจับมือทำเหรอ?"
เขายังรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง แต่เห็นเติ้งเว่ยเซียนก้มหน้าก้มตาอ่านคัมภีร์ และพ่อบุญธรรมก็ยืนรอเงียบๆ เขาจึงได้แต่ทำใจ
"ช่างเถอะ อย่างแย่สุดก็แค่ดูเจ้าหนูเติ้งฝึก แล้วค่อยทำตาม"
"ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พิสูจน์ด้วยว่า คนสอนต่างกันจะมีผลต่อความก้าวหน้าไหม"
แน่นอนว่าหลี่เสวียนอยากเรียนเวอร์ชั่นพ่อบุญธรรมมากกว่า เพราะเขาเชื่อว่าความเชี่ยวชาญของผู้สอนน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ค่าความก้าวหน้าพุ่งพรวดในคราวที่แล้ว
การได้แต้มต่อเยอะๆ ตั้งแต่เริ่มใครบ้างจะไม่ชอบ
ยิ่งพ่อบุญธรรมย้ำนักย้ำหนาว่าขอบเขตเชียงเซินฝึกยากและใช้เวลานาน
แต่ตอนนี้หลี่เสวียนเลือกไม่ได้แล้ว
เติ้งเว่ยเซียนพลิกดูคัมภีร์ แล้วเริ่มลองฝึกดู
เขายืนขึ้นทำท่าทางเก้ๆ กังๆ กึ่งนั่งกึ่งยอง
จากนั้นใบหน้าก็เริ่มแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มช้าลงเป็นจังหวะ
"เวลาหายใจให้ลึกที่สุด ยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด แล้วค่อยๆ โคจรเลือดลมในกาย"
"ต้องดึง 'ลมปราณเหมันต์' ให้ไหลเวียนตามไปด้วย ไปรวมอยู่ที่จุดที่ต้องการเสริมแกร่ง"
พ่อบุญธรรมคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ เป็นระยะ
เห็นแบบนี้ หลี่เสวียนถึงเข้าใจว่าวิชานี้มันสาธิตให้ดูยากจริงๆ
รายละเอียดพวกนี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องอาศัยการชี้แนะระหว่างฝึกถึงจะได้ผลดีที่สุด
หลี่เสวียนซ่อนตัวสังเกตการณ์ทุกรายละเอียดอย่างตั้งใจ กลัวว่าจะพลาดอะไรไป
ตอนนี้เขาเริ่มกังวลแล้วว่าลำพังแค่ดูอย่างเดียวจะฝึกได้ไหม
เขามองไม่เห็นจังหวะการหายใจและการโคจรเลือดลมของเติ้งเว่ยเซียนเลย
หายใจเข้าออก โคจรพลัง หล่อเลี้ยงทั่วร่าง
เติ้งเว่ยเซียนกำลังทำตามขั้นตอนนั้น
และเมื่อเขาทำตามคำแนะนำของพ่อบุญธรรม โคจรเลือดลมไปตามจุดต่างๆ หน้าผากและท่อนแขนของเขาก็เริ่มปูดโปนขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีไส้เดือนเลื้อยอยู่ใต้ผิวหนัง
"ถ้าดูเฉยๆ แล้วฝึกไม่ได้ คงต้องหาทางไปแอบดูคัมภีร์เล่มนั้นแล้วล่ะ"
หลี่เสวียนเผื่อใจไว้สำหรับกรณีเลวร้ายที่สุด
ท่าทางตอนฝึกวิชานี้ของเติ้งเว่ยเซียนมันดูเรียบง่ายเกินไป ไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะแกะท่าได้ไหม
เติ้งเว่ยเซียนรักษท่วงท่า หลับตาหายใจเข้าออก
เลือดลมไหลเวียนพล่านไปมาระหว่างหน้าผากและท่อนแขน
เพียงครู่เดียว เหงื่อก็ท่วมตัว ไอร้อนระเหยออกจากร่าง
ใบหน้าของเติ้งเว่ยเซียนค่อยๆ ซีดลง ร่างกายเริ่มโอนเอน
ทันใดนั้น เข่าของเขาก็อ่อนยวบ ทำท่าจะหงายหลังล้มตึง
โชคดีที่พ่อบุญธรรมตาไว รีบยื่นมือไปประคองไว้ทัน
"การโคจรเลือดลมเพื่อเสริมแกร่งร่างกายไม่ใช่เรื่องง่าย ครั้งแรกทำได้ขนาดนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว"
มองดูเติ้งเว่ยเซียนที่หน้าซีดเผือด พ่อบุญธรรมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเชย
ที่เติ้งเว่ยเซียนหน้าซีด ส่วนหนึ่งเพราะใช้พลังงานไปเยอะ แต่อีกส่วนเป็นเพราะตกใจ
เขารู้สึกว่าเวลาที่ตัวเองทนได้มันสั้นเกินไป
รวมๆ แล้วอาจจะไม่ถึงหกสิบลมหายใจด้วยซ้ำ
ซึ่งมันห่างไกลจากที่เขาคาดหวังไว้มาก
พ่อบุญธรรมมองปราดเดียวก็รูความคิดของเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่เอ่ยปลอบใจไปเมื่อครู่
เขาเข้าใจความคิดของเติ้งเว่ยเซียนดี
เด็กหนุ่มถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะมาตลอด แถมยังทะลวงสู่ระดับเก้าได้อย่างง่ายดาย
ต่อให้เตือนไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เติ้งเว่ยเซียนก็ยังคาดหวังในตัวเองสูงอยู่ดี
พอความจริงไม่เป็นอย่างที่คิด ก็ย่อมต้องรู้สึกผิดหวังเป็นธรรมดา
"นั่งพักก่อน เรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้"
พ่อบุญธรรมชี้ไปที่ม้านั่งหินข้างๆ
เขาเริ่มนวดกดจุดตามแขนและศีรษะของเติ้งเว่ยเซียน
"จำวิธีการนวดของพ่อไว้ ฝึกเสร็จต้องนวดแบบนี้เพื่อคลายความเมื่อยล้าและกระตุ้นการฟื้นตัวของเลือดลม"
"ในขอบเขตเชียงเซิน การใช้ของวิเศษจะทำให้ประสิทธิภาพในการขัดเกลาร่างกายลดลง เจ้าต้องใช้เลือดลมของตัวเองเสริมแกร่งร่างกายเท่านั้น"
"กระบวนการนี้จะช่วยให้เลือดลมของเจ้าแข็งแกร่งขึ้น และควบคุมได้ดียิ่งขึ้นด้วย"
"นี่คือเหตุผลว่าทำไมการทะลวงสู่ขอบเขตเชียงเซินถึงใช้เวลานานและกินแรงที่สุด"
หลังได้รับการนวด สีหน้าของเติ้งเว่ยเซียนก็ดูดีขึ้นทันตา
พ่อบุญธรรมค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วย้ำกับเติ้งเว่ยเซียนอีกครั้ง "ครั้งนี้ไม่มีเลือดบริสุทธิ์พยัคฆ์เกล็ดช่วยแล้ว นอกจากความพยายามของเจ้าเอง ก็มีแต่วิชาการนวดชุดนี้แหละที่จะช่วยให้เจ้าฝึกได้เร็วขึ้น"
เติ้งเว่ยเซียนลุกขึ้น พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกใหญ่ แล้วโค้งคำนับ "ลูกเข้าใจแล้วขอรับ"
พ่อบุญธรรมพยักหน้าอย่างพอใจ "ตั้งใจฝึกให้ดี อีกไม่กี่วันพ่อจะมาหาใหม่"
พูดจบ เขาก็จากไป
【หัวทองแดงแขนเหล็ก : 0%】
ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาในหัว แต่หลี่เสวียนกลับดีใจไม่ออก
วิชาการนวดที่พ่อบุญธรรมเพิ่งทำให้ดูเมื่อกี้ ดูเหมือนจะอิงตามจุดชีพจรต่างๆ ของมนุษย์
เขาก้มมองอุ้งเท้าแมวน้อยน่ารักสีชมพูของตัวเอง แล้วอดคิดด้วยความหงุดหงิดไม่ได้ว่า:
"โธ่เอ๊ย แล้วข้าจะทำยังไงล่ะเนี่ย~~~"