- หน้าแรก
- แมวเซียนกำราบยุทธภพ ตำนานวิชาเสือสิบท่า
- บทที่ 30 ของรักของหวง
บทที่ 30 ของรักของหวง
บทที่ 30 ของรักของหวง
บทที่ 30 ของรักของหวง
"มันก็สบายดีออกไม่ใช่เหรอ?"
อุ้งเท้าของหลี่เสวียนจุ่มลงไปในโถดินเผา แถมยังกวนไปมาสองสามทีด้วยความรู้สึกฟินสุดๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเติ้งเว่ยเซียนที่นอนอยู่บนเตียง แล้วแอบค่อนขอดในใจว่า "เมื่อกี้ร้องโวยวายจะเป็นจะตาย ที่แท้ก็มีแค่นี้เอง?"
หลี่เสวียนกวนน้ำในโถอีกครั้งจนเกิดเป็นน้ำวนขนาดเล็ก สนุกสนานเพลิดเพลินใจเป็นที่สุด
ยามที่อุ้งเท้าจมลงไปในของเหลว เขาเพียงสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายซ่านเซ็น ไม่มีความรู้สึกอึดอัดทรมานเลยสักนิด กลับรู้สึกสบายตัวเสียด้วยซ้ำ
เขาไม่เข้าใจเลยว่าท่าทางโอเวอร์เกินจริงของเติ้งเว่ยเซียนก่อนหน้านี้คืออะไร
"ไอ้เราก็นึกว่าเจ้านี่จะเป็นลูกผู้ชายอกสามศอกเสียอีก"
"เฮอะ~~~"
หลี่เสวียนลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมไม่ 'ถ่มน้ำลาย' ลงไป แต่กลืนน้ำลายลงคอดัง 'เอื๊อก' แทน
"ช่างเถอะ บางทีกายภาพของคนกับแมวอาจจะเอามาเทียบกันไม่ได้กระมัง?"
เมื่อรู้สึกว่าได้เวลาอันสมควร เขาก็ยกอุ้งเท้าขึ้นมาสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียด
และก็เป็นจริงดังคาด เส้นเลือดสีแดงบนอุ้งเท้าสีชมพูได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และกำลังค่อยๆ แผ่ขยายออกไป
อาจเป็นเพราะอุ้งเท้าแมวมีขนาดเล็ก ความเร็วในการแพร่กระจายจึงรวดเร็วกว่าเติ้งเว่ยเซียนอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายที่รู้สึกอ่อนเพลียในช่วงไม่กี่วันมานี้ กลับได้รับพลังงานกระตุ้นขึ้นมา
ความเย็นสบายนั่นแล่นพล่านจากอุ้งเท้าแมวขึ้นมาครอบคลุมท่อนแขนแทบทั้งหมด รวมถึงหน้าอกข้างซ้าย
ขณะที่ความรู้สึกเย็นสบายนี้ไหลเวียนไปทั่ว ร่างกายส่วนนั้นก็เบาสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!"
"ของเหลวพวกนี้คือกุญแจสำคัญในการทะลวงผ่าน 'ขอบเขตหนิงเสวี่ย' มันช่วยเติมเต็มพลังงานที่ข้าใช้ไปในการฝึกฝนก่อนหน้านี้"
การค้นพบนี้ทำให้หลี่เสวียนตื่นเต้นดีใจแทบบ้า
เมื่อก่อนเขาคิดว่าแค่กินก็แก้ปัญหาเรื่องพลังงานในการบำเพ็ญเพียรได้แล้ว
แต่หลังจากฝึกวิชา 'กรงเล็บพยัคฆ์กระหายเลือด' แล้วพบว่าการกินไม่สามารถชดเชยสิ่งที่ร่างกายสูญเสียไปได้ ความตื่นตระหนกในตอนนั้นมันยากจะบรรยายเป็นคำพูดจริงๆ
เส้นทางการฝึกยุทธ์เพิ่งจะเปิดประตูแง้มให้เขาเห็นความเป็นไปได้อันไร้ขอบเขต
หากประตูบานนั้นต้องปิดลงในตอนนี้ หลี่เสวียนคงตรอมใจตายแน่ๆ
โชคดีที่ปัญหาเรื่องการฝึกฝนได้รับการแก้ไขในที่สุด
หลี่เสวียนสะบัดของเหลวที่ติดอยู่บนอุ้งเท้าออกอย่างกระตือรือร้น แล้วเปลี่ยนไปจุ่มอีกข้าง
เขาทำซ้ำแบบนี้อยู่ราวครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งอุ้งเท้าทั้งสี่ข้างถูกแช่จนครบ
หลี่เสวียนไม่เหมือนเติ้งเว่ยเซียน
เติ้งเว่ยเซียนมีสองมือสองเท้า แต่หลี่เสวียนมีสี่อุ้งเท้า
ในเมื่อเป็นวิชา 'กรงเล็บพยัคฆ์กระหายเลือด' ย่อมละเลยอุ้งเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปไม่ได้ เวลาฝึกก็ต้องฝึกให้ครบทุกข้าง
ดังนั้น การแช่อุ้งเท้าของหลี่เสวียนจึงสมเหตุสมผลทุกประการ
เมื่อแช่อุ้งเท้าข้างสุดท้ายเสร็จ ร่างกายของเขาก็เปี่ยมไปด้วยพลังงานความเย็นที่ไหลเวียนหล่อเลี้ยงร่างกายไม่หยุดหย่อน
ความรู้สึกสบายตัวอย่างที่สุดนี้ทำให้หลี่เสวียนเริ่มง่วงนอน เขาอ้าปากหาวฟอดใหญ่
"ได้เวลากลับไปนอนฝันหวานแล้ว"
หลี่เสวียนกำลังสะบัดขาหลังข้างหนึ่ง แต่จู่ๆ ก็ชะงักไป สีหน้าฉายแววลังเลใจ
"จะว่าไป เจ้านี่มันหอมจริงๆ แฮะ"
เขาเอาขาหลังออกมาจากโถดินเผา แล้วกอดไว้ในอ้อมอกเพื่อพิจารณา
บนอุ้งเท้ายังมีหยดของเหลวสีน้ำเงินเข้มเกาะอยู่ประปราย หลี่เสวียนอดไม่ได้ที่จะยื่นจมูกเข้าไปดม
กลิ่นหอมนั้นราวกับมีเวทมนตร์ มันดึงดูดใจเขาอย่างมหาศาล
ตอนที่ 'แช่เท้า' เมื่อครู่ เขาได้กลิ่นนี้มานานแล้ว และมันทำให้เขาเกิดความโลภอยากกินขึ้นมาตะหงิดๆ
"ลองชิมสักนิดดีไหมนะ?"
ถึงแม้นี่จะดูเหมือนยาทาภายนอก แต่บางทีอาจจะกินได้ก็ได้มั้ง?
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็ยากจะฉุดรั้งอยู่
ราวกับถูกผีสิง หลี่เสวียนเผลอเลียมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
"แผล็บ—"
ของเหลวเล็กน้อยที่เหลือบนอุ้งเท้าถูกเลียจนเกลี้ยงในพริบตา
"หอมชะมัด แถมยังหวานนิดๆ ด้วย"
หลี่เสวียนเดาะลิ้นสองสามที ดูเหมือนยังไม่จุใจ
เขากระโดดแผล็บไปเกาะขอบโถดินเผา แล้วยื่นหัวเข้าไปดูข้างใน
ของเหลวในโถลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แม้จะดูเหมือนเหลืออีกเยอะ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะพอใช้หรือเปล่า
หลี่เสวียนมองดูของเหลวสีน้ำเงินระยิบระยับข้างใน ราวกับหมีเฒ่าเจอโถน้ำผึ้ง ขยับตัวไปไหนไม่ได้
เขาเลียปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายก็ข่มใจระงับความอยากเอาไว้ได้
"ช่างเถอะ เอาไว้ฝึก 'กรงเล็บพยัคฆ์กระหายเลือด' ให้สำเร็จก่อน ถึงตอนนั้นค่อยมากินให้หนำใจก็ยังไม่สาย"
"พ่อบุญธรรมของเติ้งเว่ยเซียนดูท่าทางไม่ใช่คนขี้งก ถ้าเห็นว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้น คงจะส่งมาให้อีกโถแน่ๆ"
หลี่เสวียนตัดใจหลับตาปี๋ ดึงหัวออกมาจากโถดินเผา กลั้นใจรีบปิดฝาผนึกโถอย่างรวดเร็ว
"ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ข้าจะฝึก 'กรงเล็บพยัคฆ์กระหายเลือด' จนสำเร็จนะ"
หลังจากปิดโถเสร็จ หลี่เสวียนถอนหายใจพลางตรวจสอบข้อมูลในหัวดูว่ายังเหลือหนทางอีกยาวไกลแค่ไหน
【กรงเล็บพยัคฆ์กระหายเลือด : 20%】
"หือ? ทำไมเพิ่มขึ้นมาตั้งสองจุด?"
หลี่เสวียนแปลกใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาเช็คดูแล้วชัดๆ ว่าอยู่ที่สิบแปด ทำไมผ่านไปแป๊บเดียวถึงเพิ่มขึ้นมาเร็วขนาดนี้ ทั้งที่วันนี้เขายังไม่ได้เริ่มฝึกเลยด้วยซ้ำ?
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายตาก็จับจ้องไปที่โถดินเผาบนโต๊ะทันที
เมื่อสัมผัสถึงความเย็นสบายที่ไหลเวียนอยู่ในกาย เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
"เป็นฤทธิ์ของเจ้านี่เอง ของวิเศษจริงๆ!"
หลี่เสวียนกอดโถดินเผาด้วยความอาลัยอาวรณ์ รักใคร่หลงใหลเป็นที่สุด
ของดีที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ขนาดนี้ ใครบ้างจะไม่รัก?
และในขณะที่หลี่เสวียนกำลังตัวติดหนึบกับโถดินเผา ก็มีเสียงคนเปิดประตูเข้ามาในลานบ้าน
ไม่ต้องออกไปดูก็รู้ว่าเป็นเสี่ยวจั๋วจื่อกลับมาแล้ว
"ดึกป่านนี้แล้วหรือเนี่ย? งั้นข้าเองก็ควรกลับได้แล้วเหมือนกัน"
"เจ้าลูกรัก พรุ่งนี้ข้าจะมาหาใหม่นะ!"
หลังจาก 'จุ๊บ' ลาโถดินเผาไปหนึ่งที เขาก็จากไปอย่างเงียบเชียบ...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หลี่เสวียนตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงหาว วางแผนจะเลือกทำเลวางเงินให้อวี้เอ๋อร์เก็บในวันนี้
หลายวันมานี้ เขาแทบจะพลิกหาทั่วตำหนักจิงหยางหมดแล้ว
สถานที่ที่อวี้เอ๋อร์จะเดินผ่าน เขาแทบจะลองวางมาหมดทุกที่
แต่คนเราต้องรู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นถ้าเงินมันตกเข้าถุงเองตลอด นางคงจะขาดความตื่นเต้นในการเก็บเงินไป
เศษเงินที่ขโมยมายังเหลืออยู่อีกนิดหน่อย หลี่เสวียนจึงโยนทั้งหมดเข้าไปในที่ซ่อนเงินขององค์หญิงอันคัง
เด็กสาวคนนั้นก็เข้าใจหลักการ 'อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว' นางจึงซ่อนเงินไว้หลายที่ แถมยังพกติดตัวไว้อีกส่วนหนึ่ง
ดังนั้น หลี่เสวียนจึงใจป้ำสมทบทุนเข้าคลังสมบัติขององค์หญิงอันคังเพิ่มให้อีกหน่อย
ยังไงเสียพอมีเงินเยอะขึ้น นางก็คงคิดว่าตัวเองจำผิดไปเองนั่นแหละ
หลี่เสวียนมาถึงหน้าห้องของอวี้เอ๋อร์ ก็พบว่านางตื่นแต่เช้าตรู่ แถมยังจัด... เครื่องเซ่นไหว้ไว้ในห้อง?
จะเรียกว่าเครื่องเซ่นไหว้ก็ดูหรูไปหน่อย มีแค่หมั่นโถวไม่กี่ลูกกับผลไม้โหรงเหรง หน้าตาดูไม่ได้เรื่องสักอย่าง
ถ้าเอาไปรับแขกคงเป็นการดูถูกแขกแย่
แต่ในตำหนักจิงหยาง นี่ถือเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น? วันนี้อวี้เอ๋อร์มีแขกเหรอ?"
"แต่นี่มันตำหนักเย็นนะ!"
หลี่เสวียนย่องเข้าไปใกล้ ชะโงกหัวเข้าไปดูในห้องครึ่งหนึ่ง
เห็นอวี้เอ๋อร์กำลังคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะ สีหน้าเปี่ยมด้วยความศรัทธา ปากขมุบขมิบพึมพำอะไรบางอย่าง
ตอนนั้นเองหลี่เสวียนถึงสังเกตเห็นว่า ตรงหน้านางมีกระถางธูปเล็กๆ วางอยู่ด้วย พร้อมกับธูปที่จุดไว้อีกสามดอก
"วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย?"