- หน้าแรก
- ราชาแห่งซิลิคอน วัลเลย์ ผู้ปฏิวัติโลก
- ตอนที่ 1 ลุงปีเตอร์กับครอบครัว
ตอนที่ 1 ลุงปีเตอร์กับครอบครัว
ตอนที่ 1 ลุงปีเตอร์กับครอบครัว
ในฤดูร้อนปี 1984 เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นที่กรุงลอนดอน รถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งชนเข้ากับรถเก๋งคันเล็ก ส่งผลให้สองสามีภรรยาตระกูลวิลเลียมส์เสียชีวิตคาที่ ทว่าเมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ พวกเขากลับพบว่ามีเด็กชายวัยสิบขวบรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ภายใต้อ้อมกอดปกป้องของผู้เป็นแม่...
"ปีเตอร์ วิลเลียมส์ ใช่ไหมครับ?"
"ใช่ครับคุณตำรวจ ผมคือปีเตอร์ วิลเลียมส์!"
"โอ้ ผมเสียใจด้วยจริงๆ ครับคุณวิลเลียมส์ ผมจำต้องแจ้งข่าวร้ายให้คุณทราบ" เจ้าหน้าที่ชาร์ลีชะงักไปครู่หนึ่ง ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวกับปีเตอร์ด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ "เมื่อบ่ายวานนี้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นในลอนดอน น้องชายและน้องสะใภ้ของคุณเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ..."
ปีเตอร์ วิลเลียมส์ ผู้มีขอบตาลึกโหลและท่าทางตื่นตระหนก มีกลิ่นยาสูบราคาถูกคละคลุ้งไปทั่วตัว เห็นได้ชัดว่าเขาสูบบุหรี่จัดมากระหว่างทางมาที่โรงพัก เขาไม่รู้ว่าทำไมตำรวจถึงเรียกเขามาด่วนจี๋ ทั้งที่คิดทบทวนดูแล้วช่วงนี้เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมถึงโดนเรียกตัวมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย? ปีเตอร์รู้สึกกระวนกระวายใจจนลืมเปลี่ยนเสื้อผ้า เขารีบบึ่งมาที่สถานีตำรวจทั้งที่ยังสวมชุดเอี๊ยมทำงานสีฟ้าซีดจางซึ่งมีกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ติดอยู่ แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับแจ้งข่าวว่าน้องชายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
"โอ้ พระเจ้านี่มันแย่มาก!!!" ปีเตอร์พูดด้วยสีหน้าตกใจ แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกโล่งอก ในที่สุดเขาก็รู้เสียทีว่าทำไมถึงถูกเรียกตัวมา
ปีเตอร์ไม่ได้มีท่าทีเกร็งเหมือนตอนแรกที่มาถึงอีกต่อไป เขาขยับก้นอันใหญ่โตบนเก้าอี้เพื่อจัดท่านั่งให้สบายขึ้น
เจ้าหน้าที่ชาร์ลีขมวดคิ้ว ในฐานะตำรวจชั้นผู้น้อยที่มีประสบการณ์มากกว่าสิบปี เขามองออกได้อย่างง่ายดายว่าปีเตอร์ วิลเลียมส์ ที่อยู่ตรงหน้านั้นดูไม่ได้โศกเศร้าเสียใจเท่าไหร่นักหลังจากได้ยินข่าวการตายของน้องชาย แต่อย่างไรเสีย ปีเตอร์ก็ยังถือเป็นญาติของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ชาร์ลีจึงกล่าวต่อว่า "โชคยังดีที่หนุ่มน้อยวิลเลียมส์รอดมาได้ เฮนรี่ วิลเลียมส์ ลูกชายของน้องชายคุณ เขารอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้!"
"โอ้ ถือเป็นโชคในคราวเคราะห์จริงๆ!" ปีเตอร์กล่าวด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ครับ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือแม่ของหนูน้อยเฮนรี่!!!" เจ้าหน้าที่ชาร์ลีกล่าวด้วยความตื้นตันใจ
"เธอทำไมหรือ?" ปีเตอร์ถาม
"คุณนายวิลเลียมส์ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน เธอใช้ร่างกายของตัวเองบังลูกเอาไว้จนรอดชีวิตมาได้!"
"โอ้ ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็นแม่ที่ประเสริฐจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็นะ เธอเป็นยิวอเมริกันนี่..." ปีเตอร์ยกมุมปากขึ้นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงเจือแววประชดประชัน
เจ้าหน้าที่ชาร์ลีแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีของปีเตอร์และส่ายหน้าเงียบๆ ในใจ ความประทับใจที่มีต่อชายคนนี้ติดลบลงทันที จากนั้นชาร์ลีก็หยิบเอกสารออกมาจากลิ้นชักและกล่าวว่า "คุณปีเตอร์ วิลเลียมส์ ตอนนี้หนูน้อยเฮนรี่ วิลเลียมส์ เหลือคุณเป็นญาติเพียงคนเดียว ผมไม่ทราบว่าคุณยินดีจะรับอุปการะแกหรือไม่ มิฉะนั้นเราคงต้องส่งแกไปที่สถานเด็กกำพร้า!"
ปีเตอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง และเงียบไปเป็นเวลานาน
สักพักใหญ่ ปีเตอร์ก็พูดขึ้นอย่างลังเลด้วยสีหน้าลำบากใจ "โอ้ คือว่า... คุณตำรวจครับ คุณก็รู้ว่าผมยังมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูที่บ้าน แถมแม่ของเด็กก็ไม่ได้ทำงานด้วย..."
ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่ชาร์ลีพูดขัดจังหวะขึ้นมาว่า "สิ่งที่สวยงามที่สุดในโลกคือครอบครัวนะครับ! คุณวิลเลียมส์ เราจะทิ้งครอบครัวเพียงเพราะความยากลำบากเล็กน้อยไม่ได้ใช่ไหมครับ?"
"ใช่ครับคุณตำรวจ คุณพูดถูก! แต่ยังไงซะ เรื่องนี้ผมตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ คุณก็รู้ ผมต้องกลับไปปรึกษาโรซ่า ภรรยาของผมก่อน! โอ้ ชื่อเต็มเธอคือ โรซ่า เบ็นเน็ตต์..." ปีเตอร์พูดบ่ายเบี่ยง
"แน่นอนครับ เชิญคุณกลับไปปรึกษากับภรรยาให้เร็วที่สุดแล้วแจ้งให้เราทราบด้วย!" เจ้าหน้าที่ชาร์ลีแอบส่ายหน้าในใจ และอดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเด็กน้อยเฮนรี่ วิลเลียมส์ ไม่ว่าจะไปสถานเด็กกำพร้า หรือไปอยู่บ้านลุงปีเตอร์ ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่ดีทั้งคู่เลยหรือเปล่านะ?
...
ในบ้านเก่าโทรมใกล้ย่านสถานีรถไฟลอนดอน ปีเตอร์บอกกับโรซ่า ภรรยาของเขาว่า "โรซ่า ครอบครัวน้องชายฉันประสบอุบัติเหตุเมื่อบ่ายวานนี้ ทั้งน้องชายและน้องสะใภ้ตายคาที่เลย!!!"
โรซ่า เบ็นเน็ตต์ ปีนี้อายุ 35 ปี แก่กว่าปีเตอร์สามปี รูปร่างของเธออ้วนท้วน สวมชุดกระโปรงสีขาวตัวใหญ่ แต่งหน้าจัดและใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด เมื่อได้ยินข่าวที่ปีเตอร์นำมาบอก เธอก็ทำหน้าตกใจ "โอ้ นี่มันข่าวซวยที่สุดที่ฉันได้ยินในปีนี้เลย!"
"ใช่ โรซ่า แต่ว่าเฮนรี่ หลานชายของฉันโชคดีรอดมาได้ ตำรวจบอกว่าอยากให้เรารับเลี้ยงมัน!"
"อะไรนะ!!! โอ้ ให้ตายสิ นี่มันข่าวซวยที่สุดของปีนี้จริงๆ ด้วย!!! เจ้าเด็กนั่นจะมาอยู่กับเราได้ยังไง?!?" โรซ่ากรีดร้องเสียงดัง "ปีเตอร์ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด เด็กสิบขวบคนนั้นจะมาเป็นตัวถ่วงพวกเรา!!!"
"ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าเสื้อผ้า ค่ากิน... โอ้ แค่คิดเรื่องพวกนี้ฉันก็อยากจะตายแล้ว!!!" จู่ๆ โรซ่าก็พรั่งพรูคำพูดออกมามากมายราวกับคนประสาทเสีย
"งั้น... งั้นเราจะตอบเจ้าหน้าที่ชาร์ลีว่ายังไงดี?" ปีเตอร์ถาม
"จะให้ตอบว่ายังไงล่ะ? ก็ปฏิเสธไปตรงๆ สิ!!! โอ้ ใช่ ส่งเจ้าหนูเฮนรี่ไปสถานเด็กกำพร้าซะ..." โรซ่าโบกมือไล่และพูดเสียงดัง
เช้าวันรุ่งขึ้น หมอกสีขาวปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ปีเตอร์และโรซ่าตื่นแต่เช้าตรู่ หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็รีบบึ่งไปที่สถานีตำรวจทันที เพราะการมีเรื่องค้างคาใจนั้นไม่ใช่อะไรที่น่าอภิรมย์ ยิ่งจัดการให้จบเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ชาร์ลียังมาไม่ถึงสถานีตำรวจ นายตำรวจหนุ่มที่รับเรื่องของปีเตอร์และภรรยาเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ หลังจากทักทายกันไม่กี่คำ ตำรวจหนุ่มก็ทราบว่าทั้งคู่เป็นญาติของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อวันก่อน
"คุณวิลเลียมส์ สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ"
"โอ้ ไม่เป็นไรครับ ผมแค่พักผ่อนไม่เพียงพอเมื่อคืนนี้"
นายตำรวจหนุ่มพูดปลอบใจ "คุณวิลเลียมส์ ไม่มีใครคาดเดาเรื่องแบบนี้ได้หรอกครับ คนตายก็จากไปแล้ว คนอยู่ก็ต้องเศร้าโศกเป็นธรรมดา โปรดรักษาสุขภาพด้วยนะครับ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวน้องชายของคุณ แต่โปรดวางใจ กฎหมายอังกฤษนั้นยุติธรรมและเที่ยงตรง คนร้ายต้องถูกลงโทษ คนขับรถบรรทุกก่อเหตุเพราะเมาแล้วขับ ผู้พิพากษาจะต้องสั่งให้เขาจ่ายค่าชดเชยอย่างน้อยหนึ่งแสนปอนด์!"
หนึ่งแสนปอนด์!!!
เมื่อได้ยินดังนั้น ปีเตอร์และโรซ่าถึงกับกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ หันมามองหน้ากัน แววตาของทั้งคู่เปล่งประกายด้วยความโลภอันลุกโชน
"ใช่แล้ว ไอ้คนขับรถบรรทุกเฮงซวยนั่นต้องถูกลงโทษอย่างสาสม!!!" จู่ๆ โรซ่าก็เปลี่ยนสีหน้า แสดงความโกรธแค้นต่อหน้านายตำรวจหนุ่ม
"ถูกต้อง มันต้องโดนหนักๆ!!!" ปีเตอร์เองก็ทำท่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตะโกนเสียงดังสนับสนุน
ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่ชาร์ลีเดินเข้ามาจากด้านนอก เมื่อปีเตอร์เห็นเขา ก็รีบปั้นหน้าประจบสอพลอและก้าวเข้าไปทักทายทันที "สวัสดีครับเจ้าหน้าที่ชาร์ลี!!!"
"อ้าว คุณวิลเลียมส์ มาเช้าจังนะครับ!" เจ้าหน้าที่ชาร์ลีก้มมองนาฬิกาข้อมือ "นี่เพิ่งจะเจ็ดโมงสี่สิบห้า..."
"โอ้ คุณตำรวจ เป็นเพราะผมเป็นห่วงเรื่องหลานชายมาก ก็เลยรีบมาเช้าหน่อยครับ"
"หือ?!" "คุณพิจารณาเรื่องรับเลี้ยงหนูน้อยเฮนรี่แล้วหรือครับ?" ชาร์ลีแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีของปีเตอร์ เพราะเขารู้ดีว่าเมื่อวานชายคนนี้ไม่อยากรับภาระเลี้ยงดูหลานชายเลย
"แน่นอนครับ! ผมเป็นลุงแท้ๆ ของแก และเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายเพียงคนเดียว!!!" ปีเตอร์พูดโดยจงใจเน้นคำว่า "เพียงคนเดียว" และ "ตามกฎหมาย" เพื่อสื่อความหมายว่าไม่มีใครอื่นมีสิทธิ์รับเลี้ยงเฮนรี่ วิลเลียมส์ นอกจากเขา
ชาร์ลีขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกงุนงงอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้ท่าทีของปีเตอร์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ถึงขั้นกลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งสิทธิ์การเลี้ยงดูไป!!!
"คุณปีเตอร์ วิลเลียมส์ คุณแน่ใจนะครับว่าจะรับเลี้ยงเฮนรี่ วิลเลียมส์?" ชาร์ลีถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ครับ ผมแน่ใจ!!!" ปีเตอร์ตอบเสียงดังฟังชัด
ชาร์ลีพยักหน้า "ตกลงครับ งั้นผมจะพาคุณไปดำเนินการตามขั้นตอน"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ปีเตอร์และโรซ่ากลับมาถึงบ้าน เสียงประตูปิดดัง "ปัง" แล้วทั้งสองก็เริ่มตะโกนร้องออกมาทันที
"หนึ่งแสนปอนด์! พระเจ้าช่วย ฉันไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย!!!" โรซ่าเต้นแร้งเต้นกาด้วยความตื่นเต้น
"ฮ่าๆๆ ใช่แล้วที่รัก เรากำลังจะมีเงินหนึ่งแสนปอนด์!!!" ปีเตอร์หัวเราะร่าอย่างมีความสุข และอดไม่ได้ที่จะหยิบไวน์แดงที่เก็บสะสมไว้ออกมา "มา ดื่มฉลองให้กับเงินหนึ่งแสนปอนด์กันเถอะ!!!"
"ดื่มฉลองให้กับเงินหนึ่งแสนปอนด์!!!"
วันถัดมาหลังจากทำเรื่องรับบุตรบุญธรรมเสร็จสิ้น ครอบครัวของปีเตอร์ก็รีบไปรับตัวหนูน้อยเฮนรี่กลับบ้านทันที
ในการพิจารณาคดีหลังจากนั้น ปีเตอร์และโรซ่าไปศาลหลายครั้ง และยืนกรานว่าจำเลยซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกจะต้องจ่ายเงินอย่างน้อย 100,000 ปอนด์ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่ยอมเด็ดขาด!!!
แต่ก่อนที่คำตัดสินจะออกมา โรซ่าและปีเตอร์ก็เริ่มใช้เงินมือเติบล่วงหน้าไปแล้ว โรซ่าซื้อชุดราคาแพง ปีเตอร์ซื้อนาฬิกาแบรนด์มงบล็องจากเยอรมัน และโรซ่ายังซื้อเครื่องเล่นเกมอาตาริให้ลูกชายของเธอที่ชื่อปีเตอร์น้อยด้วย ปีเตอร์น้อยชื่อเหมือนกับพ่อของเขา เป๊ะๆ คือ ปีเตอร์ วิลเลียมส์ และเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบปีนี้
ดูเหมือนว่าเพียงชั่วข้ามคืน ครอบครัวของปีเตอร์ก็กลายเป็นเศรษฐีและเริ่มเสพสุขกับชีวิตที่มั่งคั่ง
"ไง ปีเตอร์ รวยเละเลยนะ ถึงขนาดซื้อนาฬิกามงบล็องใส่เชียว!"
"โอ้ คุณนายวิลเลียมส์ ชุดนี้สวยเหลือเกิน ใส่แล้วดูเหมือน... โอ้ เหมือนสตรีผู้ดีอังกฤษเลย!"
ทุกครั้งที่ได้ยินคำเยินยอเหล่านี้ ปีเตอร์และโรซ่าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยืดอกภูมิใจ ความทะนงตัวและกิเลสได้รับการเติมเต็มอย่างเปี่ยมล้น
ทว่า... จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชาร์ลีมาเคาะประตูบ้าน ปีเตอร์และโรซ่าก็ร่วงหล่นจากสวรรค์ลงสู่นรกทันที
"คุณวิลเลียมส์ครับ ผู้พิพากษาตัดสินคดีคนขับรถบรรทุกแล้วนะครับ"
"จริงเหรอ เยี่ยมไปเลย!!!" ปีเตอร์กล่าวด้วยความดีใจ
ตอนนั้นเอง โรซ่า เบ็นเน็ตต์ ที่กำลังนั่งแทะเมล็ดแตงโมอย่างสบายใจอยู่บนโซฟา พอได้ยินข่าวก็ลุกพรวดขึ้นทันที เดินสามก้าวเป็นสองก้าวเข้ามาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด "คุณตำรวจคะ ผู้พิพากษาสั่งให้มันจ่ายหนึ่งแสนปอนด์ใช่ไหมคะ!!!"
"เสียใจด้วยครับคุณนาย ผู้พิพากษาไม่ได้ตัดสินแบบนั้น..."
"เป็นไปได้ยังไง?!!" โรซ่าตะคอก สีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง "คุณตำรวจ เราไม่ยอมรับคำตัดสินอื่นใดนอกจากการชดเชยหนึ่งแสนปอนด์เท่านั้น!!!"
"คุณนายวิลเลียมส์ครับ ผมเกรงว่ามันจะเป็นไปไม่ได้"
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ตำรวจหนุ่มที่โรงพักบอกว่าอย่างน้อยเราต้องได้ชดเชยหนึ่งแสนปอนด์นี่นา!!!" โรซ่ากรีดร้อง
"โอ้ ขอโทษด้วยครับคุณนาย ตำรวจหนุ่มคนนั้นเป็นพนักงานชั่วคราวน่ะครับ..." "เอ่อ คุณก็รู้ พนักงานชั่วคราวโดยทั่วไปมักจะไม่ค่อยแม่นข้อกฎหมายอังกฤษสักเท่าไหร่!"
ใบหน้าของสองสามีภรรยาวิลเลียมส์เปลี่ยนสีทันที พวกเขายืนตะลึงงัน กระวนกระวาย และแทบจะบ้าคลั่ง สีหน้าดูมืดมนยิ่งกว่าพายุฝนในลอนดอน ชาร์ลีอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าแอบสมเพชในใจ และพูดปลอบทั้งสองว่า "อีกอย่าง ถึงแม้ผู้พิพากษาจะสั่งให้คนขับรถบรรทุกชดเชยให้คุณหนึ่งแสนปอนด์ เขาก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอกครับ! เพราะ... คนขับรถคนนั้นเป็นยาจกขนานแท้ ในบัญชีธนาคารไม่มีเงินสักแดงเดียว แถมยังติดหนี้ธนาคารอยู่อีกพันกว่าปอนด์ เขาจะเอาเงินที่ไหนมาชดเชยให้คุณตั้งแสนปอนด์ล่ะครับ?"
หลังจากได้ยินข่าวนี้ ปีเตอร์และโรซ่าก็หน้ามืดตามัว สมองขาวโพลนไปหมดสิ้น!!!