เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ข้อพิพาท

บทที่ 17 ข้อพิพาท

บทที่ 17 ข้อพิพาท


หลังจากฟังคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้าน หลี่โม่ก็ตัดสินใจทันทีว่าจะใช้พื้นที่ทางทิศตะวันตกสุดของหมู่บ้านเป็นสถานที่เลี้ยงวัว

ที่นั่นมีทั้งแหล่งน้ำและหญ้าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งช่วยประหยัดแรงไปได้มากโข

ที่สำคัญที่สุดคือ ด้านหลังมีภูเขาล้อมรอบเป็นรูปทรงโค้ง

มันทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติชั้นดี ช่วยประหยัดงบประมาณในการสร้างรั้วกั้นไปได้ส่วนหนึ่ง

การจดทะเบียนตั้งบริษัทเลี้ยงวัวไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือการซื้อแม่พันธุ์วัวและลูกวัวต้องใช้เงินทุนมหาศาล

ลูกวัวหนักประมาณ 200 จิน ราคาตกอยู่ที่ตัวละ 2,000 หยวน ส่วนแม่วัวยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ ราคาอยู่ที่ 2,500 ถึง 3,000 หยวน

รายได้ทั้งปีของชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านอาจจะไม่พอซื้อลูกวัวแม้แต่ตัวเดียวด้วยซ้ำ

ดังนั้น การจะระดมทุนโดยให้ทุกคนลงขันเป็นเงินสดจึงดูเป็นไปไม่ได้ในขณะนี้

ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีกำลังทรัพย์มากขนาดนั้น

จึงต้องหาวิธีอื่น

ทางออกที่เป็นไปได้เพียงทางเดียวคือ หลี่โม่ต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการซื้อวัว ส่วนชาวบ้านที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเงินก็ให้ลงแรงแลกหุ้นแทน

แน่นอนว่าชาวบ้านคนไหนที่มีทุนทรัพย์ก็สามารถลงเงินโดยตรงได้

ปัจจุบัน ด้วยเงินทุนที่หลี่โม่มีอยู่ เขาสามารถซื้อวัวมาเลี้ยงได้เพียง 500 ตัวเท่านั้น

เพื่อให้ตัวเลขลงตัวสวยๆ หลี่โม่มีความคิดว่าจะหาเงินทุนเพิ่มเพื่อให้เลี้ยงได้ครบ 1,000 ตัว

เขาคิดถึงชาวบ้านกลุ่มที่เพิ่งขายแตงโมได้เงินก้อนโตมา ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยินดีมาร่วมลงทุนด้วยหรือไม่

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงวางแผนจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยมบ้านของชาวบ้านกลุ่มนี้เพื่อหารือเรื่องเงินทุนทันที

ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะลุกเดินออกจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน ก็มีคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาจากข้างนอก

"ผู้ใหญ่! แย่แล้ว! มีคนก่อเรื่องในหมู่บ้านอีกแล้ว!"

"อ้าว? เลขาฯ หลี่ก็อยู่ด้วยเหรอ? ดีเลย! เลขาฯ หลี่ ผู้ใหญ่ รีบไปกับฉันเร็วเข้า!"

"เกิดอะไรขึ้น?" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถาม

"ก็คนหมู่บ้านเราที่ออกไปทำงานต่างถิ่นน่ะสิ วันนี้มีคนนึงเพิ่งกลับมา แล้วไปเห็นที่ดินรกร้างตรงภูเขาหลังบ้านตัวเองถูกถางไปปลูกแตงโม

ตอนนี้กำลังโวยวายจะขอแบ่งเงินค่าแตงโมครึ่งหนึ่ง แถมขู่ว่าถ้าไม่ให้จะลงไม้ลงมือ ตอนนี้น่าจะกำลังจะตีกันแล้วมั้ง"

ผู้ใหญ่บ้านกับหลี่โม่หันมาสบตากัน ส่ายหน้าด้วยความระอา แล้วรีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที

หมู่บ้านเซิงหลงไม่เคยขาดแคลนพวกชอบมุงดูเรื่องชาวบ้าน

ดังนั้นเมื่อหลี่โม่และผู้ใหญ่บ้านไปถึง ก็พบว่ามีฝูงชนมุงดูกันแน่นขนัดแล้ว

ตรงกลางวงล้อมมีคนยืนอยู่หกเจ็ดคน

ชายคนหนึ่งกำลังกระชากคอเสื้อชายอีกคนและเงื้อหมัดขึ้นทำท่าจะชก

หลี่โม่พุ่งตัวแหวกฝูงชนเข้าไปคว้าข้อมือชายคนนั้นไว้ได้ทันท่วงที

"ทำอะไรน่ะ? บ้านเมืองมีขื่อมีแป กล้าดียังไงจะมาทำร้ายร่างกายคนอื่น?"

"แล้วแกเป็นใคร?" ชายคนนั้นตวาดกลับ จ้องมองหลี่โม่เขม็ง

"ฉันคือเลขาธิการหมู่บ้านเซิงหลง หลี่โม่"

เมื่อได้ยินคำว่า 'เลขาธิการหมู่บ้าน' ความเกรี้ยวกราดบนใบหน้าชายคนนั้นก็ลดลงไปบ้าง

ในจังหวะนี้ ผู้ใหญ่บ้านค่อยๆ เดินเข้ามากลางวง

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ไหนลองเล่าให้ฉันกับเลขาฯ หลี่ฟังให้ชัดเจนซิ"

ชายคนนั้นจึงเล่าเรื่องราวให้หลี่โม่และผู้ใหญ่บ้านฟัง เมื่อเล่าจบเขาก็ชี้หน้าชายคู่กรณีที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ เลขาฯ หลี่ ผู้ใหญ่บ้าน พวกท่านลองตัดสินดูสิ โดยที่ผมไม่อนุญาต มันถือวิสาสะมาถางที่ดินร้างหลังบ้านผมไปปลูกแตงโมขาย ได้ข่าวว่าฟันกำไรไปตั้งหลายแสน!

แล้วที่ผมมาทวงขอส่วนแบ่งบ้าง มันมากเกินไปตรงไหน?"

ชาวบ้านรอบๆ ที่เดิมทีแค่มายืนมุงดู พอได้ยินตัวเลข "หลายแสน" ก็ตาโตเท่าไข่ห่าน เงียบกริบกันไปทั้งบาง

อะไรนะ?

ปลูกแตงโมทำเงินได้เป็นแสนเลยเหรอ?

บ้าไปแล้ว นี่มันเงินที่เทวดาประทานให้ชัดๆ!

ปีหน้าฉันต้องปลูกแตงโมบ้างแล้ว!

ที่ดินร้างในหมู่บ้านเป็นของฉัน ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแย่ง!

หลังจากความคิดเหล่านี้ผุดขึ้นมา ทุกคนต่างจ้องมองคู่กรณีตรงหน้าอย่างจดจ่อ อยากรู้ว่าเลขาฯ หลี่กับผู้ใหญ่บ้านจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

เงินหลักแสนเป็นจำนวนที่มหาศาลเกินจินตนาการสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านยากจนระดับประเทศแห่งนี้

ทุกคนต่างอยากรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่

ผู้ใหญ่บ้านเองก็ตกใจกับตัวเลข "หลายแสน" ไม่แพ้กัน แกเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหันไปมองหน้าหลี่โม่

ดูเหมือนว่าเมื่อเรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ ก็คงต้องสะสางให้ชัดเจน

หลี่โม่ทำได้เพียงหันไปบอกผู้ใหญ่บ้าน "ผู้ใหญ่ครับ สำหรับเรื่องนี้ ให้แต่ละบ้านส่งตัวแทนไปหารือกันที่ที่ทำการหมู่บ้านดีกว่าครับ"

"ได้... พวกเอ็งที่มุงดูอยู่น่ะ แยกย้ายกันไปแจ้งข่าวให้ทุกบ้านส่งตัวแทนไปรวมตัวกันที่ที่ทำการเดี๋ยวนี้"

สิ้นเสียงคำสั่งผู้ใหญ่บ้าน เหล่าไทยมุงก็รีบแยกย้ายไปแจ้งข่าวทันที

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชาวบ้านกว่าเจ็ดแปดร้อยคนก็มารวมตัวกันแน่นขนัดที่ลานหน้าทำการหมู่บ้าน

เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังไปทั่ว

"ได้ยินว่าปีนี้มีคนปลูกแตงโมได้เงินเป็นแสน ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน"

"ถ้าปลูกแตงโมแล้วรวยขนาดนั้น ปีหน้าฉันไม่ยอมตกขบวนแน่!"

เมื่อเห็นตัวแทนแต่ละบ้านมากันครบแล้ว หลี่โม่ก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง

"พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน เดิมทีผมตั้งใจจะแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ในเมื่อเกิดเรื่องขึ้นวันนี้ ผมก็จะขอชี้แจงให้ทุกคนฟังอย่างชัดเจน"

"เป็นเรื่องจริงครับที่ชาวบ้านกลุ่มที่ปลูกแตงโมในปีนี้ทำเงินได้ ปีนี้หมู่บ้านเราปลูกแตงโมไปทั้งหมด 800 หมู่ รายได้ปีนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร ขายได้ทั้งหมดแค่ 28.8 ล้านหยวนเท่านั้น"

ชาวบ้านทุกคนที่กำลังตั้งใจฟังหลี่โม่ ต่างพากันอึ้งกิมกี่เมื่อได้ยินตัวเลข "28.8 ล้าน"

เมื่อตั้งสติได้ ใบหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เกิดอะไรขึ้น?

แตงโม 800 หมู่ที่ปลูกปีนี้ขายได้เงินเท่าไหร่กันแน่?

28.8 ล้าน???

แถมเมื่อกี้เลขาฯ หลี่เพิ่งจะพูดว่า: รายได้จากการขายแตงโมปีนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร แค่ 28.8 ล้าน...

นี่เป็นคำพูดที่คนปกติเขาพูดกันเหรอ?

ต้องรู้ก่อนนะว่า ปีที่แล้วรายได้ของคนทั้งหมู่บ้านเซิงหลงรวมกันยังได้แค่ 2.8 ล้านหยวนเอง!

แต่ปีนี้ แค่แตงโม 800 หมู่ กลับทำเงินได้ถึง 28.8 ล้านหยวน?

นี่มันมากกว่ารายได้รวมของคนทั้งหมู่บ้านถึงสิบเท่าเชียวนะ!

เมื่อสมองประมวลผลเสร็จสิ้น ความตื่นเต้นก็ระเบิดออกมาทันที

"คุณพระช่วย! ปีหน้าฉันจะปลูกแตงโม!"

"ฉันด้วย!"

แน่นอนว่ายังมีบางคนที่ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่และเอ่ยถามขึ้น

"เลขาฯ หลี่ หมู่บ้านเราปลูกแตงโมพันธุ์อะไร ทำไมแค่ 800 หมู่ถึงขายได้ตั้ง 28.8 ล้าน?"

เมื่อเสียงฮือฮาเริ่มซาลง หลี่โม่จึงพูดต่อ "ปีนี้ ผมได้สร้างแบรนด์ให้กับแตงโมของหมู่บ้านเรา ชื่อว่า 'แตงโมเซิงหลง' ครับ"

"แตงโมเซิงหลงปลูกโดยใช้น้ำยาบำรุงสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดค้นขึ้นมาเอง"

"แตงโมที่ได้รับน้ำยาบำรุงนี้จะมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยมจนผู้บริโภคติดใจ ทำให้พ่อค้ารับซื้อกล้าให้ราคาถึงจินละ 6 หยวน นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงขายได้ 28.8 ล้านหยวนครับ"

หลี่โม่พูดแบบนี้เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจตรงกันว่า 'น้ำยาบำรุง' คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แตงโมขายได้ราคาสูงถึงจินละ 6 หยวน

"ซี๊ด... ราคารับซื้อจินละ 6 หยวนเลยเหรอ?"

ชาวบ้านทุกคนสูดปากด้วยความตกใจเมื่อได้ยินราคานี้

นี่มันราคาที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!

"เลขาฯ หลี่ คุณยังมีน้ำยาบำรุงนั่นเหลือไหม? ปีหน้าฉันอยากปลูกแตงโมเซิงหลงด้วย แบ่งน้ำยาให้ฉันบ้างได้ไหมครับ?"

จบบทที่ บทที่ 17 ข้อพิพาท

คัดลอกลิงก์แล้ว