- หน้าแรก
- เลขาหมู่บ้านสายปั่น เกิดใหม่ทั้งที ขอพาหมู่บ้านนี้รวย
- บทที่ 17 ข้อพิพาท
บทที่ 17 ข้อพิพาท
บทที่ 17 ข้อพิพาท
หลังจากฟังคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้าน หลี่โม่ก็ตัดสินใจทันทีว่าจะใช้พื้นที่ทางทิศตะวันตกสุดของหมู่บ้านเป็นสถานที่เลี้ยงวัว
ที่นั่นมีทั้งแหล่งน้ำและหญ้าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งช่วยประหยัดแรงไปได้มากโข
ที่สำคัญที่สุดคือ ด้านหลังมีภูเขาล้อมรอบเป็นรูปทรงโค้ง
มันทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติชั้นดี ช่วยประหยัดงบประมาณในการสร้างรั้วกั้นไปได้ส่วนหนึ่ง
การจดทะเบียนตั้งบริษัทเลี้ยงวัวไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือการซื้อแม่พันธุ์วัวและลูกวัวต้องใช้เงินทุนมหาศาล
ลูกวัวหนักประมาณ 200 จิน ราคาตกอยู่ที่ตัวละ 2,000 หยวน ส่วนแม่วัวยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ ราคาอยู่ที่ 2,500 ถึง 3,000 หยวน
รายได้ทั้งปีของชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านอาจจะไม่พอซื้อลูกวัวแม้แต่ตัวเดียวด้วยซ้ำ
ดังนั้น การจะระดมทุนโดยให้ทุกคนลงขันเป็นเงินสดจึงดูเป็นไปไม่ได้ในขณะนี้
ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีกำลังทรัพย์มากขนาดนั้น
จึงต้องหาวิธีอื่น
ทางออกที่เป็นไปได้เพียงทางเดียวคือ หลี่โม่ต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการซื้อวัว ส่วนชาวบ้านที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเงินก็ให้ลงแรงแลกหุ้นแทน
แน่นอนว่าชาวบ้านคนไหนที่มีทุนทรัพย์ก็สามารถลงเงินโดยตรงได้
ปัจจุบัน ด้วยเงินทุนที่หลี่โม่มีอยู่ เขาสามารถซื้อวัวมาเลี้ยงได้เพียง 500 ตัวเท่านั้น
เพื่อให้ตัวเลขลงตัวสวยๆ หลี่โม่มีความคิดว่าจะหาเงินทุนเพิ่มเพื่อให้เลี้ยงได้ครบ 1,000 ตัว
เขาคิดถึงชาวบ้านกลุ่มที่เพิ่งขายแตงโมได้เงินก้อนโตมา ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยินดีมาร่วมลงทุนด้วยหรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงวางแผนจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยมบ้านของชาวบ้านกลุ่มนี้เพื่อหารือเรื่องเงินทุนทันที
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะลุกเดินออกจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน ก็มีคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาจากข้างนอก
"ผู้ใหญ่! แย่แล้ว! มีคนก่อเรื่องในหมู่บ้านอีกแล้ว!"
"อ้าว? เลขาฯ หลี่ก็อยู่ด้วยเหรอ? ดีเลย! เลขาฯ หลี่ ผู้ใหญ่ รีบไปกับฉันเร็วเข้า!"
"เกิดอะไรขึ้น?" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถาม
"ก็คนหมู่บ้านเราที่ออกไปทำงานต่างถิ่นน่ะสิ วันนี้มีคนนึงเพิ่งกลับมา แล้วไปเห็นที่ดินรกร้างตรงภูเขาหลังบ้านตัวเองถูกถางไปปลูกแตงโม
ตอนนี้กำลังโวยวายจะขอแบ่งเงินค่าแตงโมครึ่งหนึ่ง แถมขู่ว่าถ้าไม่ให้จะลงไม้ลงมือ ตอนนี้น่าจะกำลังจะตีกันแล้วมั้ง"
ผู้ใหญ่บ้านกับหลี่โม่หันมาสบตากัน ส่ายหน้าด้วยความระอา แล้วรีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที
หมู่บ้านเซิงหลงไม่เคยขาดแคลนพวกชอบมุงดูเรื่องชาวบ้าน
ดังนั้นเมื่อหลี่โม่และผู้ใหญ่บ้านไปถึง ก็พบว่ามีฝูงชนมุงดูกันแน่นขนัดแล้ว
ตรงกลางวงล้อมมีคนยืนอยู่หกเจ็ดคน
ชายคนหนึ่งกำลังกระชากคอเสื้อชายอีกคนและเงื้อหมัดขึ้นทำท่าจะชก
หลี่โม่พุ่งตัวแหวกฝูงชนเข้าไปคว้าข้อมือชายคนนั้นไว้ได้ทันท่วงที
"ทำอะไรน่ะ? บ้านเมืองมีขื่อมีแป กล้าดียังไงจะมาทำร้ายร่างกายคนอื่น?"
"แล้วแกเป็นใคร?" ชายคนนั้นตวาดกลับ จ้องมองหลี่โม่เขม็ง
"ฉันคือเลขาธิการหมู่บ้านเซิงหลง หลี่โม่"
เมื่อได้ยินคำว่า 'เลขาธิการหมู่บ้าน' ความเกรี้ยวกราดบนใบหน้าชายคนนั้นก็ลดลงไปบ้าง
ในจังหวะนี้ ผู้ใหญ่บ้านค่อยๆ เดินเข้ามากลางวง
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ไหนลองเล่าให้ฉันกับเลขาฯ หลี่ฟังให้ชัดเจนซิ"
ชายคนนั้นจึงเล่าเรื่องราวให้หลี่โม่และผู้ใหญ่บ้านฟัง เมื่อเล่าจบเขาก็ชี้หน้าชายคู่กรณีที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ เลขาฯ หลี่ ผู้ใหญ่บ้าน พวกท่านลองตัดสินดูสิ โดยที่ผมไม่อนุญาต มันถือวิสาสะมาถางที่ดินร้างหลังบ้านผมไปปลูกแตงโมขาย ได้ข่าวว่าฟันกำไรไปตั้งหลายแสน!
แล้วที่ผมมาทวงขอส่วนแบ่งบ้าง มันมากเกินไปตรงไหน?"
ชาวบ้านรอบๆ ที่เดิมทีแค่มายืนมุงดู พอได้ยินตัวเลข "หลายแสน" ก็ตาโตเท่าไข่ห่าน เงียบกริบกันไปทั้งบาง
อะไรนะ?
ปลูกแตงโมทำเงินได้เป็นแสนเลยเหรอ?
บ้าไปแล้ว นี่มันเงินที่เทวดาประทานให้ชัดๆ!
ปีหน้าฉันต้องปลูกแตงโมบ้างแล้ว!
ที่ดินร้างในหมู่บ้านเป็นของฉัน ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแย่ง!
หลังจากความคิดเหล่านี้ผุดขึ้นมา ทุกคนต่างจ้องมองคู่กรณีตรงหน้าอย่างจดจ่อ อยากรู้ว่าเลขาฯ หลี่กับผู้ใหญ่บ้านจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
เงินหลักแสนเป็นจำนวนที่มหาศาลเกินจินตนาการสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านยากจนระดับประเทศแห่งนี้
ทุกคนต่างอยากรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่
ผู้ใหญ่บ้านเองก็ตกใจกับตัวเลข "หลายแสน" ไม่แพ้กัน แกเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหันไปมองหน้าหลี่โม่
ดูเหมือนว่าเมื่อเรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ ก็คงต้องสะสางให้ชัดเจน
หลี่โม่ทำได้เพียงหันไปบอกผู้ใหญ่บ้าน "ผู้ใหญ่ครับ สำหรับเรื่องนี้ ให้แต่ละบ้านส่งตัวแทนไปหารือกันที่ที่ทำการหมู่บ้านดีกว่าครับ"
"ได้... พวกเอ็งที่มุงดูอยู่น่ะ แยกย้ายกันไปแจ้งข่าวให้ทุกบ้านส่งตัวแทนไปรวมตัวกันที่ที่ทำการเดี๋ยวนี้"
สิ้นเสียงคำสั่งผู้ใหญ่บ้าน เหล่าไทยมุงก็รีบแยกย้ายไปแจ้งข่าวทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชาวบ้านกว่าเจ็ดแปดร้อยคนก็มารวมตัวกันแน่นขนัดที่ลานหน้าทำการหมู่บ้าน
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังไปทั่ว
"ได้ยินว่าปีนี้มีคนปลูกแตงโมได้เงินเป็นแสน ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน"
"ถ้าปลูกแตงโมแล้วรวยขนาดนั้น ปีหน้าฉันไม่ยอมตกขบวนแน่!"
เมื่อเห็นตัวแทนแต่ละบ้านมากันครบแล้ว หลี่โม่ก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง
"พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน เดิมทีผมตั้งใจจะแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ในเมื่อเกิดเรื่องขึ้นวันนี้ ผมก็จะขอชี้แจงให้ทุกคนฟังอย่างชัดเจน"
"เป็นเรื่องจริงครับที่ชาวบ้านกลุ่มที่ปลูกแตงโมในปีนี้ทำเงินได้ ปีนี้หมู่บ้านเราปลูกแตงโมไปทั้งหมด 800 หมู่ รายได้ปีนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร ขายได้ทั้งหมดแค่ 28.8 ล้านหยวนเท่านั้น"
ชาวบ้านทุกคนที่กำลังตั้งใจฟังหลี่โม่ ต่างพากันอึ้งกิมกี่เมื่อได้ยินตัวเลข "28.8 ล้าน"
เมื่อตั้งสติได้ ใบหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
เกิดอะไรขึ้น?
แตงโม 800 หมู่ที่ปลูกปีนี้ขายได้เงินเท่าไหร่กันแน่?
28.8 ล้าน???
แถมเมื่อกี้เลขาฯ หลี่เพิ่งจะพูดว่า: รายได้จากการขายแตงโมปีนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร แค่ 28.8 ล้าน...
นี่เป็นคำพูดที่คนปกติเขาพูดกันเหรอ?
ต้องรู้ก่อนนะว่า ปีที่แล้วรายได้ของคนทั้งหมู่บ้านเซิงหลงรวมกันยังได้แค่ 2.8 ล้านหยวนเอง!
แต่ปีนี้ แค่แตงโม 800 หมู่ กลับทำเงินได้ถึง 28.8 ล้านหยวน?
นี่มันมากกว่ารายได้รวมของคนทั้งหมู่บ้านถึงสิบเท่าเชียวนะ!
เมื่อสมองประมวลผลเสร็จสิ้น ความตื่นเต้นก็ระเบิดออกมาทันที
"คุณพระช่วย! ปีหน้าฉันจะปลูกแตงโม!"
"ฉันด้วย!"
แน่นอนว่ายังมีบางคนที่ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่และเอ่ยถามขึ้น
"เลขาฯ หลี่ หมู่บ้านเราปลูกแตงโมพันธุ์อะไร ทำไมแค่ 800 หมู่ถึงขายได้ตั้ง 28.8 ล้าน?"
เมื่อเสียงฮือฮาเริ่มซาลง หลี่โม่จึงพูดต่อ "ปีนี้ ผมได้สร้างแบรนด์ให้กับแตงโมของหมู่บ้านเรา ชื่อว่า 'แตงโมเซิงหลง' ครับ"
"แตงโมเซิงหลงปลูกโดยใช้น้ำยาบำรุงสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดค้นขึ้นมาเอง"
"แตงโมที่ได้รับน้ำยาบำรุงนี้จะมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยมจนผู้บริโภคติดใจ ทำให้พ่อค้ารับซื้อกล้าให้ราคาถึงจินละ 6 หยวน นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงขายได้ 28.8 ล้านหยวนครับ"
หลี่โม่พูดแบบนี้เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจตรงกันว่า 'น้ำยาบำรุง' คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แตงโมขายได้ราคาสูงถึงจินละ 6 หยวน
"ซี๊ด... ราคารับซื้อจินละ 6 หยวนเลยเหรอ?"
ชาวบ้านทุกคนสูดปากด้วยความตกใจเมื่อได้ยินราคานี้
นี่มันราคาที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!
"เลขาฯ หลี่ คุณยังมีน้ำยาบำรุงนั่นเหลือไหม? ปีหน้าฉันอยากปลูกแตงโมเซิงหลงด้วย แบ่งน้ำยาให้ฉันบ้างได้ไหมครับ?"