เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 69 ระวังวิญญาณแตกสลาย!

Chapter 69 ระวังวิญญาณแตกสลาย!

Chapter 69 ระวังวิญญาณแตกสลาย!


เถียนซีเอาชนะได้ ด้วยการโจมตีอย่างรวดเร็วจนอีกฝั่งยังไม่ทันตั้งตัว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์รอบ ๆ พอทำใจยอมรับได้.

ซูเซียวโม่เอาชนะได้ พวกเขาก็ยังคงพอยอมรับได้.

ทว่ากับขยะเซียวจุ้ยจื่อ เขาที่รับการโจมตีด้วยไหล่ แม้แต่เหวี่ยงอีกฝ่ายลอยออกไป เป็นอะไรที่ไม่มีใครสามารถยอมรับได้เลย!

อีกฝ่ายที่ยังคงยืนอย่างมั่นคงบนเวที เวลานี้แทบจะไม่ได้ใช้แรงอะไรมากมายด้วยซ้ำ จะให้พวกเขาเชื่อได้อย่างไร.

“ไม่ประกาศรึ?”เซียวจุ้ยจื่อจ้องมองไปยังกรรมการ.

กรรมการที่ได้สติเร่งรีบประกาศออกมาทันที “การต่อสู้รอบแรกคู่ที่ 51 ผู้ชนะ เซียวจุ้ยจื่อ!”

เสียงประกาศดังก้องไปทั่วสนามการแข่งขัน สายตาของทุกคนที่นิ่งงันเพ่งพิศอย่างงง ๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน.

“ล้อเล่นน่า ไม่มีทั้งพรสวรรค์และพลังบ่มเพาะ นี่เขาเอาชนะเปิดชีพจรขั้นเก้าหวังเลี่ยได้อย่างไร!”

“หรือว่าตะวันจะขึ้นทิศตะวันตก ซะแล้ว!”

“นี่เขาใช้วิชาชั่วร้ายอันใดกัน?”

เหล่าผู้คน ต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัย เซียวจุ้ยจื่อกระโดดลงเวที จดจ้องมองไปยังจุนซ่างเซียว พร้อมกับเผยยิ้มด้วยความสดใส.

เจ้าสำนัก.

ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง!

จุนซ่างเซียวที่นั่งพิงหลังบิดขี้เกียจ กล่าวด้วยความพอใจ “ไม่เลว ไม่เลว.”

ความสามารถของเซียวจุ้ยจื่อนั้น เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง หลังจากผ่านการฝึกฝนหลายสิบวัน การกลั่น ปั้นร่างกายที่บ้าคลั่ง หยาดเหงื่อที่ไหลอาบทั่วร่างทุกวันท้ายที่สุด ก็ทำให้เขาได้รับชัยชนะ.

“ติ๊ง!”

“ศิษย์ห้าคนที่เข้ารอบสองได้ ภารกิจมหากาพน์สำเร็จ 10% โฮสน์ได้รับคะแนนสนับสนุน 20 แต้ม.”

“ติ๊ง!”

“คะแนนสนับสนุนสำนัก: 62 / 500.”

จุนซ่างเซียวที่เผยท่าทางประหลาดใจ “นี่ข้าได้รับรางวัลแล้วอย่างงั้นรึ?”

ระบบกล่าว “ศิษย์ทั้งห้าเข้ารอบสอง มีความสำเร็จมากกว่าล้มเหลวขึ้นอีกขั้น ทำให้ความสำเร็จภารกิจมีความคืบหน้า ดังนั้นจึงได้รับรางวัล.”

จุนซ่างเซียวที่สีคางไปมา “งั้นหากพวกเขาเข้ารอบสาม ก็สำเร็จขึ้นมาอีกขั้น ข้าก็จะได้รับรางวัลอย่างงั้นรึ?”

“ใช่แล้ว.”ระบบตอบ.

จุนซ่างเซียวกล่าว “ภารกิจมหากาพน์น่าสนใจจริง ๆ.”

“หืม?”

ในเวลานั้นเขาที่จดจ้องมองไปยังอาวุโสใหญ่ตระกูลเซียว เขาเห็นฝ่ายตรงข้ามจ้องมองเซียวจุ้ยจื่อเขม็ง จิตสังหารที่มากมายแผ่ออกมาชัดเจน.

จุนซ่างเซียวที่ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดในใจ “เจ้าแก่นี้อันตรายแล้ว.”

......

“อาวุโสใหญ่ เจ้าเด็กนั่นเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์เปิดชีพจรขั้นที่เก้าได้!”อาวุโสตระกูลเซียวคนหนึ่งที่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ.

“ชิ.”

อาวุโสใหญ่แค่นเสียงเย็นชา “ก็แค่ขยะที่ฝึกฝนกายเนื้อ.”

คู่ควรจะเป็นยอดฝีมือตระกูลเซียวได้อย่างไร เพียงแค่เห็นเซียวจุ้ยจื่อใช้ไหล่รับหมัดที่เปี่ยมล้นด้วยพลังวิญญาณและ ยังคว้าจับเหวี่ยง หวังเลี่ยลอยออกไป ก็พ

อบอกได้ แล้วว่ากายเนื้อของเซียวจุ้ยจื่อนั้นทรงพลังมาก.

อาวุโสอีกคนที่นั่งด้านข้างไปอีกกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน “กายเนื้อของทุกคนล้วนแต่มีขีดจำกัด ครั้งนี้ชนะก็แค่โชคดี ไว้รอบต่อไป พบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง มีแต่ความพ่ายแพ้ที่รออยู่.”

อาวุโสใหญ่ที่ไม่กล่าวอะไรออกมาอีก มีเพียงแค่ความโกรธที่คุกรุ่น.

ก่อนหน้านี้เขาไม่สบายใจ เพราะเซียวจุ้ยจื่อเข้าร่วมงานประลอง เพื่อทำให้ตระกูลเซียวได้รับความอับอาย.

ตอนนี้ความไม่สบายใจนั้น กลับเป็นเพราะอีกฝ่ายเข้ารอบได้อย่างคาดไม่ถึง!

จุนซ่างเซียวที่จับจ้องมองอาวุโสใหญ่ตระกูลเซียวอยู่ตลอดเวลา แววตาของเขาที่เปลี่ยนเป็น จิตสังหารที่เพิ่มขึ้น กล่าวออกมาเสียงดัง “หากเซียวจุ้ยจื่อต้องพบความยากลำบากอีกครั้ง ดูสิว่าปู่คนนี้จะจัดการแกอย่างไร?”

เท่าที่เห็นเวลานี้ หากเซียวจุ้ยจื่อยิ่งแสดงความโดดเด่นออกมา จิตสังหารของอีกฝ่ายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่ไม่สามารถยับยั้งตัวเองเอาไว้ได้แน่.

บางที....เขาอาจพุ่งออกไป เพื่อสังหารเซียวจุ้ยจื่อให้ตายไปในทันที.

“ไม่ได้การ ไม่ได้การแล้ว.”

จุนซ่างเซียวเอ่ย ”ข้าจะต้องเตรียมการไว้หากมีอุบัติเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น.

เขาที่เริ่มโหลดกระสุนในปืนพกอินทรีย์ทะเลทราย และปลดล๊อกพร้อมยิงเอาไว้.

จากนั้นเขาที่หลับตาทำการคำนวณระยะห่างของเขาจากอาวุโสใหญ่ กล่าวออกมาทันที “จากการกะด้วยสายตา อยู่ห่างกัน 50 เมตร.”

จุนซ่างเซียวที่ขยับขาจัดท่าทางให้พร้อมยิง แม้นว่าเขาจะจ้องมองการแข่งขัน แต่ก็เพ่งเล็งไปยังอาวุโสใหญ่ตระกูลเซียวด้วยเช่นกัน.

เขาจำเป็นต้องเฝ้าระวังอีกฝ่ายเอาไว้.

ปลอดภัยเอาไว้ก่อน หากเจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่น ไม่รุกเข้าไปสังหารเซียวจุ้ยจื่อ เขาก็จะไม่จำเป็นต้องปล่อยกระสุนออกไป.

“เอ๊ะ?”

อาวุโสสำนักต้าหงที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “เจ้าสำนักจุน ในมือของเจ้าคืออะไรอย่างงั้นรึ?”

“ของเล่น.”จุนซ่างเซียวเอ่ย.

ใบหน้าของอาวุโสสำนักต้าหงที่สั่นไหว ลอบคิดอยู่ในใจ “ผู้ปกครองสำนักที่น่าเกรงขาม แต่ก็ยังนำของเล่นออกมาเล่น ช่างเป็นคนที่น่าหัวเราะเยาะจริง ๆ.”

......

เซียวจุ้ยจื่อที่ก้าวตรงไปยังพื้นที่ผู้ชนะ.

ประจวบเหมาะระหว่างทางพบเข้ากับเซียวหลินเย่ ที่กำลังจ้องมองฝ่ายตรงข้ามด้วยความประหลาดใจ.

เซียวจุ้ยจื่อหาได้สนใจมองเขาแต่อย่างใด ก้าวเข้าไปยังพื้นที่ชนะ พร้อมกับไปนั่งหลับตาพักผ่อน.

การที่เขาสามารถเข้ารอบได้ สร้างความตื่นตะลึงงันให้กับเซียวหลินเย่มาก เห็นชัดเจนว่าเขายากจะเชื่อว่าเซียวจุ้ยจื่อสามารถเอาชนะหวังเลี่ยได้.

บนฝั่งผู้ชมของตระกูลเซียวเองแทบทุกคนต่างก็ยากจะยอมรับได้เช่นกัน.

ในเวลานี้ใบหน้าของพวกเขากลายเป็นปั้นยาก ต้องไม่ลืมว่าในครั้งนี้พวกเขาต่างก็มองเซียวจุ้ยจื่อเป็นตัวตลกเข้าร่วมการประลอง เป็นเพียงตัวประกอบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เขากับเข้ารอบมาได้อย่างง่ายดาย!

เอาชนะเปิดชีพจรขั้นที่เก้า!

เหล่าลูกหลานตระกูลเซียว พลังบ่มเพาะสูงสุดคือระดับเปิดชีพจรขั้นที่เจ็ดเท่านั้น.

เซียวจุ้ยจื่อเป็นเพียงขยะในสายตาพวกเขา กับล้มคู่ต่อสู้ที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ มันทำพวกเขาเจ็บปวดขึ้นมาทันที.

คิดย้อนหลังกลับไปหลายปีก่อน เมื่อเซียวจุ้ยจื่อยังมีพลังบ่มเพาะ เหล่าผู้เยาว์ตระกูลเซียว ได้แต่แหงนหน้ามอง แม้แต่ประจบประแจงเขาเพื่อปรึกษาวิถียุทธ์.

หลังจากที่เซียวจุ้ยจื่อไร้ซึ่งพลัง พวกเขาก็สามารถลืมตาอ้าปาก แม้แต่หลบเลี่ยง มีบางคนที่เข้าไปทำร้ายเซียวจุ้ยจื่อเพื่อความสะใจด้วยซ้ำ.

ดังนั้น เหล่าผู้เยาว์ตระกูลเซียวแน่นอน ว่าพวกเขาย่อมไม่หวังขยะที่ถูกทิ้งลงถังไปแล้ว จะคืนกลับมาทำให้ให้พวกเขาต้องเจ็บปวดและสั่นสะท้านได้อีก.

ไม่ต้องการที่จะเห็น กลับเห็น.

ขยะที่พวกเขาก้าวข้ามไปแล้ว มาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน เอาชนะผู้ฝึกยุทธ์เปิดชีพจรขั้นเก้า.

จะให้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นนี้ว่าอย่างไร?

ตบหน้าอย่างแรงงั้นรึ?

ไม่ ไม่ ไม่ใช่แค่นั้นควรจะเรียกว่าถูกมีดกะซวกเข้าไปยังหัวใจ สะบั้นจิตใจทำลายความมั่นใจของพวกเขา จนหัวใจพวกเขาแหลกสลายไปด้วย!

ไม่ใช่ใบหน้าของพวกเขาที่เจ็บปวด แต่จิตใจของพวกเขาที่มันแตกระยับไปพร้อมกับใบหน้า.

......

การต่อสู้รอบแรกยังคงดำเนินไป คนที่เข้ารอบแล้วเวลานี้ก็นั่งสมาธิควบคุมลมหายใจ เพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณที่ใช้ไป.

มีเพียงศิษย์ของสำนักไท่กู่เจิ้งไม่ต้องฟื้นฟูอะไร เพราะพวกเขาไม่ได้พยายามอะไรเพื่อเข้ารอบมา ไม่ใช่แค่เซียวจุ้ยจื่อ คนอื่น ๆ ก็แทบจะไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลย.

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม.

การแข่งขันรอบแรกก็จบลง มีผู้เข้ารอบทั้งหมด 128 คน.

การแข่งขันรอบต่อไปของงานประลองยุทธ์ศิษย์ยุทธ์ได้แบ่งการต่อสู้ออกไปเป็นสี่โซน แต่ละโซนมีผู้เข้าร่วม 32 คน.

หลี่ชิงหยางอยู่โซน 1 ซูเซียวโม่อยู่โซนที่ 2 ลู่เชียนเชียนอยู่ในโซนที่ 3 เถียนซีและเซียวจุ้ยจื่ออยู่โซนที่ 4 .

หลังจากแบ่งโซนการต่อสู้แล้ว แต่ละโซนก็เริ่มจับคู่การแข่งขัน โซนการแข่งขันจะไม่มีการแบ่งอีกแล้ว การต่อสู้ก็จะจับคู่ต่อสู้กันไปเรื่อย ๆ เพื่อเข้ารอบต่อไปและจับคู่อีกครั้ง ไปเรื่อย ๆ จนในโซนนั้นเหลือเพียง1คน เป็นตัวแทนของแต่ละโซนเข้ารอบรอง.

จุนซ่างเซียวที่กล่าวเสียงเบา “ผ่านรอบนี้ไปอีก ภารกิจมหากาพน์ก็เพิ่มความสำเร็จอีกขั้นและได้คะแนนเพิ่มขึ้น.”

โซนที่สี่ดูเหมือนว่าจะน่าเป็นห่วง.

หากเถียนซีและเซียวจุ้ยจื่อต้องพบกันก่อนเวลา ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาแล้ว.

ในเวลาเดียวกันนั้น โซนการต่อสู้ทั้งสี่ ในเวลานี้เริ่มจับคู่ เพื่อหาผู้ชนะเข้ารอบ

“การต่อสู้รอบสองคู่ที่หนึ่ง เฉิงฉง ปะทะ เหอเหว่ย!” กรรมการ โซนที่หนึ่งประกาศเสียงดัง.

และกรรมการอีกสี่โซนก็ประกาศออกมาเสียงดัง ผู้เข้าแข่งขันแปดคนที่ก้าวขึ้นเวทีคนละมุม ทั้งสองฝั่งที่ยกมือประสานทำความเคารพกัน ก่อนเข้าต่อสู้.

เถียนซีที่อยู่คู่ที่สอง เวลานี้ได้ก้าวขึ้นบนเวทีในโซนการต่อสู้ที่สี่.

เขาที่ตรวจสอบคู่ของเขา มีนามว่าอี้ตาซือ เป็นผู้ฝึกยุทธ์เปิดชีพจรขั้นที่ 12.

“เริ่มได้!”กรรมการกล่าวเสียงดัง.

อี้ต้าซือที่ได้ดูการต่อสู้ก่อนหน้านี้มาแล้ว เขารับรู้ว่าเถียนซีนั้นมีความเร็วสูงมาก ทันทีที่ประกาศเริ่มการแข่งขัน เขาจึงชิงจังหวะเป็นฝ่ายรุกเข้าโจมตีฝ่ายตรงข้ามในทันที.

จบบทที่ Chapter 69 ระวังวิญญาณแตกสลาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว