เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 68 จับมือกันก้าวหน้า แล้วเบ่งบานออกมาพร้อมกัน.

Chapter 68 จับมือกันก้าวหน้า แล้วเบ่งบานออกมาพร้อมกัน.

Chapter 68 จับมือกันก้าวหน้า แล้วเบ่งบานออกมาพร้อมกัน.


การต่อสู้รอบแรก คู่ที่หนึ่งเริ่มขึ้น แล้วก็จบลง.

เวลาที่กรรมการคำนวณคร่าว ๆ มันควรจะผ่านไปแค่ครึ่งวินาทีเท่านั้น.

ซุนไคยังไม่ได้แสดงฝีมือด้วยซ้ำ ก็ล้มไปกองบนพื้นแล้ว ทำให้อาวุโสสำนักต้าหงถึงกับด้วยตาเบิกกว้าง.

ก่อนหน้าจะต่อสู้กันนั้น พวกเขาต่างก็คิดว่าซุนไคจะทุบเถียนซีอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาต่างก็สงสารศิษย์ของสำนักไท่กู่เจิ้ง จะต้องตกอยู่ในสภาพอนาถ

ตอนนี้ล่ะ?

มันไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคิดเลยแม้แต่น้อย.

ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนที่สีตาไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ท้ายที่สุด ก็พบว่าเป็นศิษย์ของสำนักต้าหงที่นอนกองอยู่บนพื้น ใบหน้าท่าทางของเขายังแสดงความหยิ่งผยองไม่จางหาย มีเพียงดวงตาที่เหลือกขาวไป.

ดูเหมือนว่า ทุกอย่างจะจบเร็วเกินไป แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าไม่แม้แต่เผยความตื่นตะลึงด้วยซ้ำ การต่อสู้กับจบแล้ว.

กรรมการที่ชะงักไปชั่วขณะ และประกาศออกมาในทันที “การต่อสู้รอบแรกคู่ที่หนึ่ง ผู้ชนะ เถียนซี!”

หลี่ชิงหยางที่ส่ายหน้าไปมา กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องเถียน คงจะอัดอั้นมากเกินไป?”

ด้วยการถูกดูแคลนเหยียดหยันจากผู้คนรอบ ๆ ทำให้อารมณ์อัดอั้น ทำให้เถียนฉีต้องการปลดปล่อยมันออกมา!

“ฮ่าฮ่าฮ่า.”

ซูเซียวโม่ที่เกาะข้างเวทีแม้แต่หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสะใจ แม้แต่เอ่ยออกมาว่า “แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้ออกโรงบ้าง.”

จุนซ่างเซียวที่จ้องมองไปยังอาวุโสอ้วน ยกมือประสานและกล่าวออกมาว่า “ต้องขออภัย ศิษย์ของข้าลงมือหนักไปหน่อย ไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะกระจอกถึงเพียงนี้.”

ใบหน้าของอาวุโสสำนักต้าหกถึงกับแดงกล่ำ แม้แต่เริ่มมีสีเขียวคล้ำ....แต่กระนั้นก็ทำได้แค่ต้องกลืนความอัปยศนี้ลงไป.

......

เถียนซีที่ใช้เวลาเพียงครึ่งวินาทีเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ทำให้ซุนไคนอนกองไร้สติ สร้างความประหลาดต่อผู้ชมเป็นอย่างมาก.

ทว่าก็เพียงแค่ประหลาดใจเท่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์สามารถบอกได้ว่า ศิษย์สำนักต้าหงนั้นประมาทคู่ต่อสู้ ไม่แม้แต่ตั้ง การป้องกันปล่อยให้ศัตรูโจมตีทีเผลอได้.

“กับการโจมตีทีเผลอฝ่ายตรงข้ามด้วยความเร็วเช่นนี้ คงทำได้เพียงแค่รอบเดียว.”

“เหมือนที่เจ้าพูด ความเร็วของเจ้าหนูนั่นไม่ธรรมดา แต่น่าเสียดาย มีเพียงแค่ความเร็ว คงทำได้แค่โจมตีทีเผลอหากต่อสู้จริง ๆ ก็มีแต่ต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย.”

เหล่าผู้เข้าแข่งขันเองก็ไม่ได้ประเมินค่าเถียนซีสูงนัก เพียงแค่ประหลาดใจกับท่าเท้าที่ร้ายกาจเท่านั้น.

“การต่อสู้รอบแรก คู่ที่สอง หลี่เหอ ปะทะ เถี่ยหลง!”

นอกจากนี้จากโซนต่อสู้แต่ละแห่ง เหล่ากรรมการก็เริ่มตะโกนเสียงดังให้เริ่มการต่อสู้แล้วเช่นกัน.

การต่อสู้ทั้งหกเวทีนั้น คัดคนออกทีละหก ทว่าโซนฝั่งของเถียนซีนั้น การต่อสู้จบลงเร็วจนฝั่งอื่นแทบจะยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ สนามต่อสู้แห่งนี้ ได้เริ่มคู่ที่สองแล้ว.

“การต่อสู้รอบแรกคู่ที่สาม จ้าวหยิง ปะทะ เหอเหริน!”

“การต่อสู้รอบแรกคู่ที่สี่......”

“การต่อสู้รอบแรกคู่ที่ห้า......”

......

กรรมการหลาย ๆ คนที่เริ่มตะโกนเริ่มการแข่งขันกันแล้ว ทุกสนาม เริ่มต่อสู้ เพื่อคัดคนเข้ารอบต่อไป.

เพราะว่าการจับสลากเพื่อหาคู่ต่อสู้ก่อนเริ่ม  จึงทำให้คู่ต่อสู้ที่พบกันนั้นเป็นแบบสุ่มทำให้มีช่องว่างความแข็งแกร่งไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นเป็นเรื่องง่ายที่ การต่อสู้จะจบลงอย่างรวดเร็ว.

ผู้ชนะเข้ารอบ ผู้พ่ายแพ้ก็ต้องจากไป.

ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 12 คู่ หกสนาม เวลานี้เริ่มต่อสู้กันทั้งหมดแล้ว เหล่าผู้ชมที่ส่งเสียงดังลั่นเพื่อส่งแรงใจเชียร์เหล่าคนที่พวกเขาชื่นชอบ.

จุนซ่างเซียวที่นั่งหาว หลังพิงบนที่นั่งอย่างเบาสบาย.

ผ่านไปนานเหมือนกัน กรรมการในสนามแห่งหนึ่งก็ตะโกนเสียงดัง การต่อสู้รอบแรกคู่ที่ยี่สิบ หลี่ชิงหยาง ปะทะ หูเหยา  จากนั้นทั้งคู่ก็ก้าวขึ้นเวที.

“เริ่ม!”

“ปัง!”

สิ้นเสียงกรรมการ  การต่อสู้กับจบลงแทบจะทันที ด้วยเช่นกัน หูเหยาที่ล่วงล้มไปกองบนพื้นเพียงแค่หมัดเดียว.

การโจมตี ที่เหมือนๆ กัน ไม่ต่างกับเถียนซีก่อนหน้านี้เลย.....

ศิษย์คนที่สองของเขาได้รับชัยชนะ จุนซ่างเซียวไม่ได้รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด ต้องไม่ลืมว่าพรสวรรค์ของเขานั้นไม่ธรรมดา.

“เจ้าปล่อยให้ข้าชนะ.”

หลี่ชิงหยางที่ยกมือประสานโค้งคำนับให้คู่ต่อสู้ที่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่.

“....”กรรมการถึงกับปากกระตุก จากนั้นก็ประกาศต่อหน้าทุกคน “การต่อสู้รอบแรกคู่ที่ยี่สิบ ผู้ชนะหลี่ชิงหยาง!”

“คู่ควรกับพรสวรรค์อันดับหนึ่งของเมืองชิงหยาง ทรงพลังจริง ๆ!”

“ข้าเดาว่า เขายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดออกมาด้วยซ้ำ!”

“ทว่านี่ก็แค่รอบแรกเท่านั้น คู่ต่อสู้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร ต้องเอาจริงด้วยอย่างงั้นรึ?”

เหล่าผู้ชมที่พูดคุยกันไปต่าง ๆนานา.

สำหรับเถียนฉีถึงจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ คนเหล่านี้ก็ยังคงดูแคลน ต่างกับหลี่ชิงหยางที่มีฉายา “พรสวรรค์อันดับหนึ่งเมืองชิงหยาง”ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขาก็ยังให้เกียรติฉายาดังกล่าวอย่างดี.

......

การประลองยุทธ์สำนักยังคงดำเนินต่อไป ผู้เข้าแข็งขันที่เข้ารอบสองมีมากขึ้นเรื่อย ๆ มีหลายคนที่เอาชนะได้อย่างง่ายดาย แต่บางคนก็เอาชนะได้อย่างยากลำบาก.

และแล้วการต่อสู้รอบแรกคู่ที่ 32 ซูเซียวโม่อีกหนึ่งผลผลิตของสำนักไท่กู่เจิ้งก็ขึ้นเวที อีกฝั่งคู่ต่อสู้ของเขามีนาม ซ่งเหอ มีพลังบ่มเพาะเปิดชีพจรขั้นที่ 11.

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ความแข็งแกร่งที่สุด เข้าร่วมการแข่งขันคือระดับศิษย์ยุทธ์ ดังนั้นเปิดชีพจรขั้นที่สิบเอ็ด จึงถูกนับว่า อยู่ในขั้นกลางค่อนไปทางสูง.

“ไอ้หนู.”

ซ่งเหอที่กำหมัดแน่น กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “คนเราต้องรู้จักประมาณตน รีบกระโดดลงเวทียอมแพ้ซะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า.”

“จริงรึ?”ซูเซียวโม่ที่หรี่ตาจ้องมอง.

กรรมการเอ่ย “เริ่มต่อสู้!”

“ฟิ้ว!”

ซ่งเหอที่ กำหมัดระเบิดพลัง ที่ข้อมือมีวงแหวน 11 เส้นส่องประกาย พลังวิญญาณมากมายที่แผ่พุ่งหมุนวน กระจายออกไปรอบ ๆ ก่อนที่จะถูกเหวี่ยงกรีดสายลมพุ่งออกมาด้วยความเร็ว.

“จบแล้วสินะ.”

“น่าสงสารเจ้าเด็กนั่น.”

ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าไปมา.

ในเวลาเดียวกัน ซูเซียวโม่ที่ขยับหลบอย่างรวดเร็ว ขาทั้งสองข้างของเขาที่ขยับซ้ายขวา ก้าวหมุนวนอ้อมไปอยู่ด้านหลังของซ่งเหอ หมัดของเขาที่ต่อยไปยังเอวของฝั่งตรงข้ามทันที.

“แฮก ๆ!”

ซ่งเหอที่หายใจหนักหน่วง.

“ล่วงไปซะ!”ซูเซียวโม่ที่ก้าวเขย่ง เท้าขวาที่กวาดไปตามสายลม ฟาดไปยังใบหน้าด้านขวาฝ่ายตรงข้าม ร่างของซ่งเหอลอยปลิวออกไปทันที.

“กึก.”

ร่างของฝ่ายตรงข้ามที่ลอยละล่อง ก่อนจะหล่นลงบนพื้นนอกเวที ซูเซียวโม่ที่ปัดมือแปะ ๆ “อ่อนแอจริง ๆ.”

เหล่าผู้ชมเวลานี้ถึงกับดวงตาเบิกกว้างอ้าปากหวอ.

การชนะของเถียนซีก่อนหน้านี้เพราะว่าคู่แข่งประมาทพวกเขาจึงไม่ได้ให้ค่ามากนัก ทว่าหมัดของซ่งเหอที่โจมตีออกมา พวกเขาเห็นชัดเจน แม้แต่พวกเขาเองก็ยังยากจะหลบได้!

อาวุโสชราที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ตื่นตกใจขึ้นมาเหมือนกัน “เจ้าเด็กนั่นก็เหมือนกับคนที่ชื่อเถียนซี ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ แต่ก็เอาชนะคนที่มีพลังบ่มเพาะระดับเปิดชีพจรขั้นที่สิบเอ็ดได้ นี่คือความแข็งแกร่งจากกายเนื้อล้วน ๆ!”

“การต่อสู้รอบแรกคู่ที่สามสิบสอง ผู้ชนะ ซูเซียวโม่!”เสียงของกรรมการที่ประกาศออกมา.

จุนซ่างเซียที่เผยสีหน้าดีใจเป็นอย่างมาก ห้าศิษย์ของเขา สามคนผ่านเข้ารอบแล้ว ตอนนี้ยังเหลือลู่เชียนเชียนและเซียวจุ้ยจื่อ นี่ก็สามารถบอกได้ว่า ภารกิจมหากาพน์ไม่ล้มเหลวแล้ว.

......

“ปัง! ปัง!”

หกสนามการแข่งขัน การต่อสู้ที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ไม่หยุดหย่อน.

จากนั้นไม่นาน โซนของลู่เชียนเชียน ก็ถึงเวลาของนาง กับความงดงามที่โดดเด่น ย่อมกลายเป็นที่สนใจของผู้คนรอบ ๆ เป็นอย่างมาก.

เจียงหลี่คู่ต่อสู้ของนางที่ก้าวขึ้นเวที กล่าวออกมาด้วยท่าทางอักอ่วน “ต่อยผู้หญิงไม่ใช่แนวของข้าเลย ยังไงก็ขออภัยด้วย.”

ลู่เชียนเชียนที่เอ่ยกล่าวออกมาเบา ๆ “ขยะ.”

“เริ่มต่อสู้ได้.”กรรมการเอ่ยเสียงดัง.

เจียงหลี่ที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ว่าเขาจะจัดการสตรีผู้นี้อย่างไรโดยยังรักษาภาพพจน์ ในเวลานั้นร่างกายของเขากับรู้สึกว่ากำลังลอยอยู่ ก่อนที่จะล่วงหล่นลงบนพื้น ไม่แม้แต่สามารถลุกขึ้นได้ต่อไปได้.

พรึด โครม ร่างของเขาที่กองอยู่บนพื้นไร้ซึ่งสติ ไม่อาจต่อสู้ได้อีก.

ลู่เชียนเชียนที่ยืนอยู่กับที่ อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่แขนเรียวขาวของนางเท่านั้นที่ขยับ ก่อนที่นางจะหันหน้าไปยังกรรมการ ทำให้กรรมการได้สติและเร่งรีบประกาศออกมาในทันที “การต่อสู้รอบแรกคู่ที่ห้าสิบ ผู้ชนะ ลู่เชียนเชียน!”

เหล่าผู้ชมเวลานี้กลายเป็นเงียบงันอย่างสมบูรณ์.

ทุกคนที่จ้องมองไปยังลู่เชียนเชียนก่อนหน้านี้ ลู่เชียนเชียนที่สะบัดมือผลักไปด้านหน้าเท่านั้น แน่นอนนั่นต้องเป็นพลังวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย!

“แท้จริงแล้วนางก็มีพลังวิญญาณ ทว่าซ่อนมันเอาไว้ ทำให้คนอื่น ๆไม่สามารถมองเห็นได้!”

“โอ้ว สวรรค์ เพียงแค่สะบัดมือไปด้านหน้าก็ผลักผู้ฝึกยุทธ์เปิดชีพจรขั้นที่สิบสองกระเด็นออกไปได้ นางต้องมีพลังวิญญาณแข็งแกร่งขนาดใหนกัน!”

ทุกคนต่างอุทานออกมาเสียงดัง.

เหล่าผู้ชนะจากโซนอื่น ๆ เวลานี้ต่างก็จ้องมองไปยังลู่เชียนเชียน พร้อมกับกล่าวออกมาเสียงเบา “ศัตรูที่ทรงพลัง.”

“การต่อสู้รอบแรกคู่ที่ 51 เซียวจุ้ยจื่อ ปะทะ หวังเลี่ย!”

เสียงของกรรมการที่ดังก้องไปทั่วสนามแข่งขัน.

ในเวลานั้นสายตาของผู้ชมและผู้เข้าร่วมการแข่งขันแทบทุกคน ต่างก็จดจ้องมองไปยังเวทีของเซียวจุ้ยจื่อ ที่มุมปากพวกเขายกขึ้นด้วยความเหยียดหยัน.

ท้ายที่สุดขยะก็ขึ้นเวทีแล้ว

ในเวลานั้นคู่ต่อสู้ของเขาเผยความดีใจสุด ๆ ออกมา.

“กึก.”

เซียวจุ้ยจื่อก้าวขึ้นเวที ได้ยินเสียงพูดคุยนินทาเหยียดหยันเขาไม่หยุด ทำให้เขาต้องสูดลมหายใจลึก.

เขายังคงจำคำพูดของเจ้าสำนักก่อนหน้านี้ได้ ที่กล่าวว่า อย่าเอาคำพูดของคนภายนอกมาทำให้จิตใจวุ่นวาย.

หวังเลี่ยที่ก้าวขึ้นเวที เผยยิ้มล้อเลียน “คาดไม่ถึงเลยว่าข้าหวังเลี่ย จะได้ต่อสู้กับสุดยอดพรสวรรค์ที่พันปีจะมีสักคน ช่างเป็นเกียรติประวัติจริง ๆ.”

“เริ่มได้.”กรรมการกล่าว.

“ฟิ้ว!”

หวังเลี่ยที่ลงมือในทันที เขาที่ระเบิดพลังออกมา หมัดของเขาที่ต่อยไปยังไหล่ของฝ่ายตรงข้าม.

พลังวิญญาณที่แผ่ออกมานั้น ทำให้ผมของเซียวจุ้ยจื่อโบกสะบัดอย่างรุนแรง.

“ตูมมมมม!”

ไหล่ของเขาที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรง แม้แต่พื้นดิน ยังบิดเบี้ยวงอขึ้นมา ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ.

“เฮ้เฮ้ ดูนั่น เจ้าขยะนั่นถึงกับกล้าไม่หลบการโจมตี!”

“ศิษย์สำนักไท่กู่เจิ้งคนอื่น ๆ ที่เข้ารอบไปหมดแล้ว ดูเหมือนว่าท้ายที่สุดก็มีคนตกรอบแล้วสินะ.”

ทุกคนที่เริ่มหัวเราะชอบใจ.

หากแต่รอยยิ้มของพวกเขากลับชะงัก เผยแววตาที่ไม่อยากเชื่ออกมา.

บนเวที เซียวจุ้ยจื่อที่รับการโจมตีพันจินกระแทกเข้าอย่างรุนแรง เขายืนนิ่งไม่ล้มลง แม้แต่ที่มุมปากเผยยิ้มออกมาด้วยซ้ำ.

“เป็นไปไม่ได้......”หวังเลี่ยที่เผยท่าตื่นตะลึง.

เซียวจุ้ยจื่อที่คว้าไปยังแขนของเขาและกล่าวออกมาว่า “ความแข็งแกร่งของเจ้าเทียบกับเครื่องปั้นกล้ามเนื้อไม่ได้เลย.”

ฟิ้ว โครมมมมมมมม!

ทันใดนั้นร่างของหวังเลี่ยถูกจับเหวี่ยงลอยออกไปทันที ใบหน้าของเขาที่ไถไปบนพื้น.

บนที่นั่งผู้ชมเวลานี้ กลายเป็นเงียบสนิท......

จบบทที่ Chapter 68 จับมือกันก้าวหน้า แล้วเบ่งบานออกมาพร้อมกัน.

คัดลอกลิงก์แล้ว