- หน้าแรก
- นารูโตะ ภรรยาของฉันคือมิสึคาเงะ
- ตอนที่ 16: สมมติฐานของยูโตะ
ตอนที่ 16: สมมติฐานของยูโตะ
ตอนที่ 16: สมมติฐานของยูโตะ
ตอนที่ 16: สมมติฐานของยูโตะ
อักขระสาปขั้นที่ 2 ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของ 4 นินจาโอโตะไปอย่างสิ้นเชิง แม้หน้าตาจะอัปลักษณ์ขึ้น แต่ความแข็งแกร่งก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าตกใจ อาจเป็นเพราะอิทธิพลของอักขระสาป ผสมกับพลังที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน ทำให้แววตาของ 4 นินจาโอโตะที่มองมายังยูโตะเต็มไปด้วยความดุร้ายป่าเถื่อน จิตสังหารเริ่มรั่วไหลออกมาจากร่างกายของพวกเขา!
“หือ?” สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ยูโตะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพียงแค่แตะปลายเท้าลงพื้นเบาๆ ร่างของเขาก็ราวกับเทเลพอร์ตไปโผล่ตรงหน้าจิโรโบเจ้าอ้วนในชั่วพริบตา ก่อนที่จิโรโบจะทันตั้งตัว นิ้วของยูโตะก็แตะลงที่หน้าผากของเขาแล้ว
ตูม!
ราวกับถูกกระแทกด้วยพลังมหาศาลเกินจินตนาการ จิโรโบทรูดฮวบลงคุกเข่า กระแทกพื้นจนยุบลงไปเป็นหลุมลึกครึ่งเมตร ในเวลาเดียวกัน ลวดลายอักขระสาปบนตัวของจิโรโบก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา เขาก็คืนร่างกลับเป็นคนปกติและสลบเหมือดไป
ร่างของยูโตะวูบไหว ทำซ้ำกระบวนการเดิมต่อหน้าต่อตาทุกคน ไม่มีการต่อต้านใดๆ... แค่ใช้นิ้วเดียว แต่สำหรับ 4 นินจาโอโตะ มันคือความห่างชั้นที่ไม่มีวันข้ามพ้น!
เมื่อหลุมทั้งสี่ปรากฏบนพื้น ยูโตะก็กลับมายืนอยู่ที่เดิมเรียบร้อยแล้ว
“ชั้นค่อนข้างไวต่อจิตสังหารนะ ในยุคของชั้น การปล่อยจิตสังหารแบบนี้หมายถึงการท้าดวลจนตัวตาย แต่เห็นแก่หน้าเจ้าหนูอย่างนาย ชั้นจะปล่อยผ่านไปก่อนแล้วกัน” ยูโตะมองโอโรจิมารุ พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังเอ็นดูผู้น้อย แสดงออกชัดเจนว่าเขาค่อนข้างถูกใจโอโรจิมารุ
หนังตาของโอโรจิมารุกระตุกยิกๆ เขาฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา แต่ครู่ต่อมา รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้าง “การเชื่อมต่อ... หายไปแล้ว?!”
ด้วยวิชาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา โอโรจิมารุไปโผล่ข้างๆ 4 นินจาโอโตะที่หมดสติ เขานั่งลงพลิกดูที่คอของจิโรโบ เมื่อเห็นว่าตราอักขระสาปที่คอหายไป เขาก็ชะงักกึก เขารีบเช็กคนอื่นทันที และพบว่าอักขระสาปของทั้งสี่คนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“อักขระสาป...” ดวงตาของโอโรจิมารุเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ จนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีอะไรลบล้างอักขระสาปได้...อย่างมากที่สุดก็ทำได้แค่ผนึกมันไว้ และต่อให้ผนึกไว้ ถ้าอารมณ์ของร่างสถิตแปรปรวนรุนแรง พลังของอักขระสาปก็สามารถทะลุการผนึกออกมาได้ง่ายๆ
“อักขระสาปเหรอ? ชั้นดูดมันมาเองแหละ ถ้าเทียบกับการเรียกว่าอักขระสาป มันมีอีกชื่อนึงนะ... ‘การแปลงสภาพเป็นเซียน’ พลังนี่ถือเป็นจักระที่รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว” โดยไม่มีใครรู้ตัว ยูโตะไปโผล่ด้านหลังโอโรจิมารุและกระซิบเบาๆ
การแปลงสภาพเป็นเซียน กับ โหมดเซียน เป็นพลังคนละประเภทกันอย่างสิ้นเชิง การแปลงสภาพเป็นเซียนจะเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เหมือนกับพวกจูโกะ
โอโรจิมารุหันขวับไปมองยูโตะอย่างแข็งทื่อ เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายมายืนข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ ความหวาดระแวงลึกซึ้งฉายวาบในดวงตาของโอโรจิมารุ ชายคนนี้ดูดซับพลังงานอักขระสาปจากคนสี่คนเข้าไป แล้วยังทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ถ้าเป็นคนธรรมดา ไม่มีทางทำแบบนี้ได้แน่
“อักขระสาปนี่ก็น่าประทับใจอยู่หรอก แต่ถ้าเทียบกับโหมดเซียนแล้ว ยังถือว่าขาดๆ เกินๆ ไปหน่อย” ยูโตะพึมพำกับตัวเอง
วินาทีถัดมา ออร่าเย็นยะเยือกและชั่วร้ายก็แผ่ออกมาจากร่างของยูโตะ มันเป็นกลิ่นอายเดียวกับที่ระเบิดออกมาจาก 4 นินจาโอโตะเมื่อกี้เป๊ะๆ!
สีหน้าของเทรุมิ เมย์ เปลี่ยนไป เธอกลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นหลังจากยูโตะดูดจักระนั่นเข้าไป แต่ดวงตาของโอโรจิมารุกลับเป็นประกายด้วยความสะใจ กะแล้วเชียว การดูดพลังอักขระสาปของคนสี่คนเข้าไปมั่วซั่ว มันต้องเกิดเรื่องจนได้
ทว่า... เมื่อมองไปที่ยูโตะ โอโรจิมารุก็สังเกตว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เดี๋ยวนะ... โอโรจิมารุหรี่ตาลง สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีดำขนาดเล็กปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผากของยูโตะ คล้ายกับจุดบนหน้าผากของซึนาเดะตอนที่ยังไม่คลายผนึกเบียคุโก
ยูโตะกำหมัดแน่น เมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ โหมดอักขระสาปช่วยเพิ่มพละกำลังทางกายภาพได้อย่างมหาศาล แล้วถ้าเป็นโหมดเซียนล่ะ?
แค่เพียงแค่คิด ยูโตะก็สลายจักระอักขระสาปทิ้ง ภายใต้สายตาตกตะลึงของเทรุมิ เมย์, อาโอ, และโอโรจิมารุ จักระที่สงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดันมหาศาลก็ปะทุออกมาจากร่างของยูโตะ สัญลักษณ์ข้าวหลามตัดสีดำบนหน้าผากเปลี่ยนรูปกลายเป็นวงกลม
เทียบกับโหมดอักขระสาปที่เน้นเพิ่มกำลังกายเป็นหลัก จักระโหมดเซียนช่วยเพิ่มความสามารถโดยรวมทุกด้าน แม้ด้านพละกำลังจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการแปลงสภาพเป็นเซียนก็ตาม
จักระโหมดเซียนนี้ คือสิ่งที่ยูโตะดูดซับมาระหว่างการต่อสู้กับเซนจู ฮาชิรามะ ในอดีต จนกระทั่งเขาถูกผนึก จักระนี้ก็ยังถูกเก็บไว้ในร่างกายโดยไม่ได้นำมาใช้
ดวงตาของยูโตะเป็นประกาย นี่แหละคือสิ่งที่ต้องการพิสูจน์!
ตอนนี้ ในร่างกายของเขามีจักระอยู่สามประเภท: จักระของเขาเอง, จักระอักขระสาปที่เพิ่งได้มา, และจักระโหมดเซียน จากการทดลองเมื่อครู่ ยูโตะยืนยันได้แล้วว่าสมมติฐานของเขาถูกต้อง
ความสามารถของ ‘ราชาทมิฬ’ ไม่ใช่แค่ดูดซับพลังงานของคู่ต่อสู้...แต่มันยังสามารถเปลี่ยนพลังงานนั้นให้เป็นรูปแบบที่เขาต้องการได้ นี่คือสิ่งที่ยูโตะไม่เคยใส่ใจมาก่อนในสมัยอดีต
ก่อนจะสู้กับเซนจู ฮาชิรามะ จักระที่ยูโตะดูดมาจากนินจาคนอื่นก็เป็นแค่จักระธรรมดา ไม่จำเป็นต้องแปลงสภาพอะไร แม้จักระโหมดเซียนและอักขระสาปในตัวเขาจะมีจำกัด...พอให้ใช้คาถาได้ไม่กี่ครั้ง...แต่เขาสามารถแปลงจักระของตัวเองให้เป็นพลังงานสองรูปแบบนี้ได้
ถ้าทำสำเร็จ ก็เท่ากับว่ายูโตะได้ครอบครองทั้ง โหมดเซียน และ โหมดอักขระสาป อย่างสมบูรณ์ ในการต่อสู้ที่ผ่านมา ยูโตะพึ่งพาแค่การดูดและปล่อยพลังงานของ ‘ราชาทมิฬ’ แต่ถ้าเขาเชี่ยวชาญสองโหมดนี้ ความแข็งแกร่งของเขาจะก้าวข้ามไปอีกระดับ
“สับเปลี่ยนรูปแบบพลังงานได้ดั่งใจ... งั้นตั้งชื่อว่า ‘โหมดราชาทมิฬ’ ดีไหมนะ?” ยูโตะลูบคาง พึมพำกับตัวเอง
จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═