- หน้าแรก
- เมี๊ยวเกิดใหม่พิชิตจักรวาล
- บทที่ 5 : ความสุขดวงน้อย
บทที่ 5 : ความสุขดวงน้อย
บทที่ 5 : ความสุขดวงน้อย
พ่อบ้านเดินเข้ามาใกล้พลางเอ่ยถาม "นายท่านต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?"
"ยาช่วยย่อย"
พ่อบ้านเดินไปหยิบยาช่วยย่อยมาให้ หร่วนเซียวเอ่ยเสียงเรียบ "เอาให้แกกินซะ"
ในห้องอาหารมีกันอยู่เพียงแค่สองคน ดังนั้นจึงชัดเจนว่ายานี้เป็นของใคร
หร่วนจูเบิกตากว้างมองบิดาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
พ่อบ้านคลี่ยิ้มพลางส่งยาให้เธอ
"คุณหนูครับ ทานยาแล้วออกไปเดินเล่นย่อยอาหารที่สวนสักหน่อยนะครับ"
หร่วนจูรับยามาด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น เธอมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาเป็นประกาย เขายังคงนั่งหลังตรงและไม่ได้ปรายตามองมาที่เธอเลยแม้แต่น้อย
"ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ"
น้ำเสียงหวานใสนุ่มนวลนั้นเปี่ยมไปด้วยความปิติ แม้คนตรงหน้าจะไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ แต่เธอก็ยังมีความสุขอย่างที่สุด ดวงตาคู่สวยโค้งลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว มุมปากยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวซี่เล็กๆ เรียงตัวสวย โดยเฉพาะเขี้ยวเล็กๆ สองข้างนั่นที่ดูน่ารักน่าชังเป็นพิเศษ
หลังจากทานยาแล้ว หร่วนจูก็ยังไม่ลุกไปไหน เธอนั่งรอคุณพ่ออยู่บนเก้าอี้อย่างว่าง่าย
ในฐานะทหาร หร่วนเซียวเป็นคนกินจุและกินเร็วมาก แต่ท่วงท่ากลับสง่างามและเปี่ยมไปด้วยมารยาท
เขาจัดการอาหารจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว ก่อนจะเช็ดปากและปรายตามองหร่วนจูด้วยนัยน์ตาสีฟ้าน้ำแข็งที่ไร้อารมณ์
หนูน้อยรีบยืดหลังตรงนั่งตัวเกร็งทันทีด้วยความประหม่า
ทว่าหร่วนเซียวกลับไม่ได้พูดอะไร เขาเดินขึ้นชั้นบนตรงไปยังห้องทำงานทันที
หร่วนจูตัวน้อยมองตามแผ่นหลังนั้นตาละห้อยจนลับสายตา ก่อนจะดึงสายตากลับมาด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
"คุณหนูอย่าเศร้าไปเลยครับ ท่านประมุขก็มีนิสัยแบบนี้ กับนายน้อยคนอื่นๆ ท่านก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน"
หร่วนจูพยักหน้าพลางยิ้มตาหยี "ขอบคุณค่ะ คุณปู่พ่อบ้าน"
ไม่ว่าอย่างไร คุณพ่อก็สังเกตเห็นว่าเธอทานเยอะเกินไป แถมยังให้คุณปู่พ่อบ้านเอายาช่วยย่อยมาให้ แค่นี้เธอก็มีความสุขมากแล้ว
เด็กหญิงตัวน้อยอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา เตรียมจะพาเจ้าเสี่ยวหมี่ออกไปเดินเล่นย่อยอาหาร
แต่จู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงวิ่งกลับขึ้นไปข้างบนเพื่อหยิบขวดแก้วใบหนึ่ง กอดมันไว้แนบอกแล้ววิ่งมาเปิดตู้รองเท้าที่หน้าประตู
ภายในตู้รองเท้าเต็มไปด้วยรองเท้าของสมาชิกคนอื่นในบ้าน ทั้งรองเท้าคอมแบททหาร รองเท้าหนัง และรองเท้าผ้าใบ เธอเองก็ยังแยกไม่ออกว่าคู่ไหนเป็นของใคร
ส่วนรองเท้าของเธอถูกวางไว้ชั้นล่างสุด เพื่อให้สะดวกต่อความสูงอันน้อยนิดของเธอ
ท่ามกลางแถวของรองเท้าขนาดใหญ่ยักษ์ ปรากฏรองเท้าคู่จิ๋วสุดน่ารักวางเรียงอยู่ ราวกับกระต่ายขาวตัวน้อยนุ่มนิ่มที่พลัดหลงเข้าไปในดงสัตว์ร้าย
หร่วนจูเปลี่ยนมาใส่รองเท้าหนังคู่เล็ก แล้วค่อยๆ เดินออกมาพร้อมกับปากกา สมุดโน้ต และขวดแก้วใบนั้น โดยมีหุ่นยนต์พี่เลี้ยงอย่าง 'เสี่ยวหมี่' คอยเดินตามหลังต้อยๆ
บ้านหลังใหม่ของเธอนั้นกว้างขวางมาก มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไกลออกไปมองเห็นป่ากว้างสุดลูกหูลูกตา
แต่ที่น่าแปลกคือ สวนกว้างใหญ่ขนาดนี้กลับไม่มีดอกไม้ หรือไม้ผลปลูกอยู่เลยสักต้น แม้หร่วนจูจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม
แต่วันนี้ หร่วนจูที่ไม่มีอะไรทำตัดสินใจว่าจะลองปลูกดอกไม้ดู
เพราะความเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่บ้านเฉยๆ หร่วนจูจึงขอให้คุณปู่พ่อบ้านช่วยหาเมล็ดพันธุ์มาให้ ซึ่งเมล็ดเหล่านั้นก็อยู่ในขวดแก้วที่เธอกอดอยู่นั่นเอง
เมล็ดพันธุ์หลายชนิดถูกผสมรวมกัน และเธอก็ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าอันไหนคือต้นอะไร
แต่ไม่เป็นไรหรอก ใส่กระถางใบเล็กอย่างละสี่เม็ดก็น่าจะพอ!
ถึงแม้คุณปู่พ่อบ้านจะบอกว่า ปลูกเมล็ดพวกนี้ที่บ้านมันอาจจะไม่โตก็เถอะ
หร่วนจูนั่งยองๆ ในสวน ถือพลั่วอันจิ๋วพยายามตักดินใส่กระถางใบเล็กอย่างขะมักเขม้น หลังจากหยอดเมล็ดและรดน้ำเสร็จ มือน้อยๆ ที่เคยขาวสะอาดก็เปรอะเปื้อนไปด้วยดิน
โชคดีที่เสื้อผ้าของเธอไม่เลอะเทอะ
หร่วนจูกอดกระถางต้นไม้ใบจิ๋วแล้วทยอยขนพวกมันไปไว้ที่ระเบียงห้องของเธอทีละใบ
หลังจากวิ่งกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็เริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม
หุ่นยนต์พี่เลี้ยงเสี่ยวหมี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกเป็นห่วงจนแทบแย่
"จูจูเหนื่อยแล้ว นั่งพักก่อนนะเจ้าคะ"
หร่วนจูตอบรับเสียงใส "ตกลง เสี่ยวหมี่ก็ลำบากแย่เลย~"
บานหน้าต่างกระจกใสจรดพื้นของห้องทำงานชั้นสามหันหน้าออกสู่สวนด้านนอก ในขณะนี้ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าหน้าต่าง เก็บภาพทุกการกระทำของเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยไว้ในสายตา
"นายไม่ได้บอกแกเหรอว่าเมล็ดพวกนั้นปลูกไม่โต?"
พ่อบ้านยืนอยู่ด้านหลังพลางยิ้มตอบ "คุณหนูอยู่บ้านคนเดียวคงเบื่อแย่ ให้เธอหาอะไรทำแก้เบื่อบ้างก็ดีครับ"
หร่วนเซียวพยักหน้าและไม่ต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องนี้
"แล้วเรื่องโรงเรียนที่หาให้แก เป็นยังไงบ้าง?"
"คุณหนูเป็นคนของตระกูลหร่วน สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่งได้ครับ แต่ว่า... ระดับพลังจิตของคุณหนูต่ำเกินไป ผมเกรงว่าต่อไปอาจจะโดนรังแกได้"
น้ำเสียงของหร่วนเซียวเย็นชาขึ้น "ถ้าแค่ความลำบากเพียงเท่านี้ ลูกหลานตระกูลหร่วนทนไม่ได้..."
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงภาพตอนที่เธอโดนชนเบาๆ แล้วน้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสารจับใจขึ้นมา คิ้วเข้มจึงขมวดเข้าหากัน
ถ้าโดนรังแกจริงๆ ยัยหนูนั่นคงร้องไห้จ้าทันทีแน่ๆ
เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า การเลี้ยงลูกสาวนั้นยากกว่าเลี้ยงลูกชายมากนัก เขาใช้นิ้วบีบสันจมูกเบาๆ ก่อนจะออกคำสั่ง
"ไปจัดการเถอะ"
"ครับ"
หลังจากพ่อบ้านออกไป เขายังคงยืนอยู่ที่หน้าต่างกระจกอีกครู่หนึ่ง เห็นเจ้าตัวเล็กกำลังนั่งอยู่บนม้าหินอ่อน ใช้พู่กันวาดเขียนอะไรยุกยิก ทำตัวเรียบร้อยไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย
หร่วนเซียวหันหลังเดินกลับไป เขาไม่มีเวลามาเลี้ยงเด็กมากขนาดนั้น โดยเฉพาะเด็กที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
เสี่ยวหมี่ไปเอาน้ำผลไม้มาจากในครัว
หร่วนจูที่กำลังก้มหน้าก้มตาวาดรูปเงยหน้าขึ้น สองมือน้อยๆ ประคองแก้วน้ำผลไม้ พลางเอ่ยขอบคุณเสี่ยวหมี่อย่างมีมารยาท
"ขอบคุณนะ เสี่ยวหมี่"
"ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ~~~"
น้ำเสียงของหุ่นยนต์พี่เลี้ยงฟังดูร่าเริงจนคล้ายระลอกคลื่นความสุข
หร่วนจูมองมันด้วยดวงตายิ้มๆ ขาสั้นป้อมแกว่งไปมา เธอนั่งจิบน้ำผลไม้ทีละนิดจนหมดแก้ว จากนั้นก็เริ่มเรียนออนไลน์ประจำวันต่อ
เธอชอบวาดรูปมาก ในชาติที่แล้วเธอชอบมันแต่ไม่เคยมีเวลาหรือเงินทองจะไปเรียน ได้แต่ครูพักลักจำเอาเองยามว่าง
แต่ตอนนี้เธอมีเวลาเหลือเฟือ! ดวงตาคู่สวยของหร่วนจูโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว เธอนั่งลงอย่างเรียบร้อยและเงียบเชียบ ดวงตาเป็นประกายจ้องมองบทเรียนวาดเขียนที่ฉายโดยเสี่ยวหมี่
แขนเล็กๆ สองข้างวางบนโต๊ะ หัวเข่าชิดกัน หลังตั้งตรง ท่วงท่าช่างดูเป็นกุลสตรีตัวน้อยจนน่าเอ็นดู แม้แต่เสี่ยวหมี่ที่เป็นหุ่นยนต์ยังหลงรักเจ้านายตัวน้อยของมันจนโงหัวไม่ขึ้น
เธอเรียนรู้และวาดเส้นยึกยือลงในสมุดวาดเขียนเล่มเปล่าตามบทเรียน
คาบเรียนนี้กินเวลาถึงสองชั่วโมง จนกระทั่งเสี่ยวหมี่เร่งให้เธอไปเดินเล่น เธอถึงยอมวางปากกาลง
เมื่อมองดูตัวละครที่เธอค่อยๆ บรรจงวาดทีละเส้นบนกระดาษ เธอก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ถ้าหร่วนเซียวอยู่ที่นี่ เขาจะต้องจำได้ทันทีว่าคนในรูปคือตัวเขาเอง แม้ว่าจะยังไม่ได้ลงสีและลายเส้นจะยังดูไร้เดียงสาตามประสาเด็กก็ตาม
หร่วนจูเก็บภาพวาดใส่กระเป๋าใบเล็กอย่างทะนุถนอม ตั้งใจว่าจะวาดต่อในวันพรุ่งนี้
ตอนนี้เธอจะไปเตรียมของขวัญให้คุณพ่อต่อ
ทันทีที่ขึ้นไปชั้นบน เธอก็เห็นร่างสูงใหญ่กำลังเดินลงมาจากชั้นสาม
"คุณพ่อคะ~"
เธอส่งเสียงเรียกแผ่วเบา แต่ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ขายาวๆ ของเขาก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็วและเดินออกจากห้องรับแขกไป
กว่าหร่วนจูจะตามไปทัน ก็เห็นเพียงจุดสีดำของรถโฮเวอร์คาร์ที่ลอยห่างออกไปไกลแล้ว
เธอยืนเกาะขอบประตู มองตามรถที่จากไปตาละห้อยอยู่นานสองนาน
ภายในรถ หร่วนเซียวมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นร่างเล็กจ้อยที่ดูไม่สะดุดตายืนอยู่ที่หน้าประตู ร่างนั้นค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหายลับไปจากสายตา
เขาบีบสันจมูกเบาๆ "ไปกองทัพ"
"รับทราบ ยืนยันเส้นทางการบิน ท่านจอมพลหร่วนเชิญนั่งประจำที่ครับ"
ที่คฤหาสน์ตระกูลหร่วน พ่อบ้านถอนหายใจขณะมองดูเจ้าตัวเล็กที่ยืนเกาะประตู
"นายท่านงานยุ่งมากครับ คงมีธุระด่วนที่กองทัพถึงได้รีบร้อนออกไปแบบนั้น คุณหนูอย่าคิดมากเลยนะครับ"