- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 46 เก็บเกี่ยวเต็มกระบุง/อากาศลดฮวบ
บทที่ 46 เก็บเกี่ยวเต็มกระบุง/อากาศลดฮวบ
บทที่ 46 เก็บเกี่ยวเต็มกระบุง/อากาศลดฮวบ
บนยอดเขา ที่ลานโล่งนอกบ้านอิฐ
หวังขาเป๋และลูกน้องถือปืนยืนล้อมเป็นวงกลม
กลางวงมีศพหลายศพ และชายคนหนึ่งที่ถูกมัดมือมัดเท้า คุกเข่าอยู่บนพื้น
อายุน่าจะราวสี่สิบ ปากถูกผ้ามัดแน่นพูดไม่ได้ ถลึงตาใส่อย่างดุร้าย
เห็นเจียงเฝ่ยกลับมา หวังขาเป๋ยิ้มจนตาหยี ดีใจจนปิดไม่มิด "ลูกพี่ ดูสิว่าผมจับใครได้!"
"พี่สามแก๊งเจิ้นหู่!"
"คราวก่อนที่โรงงานตงซาน ผมปล่อยมันหนีไปได้ นึกไม่ถึงว่าคืนนี้มันจะมาที่ฟาร์ม ผมกับพี่น้องเลยจับมัดซะ!"
พูดถึงตรงนี้ หวังขาเป๋ถ่มน้ำลายใส่หน้าพี่สาม "ไอ้หมอนี่แหละที่สวมเขาให้ผมมาเป็นปี! ในที่สุดก็ตกมาอยู่ในมือผม!"
"หน้าบาก! ไปลับมีดทำครัวมาให้ที! ฉันจะตอนไอ้แก่นี่!"
เจียงเฝ่ยไม่สนใจจะดูต่อ กำลังจะกลับเข้าบ้าน บังเอิญเหลือบไปเห็นหลิงเจ้าหรุยที่ยืนอยู่หน้าประตู จ้องเขม็งไปที่พี่สาม ดวงตาแดงก่ำน่ากลัว
"นายรู้จักเขา?"
หลิงเจ้าหรุยกัดฟันกรอด "มันคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ผม แล้วยึดบ้านผมไป! นอกจากมันยังมีอีกคน!"
"แก่กว่ามัน! ใส่ต่างหูรูปงูทองคำที่หูขวา!"
หวังขาเป๋ยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินที่หลิงเจ้าหรุยพูด คิดครู่หนึ่งก็บอกว่า "คนที่นายพูดถึงคือพี่รองแก๊งเจิ้นหู่ มีแค่มันคนเดียวที่ชอบใส่งูทอง"
"แต่ฉันแนะนำให้นายตัดใจซะ แก๊งเจิ้นหู่คนเยอะอิทธิพลกว้างขวาง แถมชอบย้ายรังบ่อย ขนาดฉันยังไม่กล้าปะทะซึ่งหน้า นับประสาอะไรกับนาย"
"ต่อให้ลูกพี่ช่วยนาย โอกาสพลาดก็สูง"
รู้ว่าหวังขาเป๋พูดความจริง หลิงเจ้าหรุยกัดฟันแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ
เจียงเฝ่ยมองหวังขาเป๋ "ตอนเสร็จแล้ว ให้เขาฟันสักสองสามที อาหารสามลังที่แลกหมูฉันไม่เอาแล้ว ถือเป็นค่าตอบแทน"
เธอไม่มีทางเสี่ยงพาเซียวชูเซี่ยกับลู่ยู่ไปปะทะกับแก๊งเจิ้นหู่เพียงเพื่อแก้แค้นให้หลิงเจ้าหรุยหรอก
อย่างมากวันหน้าถ้าเจอพี่รอง เธอจะหาทางเอาชีวิตมันมาให้หลิงเจ้าหรุย
"อาหารเป็นค่าตอบแทนที่ลูกพี่ควรได้ ลูกพี่เกรงใจผม แสดงว่าไม่เห็นผมเป็นเพื่อน"
หวังขาเป๋ไม่รับข้อเสนอเจียงเฝ่ย ชักมีดออกมา ลงมือตอนพี่สามอย่างคล่องแคล่ว แล้วส่งมีดให้หลิงเจ้าหรุย "ที่เหลือยกให้นาย"
หลิงเจ้าหรุยรับมีดมือสั่นระริก ก้าวเดินเข้าไปหาพี่สามที่นอนกองอยู่บนพื้น แล้วจู่ๆ ก็พุ่งเข้าไปเหมือนคนบ้า แทงมีดเข้าที่หน้าอกอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พร้อมกับเสียงร้องไห้โหยหวน
ทุกคนฟังไม่ออกว่าหลิงเจ้าหรุยตะโกนว่าอะไร รู้แค่ว่าเสียงร้องนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธแค้น
ตั้งแต่เจียงเฝ่ยช่วยชีวิตมา หลิงเจ้าหรุยเก็บกดอารมณ์มาตลอด วันนี้ในที่สุดก็ได้ระบายออกมา
เข้าใจว่าหลิงเจ้าหรุยกำลังระบาย เซียวชูเซี่ยกับลู่ยู่ที่ออกมาดูตามเสียง รวมถึงคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครเข้าไปห้าม
ทุกคนแยกย้ายกลับเข้าห้อง ปล่อยพื้นที่ให้หลิงเจ้าหรุย
—
สองวันต่อมา
อุณหภูมิลดฮวบ ลมบนยอดเขาหนาวเหน็บเข้ากระดูก
หวังขาเป๋พาลูกน้องหมักเนื้อหมูป่าเสร็จไปครึ่งหนึ่ง แล้วยังหาถุงซิปล็อกและถุงพลาสติกใบใหญ่มาแบ่งส่วนของทีมเจียงเฝ่ยใส่ไว้เรียบร้อย
ถุงหนึ่งใส่ได้สิบชั่ง รวมทั้งหมด 32 ถุง พอดีแบ่งให้พวกเจียงเฝ่ยสี่คนคนละ 8 ถุง
เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต หวังขาเป๋เอาเนื้อหมูป่าใส่ลังไว้
ลูกน้องก็จัดของ 22 ลังเสร็จแล้ว รวมกับเนื้อหมูป่า เป็น 30 ลังใหญ่
เทียบกับเสื้อตัวบางเมื่อสองวันก่อน วันนี้ทุกคนใส่เสื้อหนา สวมหมวกกันหมด
หวังขาเป๋ที่ขี้หนาวยิ่งใส่เสื้อนวมตัวหนาเตอะ
"ลูกพี่ เรือยางลูกพี่ใส่ของพวกนี้ไม่พอหรอก ผมให้อาเหมิ่งพาคนไปส่งพวกพี่กลับนะ"
"ผมกับหน้าบากไม่ไปส่งนะ ยังเหลือเนื้อหมูต้องจัดการอีก เราต้องอยู่ต่อ"
หวังขาเป๋อดบ่นไม่ได้ "อากาศบ้าอะไรวะ เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย วันนี้หนาวขนาดนี้?"
"เมื่อกี้ผมดูเทอร์โมมิเตอร์ข้างนอก ติดลบ 3 องศา นึกว่าเข้าหน้าหนาวแล้วซะอีก"
"ช่วงนี้อย่าออกไปไหน" เจียงเฝ่ยกำชับสั้นๆ เตรียมขนของลงเขา แต่พอเดินผ่านบ้านอิฐหลังเล็กก็หยุดถามลู่ยู่
"อาการหลิงเจ้าหรุยเป็นไงบ้าง?"
วันนั้นหลิงเจ้าหรุยฆ่าพี่สามเสร็จ ก็ขังตัวเองอยู่ในบ้าน
ลู่ยู่กลับไปพัก พยายามคุยด้วย แต่หลิงเจ้าหรุยก็เอาแต่เงียบ
"วันนี้เขาก็ยังไม่คุยกับผมเลย......"
แอ๊ด——ประตูไม้บ้านอิฐเปิดออก
หลิงเจ้าหรุยที่ใส่เสื้อผ้ากันหนาวเรียบร้อย หน้าตาซูบซีด แต่มีรอยยิ้มบนใบหน้า "พี่เจียง ผมไปช่วยขนลังครับ"
"รอบนี้ได้เสบียงเยอะขนาดนี้ เราคงอยู่ได้อีกนานเลย"
หลิงเจ้าหรุยกระตือรือร้นไปขนลัง แถมยังขอบคุณลูกน้องอย่างเป็นกันเอง
เจียงเฝ่ยสะกิดเซียวชูเซี่ยข้างๆ กระซิบถาม "เธอว่าเขาปกติไหม?"
เซียวชูเซี่ย: "ไม่ปกติ เหมือนคนโดนกระตุ้นอะไรสักอย่าง"
ลู่ยู่: "อย่างน้อยเขาก็ยอมพูดแล้ว"
จู่ๆ หลิงเจ้าหรุยก็หันกลับมา
สามคนหุบปากฉับ
"พี่เจียง พี่ลู่ ชูเซี่ย ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมฆ่าศัตรูไปได้คนหนึ่ง ตอนนี้โล่งใจจะตาย"
"ผมไม่โง่หรอก ถ้ายังไม่เก่งพอ ผมจะไม่แอบไปแก้แค้นแก๊งเจิ้นหู่เด็ดขาด แล้วก็จะไม่ทำลายสุขภาพตัวเองด้วย"
หลิงเจ้าหรุยกำหมัดแน่น "ไอ้พี่รองนั่นก็สี่ห้าสิบแล้ว ไม่เหมือนผม หนุ่มแน่นแข็งแรง อย่างมากผมก็รอจนมันแก่ตาย!"
"คิดได้แบบนี้สิถึงจะถูก" หวังขาเป๋ตบไหล่หลิงเจ้าหรุย:
"ฉันจะช่วยจับตาดูพี่รองให้ วันไหนมันอยู่คนเดียว ฉันจะบอก นายค่อยไปจัดการมัน"
หลิงเจ้าหรุย: "ขอบคุณครับพี่หวัง!"
เห็นทั้งสองเริ่มนับพี่นับน้อง ทำท่าจะสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบาน เจียงเฝ่ยรีบลากหลิงเจ้าหรุยออกมาเงียบๆ
เธอไม่อยากเป็น "ของแถม" ของหลิงเจ้าหรุย โดนหวังขาเป๋นับญาติเป็นน้องสาวไปด้วยหรอกนะ
—
ลังใหญ่ 30 ใบกินพื้นที่เรือยางและเรือบอร์ดยางของหวังขาเป๋ไปเกือบหมด
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขนพาหนะทางน้ำมาเยอะ พวกเจียงเฝ่ยคงขนเสบียงกลับไปทีเดียวไม่หมดแน่
อุณหภูมิตีนเขาสูงกว่ายอดเขานิดหน่อย แต่ลมหนาวพัดมาทีทำเอาคนสั่นสะท้าน
โชคดีอย่างเดียวคือผิวน้ำยังไม่เป็นน้ำแข็ง
งูน้ำแทบไม่เห็นแล้ว มีแค่แมลงกับยุงนิดหน่อย
เจียงเฝ่ยและพวกมาถึงตึก A ยวี่หลานย่วนตอนค่ำ
เจ้าหน้าที่ชุมชนไม่อยู่ คนที่เคยนอนตามทางเดินถูกย้ายเข้าไปอยู่ตามห้องว่าง
บวกกับทุกคนพยายามเดินเบาๆ ขนเสบียงขึ้นตึกอย่างระมัดระวัง เลยไม่ไปปลุกใคร
พวกลูกน้องช่วยขนของเสร็จก็กลับไป
เจียงเฝ่ยปิดประตูไฟฟ้าชั้น 22 แบ่งเสบียงกับพวกเซียวชูเซี่ย
"ผักสดเก็บได้ไม่นาน พวกคุณเอาไปแบ่งกัน รีบกินให้หมดนะ"
ตอนขนของบนเขา เจียงเฝ่ยแอบเปลี่ยนของข้างในเป็นผักจากซูเปอร์มาร์เก็ต
ผักซูเปอร์มาร์เก็ตดีต่อสุขภาพ เธออยากให้เพื่อนร่วมทีมได้ลอง
พวกลู่ยู่เลือกผักไปคนละหน่อย แล้วเอาเสบียงของตัวเองมาแลกเปลี่ยนกัน
เกือบชั่วโมงกว่าจะแบ่งเสบียงเสร็จ
เจียงเฝ่ยไม่เอาของกันหนาว เอาแค่ยา แล้วกลับห้อง 2202 ให้พวกลู่ยู่จัดของที่ทางเดินต่อ
เจียงเฝ่ยเข้าโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต เช็กของที่ได้รอบนี้
ไม่นับของที่เจอในโกดังใหญ่ และส่วนที่แบ่งให้เพื่อนร่วมทีม
ยังมีกระสุน 150 กล่อง กล่องละร้อยนัด ปืนพก 30 กระบอก ปืนกลมือ 5 กระบอก น้ำมันเบนซินถังร้อยลิตร 30 ถัง ดีเซลถังร้อยลิตร 30 ถัง หมูป่าหมักเกลือ 8 ถุงใหญ่ ไข่ไก่ 10 แผง แผงละ 20 ฟอง
ถ่านหิน 1 ลัง ยา 2 ลัง ล้วนเป็นยาแก้อักเสบยาลดไข้
คุ้ม!
เจอแกะทองคำทีไร ได้ของกลับมาเพียบทุกที!
อยากลองเครื่องจักรการเกษตร เจียงเฝ่ยไม่พักผ่อน เลือกรถไถขนาดใหญ่เติมดีเซลเต็มถัง ขับออกจากโกดัง ไปยังโซนเพาะปลูกนอกซูเปอร์มาร์เก็ต
ตอนเรียนรู้เรื่องปลูกผักจากหลิงเจ้าหรุย เจียงเฝ่ยถามวิธีใช้เครื่องจักรการเกษตรมาด้วย
ถึงจะยังไม่คล่องในครั้งแรก แต่ก็จับจุดได้เร็ว
สองชั่วโมงกว่า พรวนดินได้พื้นที่เท่ากับโซนเพาะปลูกเดิม
เมื่อก่อนเธอใช้เวลาตั้งหลายวันกว่าจะพรวนดินเสร็จนะ!
เจียง.วัวแก่.เฝ่ย.ลูบรถไถอย่างรักใคร่ แล้วเปลี่ยนเครื่องจักรอื่น เริ่มลงมือปลูก
ส่วนต้นผลไม้ เจียงเฝ่ยไม่ได้ย้ายที่ หนึ่งคือยกไม่ไหว สองคือกลัวรากเสียหาย เลยล้อมรั้วไว้ตรงนั้น แบ่งเป็นโซนผลไม้
มีแครอทจากซูเปอร์มาร์เก็ตช่วยเติมพลัง เจียงเฝ่ยโต้รุ่งทำงาน ปลูกขิง กระเทียม มะเขือยาว หัวไชเท้า ถั่วลันเตา ผักกาดหอม
กว่าเจียงเฝ่ยจะทำงานเสร็จออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ปาเข้าไปบ่ายวันรุ่งขึ้น เปลืองดีเซลไปสองถัง
เครื่องจักรการเกษตรดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวเปลืองน้ำมัน
เจียงเฝ่ยบ่นอุบ กลับห้องไปนอนเอาแรง
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน เจียงเฝ่ยสะดุ้งตื่นเพราะความหนาว