- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 43 อากาศหนาวจัด คงใกล้มาถึงแล้ว
บทที่ 43 อากาศหนาวจัด คงใกล้มาถึงแล้ว
บทที่ 43 อากาศหนาวจัด คงใกล้มาถึงแล้ว
เจียงเฝ่ยเปิดประตูออกมา เห็นลู่ยู่ถือถังเปล่าอยู่
"ยวี่หลานย่วนมีน้ำแล้วครับ"
"เมื่อกี้ผมลงไปข้างล่าง เห็นประกาศของชุมชนแปะไว้ที่ผนัง ลูกบ้านไปรองน้ำที่ห้อง 0301 ชั้น 3 ได้ ไม่จำกัดเวลา แต่รองได้แค่คนละครั้งต่อวัน ไปด้วยกันไหมครับ?"
"ตกลง" เจียงเฝ่ยกลับเข้าห้องไปหยิบถังเปล่า ปลุกเซียวชูเซี่ยที่ห้องข้างๆ และแวะบอกหลิงเจ้าหรุยที่ชั้น 21 ด้วย
ทั้งสี่คนถือถังเปล่าเดินลงไปข้างล่าง
ที่ห้อง 0301 ชั้น 3 มีโต๊ะยาววางขวางประตูไว้
ในห้องนั่งเล่นมีถังเก็บน้ำขนาดใหญ่สิบกว่าใบวางเรียงราย เป็นของที่ทีมกู้ภัยของทางการส่งมาให้
ก๊อกน้ำของถังใบหนึ่งต่อสายยางยาวออกมาจนถึงขอบโต๊ะ
หลินปั๋วกับเฝิงเฉินลู่นั่งอยู่หลังโต๊ะ บนโต๊ะมีกล่องเม็ดฟู่ทำน้ำสะอาดหลายกล่องกับสมุดบันทึก
คนส่วนใหญ่อยู่ข้างล่าง รอขึ้นเรือยางไปรับเสบียงที่จัตุรัสกลางเมือง มีคนมารองน้ำแค่เจ็ดแปดคน เข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบ
บ้างถือถัง บ้างถือกะละมัง หรือไม่ก็ขวดน้ำพลาสติกเปล่า
เจียงเฝ่ยเหลือบมองน้ำที่คนอื่นรองไป
ขุ่นนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าน้ำท่วมขังข้างนอกเยอะ
ให้ลู่ยู่กับพวกต่อแถวข้างหน้า เจียงเฝ่ยยืนรั้งท้ายสุด
ไม่นานก็ถึงคิวเจียงเฝ่ย
หลินปั๋วหยิบเม็ดฟู่ให้เธอ 5 เม็ดตามกฎ แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้น "เดี๋ยวคุณ"
"ตอนที่เราทำทะเบียนลูกบ้าน พบว่าเจ้าของห้องเดิมหลายห้องหายไป รวมถึงนิติบุคคลทุกคนด้วย"
"ได้ยินผู้รอดชีวิตคนอื่นเล่าว่า ช่วงน้ำท่วม คุณชอบเอามีดไล่ฟันคน แล้วยังตัดลิ้นคนอื่นด้วย คนที่หายไปพวกนั้นคุณเป็นคนฆ่าใช่ไหม?"
"แล้วก็มีคนเห็นคุณใช้ปืน คุณเอาปืนมาจากไหน?"
เพื่อจะหาเรื่องเจียงเฝ่ยได้อย่างสมเหตุสมผล หลินปั๋วลงทุนไปถามผู้รอดชีวิตหลายคนเรื่องชั้น 22 นึกไม่ถึงว่าจะขุดคุ้ยเรื่องเด็ดๆ มาได้เพียบ
ไม่ว่าจะเรื่องพกปืน หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น ก็พอจะเล่นงานเจียงเฝ่ยได้หนักหนาอยู่!
เจียงเฝ่ยย้อนถามหน้าซื่อ "ฉันเคยทำเรื่องพวกนั้นด้วยเหรอ?"
"ฉันเป็นโรคทางจิต ความจำไม่ค่อยดี ถ้าคุณบอกว่าฉันทำ ก็เอาหลักฐานมาสิ"
เฝิงเฉินลู่ที่อยู่ข้างๆ เห็นด้วย "หลินปั๋ว ไม่มีหลักฐานอย่าพูดมั่วซั่ว นี่มันใส่ความนะ มีความผิดทางกฎหมาย"
"ผมไม่ได้ใส่ความ!" หลินปั๋วชี้ไปที่สองคนที่เพิ่งรองน้ำเสร็จ
"พวกแกพูดเรื่องที่เล่าให้ฉันฟังเมื่อกี้อีกรอบซิ!"
สองคนนั้นไม่สนใจหลินปั๋วเลยสักนิด หันหลังวิ่งลงบันไดไป
เจ้าหน้าที่ชุมชนไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่นังบ้าเจียงอยู่นะ!
นินทาลับหลังยังพอว่า ให้พูดต่อหน้า จะให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อไหม?
เห็นพยานวิ่งหนี หลินปั๋วหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ แต่ยังไม่ยอมแพ้ พูดกับเจียงเฝ่ยว่า "ถ้าอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ก็ให้ผมเข้าไปดูในบ้านคุณหน่อยสิ!"
เขาไม่เชื่อหรอกว่าในบ้านเจียงเฝ่ยจะไม่มีปืนสักกระบอก!
"ทำไมฉันต้องพิสูจน์กับคุณด้วย?"
"ถ้าสงสัยฉัน ก็เชิญเจ้าหน้าที่ทางการมาจัดการสิ"
พูดจบ เจียง.ผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด.เฝ่ย ก็เดินจากไปพร้อมกับพวกลู่ยู่ ทิ้งหลินปั๋วให้ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่คนเดียว
ระหว่างเดินขึ้นตึก เซียวชูเซี่ยพูดสิ่งที่กังวลออกมา "พี่สาวคะ เครื่องพ่นไฟกับปืนถือเป็นอาวุธร้ายแรง ถ้าหลินปั๋วเรียกทางการมาจริงๆ จะทำยังไงคะ?"
เจียงเฝ่ย: "ไม่เป็นไร"
ปืนและอาวุธอยู่ในโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่กลัวการค้น
ส่วนลู่ยู่หลุบตาลง ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
—
วันรุ่งขึ้น 10 โมงเช้า พวกเจียงเฝ่ยออกเดินทางตรงเวลา
เธอกับเซียวชูเซี่ยเรือลำหนึ่ง ลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุยอีกลำหนึ่ง
ระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 4 เมตร
ทางการส่งคนมาทำความสะอาดผิวน้ำ ตอนนี้แทบไม่เห็นศพและสิ่งกีดขวางแล้ว ยุงแมลงและงูน้ำก็ลดลงไปเกินครึ่ง
เซียวชูเซี่ยกระชับเสื้อคลุมให้แน่น "พี่สาวคะ พวกพี่รู้สึกไหมว่าวันนี้อากาศเย็นลง?"
"ตั้งแต่ฝนตก หลินเฉิงก็มืดครึ้มตลอด นี่เข้าวันครีษมายัน (วันเริ่มต้นฤดูร้อน) แล้ว แต่อากาศยังหนาวเหมือนปลายฤดูใบไม้ร่วงอยู่เลย"
หลิงเจ้าหรุย: "เมื่อก่อนผมนอนห่มผ้าผืนเดียวก็พอ เดี๋ยวนี้ต้องสองผืนถึงจะไม่หนาว ผักที่ปลูกก็โตช้าลงด้วย"
ลู่ยู่: "อุณหภูมิผิดปกติจริงๆ ครับ ออกไปหาเสบียงรอบนี้ ทุกคนหาของกันหนาวมาตุนไว้เยอะๆ นะครับ"
เจียงเฝ่ยไม่พูดอะไร สัมผัสลมหนาวที่พัดมา
อากาศหนาวจัด คงใกล้มาถึงแล้ว
เกือบบ่ายโมง เจียงเฝ่ยและพวกก็มาถึงภัตตาคารหมั่นซิง
หวังขาเป๋และลูกน้องใส่ชุดป้องกันเรียบร้อย นั่งรออยู่บนเรือยางและเรือบอร์ดยาง
สองพี่น้องตระกูลอู๋ไม่ได้มาด้วย ถูกหวังขาเป๋ให้เฝ้าภัตตาคารดูแลพ่อ
เห็นเจียงเฝ่ยพาคนมาแค่สามคน หวังขาเป๋ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก
ไม่ต้องเลือดสาดกระเป๋าฉีกแล้ว!
"ลูกพี่ เพื่อนลูกพี่ยิงปืนเป็นไหมครับ?"
เจียงเฝ่ย: "บางคนไม่เป็น"
หลิงเจ้าหรุยกับเซียวชูเซี่ยไม่เคยจับปืน
หวังขาเป๋ไปขอปืนจากลูกน้องมาสองกระบอก "งั้นสองกระบอกนี้ให้ลูกพี่เอาไปจัดสรร ตอนนี้อาวุธหายาก ผมก็ต้องไปแย่งคนอื่นมา ประหยัดกระสุนหน่อยนะครับ"
เจียงเฝ่ยรับปืนมา แบ่งให้ลู่ยู่กระบอกหนึ่ง กระซิบว่า "กระสุนไม่พอมาขอที่ฉัน"
ลู่ยู่พยักหน้า พลิกปืนในมือดู แววตาฉายแววรังเกียจแวบหนึ่ง
เทียบกับปืนที่เขาเคยจับ คนละชั้นกันเลย
เกือบสามชั่วโมง
ทุกคนมาถึงตีนเขาภูเขาทางเหนือ
ที่นี่พื้นที่สูง น้ำท่วมไม่ถึง แต่มีแมลงสาบกับตะขาบเพียบ ไต่ยั้วเยี้ยเต็มพื้น
หวังขาเป๋ให้ลูกน้องพ่นยากำจัด กางเต็นท์ชั่วคราว แล้วพาพวกเจียงเฝ่ยเข้าไปหลบแมลง
"ลูกพี่ นี่แผนที่ฟาร์มภูเขาทางเหนือ แบ่งเป็นสวนผลไม้ โซนเพาะปลูก โซนเลี้ยงสัตว์ โซนที่พักอาศัย แก๊งเจิ้นหู่มีคนอยู่ 20 กว่าคน เราต้องแบ่งเป็น 4 ทีม แยกย้ายกันไป"
"ผมไปสวนผลไม้ หน้าบากไปโซนเลี้ยงสัตว์ อาเหมิ่งไปโซนที่พักอาศัย ลูกพี่ไปโซนเพาะปลูกเป็นไงครับ?"
เจียงเฝ่ยตกลง "ได้ ไม่ต้องให้คนของแกไปกับฉัน ฉันกับเซียวชูเซี่ยไปกันสองคนพอ"
เธอมาเพื่อกวาดเครื่องจักรการเกษตร พาคนไปเยอะไม่สะดวก
ลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุยดูแลตัวเองได้ แต่เธอไม่วางใจยัยหนูช่างจ้อ
เชื่อมั่นในฝีมือเจียงเฝ่ย หวังขาเป๋ไม่คัดค้าน จัดลู่ยู่กับหลิงเจ้าหรุยเข้าทีมของเขา
นี่คนของลูกพี่ ต้องดูแลให้อยู่ในสายตาอย่างดี!
หวังขาเป๋: "จัดการคนของแก๊งเจิ้นหู่เสร็จ เรามาเจอกันที่โซนที่พักอาศัยบนยอดเขานะครับ"
จำแผนที่ได้ขึ้นใจ เจียงเฝ่ยพาเซียวชูเซี่ยแยกตัวออกมา
โซนเพาะปลูกอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของฟาร์ม
พืชผลถูกน้ำท่วมเสียหาย คนของแก๊งเจิ้นหู่เลยเฝ้าอยู่แค่หน้าโกดังสองหลัง
เจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ยแอบอยู่ในป่า สังเกตการณ์
มีทั้งหมด 5 คน
เพราะเพิ่งมาเปลี่ยนเวร ยังไม่คุ้นสถานที่ เลยไม่ได้ถืออาวุธ
พอดีเลย ให้ยัยหนูช่างจ้อฝึกมือ
เจียงเฝ่ยกดเสียงต่ำบอกเซียวชูเซี่ย "เธอจัดการสองคนหน้าโกดังเล็ก ฉันรับผิดชอบสามคนหน้าโกดังใหญ่"
เซียวชูเซี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย กำมีดทำครัวแน่น แล้วย่องออกไป
เจียงเฝ่ยอ้อมไปด้านหลังโกดังใหญ่ จ้องผู้ชายที่กำลังยกของอยู่คนเดียว
อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหันหลังให้ เจียงเฝ่ยพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ปิดปากแน่น แล้วแทงมีดเข้าที่คอ
รอจนขาดใจตาย เจียงเฝ่ยเลาะไปตามกำแพง มาถึงด้านข้างโกดังใหญ่
"เสียงอะไรวะ?"
"มีคน......"
สองคนนั้นยังไม่ทันได้ลงมือ ก็ถูกเจียงเฝ่ยปาดคอเรียบ
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นไม่ไกลนัก
เจียงเฝ่ยรีบไปที่โกดังเล็กทันที
เซียวชูเซี่ยนอนกลิ้งอยู่กับพื้น มีดทำครัวหลุดมือไปแล้ว
ผู้ชายคนหนึ่งถือปืน อีกคนกุมแขนที่บาดเจ็บ
"แม่งเอ๊ย! ชีวิตนังนี่กูขอ!"
ชายที่บาดเจ็บกำลังจะไปหยิบปืนของเพื่อน จู่ๆ เลือดอุ่นๆ ก็สาดกระเซ็นใส่หน้า
เพื่อนโดนยิงหัวระเบิด ล้มตึง
ชายคนนั้นจะคว้าปืน แต่ช้ากว่าก้าวหนึ่ง
เจียงเฝ่ยเล็งปืนใส่ชายคนนั้น หันไปบอกเซียวชูเซี่ย "ลุกขึ้น ฆ่ามัน"
เซียวชูเซี่ยกลั้นความเจ็บปวด หยิบมีดทำครัววิ่งเข้าใส่ชายคนนั้น
กลัวปืนในมือเจียงเฝ่ย ชายคนนั้นไม่กล้าสวนกลับ ได้แต่หลบหลีก
ยังไงก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตบนคมมีด ความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองดีกว่าเซียวชูเซี่ยเยอะ
ถ้าเมื่อกี้ไม่ประมาท คงไม่โดนเซียวชูเซี่ยลอบกัดจนบาดเจ็บหรอก
เห็นเซียวชูเซี่ยเริ่มเหวี่ยงมีดช้าลง เจียงเฝ่ยก็เอ่ยปาก "ซ้าย"
เซียวชูเซี่ยทำตามโดยสัญชาตญาณ
ชายที่กำลังจะหลบไปทางซ้าย โดนมีดฟันเข้าเต็มๆ
"อ๊าก!"
เจียงเฝ่ย: "หน้า"
"ขวา"
"ซ้าย"
เจียงเฝ่ยอ่านการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายออกทะลุปรุโปร่งทุกครั้ง
เพียงไม่กี่นาที ชายคนนั้นก็โดนฟันจนยับเยิน ลุกขึ้นมาอย่างโกรธแค้น "ฆ่าได้หยามไม่ได้! กูจะสู้ตายกับพวกมึง!"
ปัง——!
เจียงเฝ่ยยิงแสกหน้าชายคนนั้น
เซียวชูเซี่ยนั่งหอบแฮกๆ อยู่กับพื้น "ขอบคุณค่ะพี่สาว......"
"กลับไปแล้ว ไม่ต้องทำยาแล้วนะ เริ่มออกกำลังกายได้แล้ว"
ร่างกายยัยหนูช่างจ้ออ่อนแอเกินไป เหนื่อยง่าย หมดแรงไว ต้องเริ่มตารางฝึกได้แล้ว
เซียวชูเซี่ยรับปากทันที โดยไม่รู้ตัวเลยว่า เธอกำลังจะเจอกับนรก
เจียงเฝ่ยตรวจดูแผลของเซียวชูเซี่ย
หน้าและชายโครงของเซียวชูเซี่ยโดนต่อยไปหลายหมัด ผิวช้ำนิดหน่อย ไม่ร้ายแรง เจียงเฝ่ยให้เธอหาเสบียงในโกดังเล็ก ส่วนตัวเองกลับไปที่โกดังใหญ่
เปิดประตูเหล็ก ฝุ่นฟุ้งกระจาย
เจียงเฝ่ยถอยหลัง รอฝุ่นจาง ถึงเดินเข้าไป ในโกดังเคลียร์แมลงแล้ว มีเครื่องจักรการเกษตรไม่กี่เครื่องกับกองขยะ
คนของแก๊งเจิ้นหู่เห็นว่าเครื่องจักรการเกษตรไม่มีประโยชน์ เลยเอาขยะมาทิ้งกองไว้จนฝุ่นจับ
หารู้ไม่ว่า เสร็จโจรเจียงเฝ่ย
เจียงเฝ่ยเก็บของเข้าโกดังซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างตื่นเต้น
รถไถนา รถแทรกเตอร์ เครื่องไถ เครื่องหว่านเมล็ด รถเข็น เครื่องสับหญ้า เคียว จอบ คราด เครื่องพ่นยา แล้วก็ตะกร้าไม้ไผ่ถังไม้เพียบ
ถ้ามีเครื่องรดน้ำด้วยจะดีมาก
ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก เจียงเฝ่ยหยุดกวาดของ
เซียวชูเซี่ยประคองกล่องไม้เข้ามา หน้าตาตื่นเต้น "พี่สาว หนูเจอของดีด้วยค่ะ!"